สุดยอดรัชทายาท – ตอนที่ 12 ราชครูไป๋

ตอนที่ 12 ราชครูไป๋

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”

 

เสียงหัวเราะดังออกมาจากภายในรถม้า แล้วเสียงเดียวกันนั้นก็ได้กล่าวต่อไปอีกว่า

 

“ราชครูไป๋ ท่านเป็นผู้อบรมมารยาท บรรดาเชื้อพระวงศ์ ท่านคิดเช่นไรกับการกระทำเช่นนี้?”

 

ราชครูไป๋?

 

ราชครูไป๋ได้รับความเคารพอย่างสูงจากองค์รัชทายาท ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นขุนนางที่มีความซื่อสัตย์ และมิเคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นผู้อบรมมารยาทให้กับบรรดาเชื้อพระวงศ์มาเป็นเวลานานแล้ว

 

องค์ชายและองค์หญิงทุกพระองค์ต่างก็ได้รับการอบรมเรื่องมารยาทจากท่านราชครูไป๋ผู้นี้

 

ในขณะนั้นผู้คนต่างก็สังเกตเห็นชาย วัยกลางคนผู้หนึ่งลุกขึ้นจากที่นั่งในร้านน้ำชาขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนน

 

แม้ว่าเขาจะสวมเสื้อคลุมสีเทาซึ่งมีความธรรมดามาก แต่นั่นก็มิสามารถปกปิดความแข็งแกร่งและความสง่างามของเขาได้เลย

 

ท่านราชครูไป๋มีอายุห้าสิบกว่าปีแล้ว แต่ดูมีความอ่อนกว่าอายุจริงมาก

 

แม้แต่ผมของเขาก็มิมีแม้แต่ร่องรอยของสีเทาเข้ามาปะปนเลยแม้เพียงสักเส้นเดียว

 

ราชครูไป๋เข้าเฝ้ารถม้าขององค์รัชทายาท และแสดงความเคารพตามมารยาทพื้นฐานทันที

 

“ข้าน้อยคารวะองค์รัชทายาท”

 

เมื่อเห็นขุนนางระดับสูงคุกเข่าลงขณะที่กล่าวคำนับด้วยความเคารพเป็นอย่างสูง

 

ผู้คนภายในบริเวณนั้นจึงคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว และน้ำเสียงของพวกเขาก็เปลี่ยนไป

 

“องค์รัชทายาททรงพระเจริญ!”

 

แม้ว่าหลายคนจะคุกเข่าอยู่ด้านนอกรวมถึงขุนนางระดับสูงในราชสำนักอีกผู้หนึ่ง

 

แต่องค์รัชทายาทในรถม้าก็ยังมิออกมาเผยรูปลักษณ์อันทรงเสน่ห์ของเขา

 

“ลุกขึ้น!”

 

เสียงที่คมชัดนำมาซึ่งความรู้สึกบีบคั้น และตอนนี้ท่านราชครูไป๋มองเห็นม่านของรถม้ายังคงปิดสนิทอยู่เช่นเดิม ขณะที่เขาลุกขึ้นยืน

 

ชายวัยกลางคนผู้นี้เคยพบกับองค์รัชทายาทมาก่อน องค์รัชทายาทผู้นี้มักจะมีนิสัยขี้อาย

 

แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินเสียงอันทรงพลังนั้น ดูเหมือนจะมิได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว

 

เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทเก็บซ่อนความสามารถของตนเองเอาไว้

 

องค์ชายใหญ่มีความเย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่มิได้คุกเข่าลง เพื่อแสดงความเคารพต่อองค์รัชทายาท

 

แต่การยืนอยู่ในลักษณะนี้ทำให้เขารู้สึกค่อนข้างกังวลใจอยู่บ้าง

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราชครูไป๋มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมิพอใจ

 

แม้ว่าเขาจะเป็นถึงองค์ชาย แต่เขาก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นต่อขุนนางผู้นั้นอยู่ดี

 

เป็นเพราะมารดาของเขาได้กำชับให้เขาเชื่อฟังราชครูไป๋ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ตอนนี้ …

 

“ราชครูไป๋เป็นขุนนางที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งได้ทำงานให้ถึงสองราชวงศ์

 

แม้แต่องค์จักรพรรดิยังยกย่องว่าเป็นผู้ที่มีมารยาทงดงามที่สุดในแคว้นนี้

 

นับว่าองค์ชายผู้นี้ โชคดีที่ได้รับคำสั่งสอนจากท่าน ข้าสงสัยว่า ท่านราชครูไป๋คิดเช่นไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้”

 

น้ำเสียงขององค์รัชทายาทเงียบสงบปราศจากความโกรธเคืองใด ๆ หรือความมิพอใจแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้ผู้คนหนาวสั่นเข้าไปจนถึงกระดูก

 

องค์ชายเซิ่งเฉินเจ่าต้องการที่จะกลั่นแกล้ง และเย้ยหยันต่อองค์รัชทายาท

 

แต่เขาพบว่า ราชครูไป๋มองเขาด้วยสีหน้ามิพอใจ จากนั้นเสียงของท่านราชครูก็ดังขึ้นท่ามกลางผู้คน บนถนนที่พลุกพล่าน

 

“องค์ชายใหญ่ทำให้ทั้งองค์รัชทายาทและสาวใช้ของท่านต้องได้รับความอับอาย

 

แม้ว่าองค์ชายใหญ่จะอายุมากที่สุดในบรรดาองค์ชาย แต่ก็ยังมิทราบถึงความเหมาะสมเช่นนี้

 

กระหม่อมจะรายงานต่อองค์จักรพรรดิ และจะหาทางแก้ไขพฤติกรรมที่มิสมควรนี้”

 

องค์ชายเซิ่งเฉินเจ่าตื่นตระหนกเล็กน้อย เพราะหากฝ่าบาทได้ทรงทราบการกระทำของเขาในวันนี้

 

ก็เป็นไปได้มาก ที่เขาคงจะพลาดการได้รับตำแหน่งสำคัญในภายหน้า

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใดจะทราบได้ อาจจะมีองค์ชายอื่น ๆ คอยจ้องจะแทงข้างหลังเขาอยู่ เขาจึงส่งเสียงออกมาอย่างดัง

 

“ราชครูไป๋!”

 

องค์ชายเซิ่งเฉินเจ่ารีบเข้ามาร่วมในบทสนทนา พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

 

“องค์ชายผู้นี้เพียงแค่ต้องการที่จะล้อเล่นกับน้องชายเท่านั้น

 

หากองค์รัชทายาทใจคอคับแคบเช่นนี้ จะมีคุณสมบัติเป็นรัชทายาทของแคว้นนี้ได้อย่างไร!”

 

ดี! ดีมาก! แม้ในสถานการณ์ปัจจุบัน องค์ชายเซิ่งเฉินเจ่าก็ยังคงหาวิธีที่จะกล่าวเช่นนี้กับนาง

 

แต่เขาทราบหรือไม่ว่า คำกล่าวเช่นนั้นจะทำให้ราชครูไป๋มิพอใจมากขึ้นไปกว่าเดิม

 

แม้แต่สามัญชนจำนวนมากก็เริ่มมองมายังองค์ชายใหญ่ด้วยสายตาที่ดูแคลน

 

ในทางกลับกัน พวกเขากลับรู้สึกว่าองค์รัชทายาทที่มิเคยแสดงตัวเลยสักครั้งผู้นี้ คงจะได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีเยี่ยม

 

“ล้อเล่น เช่นนั้นรึ?”

 

เสียงจากในรถม้าดูเหมือนจะกลั้นเสียงหัวเราะมิอยู่

 

“ท่านพี่ชอบล้อเล่นมากเช่นนั้นหรือ แต่ข้าสงสัยว่า ท่านจะยังสนุกกับการล้อเล่นอยู่หรือไม่ เมื่อได้พบกับฝ่าบาทในครั้งหน้า

 

หรือบางทีท่านอาจจะมิมีโอกาสได้เข้าพบกับองค์รัชทายาทผู้นี้ หรือแม้แต่กับบิดาของข้าเลยเสียด้วยซ้ำ”

 

เสียงดูถูกเหยียดหยามนั้น เกือบจะทำให้องค์ชายเซิ่งเฉินเจ่าเสียสติ

 

แต่ก่อนที่เขาจะได้เปิดปากเพื่อพิสูจน์ตนเอง เสียงจากผู้ที่อยู่ในรถม้าก็กล่าวต่อไปว่า

 

“ราชครูไป๋ องค์ชายผู้นี้ ขอตัวก่อน”

 

ราชครูไป๋โค้งคำนับอย่างสุภาพ

 

และในตอนนี้เขาสามารถกล่าวได้ว่า ขณะนี้องค์รัชทายาทกำลังยืมมือเขาในการสั่งสอนองค์ชายใหญ่

 

แต่ถึงกระนั้น จากการที่สังเกตเห็นรัศมีที่ท่วมท้นของรัชทายาท จึงได้พบว่า

 

องค์รัชทายาทผู้นี้มีบางอย่างโดดเด่น ที่แม้แต่ฝ่าบาทก็มิสามารถเทียบได้ แม้ว่าในตอนนี้องค์รัชทายาทจะมีอายุน้อยก็ตาม

 

ซึ่งแน่นอนว่า ต่อไปภายหน้า ชายหนุ่มผู้นี้จะต้องทำให้หลายคนมิสามารถมองข้ามเขาไปได้

 

ทหารองครักษ์กำลังจะเคลื่อนรถม้าขององค์ชายใหญ่ออกไปให้พ้นทาง

 

แต่พวกเขากลับเห็นอู๋เหว่ยขับตรงผ่านออกไปด้วยความรวดเร็ว

 

ทำให้รถม้าขององค์ชายใหญ่ล้มคว่ำลง และเกิดเสียงดังกึกก้องขึ้น

 

แม้แต่ม้าก็ยังแตกตื่น และวิ่งหนีกระจัดกระจายไป

 

ทำให้รถม้าที่ได้รับความเสียหายถูกทิ้งอยู่บนพื้น ราวกับว่า เป็นการเยาะเย้ยองค์ชายใหญ่โดยมิได้ตั้งใจ

 

องค์ชายเซิ่งเฉินเจ่า ได้แต่เพียงคิดอยู่ในใจว่า ต้องการให้องครักษ์ของตนเองลากองค์รัชทายาทออกมาจากรถม้า

 

แต่เมื่อเหลือบไปเห็นราชครูไป๋ ผู้ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเขาแล้ว ก็ต้องรีบกลืนความแค้นลงไปทันที

 

สำหรับเหล่าสามัญชนรอบข้าง เมื่อพวกเขาเห็นสาวใช้ขององค์รัชทายาทแสดงความกล้าหาญเช่นนี้

 

โดยมิคาดคิด พวกเขาได้ส่งเสียงโห่ร้องดังขึ้นด้วยความชอบใจ

 

และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้คนคงจะทราบดีว่า องค์รัชทายาทมิใช่ผู้ที่ควรไปล้อเล่นด้วย

 

ฝูงชนที่มารวมตัวกันต่างก็เริ่มมีความคิดว่า ชื่อเสียงมิค่อยดีก่อนหน้านี้ขององค์รัชทายาทที่แพร่กระจายไปทั่วนั้น น่าจะเป็นแผนการขององค์ชายใหญ่

 

และชางอู๋ซินเองก็มิได้คาดคิดมาก่อนว่า การทำให้สามัญชนเปลี่ยนความคิดที่มีต่อองค์รัชทายาทจะง่ายดายถึงเพียงนี้

 

ในขณะนั้น ชายผู้หนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในห้องส่วนตัว ที่บริเวณชั้นสองของร้านอาหาร

 

ได้เหลือบมองไปยังรถม้าขององค์รัชทายาท และความขบขันได้ฉายผ่านออกมาจากสายตาของเขา

 

องค์รัชทายาทผู้นี้ ช่างเป็นบุคคลที่น่าสนใจเสียจริง…

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเพ่งมองดูแล้ว เขาสังเกตเห็นว่า ม่านหน้าต่างได้ถูกเปิดขึ้นอย่างกระทันหัน

 

และดวงตาที่วาววับคู่หนึ่งกำลังจ้องมองกลับมาที่เขา และดวงตาคู่นั้นมีความดุร้ายเป็นอย่างมาก

 

แต่ช่วงเวลานั้นเป็นเพียงแค่อึดใจเดียว เขาจึงมิทันได้ตอบโต้แต่อย่างใด และนี่เป็นครั้งแรกที่เขามีความรู้สึกสับสน เพียงแค่มองผู้ใดบางคน

 

ฝ่ายตรงข้ามเพียงแค่เหลือบตาขึ้น จากนั้นจึงรีบปิดม่านลงทันที

 

ชายผู้นั้นมิทราบว่าเหตุใด ตนเองจึงเกิดความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

 

เพราะเขาเพียงแค่ต้องการชื่นชมพระบารมีขององค์รัชทายาทเท่านั้น

 

แต่พระองค์ยังสามารถรู้สึกตัวได้ แม้ว่าขณะที่แอบมองจะอยู่ไกลกันถึงเพียงนั้น

 

ภายในรถม้าดวงตาของชาง อู๋ซินเต็มไปด้วยความโกรธแค้น และความเกลียดชังอย่างสุดซึ้ง

 

สิ่งนี้เป็นเพราะชางอู๋ซินเห็นว่า ชายที่ประเมินนางจากระยะไกลผู้นั้น มีดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่งดงามมาก

สุดยอดรัชทายาท

สุดยอดรัชทายาท

สุดยอดรัชทายาท
Score 7.8
Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง สุดยอดรัชทายาทหญิงสาวมีชื่อว่า ชางอู๋ซินเป็นผู้นำของตระกูลชาง นิสัยของนางเหมือนกับปีศาจ ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่ได้พบเห็น สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์อันงดงามเหนือกาลเวลาของนางนั้นเป็นหัวใจที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง ชางอู๋ซินถูกผู้ที่นางหลงรักฆ่าตาย ด้วยการวางยาพิษ ตอนนี้นางได้กลับมาเกิดในร่างของรัชทายาทผู้ขี้ขลาด และอ่อนเเอของแคว้นฉิน ชางอู๋ซิน มีนิสัยโหดร้าย ไร้ความปรานี และโหดเหี้ยมดั่งปีศาจ เมื่อนางเปลี่ยนความขี้ขลาดให้เป็นความโหดร้าย เมื่อความไม่รู้เปลี่ยนเป็นความฉลาด เมื่อความเมตตากลายเป็นความอำมหิต และเมื่อชางอู๋ซินยืนอยู่ที่จุดสูงสุด ผู้ใดจะอยู่เคียงข้างเพื่อยุติความเหงาและความอ้างว้างของนาง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset