หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม [เล่ม2] – บทที่ 3.2 ฉกเด็กจ้ำม่ำคืน (2)

บทที่ 3 ฉกเด็กจ้ำม่ำคืน (2)
โดย
Ink Stone_Romance

เสี่ยวลิ่วจื่อยิ้ม พลันหยุดรถม้าและเรียกพ่อค้าเร่ให้มาหา
ของหาบเร่มิได้มีเพียงถังหูลู่เท่านั้น แต่ยังมีส้มเชื่อมและพุทราจีนเชื่อมอีกด้วย ขนมแต่ละไม้สีแดงสดใสเป็นประกายระยิบระยับ ชวนให้น้ำลายสอ
“ขายเท่าไรรึ?” เสี่ยวลิ่วจื่อถาม
พ่อค้าเร่ตอบ “ถังหูลู่สิบอีแปะ ส้มเชื่อมสิบเอ็ดอีแปะ พุทราจีนเชื่อมสิบสองอีแปะ”
ไข่ฟองเดียวแค่หนึ่งอีแปะ ถังหูลู่เพียงหนึ่งไม้ กินไข่ได้ตั้งหลายวัน!
นิ้วของเถี่ยตั้นน้อยเกี่ยวกับพัลวัน
“เจ้าอยากกินไม้ใด?” เสี่ยวหลิวซีถาม
นางเจียงกล่าวว่า “ข้าเอาเงินมา อาหวั่นบอกว่าข้าใช้เงินของพวกเจ้าไม่ได้ เอาเงินของพวกเจ้ามาแม้แต่น้อยก็ไม่ได้”
เสี่ยวลิ่วจื่อยิ้มและกล่าวว่า “ไม่เป็นไร นายท่านฉินบอกว่าเขาจะเลี้ยงเอง ให้ข้าดูแลฮูหยินกับเด็กหนุ่มทั้งสอง ฮูหยินก็มาเลือกเถิด”
“ใยช่างน่าอายเช่นนี้?” นางเจียงเขินอาย
เสี่ยวลิ่วจื่อยิ้ม “หาได้มีสิ่งใดต้องอาย…”
นางเจียงกล่าว “เช่นนั้นเอาหมดเลยแล้วกัน!”
เสี่ยวลิ่วจื่อที่ยังกล่าวไม่จบ “…”
คืบเดียวของท่านกว้างยิ่งนัก
ของบนหาบเร่ทั้งหมดถูกเหมาเกลี้ยง เด็กกับผู้ใหญ่นั่งแทะถังหูลู่อย่างเพลิดเพลินอยู่ในรถม้า
อวี๋ซงไม่กิน เขาไม่คุ้นชินกับอาหารประเภทนี้
รถม้ายังคงเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า เสี่ยวลิ่วจื่อเดินอยู่ข้างหน้าต่างรถตลอดทาง
“นั่นคือร้านแป้งที่ใหญ่ที่สุดบนถนนฉางอัน ฮูหยินอยากไปดูรึไม่?”
นางเจียงมีสีหน้าเรียบเฉย
“นั่นคือร้านอัญมณีและไข่มุกซึ่งมีชื่อเสียงมายาวนานหลายทศวรรษ”
สีหน้ายังคงเรียบเฉย
“นั่นคืออะไรน่ะ?” เถี่ยตั้นน้อยถามพลางชี้ไปที่ร้านอาหารที่เสียงดังจอแจ
เสี่ยวลิ่วจื่อกระแอมเล็กน้อย “ร้านพนัน”
ดวงตาของนางเจียงเป็นประกายสีเขียว!
“โอ้ย ข้าๆๆ…ข้าปวดเบา!” เถี่ยตั้นน้อยปิดไปมา
เสี่ยวลิ่วจื่อมองไปรอบๆ และชี้ไปที่ร้านอาหาร “มีห้องสุขาอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวข้าพาไปเอง”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าพาไปเอง” อวี๋ซงกระโดดลงมา อุ้มเถี่ยตั้นน้อยลงจากรถม้า และพาเดินไปยังทิศทางที่เสี่ยวลิ่วจื่อชี้ไป
ห้องสุขาอยู่ที่ด้านหลังโรงเตี๊ยม เดินผ่านนี้ตรอกไปก็จะถึง อวี๋ซงส่งเถี่ยตั้นน้อยไปที่ประตูห้องสุขา “ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ประตูหลัง อย่าวิ่งไปที่ใดล่ะ”
เถี่ยตั้นน้อยตบหน้าอกเล็กของลูกผู้ชาย “ข้าไม่ทำหรอก พี่รองอย่าได้กังวล!”
เถี่ยตั้นน้อยรีบล้างไม้ล้างมือ และขณะที่กำลังจะไปยังประตูหลัง เขาก็เห็นร่างเล็กที่คุ้นเคยสามคน
เขาวิ่งเข้าไป “เอ๋? น้องชาย เป็นพวกเจ้าจริงๆ ด้วย! ไม่ได้เจอพวกเจ้าเสียนาน!”
ไม่รู้เหตุใดเด็กน้อยทั้งสามจึงดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เมื่อคืนพวกเขาไม่ดื่มกินสิ่งใด ฮูหยินเหยียนกังวลว่าพวกเขาจะอดอาหารทรมานตนเอง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป นางก็เกรงว่าพระชายากับคุณชายเยี่ยนจะตำหนิว่าพวกนางไม่ดูแลเด็ก จึงพาเด็กๆ ออกมาผ่อนคลาย
นี่คือโรงเตี๊ยมภายใต้ชื่อของฮูหยินเหยียน ธุรกิจดำเนินไปได้เรื่อยๆ ทว่าด้วยการสนับสนุนจากคุณชายเยี่ยน จึงมีแขกมากกว่าเมื่อก่อน
บนโต๊ะมีถั่วแดงหวาน เผือกม้วนบดนุ่มหอมอร่อย ถั่วแดงหวานยังนึ่งอยู่ ดูไปแล้วน่าจะมีไว้สำหรับพวกเขา
“ซูดด~” เถี่ยตั้นน้อยดูดน้ำลาย “เหตุใดเจ้าไม่กินล่ะ?”
เหล่าเด็กน้อยกระสับกระส่าย
เถี่ยตั้นน้อยครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและทำตามพี่สาว เขาลูบหัวของเด็กน้อยทั้งสาม “ข้าป้อนพวกเจ้าเอง! น้องเจินเจินก็ชอบให้ข้าป้อนนะ! ของที่ข้าป้อนอร่อยทั้งนั้น!”
เถี่ยตั้นน้อยหยิบชามขึ้นมา ตักถั่วแดงหนึ่งช้อนป้อนน้องชายตัวน้อย
ในที่สุดพวกเขาทั้งสามก็อ้าปากเล็กๆ
ขณะนั้นฮูหยินเหยียนที่เจรจากับผู้จัดการก็หันกลับมา พบว่าสาวใช้ข้างกายเด็กๆ หายไป และเด็กชายวัยห้าหกขวบคนหนึ่งกำลังขโมยอาหารหลานชายของนาง
ดูการแต่งตัวของมัน คงไม่ใช่บุตรของคนสติดีแน่!
ฮูหยินเหยียนเดินไปด้วยท่าทางเย็นชา “เด็กบ้านป่าจากที่ใด? มาขโมยของกินผู้อื่น!”
เถี่ยตั้นน้อยเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง “ข้าไม่ได้ขโมย ข้าอยากเอาให้พวกเขากิน”
“หา!” ฮูหยินเหยียนคลี่ยิ้มเย้ยหยัน “โกหกยังไม่ได้ด้วยซ้ำ พ่อแม่เจ้าอยู่ที่ใด? ผู้ใดใช้ให้เจ้ามาขโมยกิน!”
เถี่ยตั้นน้อยวางช้อนและชามลง “ข้าไม่ได้โกหก ข้าไม่ได้ขโมย!”
สาวใช้ที่ละทิ้งหน้าที่ทั้งสองเดินเข้ามาด้วยตัวสั่นงันงกเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว
ฮูหยินเหยียนจ้องพวกนางคล้ายจะกินเลือดกินเนื้อ “เจ้าดูแลคุณชายน้อยอย่างไร? นี่ข้ายังเห็น หากข้าไม่เห็น คุณชายน้อยถูกลักพาตัวไปก็คงไม่รู้! ยังไม่รีบไปเอาคุณชายน้อยออกมาอีก?”
สาวใช้รีบอุ้มเด็กจ้ำม่ำขึ้นไปบนห้องพร้อมกับองครักษ์
จากนั้นฮูหยินเหยียนจึงสั่งคนงานโรงเตี๊ยม  “พวกเจ้าจับหัวขโมยเด็กนี่ซะ!”
เถี่ยตั้นน้อยวิ่งหนี ฮูหยินเหยียนผลักเถี่ยตั้นน้อยจนล้มลง
คนงานโรงเตี๊ยมก็รีบไปจับตัวเถี่ยตั้นน้อย
“หยุดนะ!” อวี๋ซงวิ่งเข้ามา
“พี่รอง!” เถี่ยตั้นน้อยลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในอ้อมแขนอวี๋ซง
อวี๋ซงเห็นปากของเถี่ยตั้นน้อยถูกกระแทก สายตาของเขากลับเปลี่ยนเป็นเย็นชา “แม้แต่เด็กก็รังแก พวกเจ้าก็ทำธุรกิจกันเยี่ยงนี้รึ?”
เถี่ยตั้นน้อยกล่าว “พี่รองข้าไม่ได้ขโมยอันใด!”
อวี๋ซงเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว “ยังใส่ร้ายน้องชายข้าว่าขโมยของด้วยรึ!”
ฮูหยินเหยียนเอ่ยอย่างเย็นชา “หากไม่ได้ขโมยแล้วจะวิ่งไปใย?”
อวี๋ซงตอกกลับ “พวกเจ้าหลายคนมารังแกเด็กคนเดียว จะไม่ให้วิ่งหนีได้หรือ?”
เสี่ยวลิ่วจื่อรอทั้งสองบนรถม้าไม่ไหว จึงรีบวิ่งมาดู เมื่อเห็นว่าท่าทางไม่ดี จึงรีบโน้มน้าวให้อวี๋ซงไปเจรจากับผู้จัดการโรงเตี๊ยม เมื่อเปิดเผยตัวตนของนายท่านฉิน ผู้จัดการพยักหน้ากระซิบกับฮูหยินเหยียนสองสามคำ
ฮูหยินเหยียนใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามก่อนจะหันหลังเดินจากไป
อวี๋ซงกัดฟัน “จากไปเช่นนี้ได้รึ? รังแกน้องชายข้า ยังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้าเลย!”
“พี่อวี๋โปรดใจเย็นก่อน ที่นี่อยู่ภายใต้ชื่อจวนแม่ทัพ เราไม่อาจรุกรานได้” เสี่ยวลิ่วจื่อโน้มน้าวอวี๋ซงให้กลับไปยังรถม้า
เมื่อนางเจียงเห็นของบุตรชายปากแตกในแวบแรก ก็บีบคางของเขาและเอ่ยถามว่า “ไปทำอันใดมา?”

หลังจากโดนแมวสุนัขสองสามตัววิ่งชน ฮูหยินเหยียนก็ไม่มีอารมณ์จะผ่อนคลาย สั่งให้สาวใช้กับองครักษ์อุ้มเด็กน้อยขึ้นรถม้า ส่วนนางก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องเพียงผู้เดียวและรีบไปขึ้นรถม้า
ไหนเลยจะรู้ว่าเพียงเอื้อมมือเปิดม่าน เท้ายังไม่ทันก้าวเข้าไป ก็ถูกมือหนึ่งยื่นมาจับผมนางจากด้านหลัง และกระชากลงจากรถม้า!
นางร้องเสียงหลงล้มลงกับพื้น ริมฝีปากแตก!
“โอ๊ย! ผู้ใด…”
นางกรีดร้องโหยหวน หมายจะหันไปดูว่าผู้ใดกล้าทำร้ายสตรีของจวนแม่ทัพกลางวันแสกๆ
ทว่าไม่ทันได้เห็นหน้าตาของอีกฝ่าย มือที่ดึงนางออกจากรถม้า ก็คว้าคอเสื้อด้านหลังของนางอีกครั้ง
และลากนางราวกับเป็นกระสอบเข้าไปในตรอกด้านข้าง
ฮูหยินเหยียนไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้ นางหวาดกลัวยิ่งนัก!
“เจ้าเป็นใคร? เจ้าจะทำอันใด?”
“ปล่อยนะ! ปล่อยฮูหยินผู้นี้ได้ยินรึไม่? ข้าจะตามคนมา!”
“ข้าเป็นนายหญิงของจวนแม่ทัพ!”
ไม่ว่าฮูหยินเหยียนจะข่มขู่อย่างไร เจ้าของมือที่ลากยังคงไม่หยุดลากนางเข้าไปในตรอกลึก
ฮูหยินเหยียนหวาดกลัวอกสั่นขวัญแขวน
โบราณว่าไว้ คนเก่งยังกลัวคนเก่งกว่า คนเก่งกว่ายังกลัวคนไม่คิดชีวิต นางเผยสถานะว่าเป็นคนของจวนแม่ทัพ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังเฉยเมย หรือเป็นพวกคนไม่คิดชีวิตกัน?
“มีอันใดก็ค่อยๆ คุยกัน! เจ้าต้องการเงินเท่าใด!”
มือที่ลากยังคงไม่ไหวติง
ฮูหยินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน หันไปหามือสังหาร “เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรสาวของข้าคือใคร บุตรสาวของข้าเป็นคู่หมั้นของคุณชายเยี่ยน ข้าเป็นแม่ยายของคุณชายเยี่ยน!”
ในที่สุด คนข้างหลังก็เกิดปฏิกิริยา ฮูหยินเหยียนรู้สึกว่าฝีก้าวของอีกฝ่ายหยุดลง ในที่สุดก้นที่ถลอกปอกเปิกของนางก็ไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเช่นเดิม
นางคิดว่าตนเองทำให้อีกฝ่ายตกตะลึงได้สำเร็จ จึงยืดอกอย่างมั่นใจ “ยังไม่รีบเอามือสกปรกของเจ้าออกไปอีก! ไม่เช่นนั้นจวนคุณชายไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
มือนั้นปล่อยนาง
วินาทีถัดมา มือนั้นก็ดึงนางขึ้นมาและจับหัวกระแทกกับกำแพง!

สายลมพัดเย็น
นางเจียงเดินออกจากตรอกด้วยท่าทางอิดโรย ในมือถือผ้าเช็ดหน้า ปิดปากไอเยี่ยงคนป่วยทว่ายังอ่อนช้อยงดงาม
เมื่อผู้คนที่สัญจรไปมาเห็นนางก็อดไม่ได้ที่จะหลีกทางให้ เกรงว่าพวกเขาจะทำให้นางล้มลงอย่างไม่ตั้งใจ
นางเจียงเดินมาที่รถม้าที่จอดอยู่ข้างทาง นางยกม่านขึ้นและสวมกอดเด็กน้อยทั้งสามที่ซูบผอมลงไปมาก
……………………………

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

เธอคือหมอ(รักษาสัตว์)เทวดาคนแรกของอาณาจักร เริ่มจากข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวบ้านผู้แสนยากจน ทางซ้ายมีท่านแม่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะ ทางขวาก็มีน้องชายตัวน้อยคอยให้ป้อนข้าว ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอถูกผู้ชายเฮงซวยยกเลิกการแต่งงาน… ให้ตายเถอะ! เสือไม่โอ้อวดพลังก็จริง แต่เห็นเธอเป็น HelloKitty หรืออย่างไร ถึงมารังแกกันแบบนี้?! สั่งสอนผู้ชายเฮงซวย รักษาอาการป่วยของท่านแม่ เลี้ยงดูน้องชายที่ผอมแห้งแรงน้อย บุกเบิกที่นารกร้าง ปลููกพืชบนที่ดินว่างเปล่า นั่งดูความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันเวลาอันแสนสุขค่อยๆ ผ่านไป… วันหนึ่งก็ได้ยินว่าเทพแห่งความตายผู้น่าสะพรึงกลัวจะมาเยือนถึงหน้าบ้าน บังคับขู่เข็ญให้เธอแต่งงานด้วย? ถึงเธอจะชอบผู้ชายหน้าตาดีก็เถอะ แต่ได้ยินว่าท่านอ๋องผู้นี้… “ท่านอ๋อง พวกเราไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย!” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เหอะๆ” ท่านอ๋องยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แล้วคว้าเด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำสามคนออกมาจากด้านหลัง “เรียกแม่สิ” เธอล่ะอยากจะเป็นลม…

Options

not work with dark mode
Reset