วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ – ตอนที่ 307 : รสชาติแรกของความรัก

คุณย่าเซียวพูดอย่างไร้กังวล “ยัยหนูนี่ แค่ไม่เข้าใจ ฉันกับพ่อของคุณอยู่มา90กว่าปีแล้ว ได้กำไรแล้ว แม้ว่าฉันจะจากไปในวันพรุ่งนี้ นั่นก็เป็นลิขิตของสวรรค์ มีอะไรที่น่าเศร้าล่ะ”

แม่พูดเช่นนี้ น้ำตาเสี่ยวซีหร่านก็ไหลออกมา ร้องจนน้ำตาเปื้อนหน้าไปหมด

ต้วนอีเหยารู้สึกแย่มากที่ตนเองอยู่ที่นี่ ว่าแล้วเธอก็ควรจะกลับไปกินยา ก็เลยบอกลาทุกคนแล้วออกจากห้องผู้ป่วยไป

“กำไลหยกนี้ฉันไม่ต้องการแล้ว คุณก็ส่งคืนให้ท่านเถอะ” ต้วนอีเหยานำกำไลหยกที่ถอดออกมาส่งให้เย่จิงเหยียน

เขาคิดถึงผลลัพธ์นี้มาก่อนแล้ว ก้าวถอยหลังทันที สองมือไพล่ไว้ด้านหลัง “ในเมื่อคุณรับมันไว้ต่อหน้าต่อตา จะเอามาคืนกลับไปลับหลังอีกหรอ? ฉันไม่ว่าหรอก นี่เป็นของที่คุณย่าให้คุณ ถ้าจะคืนคุณก็ไปคืนด้วยตนเอง”

นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนอีเหยาขอแล้วเย่จิงเหยียนไม่ปฏิบัติตาม ต้วนอีเหยาหมดหนทาง “แต่ว่าฉันใส่มันไม่สะดวก”

“งั้นคุณก็วางมันไว้ในตู้ สรุปคือฉันจะไม่เก็บรักษาของสิ่งนี้ไว้แทนคุณอย่างแน่นอน” ล้อเล่น ของขวัญที่พบกันของคุณย่าเสี่ยวที่จะให้หลานสะใภ้อยู่ที่เขานี่แล้ว ไม่ได้เท่ากับว่าจะไม่ให้ใช่ไหม? เย่จิงเหยียนไม่ได้โง่

เห็นว่าเย่จิงเหยียนแน่วแน่เช่นนี้ ต้วนอีเหยาก็ไม่ได้ยืนกรานต่อ ก็เลยต้องนำกำไลหยกใส่ไว้ในกระเป๋า ใส่อย่างดี “โอเค คุณไม่ต้องส่งฉันแล้ว เข้าไปเถอะ”

“ฉันจะไปส่งคุณที่หน้าบันได ไปกันเถอะ”

ต้วนอีเหยาเดินเคียงไหล่เขาไป แล้วพูดว่า “ฉันรู้จักผู้อำนวยการของโรงพยาบาล ถ้ามีอะไรจำเป็นคุณบอกฉันได้เลยนะ”

“อืม โอเค” ในใจเย่จิงเหยียนแสนจะหวานชื่น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ความตั้งใจ แต่เขาวินิจฉัยได้ชัดเจนเพียงฝ่ายเดียว ว่านี่คือการพบพ่อแม่แล้ว

บางทีคุณพ่อเซีนอาจจะทิ้งภรรยาตนเองไม่ลง บ่ายในวันนั้น เขาจึงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนเห็นช่วงเวลาอันตรายผ่านไป ก็ทยอยกันออกไป

เย่ฉ่าวเฉินกับลูกชายเดินอยู่ด้านหลัง พูดเหน็บแนมว่า “คุณนี่เพื่อไล่ตามสาว ก็วิ่งมาโรงพยาบาลทุกวันเลยนะ งานการไม่ทำแล้วใช่ไหม?”

“บริษัทก็ดำเนินการได้ปกติมาก” เย่จิงเหยียนยิ้มตอบ “พ่อ ถ้าบริษัทขาดเจ้านายไปก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ นั่นหมายความว่ากลไกของมันมีปัญหาร้ายแรง ฉันไม่อยู่ บริษัทก็ยังดำเนินการได้ตามปกติ เช่นนั้นก็แสดงให้เห็นว่าพ่อได้สร้างชุดระบบที่สมบูรณ์แบบไว้ให้เย่ฮวางแล้ว”

“ไอ้หนู ฉันไม่ต้องการการประจบสอพลอของคุณ” เย่ฉ่าวเฉินด่าด้วยรอยยิ้ม “สาวน้อยก็ต้องไล่ตาม งานก็สำคัญทิ้งไม่ได้ รู้ไหม?”

“รู้แล้ว มีเรื่องอะไรที่สำคัญ พวกเขาก็จะส่งมาที่อีเมลล์ของฉัน ฉันจะจัดการทุกคืน”

“งั้นก็ดี” เย่ฉ่าวเฉินยังอยากจะพูดคุยถึงต้วนอีเหยา แต่คิดๆดูแล้วก็ไม่พูดดีกว่า นี่เป็นเรื่องของลูกชาย ผู้ใหญ่อย่างเขานี้อย่าเข้าไปร่วมน่าจะดีกว่า

ผ่านไปสองสามวัน แผลบนร่างกายของต้วนอีเหยาก็ดีขึ้นมากแล้ว แผลที่หลังและบริเวณหน้าอกไม่เพียงแต่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผิวหนังขาวเนียนขึ้นมาก ตอนนี้เหลือแค่แผลผ่าตัดที่ท้องน้อย

ในใจเธอกระสับกระส่ายมาก อยากจะออกจากโรงพยาบาลในวินาทีต่อมาเลย แต่มีการควบคุมของผู้นำต้วนอยู่ ไม่ว่าเธอจะร้อนใจอีกแค่ไหนกได้แต่อดทน ด้วยเหตุนี้วันๆได้แต่ฝึกฝนออกกำลังกายกับชิงหลงไป

เย่จิงเหยียนเห็นว่าเธอเบื่อจริงๆ จึงพูดว่า “คุณรู้เทคนิคของชิงหลงเกินไป นี่ไม่มีประโยชน์อะไร เอาอย่างนี้ไหม ฉันจะช่วยคุณประลองฝีมือเป็นยังไง?”

ต้วนอีเหยากับชิงหลงหยุดดัมเบลในมือพร้อมกัน กล่าวโดยพร้อมเพรียงกันว่า “คุณก็มีเทคนิคด้วยหรอ?”

“เคยเรียนตอนเด็กๆ” เย่จิงเหยียนกล่าวอย่างถ่อมตัวมาก

ชิงหลงเดินเข้ามาอย่างกระตือรือร้น บีบไหล่ของเขา ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ร่างกายคุณมีกล้ามเนื้อน้อยขนาดนี้ ระวังหัวหน้าเราจับโยนเป็นลูกเจี๊ยบนะ”

“งั้นก็ต้องประลองกันหน่อย ไม่ประลองกันจะรู้ได้อย่างไรว่าใครแพ้ใครชนะ?” เย่จิงเหยียนใช้สายตายั่วยุมองไปที่ต้วนอีเหยา

“โอเค จะว่าไปเราก็รู้จักกันมานานขนาดนี้ ยังไม่เคยประลองฝีมือกันเลยจริงๆ” ต้วนอีเหยาทิ้งดัมเบล เช็ดเหงื่อบนหน้า เธอไม่ได้รับการต่อสู้กับคนอื่นมานานแล้ว ยีนความปรารถนาในการต่อสู้มันอยู่ในสายเลือด

เย่ฉ่าวเฉินรูผร่างหน้าตาเป็นลูกคนรวย นิ้วมือเคาะเบาๆบนโต๊ะ “เกมส์เช่นนี้มันน่าเบื่อเกินไป เรามาเดิมพันกันไหม?”

“เดิมพันอะไร?”

“ฉันแพ้ คุณให้ฉันทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง คุณแพ้ ฉันให้คุณทำอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง” ความเจ้าเลห์ประกายอยู่ในแววตาของเย่จิงเหยียน

ต้วนอีเหยาไม่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดิมพันแบบไหน แน่นอนว่าต้องเป็นเธอที่ชนะ

“โอเค ฉันรับคำท้า”

“อีเหยา คุณไม่ได้ถามฉันด้วยซ้ำว่าจะประลองอะไร ประลองยังไง ก็รำบคำง่ายๆอย่างนี้เลยหรอ?”

“ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรคนที่แพ้ต้องไม่ใช่ฉันอย่างแน่นอน” ต้วนอีเหยามั่นใจเต็มเปี่ยม

เย่จิงเหยียนยกยิ้ม “อีเหยา คุณอาจจะมั่นใจเกินไปหน่อยนะ”

ต้วนอีเหยาถูกเขาให้ความสนใจ ก็ไม่พูดเรื่องไร้สาระกับเขา พูดตรงๆเลยว่า “คุณบอกมาเถอะ จะประลองยังไง? ที่ไหน?”

เย่จิงเหยียนลุกขึ้น หยิบแอปเปิ้ลสีแดงหนึ่งลูกจากในจาน จากนั้นก็วางไว้บนหัวของชิงหลง “ก็คือที่ห้องนี้แหละ ง่ายมากๆ ใครหยิบแอปเปิ้ลได้ก็ถือว่าชนะ ชิงหลง คุณคือผู้ตัดสิน แต่ว่าห้ามขยับนะ”

“ห๊ะ? ให้ฉันเป็นเสาไม้ ถ้าคุณเตะฉันจะทำยังไง?” ชิงหลงรีบหยิบแอปเปิ้ลลงเพื่อคัดค้าน เขาเชื่อใจต้วนอีเหยา แต่ไม่ไว้ใจเจ้าหนุ่มละอ่อนนี่

เย่จิงเหยียนพูดอย่างจริงจังว่า “คุณวางใจเถอะ ฉันไม่เตะคุณอย่างแน่นอน”

ชิงหลงยอมเสียศักดิ์ศรีสักนิด “ไม่ได้ไม่ได้ ฉันยังอยากเห็นหัวหน้าจับคุณห้อยแล้วเฆี่ยนตีจะเป็นอย่างไร”

เย่จิงเหยียนหัวเราะ “นี่คุณก็ตรงไปตรงมาเกินไป”

ต้วนอีเหยาพูดประโยคสุดท้าย “ชิงหลง เอาแอปเปิ้ลวางขึ้นไป แล้วห้ามขยับ”

“ครับ” ชิงหลงจำใจอย่างยิ่ง จำเป็นต้องวางแอปเปิ้ลไว้บนหัว

เย่จิงเหยียนถอดเสื้อโค้ทโยนลงบนเตียง เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำ ดูไม่ออกว่ามีกล้ามเนื้อแค่ไหน แต่ที่แปลกใจไม่น้อยก็คือ รูปร่างของเขาได้สัดส่วนดีมาก ไหล่กว้างเอวคอด รูปร่างสมบูรณ์แบบ

ขยับไหล่สองที ยิ้มนิดๆแล้วพูดว่า “เริ่มเลยไหม?”

ต้วนอีเหยาต่อคู่ต่อสู้ จิตใจก็สงบลงมา มองไปที่เย่จิงเหยียนอย่างเย็นชา คิดแค่ว่าเขาเป็นคู่ต่อสู้

ชิงหลงเห็นว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้ว พูดเสียงดังว่า “สามสองหนึ่ง การประลองเริ่มได้”

พื้นที่ในห้องผู้ป่วยมีไม่มาก มีโต๊ะและม้านั่งและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ดังนั้นจึงมีสถานที่เหลือให้คนแสดงความสามารถเตะต่อยไม่มากนัก แต่พอดีกับมาตรฐานการแสดงออกของคนสองคน

“เริ่มได้”สองคำตกลง ฉับพลันชิงหลงก็รู้สึกถึงลมกำปั้นค่อยๆเข้ามา เขาตกใจจนรีบหลับตา โชคดีที่ลมกำปั้นนี้แฉลบผ่านใบหน้าเขา เมื่อลืมตาขึ้น ต้วนอีเหยากับเย่จิงเหยียนก็เริ่มต่อสู้กันแล้ว

เชี่ยยย นี้ยังเป็นหนุ่มละอ่อนคนนั้นที่ตนเองรู้จักอยู่หรือเปล่า?

ชิงหลงเกือบจะตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เย่จิงเหยียนตรงหน้าเขาราวกับว่าเป็นคนละคน การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและดุเดือดเป็นพิเศษ อีกทั้งยังรวดเร็วอย่างมาก ทุกครั้งที่ต้วนอีเหยากำลังจะได้แอปเปิ้ล เย่จิงเหยียนก็โดดอย่างว่องไวขึ้นมาเพื่อแย่งเธอ จากนั้นทั้งสองคนก็ต่อสู้กันต่อ

การต่อสู้ระดับปรมาจารย์ แพ้ชนะสามารถตัดสินได้ทุกลมหายใจ ชิงหลงไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่บุกโจมตีหัวหน้าเช่นนี้มานานแล้ว

หัวใจของชิงหลงพองขึ้นมา ลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เขากังวลอะไร เย่จิงเหยียนจะเตะเขา

ทั้งสองคนมุ่งมาทางฉัน ทุกการเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำ ความเร็วเท้าเย่จิงเหยียนยิ่งเร็วขึ้น เพราะเขาพบว่าต้วนอีเหยาเก่งมากจริงๆ อาศัยฝีมืออย่างเดียวเอาชนะเธอไม่ได้ จำใจต้องยืมความสามารถเหนือธรรมชาติ แต่ตอนใช้ก็ไม่สามารถทำให้ชิงหลงดูออกได้

ต้วนอีเหยาตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ การลงมือยิ่งรวดเร็วดุดันขึ้น คือเธอ เรียนรู้ท่าไม้ตายที่ถึงแก่ชีวิต เพิ่งเริ่มต้นพราะฝ่ายตรงข้ามคือเย่จิงเหยียน ไม่ใจแข็งพอที่จะใช้กลอุบายเหล่านี้กับเขา แต่ไม่นานเธอก็พบว่า เย่จิงเหยียนเก่งกว่าที่เธอคิดไว้มาก ไม่ว่าจะพลิกแพลงแค่ไหนก็หลบหลีกได้ ฉะนั้น ต้วนอีเหยาก็ใช้ความสามารถที่ดีๆออกมา

ชิงหลงรู้สึกได้ถึงเงาดำสองเงาที่แวบไปมาตรงหน้าไม่หยุด การต่อสู้ในชั่วพริบตาเดียว เดิมทีที่ทั้งสองคนยังอยู่ด้านหน้าโต๊ะนี่ไปอยู่หลังโต๊ะแล้ว

ต้วนอีเหยาโจมตี เย่จิงเหยียนก็ป้องกัน หนึ่งเดินหน้าหนึ่งถอยหลัง เติมเต็มซึ่งกันและกัน

สู้กันประมาณสิบนาที เย่จืงเหยียนเห็นว่าหน้าผากขิงต้วนอีเหยามีเหงื่อออก เกรงว่าบาดแผลของเธอจะมีปัญหา เลยตัดสินใจยุติการแข่งขันนี้ หลังจากที่หลบหลีกขาของเธอ ก็รีบมุ่งไปทางชิงหลง แววตาต้องการจะหยิบแอปเปิ้ล แขนอีกข้างถูกดึงไปด้านหลัง แอปเปิ้ลเฉียดนิ้วมือไป

แต่เย่จิงเหยียนไม่ยอมแพ้ เขาจำเป็นต้องรับคำสัญญานี้กับต้วนอีเหยา ดังนั้น การแข่งขันครั้งนี้เขาต้องไม่แพ้อย่างแน่นอน

ด้วยความแข็งแกร่งของต้วนอีเหยา เย่จิงเหยียนจิงหมุนตัวกลับ จับเธอไว้ในอ้อมแขนด้วยมือข้างเดียว แล้วอีกข้างหนึ่งไปหยิบแอปเปิ้ล ครั้งนี้ เย่จิงเหยียนใช้ความแข็งแกร่งอย่างมาก ต้วนอีเหยาพยายาทจะดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่สำเร็จ ได้แต่มองดูแอปเปิ้ลสีแดงตกอยู่ในมือของใครบางคน

แผนการของเย่จิงเหยียนประสบความสำเร็จ มองไปที่ต้วนอีเหยาอย่างมีชัย นำแอปเปิ้ลมาถือไว้ตรงหน้าเธอ พูดอย่างถ่อมตัวว่า “ขอบคุณผู้นำต้วนมากที่ยกให้”

การต่อสู้รอบนี้ต้วนอีเหยาสบายอกสบายใจอย่างมาก นานแล้วที่เธอไม่ได้พบคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกัน ที่เธอพึงพอใจก็คือกระบวนการ ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจถึงผลลัพธ์

“ถือว่าฉันแพ้แล้ว คุณอยากให้ฉันทำอะไร?” ต้วนอีเหยายอมรับการพ่ายแพ้ การต่อสู้กับเย่จิงเหยียน โดยพื้นฐานเธอไม่ได้โจมตี ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอก็แพ้แล้ว

มีเพียงตัวเย่จิงเหยียนเองที่รู้ เขาชนะด้วยความประหม่าเล็กน้อย “ยากที่จะเดิมพันสักอย่างหนึ่ง ฉันต้องการกลับไปคิดให้ดีๆ”

“โอเค งั้นคุณคิดให้ดีๆ คิดดีแล้วมาบอกฉัน”

ชิงหลงตกตะลึงตาค้าง ความเคารพต่อเย่จิงเหยียนเปรียบเสมือนสายน้ำของแม่น้ำฮวงโหที่พุ่งพล่านอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จับมือของเย่จิงเหยียนอย่างตื่นเต้น ในดวงตาล้วนเป็นประกาย “ละอ่อน ไม่ๆๆ เย่จิงเหยียน คุณเก่งกาจมากเลย คาดไม่ถึงว่าคุณจะชนะหัวหน้าของพวกเรา โอ้มายก็อด คุณคือพระที่กวาดล้างในนวนิยายกำลังภายในจริงๆ ซ่อนตัวไม่มีคนรู้จัก แม่เจ้า ไม่ได้ ฉันตื่นเต้นเกินไปแล้ว ให้ฉันใจเย็นหน่อยๆ”

ต้วนอีเหยาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก “ไอ้หมอนี่ ฉันคือหัวหน้าคุณแพ้คุณทำไมถึงดีใจขนาดนี้?”

“แน่นอน ในที่สุดก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่ชนะคุณ นี่เป็นเกียรติภูมิให้ผู้ชายอย่างพวกเรา ฉันจะไม่ดีใจได้หรอ?” ชิงหลงโอบไหล่ของเย่ชิงเหยียน ร่าเริงยินดี “น้องชาย ฉันเห็นด้วยที่คุณและหัวหน้าของพวกเราคบกัน”

ต้วนอีเหยาเหยียบลงไปบนเท้าของเขา “เรื่องของฉันต้องใช้การเห็นด้วยของคุณหรอ?”

“หัวหน้า หลายปีมานี้ ในที่สุดก็มีคนชนะคุณแล้ว การปะทะนี้ ฉันเชื่อว่าพี่น้องพวกเราจะต้องยอมรับละอ่อน…….เย่จิงเหยียนแน่”

เย่จิงเหยียนยืนยิ้มอยู่ด้านข้างอย่างอ่อนโยน ในที่สุดก็พูดว่า “คือฉันฟลุ๊คเอาชนะได้ อีเหยาเก่งมาก”

“คุณไม่ต้องถ่อมตัว ฉันแพ้ก็คือแพ้ ไม่มีอะไรต้องขายหน้า” ต้วนอีเหยาเป็นคนที่เข้มงวดกับข้อเรียกร้องของตนเองอย่างมาก มีจิตใจเข้มแข็งที่จะยอมรับชัยชนะหรือความพ่ายแพ้

“อันที่จริง……” เย่จิงเหยียนหยุดไปชั่วขณะ เข้าไปกระซิบข้างหูเธอว่า “ฉันใช้ความสามารถพิเศษ ไม่เช่นนั้นก็สู้คุณไม่ได้จริงๆ”

ต้วนอีเหยาเบิ่งตาโตอย่างประหลาดใจ มิน่าล่ะ เธอก็รู้สึกว่าการกระทำของเย่จิงเหยียนรวดเร็วผิดปกติ หลายครั้งที่ผิดกฎของธรรมชาติ

“ถ้าคุณคิดว่าชัยชนะของฉันไม่องอาจล่ะก็ สามารถ……..”

“พูดอะไรน่ะ ไม่ว่าคุณจะชนะยังไง นั่นล้วนเป็นฝีมือของตัวคุณเอง ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ของฉัน” ต้วนอีเหยาเข้าใจคุณธรรมอย่างลึกซึ้ง พูดอย่างจริงจังว่า “แบบนี้แล้วกัน หลายวันมานี้ฉันและชิงหลงต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย คุณมาเป็นคู่ฝึกซ้อมให้พวกเรา ฉันจ่ายค่าจ้างให้คุณ”

“ค่าจ้าง?” เย่จิงเหยียนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก “อีเหยา คุณคิดว่าฉันขาดแคลนเงินไหม?”

“งั้นคุณต้องการอะไร? พวกเราไม่สามารถให้คุณเป็นคู่ฝึกซ้อมโดยไร้ผลประโยชน์ได้”

ชิงหลงยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า “หัวหน้า เย่จิงเหยาต้องการอะไรคุณไม่รู้เลยหรอ?”

ต้วนอีเหยาเลิกคิ้วเล็กน้อย ใช้น้ำเสียงที่เป็นอันตรายพูดว่า “คุณรู้หรอ?”

ชิงหลงกระโดดไปยังหน้าประตูเหมือนกระต่าย “ฉันไม่รู้” หลังจากนั้นก็วิ่งหนีหายวับไปกับตา

ห้องผู้ป่วยเหลือไว้พียงคนสองคน เย่จิงเหยียนรินน้ำอุ่นให้เธอ แสดงออกอย่างลึกซึ้งมาก “คุณไม่ต้องให้อะไรฉันทั้งนั้น คุณเปลี่ยนตนเองให้แข็งแรงขึ้น ฉันก็สบายใจ บางครั้งฉันก็คิดว่า ถ้าฉันไม่มีเย่ฮวางกรุ๊ป ฉันก็จะไปเป็นทหารกับคุณ แบบนี้ฉันก็จะสามารถอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนคุณได้ ปกป้องให้คุณปลอดภัย ไม่ให้คุณได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ชัดเจนว่าฉันทำไม่ได้เลยสักนิด ดังนั้นจึงทำได้เพียงเฝ้ารอให้คุณพยายามดูแลตนเองให้ดี ฉันก็จะสามารถนอนหลับได้อย่างสงบ”

ต้วนอีเหยาจ้องมองผู้ชายตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง เธอไม่ใช่คนที่เฉียบแหลม ไม่เคยนึกถึง ผู้ชายที่ร้อนแรงในสายตาของผู้หญิงคนอื่น คาดไม่ถึงว่าจะคิดใคร่ครวญถึงสถานภาพของตนเองเช่นนี้

ใจ ไม่ใช่ไม่ตื่นเต้น แต่รู้สึกซาบซึ้งใจต่อเขา ไม่มีอะไรจะอธิบาย

ต้วนอีเหยาหน้าแดงไปถึงลำคอ พูดข้างๆคูๆว่า “ฉันไม่ได้”

“งั้นทำไมคุณถึงจูบฉัน?”

“เมื่อกี้พูดไปแล้ว นั่นเป็นการขอบคุณ”

“โอ้~” เย่จิงเหยียนพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “แต่ฉันรู้สึกว่าการขอบคุณนั้นเบาไปหน่อย จะต้องเพิ่มความหนักเข้าไปซะแล้ว”

“คุณได้รับของขวัญคนเดียว ทำไมสามารถคลางแคลงใจว่าของขวัญเบาได้ล่ะ? เวลานี้หัวของต้วนอีเหยาไม่เข้าใจชัดเจน ฉันทำได้เพียงทำตามความคิดของเย่จิงเหยียนไป

เย่จิงเหยียนอมยิ้ม ดูตาคู่หนึ่งที่แตกต่างกันเป็นประกาย เสียงลึกซึ้งดึงดูดให้คนสะเทือนอารมณ์ “ใช่ คือฉันไม่ดี แต่ต่อไป กับคุณรับเพียงของขวัญเบื้องหลังเท่านั้น”

“ฝันไปเถอะ” ต้วนอีเหยาดิ้นออกจากการหยุดยั้งของเขา หันตัวกลับไปไม่มองเขา

โอ้มายก็อด เสน่ห์แรงเกินไปแล้ว มองต่ออีกสักวินาทีต้วนอีเหยากลัวว่าตนเองจะโผไปคว้าเขามา

เย่จิงเหบามองภาพด้านหลังเธอที่เขินอาย ยกมือทั้งคู่ขึ้นแล้วลง อยากจะกอดเธอจากด้านหลังแบบนี้ จากนั้นก็ไม่ปล่อยมือไปตลอดกาล แต่เขายังคงไม่กล้า วันนี้ได้รับมามากพอแล้ว ได้มาอีก เขากลัวว่าลูกแมวจะโกรธ

“อีเหยา นี่เป็นจูบแรกของฉัน” เย่จิงเหยียนพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวล ไพเราะมาก เขาจะจดจำไปชั่วชีวิต

ต้วนอีเหยาหันกลับมาในชั่วพริบตา “ฉันไม่รับผิดชอบหรอกนะ”

เย่จิงเหยียนแสยะยิ้ม “แน่นอน แต่ถ้าคุณอยากให้ฉันรับผิดชอบ ฉันก็เต็มใจอย่างมาก”

“คุณคุณ…..” ไอคิวของต้วนอีเหยาเวลานี้มีเพียงครึ่งหนึ่งของปกติ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่จิงเหยียนจริงๆ ด้วยเหตุนี้จึงดึงมือของเขาโดยตรง นำเขาผลักออกนอกประตูไป กล่าวอย่างเง้างอนว่า “ตอนเย็นคุณไม่ต้องมาแล้ว”

“ตอนเย็นคุณจะทานข้าวยังไง?”

“คุณไม่ต้องสนใจ ยังไงก็ไม่หิวตายหรอก” พูดจบ ต้วนอีเหยาก็ปิดประตู”ปัง” หมุนตัวกลับพิงด้านบน หัวใจเต้นตุบๆๆ หญิงสาวกลับมานึกถึงจูบนั้นเมื่อกี้นี้ มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกขึ้น

เย่จิงเหยียนยืนอยู่ข้างนอกครึ่งนาทีแล้วจึงไป

ได้ยินเสียงฝีเท้านอกประตูจากไปแล้ว ต้วนอีเหยาจึงขึ้นบนเตียง จากนั้นก็ใช้ผ้าห่มห่อตัวเองแน่น นิ้วมือสัมผัสที่ริมฝีปากเล็กน้อย คล้ายกับว่าตรงนี้ยังมีกลิ่นอายเขาหลงเหลืออยู่

แปดปีแล้ว ในที่สุดก็ได้มอบจูบแรกแล้ว อีกทั้งยังรู้สึกดีมาก รสชาติของเขา เธอก็ชอบอยู่นะ

เพียงแต่ทำไมตนเองถึงใจร้อนแบบนั้นล่ะ? คาดไม่ถึงว่าจะไปถามเขาเอง? ต้วนอีเหยา การมีเหตุผลของคุณล่ะ? ถูกหมูกินไปแล้วหรอ?

ต้วนอีเหยาตบเบาๆที่ศีรษะของเธอ แอบดีใจไปพลางเสียใจไปพลาง จริงๆคือเสียใจดีใจเกิดขึ้นพร้อมกัน

ทางด้านนี้ เย่จิงเหยียนที่นั่งอยู่ในรถด้วยจิตใจที่สงบมีเพียงความตื่นเต้นและความดีใจ จนกระทั่งตอนนี้ เขายังไม่อยากจะเชื่อเรื่องราวเมื่อกี้นี้ ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงออกแบบใจเย็นแบบนั้น แต่พระเจ้าย่อมรู้ดีว่า เขากังวลมากขนาดไหน เหงื่อที่ฝ่ามือออกเป็นชั้นๆ

เฮ้อ……..

เย่จิงเหยียนทอดถอนใจอย่างพึงพอใจ ความรู้สึกนี้ เขาจะติดเป็นนิสัย อีกทั้งชั่วชีวิตนี้คงจะเลิกไม่ได้

ตอนเย็นเย่จิงเหยียนไม่ได้มาส่งอาการเย็นให้จริงๆ แต่เย่ชูวเสวียมา

ต้วนอี้เหยามองไปที่สาวสวยน่ารักที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู ชั่วเวลาเดียวก็ไม่แน่ใจเล็กน้อย “คุณมาทำไม? พี่ชายคุณไม่ได้อยู่ที่นี่”

“ฉันรู้แล้ว ก็คือพี่ชายให้ฉันมา สาวน้อย นี่คือพี่ชายให้ฉันเอาอาหารมาให้ พี่บอกว่า พรุ่งนี้เขาจะมาเอากล่องข้าว” เย่ชูวเสวียนำกล่องข้าวยัดใส่ในมือของเธอ จากนั้นก็ยิ้มตาหยีแล้วพูดว่า “สาวน้อย บ๊ายบาย”

“แล้วเจอกัน”

ต้วนอีเหยาก้มหน้ามองกล่องข้าวในมือ อดไม่ได้ที่จะยิ้ม

เธอคิดว่า เธอคงชอบเจ้าหมอนี่เข้าแล้ว

เป็นไปตามที่พยาบาลบอกจริงๆ ผู้ชายคนนี้ ไม่มีใครสามารถต้านทานได้

เย่ชูวเสวียกลับถึงรถ ยื่นมือออกมาแล้วพูดว่า “ส่งแล้ว ของที่ฉันต้องการล่ะ?”

เย่จิงเหยียนล้วงกระเป๋าเงินออกมาแล้วดึงรูปภาพเก่าๆรูปหนึ่งออก เย่ชูวเสวียแย่งเอาไป ซ่อนไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว “พี่ ต่อไปห้ามใช้รูปน่าเกลียดแบบนี้มาคุกคามฉันอีก”

เย่จิงเหยียนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “น่าเกลียดตรงไหน? ฉันคิดว่าน่ารักมากเลยนะ”

“อ้อ คุณคิดว่าการสวมผ้าอ้อมแล้วกัดเท้าของตนเองคือน่ารักงั้นหรอ? งั้นคุณจัดท่าทางแบบนั้นแล้วฉันจะถ่ายให้รูปหนึ่ง?” เย่ชูวเสวียโกรธ

“ฉันไม่ใช่คนโง่” เย่จิงเหยียนหันกลับไปมองแสงไฟชั้นหกเล็กน้อย แล้วจึงขับรถออกไป

บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องราวของเมื่อวาน วันนี้ต้วนอีเหยาเลยไม่กล้าสบตาต้วนอีเหยาโดยตรง กลับกันสายตาของเย่จิงเหยียนกลับวนเวียนอยู่ที่ตัวเธอโดยตลอด

เย่จิงเหยียนตัดจบสภาวะที่นิ่งเงียบนี้ “ทานข้าวเสร็จพวกเราทำอะไร?”

ต้วนอีเหยาก้มหน้าก้มตาทานข้าวไม่พูดจา ชิงหลงชำเลืองมองตาเจ้านาย เลยเอ่ยปากพูดว่า “ตอนเช้าทำการฝึกซ้อมง่ายๆสักเล็กน้อย ตอนบ่ายคุณก็เป็นคู่ฝึกซ้อมให้พวกเรา”

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

วิวาห์สายฟ้าแลบ กับคุณสามีผู้ลึกลับ

“ผู้หญิงคนนี้ ฉันต้องการแล้ว” มู่เวยเวยซึ่งถูกแฟนหนุ่มขายตัวเธอไป จนเธอต้องกลายเป็นภรรยาของเย่ฉ่าวเฉิน ภายในห้อง ความดุของเขาทำให้เธอทรุดลง “คุณแต่งงานกับฉันด้วยเหตุผลอะไร” ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “แต่งงานกับคุณ แน่นอนว่าเพื่อที่จะได้รังแกคุณไง” หลังจากนั้น…………. “คุณห้ามคิดถึงผู้ชายคนนั้น ไม่อย่างนั้นผมจะจัดการเขา” “ผู้หญิงของผมมีแค่ผมเท่านั้นที่จะรังแกได้ ใครกล้ามาแตะต้องคุณแม้แต่ปลายผม มันต้องตาย” “ใครบอกให้คุณไม่กลับบ้านตอนค่ำ ได้บอกผมรึยัง” ความทรมานที่ฉันพูดถึงมันเปลี่ยนรสชาติไปได้อย่างไร …………. เขาช่วยเธอ และปกป้องเธอเหมือนขุมทรัพย์ จนกระทั่งเธอพบว่าสามีที่เพิ่งแต่งงานคนนี้มีความลับที่เธอไม่รู้ … ห้องที่ห้ามเข้าใกล้ … ผู้ชายที่มีม่านตาสีม่วงและดวงตาเป็นประกาย … ทั้งสองหน้าเหมือนกันมาก … ใครคือสามีที่แท้จริงของเธอ?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset