ลิขิตรักสมรสพระราชทาน – ตอนที่ 10 เผชิญหน้า

ภายในห้องนั้นเงียบลงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่หยาเหยานางเชิญเผิงอวิ๋นเข้ามานั่งภายในเรือนของนาง นางให้เขานั่งอยู่ในส่วนของโถงรับแขกนั้น ท่าทีของนางยังคงดูรักษาระยะห่างนั้นเสมอ

ชิงชิงที่รู้งานและคอยส่งเสริมอยู่ตลอดนั้นเมื่อนางยกกาน้ำชาที่เพิ่งอุ่นร้อนเสร็จมาวางไว้ นางก็รีบปลีกตัวออกไปโดยให้ข้ออ้างว่านางจะไปเตรียมอาหารว่างมาเพื่อต้อนรับ ในฐานะที่เผิงอวิ่นนั้นเป็นแขกมาเยือนยังเรือนของนาง นางมองตัวเขาเป็นแขกแล้วหรือ เผิงอวิ๋นทิดถินลมหายใจในท่าทีของนาง

หยาเหยานางจะเอ่ยห้ามหรือก็กระไร เผิงอวิ๋นเกอเกอของนางจะว่านางมิอยากอยู่ร่วมมิอยากใกล้ชิดอีกหรือไม่? หยาเหยาในตอนนี้นางสงวนท่าทีอย่างยิ่ง อาจจะด้วยที่ห่างกันไปก็หลายปีหรือจะด้วยที่เผิงอวิ๋นเพิ่งจะระทำการเอ่ยของพระราชทานสมรสกับนางต่อหน้าผู้คนนับร้อย แล้วยังจะมีคำหวานนั้นอีก ยากเกินจะรับ ยากเหลือเกินที่จะแสดงใบหน้านั้นอย่างไร

หยาเหยานางวางของว่างนั้นลง แต่ก็ยังคงนิ่งเงียบอย่างเคย

“อะหึ่ม…..” เผิงอวิ๋นกระแอ่มเรียกร้องความสนใจ

“อ้อ…. ชา ชาเย็นหมดแล้ว ข้าจะไปอุ่นมาให้ท่านใหม่” หยาเหยาสะดุ้งโหย่ง ลุกพรุดจับกาน้ำชา

‘หมับ’

หยาเหยานางเพียงเดินผ่านหน้าเผิงอวิ๋นไปไม่กี่ก้าวเผิงอวิ๋นก็คว้าข้อมือน้อยๆ ของนางไว้ได้ก่อน “เจ้ามิรู้หรือ เกอเกอเจ้ามานี่ มิได้มาดื่มชา” เผิงอวิ๋นยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กับหยาเหยา

จากนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้น แย่งเอากาน้ำชาในมือของหยาเหยาวางลงที่เดิม…. จากนั้นก็ประคองกายของหยาเหยาให้นั่งลงตำแหน่งเดิมเช่นกัน แต่แทนที่ตัวเขาจะกลับไปนั่งที่เดิมเขากับทรุดลงที่ตรงหน้าของหยาเหยา

จนปานนี้เขาก็ยังมิยอมปล่อยมือนาง….. เขาจับมือนางอยู่ เขาสูดหายใจก่อนที่จะเอ่ยประโยคคำถามกับนาง

“เหยาเหยา เจ้ายินดีแต่งกับพี่เจ้าหรือไม่? หากแม้นเจ้าต้องทุกข์ใจเพราะพี่เจ้าเพียงนิด หากว่า……” เผิงอวิ๋นในตอนนั้นยังมิทันได้เอ่ยจบ ก็ถูกนิ้วน้อยๆ ของหยาเหยาหยุดไว้เสียก่อน

เผิงอวิ่นเงยหน้ามามองใบหน้าของหยาเหยา…. หยาเหยานางยิ้มให้กับเขา

“ข้าเต็มใจแต่งกับท่าน ต่อแต่นี้ด้วยชีวิตและจิตใจเหยาเหยาจะชดเชยให้ท่าน”

“ไม่….. น้องพี่เจ้ามิได้ติดค้างพี่ใดๆ เลย” เผิงอวิ๋นใช้ใบหน้าถูไถมือขาวนวลของหยาเหยาอย่างถนอม

หยาเหยานางยิ้มอยากทั้งสุขทั้งทุกข์ ดวงตาของนางแดงกล่ำ น้ำตานางเอ่อคลอ

“เหตุใดจึงมิเคืองแค้น เพราะเหตุใด” หยาเหยาเอ่ย

“ข้ารักหยาเหยามากว่าครึ่งชีวิต ทุกอย่างที่ตัวพี่เจ้ากระทำหนึ่งเพื่อตระกูล สองก็เพื่อเจ้ามีเพียงเท่านั้น หากเราสองจะมีคนที่ไม่คู่ควรก็คงเป็นพี่นี้แล้ว” เผิงอวิ๋น ใช้มือปาดหยดน้ำตาน้อยๆ ของหยยาเหยาที่กำลังรินไหล

“เกอเกอ” หยาเหยาในตอนนี้นางกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว

ด้านชิงชิง นางยืนอยู่ที่ด้านนอกของประตูมาพักใหญ่แล้ว นางเอกก็ร่ำไห้ออกมาเช่นกัน นางรักเหยาเหยาของนางมาก วันนี้หยาเหยานางยอมเปิดใจนางพบคนดี พบบุรุษที่คู่ควรกับนางแล้ว….

ลิขิตรักสมรสพระราชทาน

ลิขิตรักสมรสพระราชทาน

Status: Ongoing
อ่านนิยาย ลิขิตรักสมรสพระราชทานบทนำ เริ่มที่รัก จากด้วยชัง “ข้าซื่อหยาเหยา มีค่าเกินกว่าจะให้ใครหรือเเม้นเเต่ท่านดูถูกเหยียดหยาม ตัวข้าก็คนมีหัวใจ ไม่ต่างอะไรกับท่านเลย” เป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่นางจะเดินหันหลังให้กับจวนเเม่ทัพใหญ่ไป นางสู้อดทนมาเป็นเวลาหนึ่งปี ไม่เคยปริปากบ่น แม้นสักคำก็มิมีบอกให้ซื่อเฟิงมู่บิดาตนรู้ว่า ตลอดเวลาที่นางใช้ชีวิตอยู่ที่จวนเเม่ทัพเเห่งนี้ต้องทนรับความอัปยศเพียงใด หนึ่งปีก่อนหน้านี้ “มีราชโองการเเม่ทัพใหญ่ สกุลหยาง นามหลู่เมิ้ง มีความชอบใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน จึงประทานสมรสให้เเต่งกับ สตรีสกุลซื่อ นามหยาเหยา เป็นภรรยา จบราชโองการ!! ” หลู่เมิ้งโค้งคำนับรับราชโองการ….. ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ การเเต่งงานการเมืองเช่นนี้ผู้ใดจะพึงใจกัน!! . . คืนวันเเต่งงาน ภายในห้องหอหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่างามล้ำซ้ำยังเป็นหยกล้ำค่าเเห่งจวนอัครเสนาบดี กำลังนั่งใบหน้าเเดงกล่ำมีเพียงพัดเป็นฉากกั้นกลางระหว่างนางกับบุรุษที่นางรักเเละหมายปอง สตรีเช่นนางหากเเต่งเข้าจวนอ๋องหรือวังไท่จื่อ เกรงว่าจะเหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ เเต่นางหยาเหยา… รักบุรุษผู้นี้มาตั้งเเต่เเรกพบสบตา ใช้วิธีการต่างๆ นาๆ สุดท้ายให้บิดาผู้เป็นเอกอัครเสนาบดี ทูลต่อฮองเต้ ให้เเต่งนางเข้าจวนเเม่ทัพ หลู่เมิ้งในวัยยี่สิบเจ็ดปี.. มีรูปกายเป็นทรัพย์อันลำค่า บุรุษในวัยหนุ่มร่างกายกำยำ มากด้วยสติปัญญา ซ้ำยังมิเคยยุ่งเกี่ยวสตรี รอยยิ้มอันงดงามตราตรึงใจนางไว้ได้ “สมใจเจ้าเเล้วสินะ?? ” “ท่านพี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” หร่งเหยาเอ่ยขึ้น ทั้งที่บุรุษผู้นั้นเพิ่งเปิดประตูเข้ามาเเท้ๆ กลับเอ่ยวาจาประหลาดนัก “ก็ที่เเต่งเข้าจวนข้าได้ คงสมใจเจ้าเเล้ว?? ” “เรื่องนั้น….” หยาเหยายิ้ม “ท่านพี่ ท่านจะไปไหนเจ้าคะ ยัง.. ยังไม่ได้….” “ราชโองการเพียงให้ข้าเเต่งเจ้าเข้าจวน.. มิได้บอกให้รักเจ้า ให้ดีต่อเจ้า หรือห้ามให้ข้าออกจากห้องหอไปเสพสุขกับสตรีนางอื่น” ‘ปั่ง!! ‘ เสียงประตูปิดดังลั่นจนร่างบางต้องสะท้านด้วยความตกใจ.. บุรุษผู้นี้ใช่บุรุษที่นางเฝ้ารัก ที่นางถนอมกายใจ ไว้มอบให้เขาจริงหรือ ใช่บุรุษที่มีรอยยิ้มงดงามที่นางพบวันนั้นใช่หรือไม่?? เหตุใดเขาจึงใจร้ายต่อนางนักหยาเหยา ผู้ไม่เคยถูกกระทำรุนเเรงต่อจิตใจเช่นนี้ถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่… …………… โรงเตี้ยมฟูหลัว “ท่านเเม่ทัพวันนี้เป็นคืนเข้าหอเเท้ๆ เหตุใดท่านจึงออกมาดื่มเหล้ากับพวกข้าเช่นนี้เล่า ฮูหยินมิเคืองท่านเเย่หรือ” “จะพูดถึงนางทำไมกัน” “อ่าว.. นางเป็นภรรยาท่าน?? ” “หึ… นางเพียงเเต่งเพื่อเสริมอำนาจให้บิดานางเพียงเท่านั้น อย่าได้สนใจเลย” “ท่านเเม่ทัพ เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น” “ให้ข้าคิดเป็นอื่นได้อย่างไรเล่า หน้าก็มิเคยพบ.. จะให้รักหรืออย่างไร?? ” สามวันต่อมา หลู่เมิ่งออกจากจวนไปสามวันพึ่งกลับ… กลับมาเขาคิดว่าหยาเหยามิพ้นต้องโกรธเป็นฟืนไฟ หากเเต่ตรงกันข้าม.. พอถึงจวนนางกลับยกอาหารยกน้ำชามาต้อนรับเขาด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม ใบหน้าของหญิงสามวัยเเรกเเย้ม….. งดงาม งดงามสมคำร่ำลือ กริยาอ่อนหวานอ่อนโยนน่าถนอมยิ่ง สายตาที่นางมองเขาราวกับกระต่ายน้อยเเสนเชื่อง “ท่านพี่ ท่านกลับมาเเล้ว ข้าทำอาหารไว้รอท่าน” “ไม่ต้องลำบากหรอก บ่าวไพร่ในจวนก็ออกมาก” “ไม่ลำบากเจ้าคะ เพื่อท่านพี่ น้องเต็มใจ” “ดี!! เช่นนั้น.. นับจากวันนี้ไปงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวข้า ไม่ว่าจะเสื้อผ้า อาหารการกิน น้ำที่ข้าอาบ ให้เจ้าเป็นคนจัดการเองทั้งหมด” “เอ้?? ” “ทำไม.. ทำไม่ได้หรือ” “ได้.. ได้เจ้าคะ” หลังจากวันนั้นเสื้อผ้าทุกตัวของหลู่เมิ่งก็ต้องให้หยาเหยาเป็นคนจัดการซักเองกับมือ อาหารทุกอย่างก็เป็นหยาเหยาที่เป็นคนจัดเเจง น้ำที่เขาใช้อาบก็เป็นนางตระเตรียมให้ทุกเย็น.. นางคอยเติมน้ำปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะเพื่อให้ หลู่เมิ้ง สุดที่รัก ดวงใจของนางพอใจ.. ลำบากเพียงใดนางมิเคยปนิปากบ่น สามเดือนผ่านไป หยาเหยาทำหน้าที่ทุกอย่างมิขาดตกบกพร่อง.. อีกฝ่ายกับคิดไปอีกทาง คิดว่านางทนทำเช่นนี้ก็เพราะเพื่ออำนาจของตระกูลนางจะได้มั่นคงเพียงเท่านั้น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset