ลิขิตรักสมรสพระราชทาน – ตอนที่ 15 อิ๋งเหอ

สวรรค์เล่นตลกกับนางหรืออย่างไรกัน เมื่อครู่ในสายตาของสตรีทั้งใต้หล้านางยังเป็นผู้ที่น่าอิจฉาที่สุด ได้พบบุรุษที่ดียิ่งเช่นเผิงอวิ๋นผู้นี้ ไม่มีข้อสงสัยใด ไม่มีข้อกังขาใด….. หากแต่เพียงชั่วอึดใจ เหตุใดเรื่องราวกลับพลิกผัน หน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้

สตรีที่วิ่งเข้ามาสวมกอดเผิงอวิ๋นด้วยท่าทีและคำพูดที่สนิทสนม น้องสาว? ญาติผู้น้อง เรื่องราวเช่นนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าเผิงอวิ๋นผู้นี้ไร้ญาติขาดมิตรเสียตั้งแต่ยังเด็ก

เขาอยู่กับนางมาเสียแต่นางเริ่มจำความได้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จู่ๆ จะปรากฏญาติผู้น้องที่ไหนมาได้ หรือจะเป็นสตรีที่เขารู้จักตอนที่ออกเดินทางไปรวบรวมตำราทั้งห้าแคว้น ข้อนี้มีความเป็นได้ เสียเก้าในสิบส่วน

หยาเหยาในเวลานี้ดวงตาของนางเบิกกว้าง ห้วงเวลาเพียงชั่ววูบใบไม้ไหวนางกลับสามารถคิดหาเหตุผลต่างๆ ได้มากมายเสียจริง

ในตอนนั้นเผิงอวิ๋นที่มีสตรีใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู สวมกอดเขาอยู่ ใบหน้าของเขามีแววตกใจเล็กน้อย ดวงตาของเขาก็เอาแต่จ้องมองมาที่นาง ปิ่นหยกในมือเขาก้ยังคงถือมันอยู่อย่างนั้น

“เกอเกอข้าออกเดินทางมาตามหาท่านในที่สุดก็ได้พบ เกอเกอท่านดีใจหรือไม่ที่ได้พบข้า” สตรีนางนั้นเอ่ยทั้งน้ำตาที่เปี่ยมสุขใบหน้าของนางคล้ายสุขสมหวังแล้วเสียทุกสิ่ง

ไม่นานเผิงอวิ๋นก็ได้ดันร่างของสตรีนางนั้นออกห่างกายเขายามนี้เขาหลุดพ้นจากอ้อมแขนของนางแล้ว

“อิ๋งเหอ เจ้ามาได้อย่างไร?” เผิงอวิ๋นเอ่ยถาม

“ข้าก็ตามท่านมา มาอยู่กับท่าน” สตรีนางนั้นเอ่ยอย่างน่าไม่อาย

สิ้นคำ หยาเหยานางได้ฟังคำที่เอ่ยจากปากของอิ๋งเหอ นางก็สูดหายใจอมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะสาวเท้าเดินจากไปโดยทันที

ตัวนางมิใช่หุ่นไม้หุ่นดิน ใช่ว่ามิมีใจให้หึงหวง…. เผิงอวิ๋นคือว่าที่สามีของนาง จู่ๆ ก็มีสตรีไม่รู้ที่มา เขามาสวมกอดเขาต่อหน้าผู้คนนับร้อย

อย่างไม่อายสายตาผู้ใดข้อนี้ก็คงยืนยันความสนิทสนมได้ดี มินับรวมถ้อยคำที่ออกมาจากปากสตรีนางนั้น คิดถึง? มาหา? ตามท่านมา? มาเพื่ออยู่กับท่าน?

หยาเหยาอย่างไร แม้นใจนางจะขุ่นเคืองเรื่องนี้นางมิขอเอ่ยถาม เผิงอวิ๋นควรเป็นผู้เอ่ยกับนางเอง

ในยามนี้เขากลับยอมปล่อยให้นางเดินจากไปโดยง่าย เขาเลือกที่จะอยู่กับอิ๋งเหอผู้นั้น ข้อนี้ก็ยิ่งย้ำชัดในความสำคัญของสตรีนางนั้น ให้แจ้งแก่ใจนางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“เหยาเหยา…..” เผิงอวิ๋นร้องตามและกำลังจพส้าวเท้าเดินจากไป

แต่ในตอนนั้นเอง เป็นอิ๋งเหอที่เป็นลมล้มลงไป

“อิ๋งเหอ….. “เผิงอวิ๋นในยามนี้รับร่างอิ๋งเหอไว้

ในอ้อมแขนเขายามนี้มีร่างที่ไร้สติของอ๋องเหอ หากแต่ใบหน้าและดวงตาของเขา กลับเหลียวมองตามร่างของสตรีที่เดินจากไปในยามนั้น

ตัวเขาทราบดีซื่อหยาเหยาผู้นี้ ทิฐิถือเป็นหนึ่ง ในยามนี้ เขาเห็นดวงตาของนางในยามนั้น ก็รู้ซึ้งแก่ใจดี เขากับนางมีเรื่องต้องอธิบายกันอยู่มาก หากแต่เขาจะทิ้งอิ๋งเหอไปในยามนี้ก็ดูจะแล้งน้ำใจไปหรือไม่

หยาเหยานางเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมีเพียงชิงชิง ที่หันกลับมามองแล้วเอ่ยกับหยาเหยาว่า

“คุณหนูเจ้าคะ สตรีนางนั้นเป็นลมเจ้าค่ะ” หยาเหยาเหลือบสายตามองไปที่ชิงชิง

“คนของใครผู้นั้นดูแล”

หยาเหยามิรู้เลยว่าที่นางเดินผ่านต้นไม้ใหญ่เมื่อครู่นั้นไป ต้นไม้นั้นกลับมีบุรุษผู้หนึ่งยืนพิงอยู่หลังต้นไม้นั้น เขาเห็นทุกฉากทุกเรื่องราวนับตั้งแต่นางเดินชมงาน จนถึงฉากรักที่แสนหวานที่กลับกลายเรื่องราวต่างไปหน้ามือเป็นหลังมือ

เขามองเห้นดวงหน้าด้านข้างของนาง….. เวลานางโกรธ วันนั้นที่นางเดินจากจวนสกุลหยางไป ใบหน้าของนางก็เป็นเช่นนี้??

โปรดติดตามตอนต่อไป

ลิขิตรักสมรสพระราชทาน

ลิขิตรักสมรสพระราชทาน

Status: Ongoing
อ่านนิยาย ลิขิตรักสมรสพระราชทานบทนำ เริ่มที่รัก จากด้วยชัง “ข้าซื่อหยาเหยา มีค่าเกินกว่าจะให้ใครหรือเเม้นเเต่ท่านดูถูกเหยียดหยาม ตัวข้าก็คนมีหัวใจ ไม่ต่างอะไรกับท่านเลย” เป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่นางจะเดินหันหลังให้กับจวนเเม่ทัพใหญ่ไป นางสู้อดทนมาเป็นเวลาหนึ่งปี ไม่เคยปริปากบ่น แม้นสักคำก็มิมีบอกให้ซื่อเฟิงมู่บิดาตนรู้ว่า ตลอดเวลาที่นางใช้ชีวิตอยู่ที่จวนเเม่ทัพเเห่งนี้ต้องทนรับความอัปยศเพียงใด หนึ่งปีก่อนหน้านี้ “มีราชโองการเเม่ทัพใหญ่ สกุลหยาง นามหลู่เมิ้ง มีความชอบใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน จึงประทานสมรสให้เเต่งกับ สตรีสกุลซื่อ นามหยาเหยา เป็นภรรยา จบราชโองการ!! ” หลู่เมิ้งโค้งคำนับรับราชโองการ….. ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ การเเต่งงานการเมืองเช่นนี้ผู้ใดจะพึงใจกัน!! . . คืนวันเเต่งงาน ภายในห้องหอหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่างามล้ำซ้ำยังเป็นหยกล้ำค่าเเห่งจวนอัครเสนาบดี กำลังนั่งใบหน้าเเดงกล่ำมีเพียงพัดเป็นฉากกั้นกลางระหว่างนางกับบุรุษที่นางรักเเละหมายปอง สตรีเช่นนางหากเเต่งเข้าจวนอ๋องหรือวังไท่จื่อ เกรงว่าจะเหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ เเต่นางหยาเหยา… รักบุรุษผู้นี้มาตั้งเเต่เเรกพบสบตา ใช้วิธีการต่างๆ นาๆ สุดท้ายให้บิดาผู้เป็นเอกอัครเสนาบดี ทูลต่อฮองเต้ ให้เเต่งนางเข้าจวนเเม่ทัพ หลู่เมิ้งในวัยยี่สิบเจ็ดปี.. มีรูปกายเป็นทรัพย์อันลำค่า บุรุษในวัยหนุ่มร่างกายกำยำ มากด้วยสติปัญญา ซ้ำยังมิเคยยุ่งเกี่ยวสตรี รอยยิ้มอันงดงามตราตรึงใจนางไว้ได้ “สมใจเจ้าเเล้วสินะ?? ” “ท่านพี่ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” หร่งเหยาเอ่ยขึ้น ทั้งที่บุรุษผู้นั้นเพิ่งเปิดประตูเข้ามาเเท้ๆ กลับเอ่ยวาจาประหลาดนัก “ก็ที่เเต่งเข้าจวนข้าได้ คงสมใจเจ้าเเล้ว?? ” “เรื่องนั้น….” หยาเหยายิ้ม “ท่านพี่ ท่านจะไปไหนเจ้าคะ ยัง.. ยังไม่ได้….” “ราชโองการเพียงให้ข้าเเต่งเจ้าเข้าจวน.. มิได้บอกให้รักเจ้า ให้ดีต่อเจ้า หรือห้ามให้ข้าออกจากห้องหอไปเสพสุขกับสตรีนางอื่น” ‘ปั่ง!! ‘ เสียงประตูปิดดังลั่นจนร่างบางต้องสะท้านด้วยความตกใจ.. บุรุษผู้นี้ใช่บุรุษที่นางเฝ้ารัก ที่นางถนอมกายใจ ไว้มอบให้เขาจริงหรือ ใช่บุรุษที่มีรอยยิ้มงดงามที่นางพบวันนั้นใช่หรือไม่?? เหตุใดเขาจึงใจร้ายต่อนางนักหยาเหยา ผู้ไม่เคยถูกกระทำรุนเเรงต่อจิตใจเช่นนี้ถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่… …………… โรงเตี้ยมฟูหลัว “ท่านเเม่ทัพวันนี้เป็นคืนเข้าหอเเท้ๆ เหตุใดท่านจึงออกมาดื่มเหล้ากับพวกข้าเช่นนี้เล่า ฮูหยินมิเคืองท่านเเย่หรือ” “จะพูดถึงนางทำไมกัน” “อ่าว.. นางเป็นภรรยาท่าน?? ” “หึ… นางเพียงเเต่งเพื่อเสริมอำนาจให้บิดานางเพียงเท่านั้น อย่าได้สนใจเลย” “ท่านเเม่ทัพ เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น” “ให้ข้าคิดเป็นอื่นได้อย่างไรเล่า หน้าก็มิเคยพบ.. จะให้รักหรืออย่างไร?? ” สามวันต่อมา หลู่เมิ่งออกจากจวนไปสามวันพึ่งกลับ… กลับมาเขาคิดว่าหยาเหยามิพ้นต้องโกรธเป็นฟืนไฟ หากเเต่ตรงกันข้าม.. พอถึงจวนนางกลับยกอาหารยกน้ำชามาต้อนรับเขาด้วยสีหน้ายิ้มเเย้ม ใบหน้าของหญิงสามวัยเเรกเเย้ม….. งดงาม งดงามสมคำร่ำลือ กริยาอ่อนหวานอ่อนโยนน่าถนอมยิ่ง สายตาที่นางมองเขาราวกับกระต่ายน้อยเเสนเชื่อง “ท่านพี่ ท่านกลับมาเเล้ว ข้าทำอาหารไว้รอท่าน” “ไม่ต้องลำบากหรอก บ่าวไพร่ในจวนก็ออกมาก” “ไม่ลำบากเจ้าคะ เพื่อท่านพี่ น้องเต็มใจ” “ดี!! เช่นนั้น.. นับจากวันนี้ไปงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวข้า ไม่ว่าจะเสื้อผ้า อาหารการกิน น้ำที่ข้าอาบ ให้เจ้าเป็นคนจัดการเองทั้งหมด” “เอ้?? ” “ทำไม.. ทำไม่ได้หรือ” “ได้.. ได้เจ้าคะ” หลังจากวันนั้นเสื้อผ้าทุกตัวของหลู่เมิ่งก็ต้องให้หยาเหยาเป็นคนจัดการซักเองกับมือ อาหารทุกอย่างก็เป็นหยาเหยาที่เป็นคนจัดเเจง น้ำที่เขาใช้อาบก็เป็นนางตระเตรียมให้ทุกเย็น.. นางคอยเติมน้ำปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะเพื่อให้ หลู่เมิ้ง สุดที่รัก ดวงใจของนางพอใจ.. ลำบากเพียงใดนางมิเคยปนิปากบ่น สามเดือนผ่านไป หยาเหยาทำหน้าที่ทุกอย่างมิขาดตกบกพร่อง.. อีกฝ่ายกับคิดไปอีกทาง คิดว่านางทนทำเช่นนี้ก็เพราะเพื่ออำนาจของตระกูลนางจะได้มั่นคงเพียงเท่านั้น

Comment

Options

not work with dark mode
Reset