หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม [เล่ม2] – บทที่ 122 ไฟไหม้กลางดึก

บทที่ 122 ไฟไหม้กลางดึก

Ink Stone_Romance

อวี๋หวั่นนำอิงเถาไปส่งให้ถึงมืออวี๋ซง
ในโลกก่อนหน้า อวี๋หวั่นอยู่โรงเรียนประจำ เธอมักจะรู้สึกอิจฉาคนที่มีครอบครัวไปมาหาสู่อยู่เสมอ ตอนนี้แม้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่ถูกมาเยี่ยม แต่เธอสามารถไปเยี่ยมคนอื่นได้ ความรู้สึกที่ได้ปกป้องคนอื่นเช่นนี้ดีเหลือเกิน
“หวานไหม?” อวี๋หวั่นถาม
อวี๋ซงกินไปหนึ่งลูก “หวาน!”
หวานจริงๆ
อิงเถาไม่ใช่ผลไม้พื้นถิ่น ตามท้องตลาดมีราคาแพง สกุลอวี๋ซื้อกินไม่ไหว ได้แต่กินผลไม้ป่าจากบนเขา ผลไม้ป่าแม้จะดี แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับอิงเถาที่คนสวนของจวนคุณชายดูแลอย่างดี อวี๋ซงกินอิงเถาเข้าไปสิบกว่าลูกในคำเดียว
“กินมากระวังร้อนในนะพี่รอง ตรงนี้เก็บไว้ให้เพื่อนร่วมห้องเถอะ” อวี๋หวั่นบอก “ในจวนยังมีอีกมาก ถ้าท่านชอบ ข้าจะเก็บมาให้ทุกวัน”
“ลำบากน่า!” อวี๋ซงขมวดคิ้ว
อวี๋หวั่นอมยิ้ม “ข้าให้คนมาส่งให้”
เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าตอนนี้น้องสาวเป็นถึงนายหญิงของจวนคุณชายเยี่ยน คนใต้บังคับบัญชาที่เรียกใช้ได้นั้นมีมากกว่าคนในโรงงานเสียอีก
ครั้นอยู่ในหมู่บ้าน เขามักจะเป็นคนที่ถูกมองข้ามเสมอ อาหวั่นไปไหนก็พาแต่พี่ใหญ่ไป บัดนี้เขาได้เจอนางโดยลำพัง…แม้จะในฐานะพี่ชาย แต่เขาก็มีความสุข
เมื่อคิดเช่นนี้ สถานะใหม่ของเขาก็ดีเหมือนกัน
รสชาติของอิงเถากำจายอยู่ในลำคอ เขารู้สึกราวกับความหวานแล่นปราดไปถึงหัวใจ
อิงเถาที่จวนคุณชายมีมาก หากไม่กินก็คงเสียของ อวี๋หวั่นให้คนเก็บ แล้วส่งไปให้จวนสกุลเซียวหนึ่งตะกร้า แม้จะรู้จากเซียวจื่อเยว่ว่าจวนสกุลเซียวได้รับอิงเถาพระราชทานจากวังหลวง แต่วังหลวงก็คือวังหลวง อวี๋หวั่นก็คืออวี๋หวั่น เจตนาไม่เหมือนกัน
จากนั้นอวี๋หวั่นก็ส่งไปให้บ้านลุงใหญ่และท่านพ่อท่านแม่ ให้ไป๋ถังอีกหนึ่งตะกร้า นายท่านฉินและผู้จัดการชุยก็ไม่มีตกหล่น
ง่วนกับเรื่องเหล่านี้จนฟ้ามืด เธอควรกลับเรือนชิงเฟิงไปกินข้าวได้แล้ว
ในตอนนั้นเอง ลุงวั่นก็เดินมา เขามองไปยังสาวใช้สองคนด้านหลังอวี๋หวั่น แล้วมองไปรอบๆ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยความงุนงงว่า “พ่อบ้านหูยังไม่มาอีกหรือ?”
พ่อบ้านหูที่ลุงวั่นกล่าวถึงก็คือพ่อบ้านที่ประจำอยู่นอกเรือน
“ยังไม่มา มีอะไรหรือ เขาจะมาหรือ?” อวี๋หวั่นถาม
ลุงวั่นมองสีท้องฟ้า แล้วกล่าวว่า “เขาไม่ได้ต้องหาบ่าวที่แข็งแรงให้ฮูหยินน้อยหรอกหรือ? ข้ามอบหมายให้เขาไปจัดการ เขาบอกข้าว่าวันนี้จะพาคนมา ข้าเองก็คิดว่าฟ้ามืดแล้ว เขาควรจะมาหาฮูหยินน้อยได้แล้ว”
อวี๋หวั่นตอบไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “อาจจะมีเรื่องด่วน ทำให้ช้าไปบ้าง ไม่เป็นไร วันสองวันนี้ข้าไม่รีบ”
………………………….
ทางใต้ของเมืองหลวง มีสถานที่แห่งหนึ่งชื่อว่าหอซือเยวี่ย ธุรกิจหลักคือเป็นคนกลางขายแรงงาน บางครั้งก็ฝึกสอนบ่าวให้กับเหล่าคนชั้นสูง หอซือเยวี่ยแห่งนี้ไม่รับคนที่ถูกลักพาตัวมา คนที่นี่มีที่มาที่ไป บ้างก็เป็นนักโทษจากทางการ บ้างก็เป็นชาวบ้านที่เต็มใจมาขายแรงงาน
เถาเอ๋อร์และหลีเอ๋อร์ก็ถูกซื้อมาจากหอซือเยวี่ย ในตอนนั้นสาวใช้ที่ดีมีไม่มาก ที่จริงแล้วเถาเอ๋อร์และหลีเอ๋อร์ต้องผ่านการฝึกอีกระยะหนึ่ง แต่ใครให้จวนคุณชายต้องการสาวใช้ด่วนเล่า พวกเขาจึงซื้อทั้งสองไปก่อน
ครั้งนี้ที่หอซือเยวี่ยมีคนมาใหม่สี่คน
เมื่อวานพ่อบ้านหูแวะมาแล้วครั้งหนึ่ง จ่ายมัดจำไว้เป็นที่เรียบร้อย วันนี้จึงมารับคนกลับจวน ไหนเลยจะรู้ว่าสาวใช้หายไปหนึ่งคน!
พ่อบ้านหูเริ่มอารมณ์ขุ่นมัว “บอกไว้แล้วว่าหกคนมิใช่หรือ? สาวใช้สี่คน บ่าวชายอีกสองคน ทำไมสาวใช้หายไปคนหนึ่งเล่า?”
เถ้าแก่เนี้ยถอนหายใจ “คนที่ชื่อสุ่ยเซียนป่วย ถ้าป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ตุ่มขึ้นทั้งตัว ไม่รู้ว่าเป็นโรคติดต่อหรือไม่ ข้าจะกล้าขายให้ท่านได้อย่างไร? หากกลับไปจวนคุณชายแล้วเกิดเรื่อง หอซือเยวี่ยของข้าก็คงไม่ต้องเปิดกันพอดี!”
พ่อบ้านหูนั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์ “ข้ารีบใช้ เจ้านี่จริงๆ เลย!”
เถ้าแก่เนี้ยรินชาอย่างประจบประแจง
พ่อบ้านหูรับถ้วยชามา ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ไม่มีคนอื่นแล้วรึ?”
เถ้าแก่เนี้ยเผยสีหน้าลำบากใจ “มีก็มีอยู่หรอก แต่ราคา…”
“เจ้าได้เงินน้อย จึงจะโก่งราคาใช่ไหมเล่า?” พ่อบ้านหูสีหน้าเย็นเยียบ
เถ้าแก่เนี้ยรีบอธิบายว่า “ข้าเป็นคนอย่างนั้นรึ? หอซือเยวี่ยของพวกเราเปิดกิจการมานาน พ่อบ้านหูก็เป็นลูกค้าที่เคยมาแล้ว หากข้าโก่งราคาท่าน วันหลังท่านก็ไม่มาอีก คนที่ขาดทุนมิใช่ข้าหรอกหรือ? เป็นเพราะมีคนจ่ายมัดจำไว้แล้ว เขาเลือกก่อนท่าน เพียงแต่มารับคนช้ากว่าท่านสองวัน หากท่านรีบ ท่านก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็นสองเท่าของเงินมัดจำ”
พ่อบ้านหูจึงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “งั้นเจ้าส่งคนมาขาดหนึ่งคน ไม่ต้องจ่ายเงินข้าสองเท่าหรอกหรือ?”
เถ้าแก่เนี้ยเหลือบมองเขา “สรุปแล้วท่านต้องการเงินหรือต้องการคน? ถ้าต้องการเงิน ข้าจะจ่ายให้ท่าน แต่ถ้าต้องการคน…”
ความหมายโดยนัยก็คือ พ่อบ้านหูจำต้องรับผิดชอบจ่ายเงินเสีย
สุดท้ายแล้วพ่อบ้านหูก็จ่ายเงินก้อนหนึ่งไป
เขารู้สึกว่าตนขาดทุนเหลือเกิน สาวใช้คนนั้นไม่งดงามเอาเสียเลย รูปร่างหน้าตาไม่สู้เถาเอ๋อร์ ทรวดทรงองค์เอวไม่สู้หลีเอ๋อร์ ทั้งยังร่างกายกำยำอย่างกับบุรุษ ไม่ได้จะให้นางไปทำไร่สักหน่อย!
จริงๆ เลย!
ทั้งหกคนถูกพาตัวไปพบกับอวี๋หวั่นที่เรือนชิงเฟิง
“พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้าง?” อวี๋หวั่นที่นั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าบ้านในห้องโถง ยกชาขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้าราบเรียบ
บ่าวชายสองคนรายงานตัวก่อน
“เรียนฮูหยินน้อย ข้าน้อยชื่อเจียงเสี่ยวอู่ เป็นคนอำเภอลี่ขอรับ”
“ข้าน้อยชื่อเจียงไห่ เป็นคนตำบลเหลียนฮวาขอรับ”
อำเภอลี่และตำบลเหลียนฮวาล้วนแต่อยู่ใกล้กับเมืองหลวง เพียงแต่ที่หนึ่งอยู่ทางตะวันออก อีกที่หนึ่งอยู่ทางทิศ
ใต้ เมื่อได้ยินครั้งสองบอกว่าแซ่เจียง ก็ยังคิดว่าเป็นพี่น้องกันเสียอีก
เจียงเสี่ยวอู่รูปร่างเล็ก ดูเฉลียวฉลาด ส่วนเจียงไห่ดูซื่อสัตย์และจริงใจ
อวี๋หวั่นมองไปยังสาวใช้ทั้งสี่ สาวใช้คนแรก มองครั้งแรกคิดว่าเป็นผู้ชาย มีสาวใช้บ้านไหนที่สูงเท่าเยี่ยนจิ่วเฉากันเล่า?
“อะแฮ่ม!” พ่อบ้านหูก้มหน้า กระแอมเล็กน้อย เอาแล้วสิ เขาเริ่มรู้สึกเสียดายแล้ว ไม่น่าซื้อนางมาเลย…
“เจ้าชื่ออะไร?” อวี๋หวั่นถามด้วยสีหน้าเป็นปกติ
“บ่าวชื่อเฉี่ยวเอ๋อร์เจ้าค่ะ” สาวใช้รูปร่างสูงใหญ่ตอบ
ในใจของทุกคนต่างคิดว่า รูปร่างของเจ้ากับคำว่าเฉี่ยว[1]ไม่ได้เข้ากันเลยสักนิด
อวี๋หวั่นพยักหน้า แล้วถามสาวใช้ที่เหลืออีกสามคนต่อ ถานอิ๋งและหลานเซียงเป็นนายบ่าวคู่หนึ่ง มาจากตระกูลข้าราชการ ทว่าคนในตระกูลทำความผิดจึงต้องกลายเป็นนักโทษ
“ในเมื่อไม่ใช่คุณหนูในตระกูลข้าราชการแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อเดิมแล้ว” อวี๋หวั่นเปลี่ยนชื่อให้ทั้งสอง ถานอิ๋งเปลี่ยนชื่อเป็นจื่อซู หลานเซียงเปลี่ยนเป็นปั้นซย่า
“บ่าวอยากเปลี่ยนชื่อเหมือนกันเจ้าค่ะ” เฉี่ยวเอ๋อร์บอก เป็นเพราะชื่อนางมักถูกคนหัวเราะเยาะเสมอ จึงไม่อยากมีชื่อนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
“ได้ เจ้าชื่อฝูหลิง” อวี๋หวั่นหันไปหาสาวใช้คนสุดท้ายแล้วถามว่า “เจ้าละ? อยากเปลี่ยนชื่อไหม?”
นางตอบว่า “บ่าวชื่อซูมู่ เป็นชื่อยาอยู่แล้วเจ้าค่ะ”
สาวใช้คนนี้รู้ว่าชื่อที่เธอตั้งทั้งหมดล้วนเป็นชื่อยา อวี๋หวั่นอดไม่ได้ที่จะหันไปมองนางอีกครั้ง “เจ้าเคยเรียนวิชาแพทย์หรือ?”
ซูมู่ตอบว่า “เรียนฮูหยินน้อย ข้าไม่เคยเรียน แต่ตอนเด็กร่างกายอ่อนแอ จึงต้องกินยาไม่น้อย ในนั้นมีตัวยาที่ฮูหยินน้อยกล่าวมาด้วยเจ้าค่ะ”
จื่อซู ปั้นซย่า ฝูหลิง และซูมู่ ล้วนเป็นชื่อพืชสมุนไพรที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ที่สาวใช้คนนี้จดจำได้ นับเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง
อวี๋หวั่นพูดต่อ “พวกเจ้าเริ่มจากเป็นสาวใช้ระดับสองไปก่อน เจียงเสี่ยวอู่กับเจียงไห่ตามพ่อบ้านหูไปทำงานนอกเรือน…พวกเจ้าขับรถม้าเป็นหรือไม่?”
“ได้ขอรับ” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
ดีเลย จะได้มีสารถีประจำ
สาวใช้ในเรือนชิงเฟิงนอนห้องละสามคน จื่อซูและปั้นซย่าย่อมต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน ฝูหลิงมีแรงมาก นางช่วยทั้งสองยกของ ทั้งสองรู้สึกซาบซึ้งใจ จึงเชิญให้มาอยู่ด้วยกัน เหลือซูมู่เพียงคนเดียว นางจึงต้องย้ายเข้าไปอยู่ในห้องของหลีเอ๋อร์และเถาเอ๋อร์โดยปริยาย
“เจ้าไม่ต้องกลัวไป ข้ากับหลีเอ๋อร์ไม่รังแกสาวใช้ใหม่หรอก” เถาเอ๋อร์กังวลว่าซูมู่จะยังปรับตัวไม่ได้ จึงกล่าวปลอบใจ
ซูมู่พยักหน้า
วันธรรมดาของอวี๋หวั่นก็ผ่านพ้นไปอีกวัน ช่วงเวลาอาหารเย็น อวี๋หวั่นแลกเปลี่ยนสายตากับเยี่ยนจิ่วเฉา ทั้งสองต่างก็หน้าแดงก่ำ
อวี๋หวั่นนั่งแช่ในน้ำโรยกลีบดอกไม้อย่างสบายอารมณ์ เธอเช็ดผมให้แห้ง สวมชุดคลุมอาบน้ำและกลับห้องไป เยี่ยนจิ่วเฉาก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขานั่งเงียบอยู่ที่หัวเตียง ใบหน้าของเขาช่างหล่อเหลา
“เด็กๆ เล่า?” อวี๋หวั่นถาม
“กลับห้องไปแล้ว” เยี่ยนจิ่วเฉาตอบ
อ้อ จัดการสถานที่ได้รวดเร็วมาก อวี๋หวั่นพยายามกดรอยยิ้มมุมปากเอาไว้ เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าผมของเขายังไม่แห้ง จึงใช้ผ้าฝ้ายเช็ดเส้นผมดำขลับดุจหมึกของเขาอย่างเบามือ
เทียนแท่งสุดท้ายค่อยๆ ดับลง เหลือเพียงตะเกียงน้ำมันที่หัวเตียง ส่องแสงสลัวสีเหลืองนวล
ในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงผ้าซึ่งเช็ดเส้นผมของเยี่ยนจิ่วเฉา และเสียงลมหายใจของทั้งคู่
อวี๋หวั่นนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าของเยี่ยนจิ่วเฉา เธอเช็ดผมของเขาไปพลางรู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นระรัวจนไม่อาจควบคุมได้
ราตรีอันแสนหวาน
ทว่า ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจดังมาจากห้องด้านหลัง
ทั้งสองตัวแข็งทื่อไป
“แย่แล้ว ไฟไหม้!”
เถาเอ๋อร์ร้องลั่น หนีออกมาจากห้องซึ่งมีไฟลุกท่วม
……………………………………..
[1] เฉี่ยว มาจากคำว่าเสี่ยวเฉี่ยว (小巧) หมายถึงเล็ก
?ประกาศผู้โชคดี(สำรอง) จากกิจกรรมรีวิว
ผู้โชคดีที่ได้รับ 60 เหรียญทอง คือ…
1. beeya2558
2. nareeratlaoboonklom
3. nuwoonna
4. user_xtaa2q1ixhpro6p
สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัล สามารถ inbox ไปยังเพจเฟซบุ๊ก เสี่ยวเปย (https://www.facebook.com/xiaobei.fiction) เพื่อรับโค้ดเหรียญทองภายในวันที่ 28 มิ.ย. ได้เลยค่า
ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่อง ‘หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม’ มาโดยตลอดนะคะ และขอบคุณที่มาร่วมกิจกรรม ร่วมถึงแชร์ความประทับใจและความสนุกของนิยายเรื่องนี้ให้ทุกคนได้อ่านกันด้วยค่ะ
ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยายค่ะ ?

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

เธอคือหมอ(รักษาสัตว์)เทวดาคนแรกของอาณาจักร เริ่มจากข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวบ้านผู้แสนยากจน ทางซ้ายมีท่านแม่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะ ทางขวาก็มีน้องชายตัวน้อยคอยให้ป้อนข้าว ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอถูกผู้ชายเฮงซวยยกเลิกการแต่งงาน… ให้ตายเถอะ! เสือไม่โอ้อวดพลังก็จริง แต่เห็นเธอเป็น HelloKitty หรืออย่างไร ถึงมารังแกกันแบบนี้?! สั่งสอนผู้ชายเฮงซวย รักษาอาการป่วยของท่านแม่ เลี้ยงดูน้องชายที่ผอมแห้งแรงน้อย บุกเบิกที่นารกร้าง ปลููกพืชบนที่ดินว่างเปล่า นั่งดูความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันเวลาอันแสนสุขค่อยๆ ผ่านไป… วันหนึ่งก็ได้ยินว่าเทพแห่งความตายผู้น่าสะพรึงกลัวจะมาเยือนถึงหน้าบ้าน บังคับขู่เข็ญให้เธอแต่งงานด้วย? ถึงเธอจะชอบผู้ชายหน้าตาดีก็เถอะ แต่ได้ยินว่าท่านอ๋องผู้นี้… “ท่านอ๋อง พวกเราไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย!” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เหอะๆ” ท่านอ๋องยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แล้วคว้าเด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำสามคนออกมาจากด้านหลัง “เรียกแม่สิ” เธอล่ะอยากจะเป็นลม…

Options

not work with dark mode
Reset