หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม [เล่ม2] – บทที่ 11.1 ปู่หลานพานพบ? (1)

บทที่ 11 ปู่หลานพานพบ? (1)
โดย
Ink Stone_Romance

เหยียนหรูอวี้กลับจวนมาพร้อมจิตใจที่ผ่องแผ้ว สองวันที่ผ่านมานี้นางประสบพบเจอกับ ‘หายนะ’ มามาก ในที่สุดโชคก็มาหานางแล้ว มีเรื่องที่พลันทำให้รู้สึกมีความสุขขึ้นมา
สตรีนางนั้นเห็นว่าตนเองมีบุญคุณกับจวนคุณชาย จึงกล้ารังแกคนจากจวนแม่ทัพ ใจดีด้วยหน่อยก็กำเริบเสิบสาน บัดนี้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของคุณชายเยี่ยน ไม่รู้ว่าจะตายอนาถเพียงใด
“น้องสาว!”
เหยียนหรูอวี้เข้าไปในห้อง คุณชายสวมอาภรณ์ปักดิ้นก็สาวเท้าเข้ามา เป็นเหยียนเซี่ย นายท่านแห่งจวนสกุลเหยียนผู้ซึ่งนางมิได้เห็นหน้าค่าตามานานหลายวัน
หลังจากถูกซั่งกวนเยี่ยนกำราบ เขาก็อยู่ในบ้านมาตลอด จะกล่าวให้น่าฟังสักหน่อยก็คือรักษาอาการป่วยและบาดเจ็บ ความจริงก็คือถูกฮูหยินเหยียนลงโทษด้วยการขังไว้ในห้องเพื่อให้ทบทวนตนเอง
ทบทวนตนเองนานจนแผลหายดี ตัวของเขาก็แทบจะมีรากงอกออกมาแล้วเหมือนกัน
“มีเรื่องอันใดทำให้น้องข้ามีความสุขถึงเพียงนี้?” เขานั่งลงข้างๆ เหยียนหรูอวี้ รินชาใส่ถ้วย แล้วยกดื่มรวดเดียวหมด
เหยียนหรูอวี้กล่าวว่า “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้ามีความสุข?”
เหยียนเซี่ยวางถ้วยชาลง “อ้อ ใช่สิ ทัพใหญ่ซีเป่ยขับไล่พวกซยงหนู ท่านพ่อเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็มิอาจรู้ได้ ท่านแม่ก็เดือดร้อนกับเรื่องนี้ หากน้องข้ายังคงมีความสุข ก็คงจะใจร้ายไปสักหน่อยกระมัง”
เหยียนหรูอวี้จ้องเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ แทบอดรนทนไม่ไหวที่จะไล่เขาออกไป “ดึกดื่นป่านนี้ ท่านมาหาข้ามีอะไร?”
เหยียนเซี่ยหัวเราะ “วันนี้มีงานโคมไฟที่ถนนฉีหลิน ไปดูไหม?”
เหยียนหรูอวี้กล่าวเสียงสูง “มิใช่ว่าท่านพ่อเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ ท่านแม่ก็เดือดร้อนไปด้วย ไม่มีกะจิตกะใจออกไปเที่ยวเล่นไม่ใช่รึ?”
“เหอะ” แววตาของเหยียนเซี่ยกระตุกวูบหนึ่ง “ก็ข้ากลัวว่าเจ้าจะเป็นทุกข์ จึงอยากพาเจ้าออกไปเดินเล่นให้สบายใจ มิได้หรืออย่างไร?”
เหยียนหรูอวี้ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าท่านจะทำอะไร ท่านอยากให้ข้าโกหกท่านแม่แทนท่าน อยากไปก็ไปเองสิ!”
เหยียนเซี่ยจะไปกล้าได้อย่างไร? หากท่านแม่ของเขารู้ว่าเขาแอบออกจากจวนโดยพลการ เขาต้องโดนตีตายเป็นแน่
เขาจับข้อมือของน้องสาวเอาไว้ แล้วพูดอย่างระทมทุกข์ “ไอ้หยา น้องสาวคนดี เจ้ารับปากพี่ใหญ่สักครั้งเถิด ตอนที่เจ้ายังเด็ก พี่ใหญ่ดีกับเจ้าที่สุด พี่รองและพี่สามล้วนแต่รังแกเจ้า มีครั้งไหนบ้างที่พี่ใหญ่คนนี้ไม่ออกรับแทนเจ้า?”
เหยียนหรูอวี้ดึงมือกลับไปอย่างเย็นชา “ใช้ไม้นี้กับข้าไปก็ไร้ประโยชน์ อยากออกจากจวน ก็หาวิธีเอาเองสิ!”
นางไม่อยากสนทนากับเขาตอนนี้ อีกอย่าง ในคืนนี้นางมีเรื่องอื่นต้องทำ
เหยียนเซี่ยเห็นว่าให้ตายก็ชักจูงน้องสาวไม่ได้ จึงเดินออกไปพร้อมกับความผิดหวัง
……
อวี๋หวั่นและอวี๋เฟิงพักอยู่ในเรือน เยี่ยนจิ่วเฉากลับมิได้อยู่ในนั้นด้วย ไม่ว่าอย่างไร คุณชายผู้นี้ก็รู้ดีว่าอาจทำให้สตรีเสื่อมเสียชื่อเสียงได้
เมื่อเขาออกไป อวี๋เฟิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้ว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะไม่เคยทำร้ายน้องสาวของเขา แต่ข่าวลือที่เคยได้ยินมาล้วนน่ากลัวเหลือเกิน ในหมู่บ้านมีสายตาหลายคู่คอยมองมา ทว่าที่นี่เป็นอาณาเขตของเยี่ยนจิ่วเฉา หากเขานึกอยากทำอะไรขึ้นมา อวี๋หวั่นจะไปสู้ได้อย่างไร?
หลังจากที่เด็กน้อยแต่ละคนถูกหอมแก้ม พวกเขาก็กลับจวนไปกับท่านพ่ออย่างว่าง่าย
สองพี่น้องจัดตำรับยาอยู่ในห้องลุงใหญ่ นอกจากพวกเขาแล้ว ก็ยังมีบ่าวอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า ‘ซันเอ๋อร์’
ซันเอ๋อร์เป็นบ่าวที่ลุงวั่นส่งมาดูแลลุงใหญ่โดยเฉพาะ เมื่อก่อนเขาเคยเป็นคนหยิบยาในคฤหาสน์ของหมอจาง พอจะมีความรู้เรื่องยาอยู่บ้าง
หมอจางคือหนึ่งในหมอสองท่านซึ่งอยู่ๆ ก็มาตรวจคนไข้ที่เป่าจือถัง อีกท่านหนึ่งคือหมอเหลียง หมอทั้งสองเป็นหมอที่เยี่ยนจิ่วเฉาเชิญมา เหตุที่ชาวบ้านทั้งหมดได้ตรวจรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายก็เพราะเยี่ยนจิ่วเฉาควักกระเป๋าออกเองทั้งหมด อวี๋หวั่นและอวี๋เฟิงไม่รู้เรื่องนี้
ไม่ไกลออกไปก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
อวี๋เฟิงยังคงทำเป็นเยือกเย็นและจัดยาต่อไป แต่สายตาของเขาก็ยังคงเหลือบออกไปด้านนอก
อวี๋หวั่นเหลือบมองไปยังเขาแล้วหัวเราะ เอ่ยถามบ่าวซึ่งอยู่ด้านข้าง “ซันเอ๋อร์ ตรงนั้นมีอะไรหรือ?”
ซันเอ๋อร์ตอบว่า “เรียนแม่นางอวี๋ ด้านนอกคือถนนฉีหลิน มีงานโคมไฟขอรับ”
“งานโคมไฟ” อวี๋หวั่นพึมพำ อยู่ในยุคอดีตมาตั้งนาน แต่ยังไม่เคยเห็นความเฟื่องฟูของเมืองหลวงเลย “พี่ใหญ่ พวกเราไปดูกันไหม?”
อวี๋เฟิงกลืนน้ำลาย ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าไปเถอะ ข้าจะดูท่านพ่อ”
เห็นได้ชัดว่าเขาอยากไปใจจะขาด คงจะเป็นดังที่เขาว่า ในหัวใจผู้ชายทุกคนมีเด็กผู้ชายอาศัยอยู่
อวี๋หวั่นหลุดหัวเราะ แล้วหันไปมองซันเอ๋อร์ “ครู่เดียวก็กลับมาแล้ว อีกอย่างลุงใหญ่ก็มีคนดูแล เก่งกว่าพวกเราด้วย”
ซันเอ๋อร์เกาหัวด้วยความเก้อเขิน “พวกท่านวางใจเถิด ข้าดูแลนายท่านอวี๋ได้ขอรับ”
อวี๋เฟิงใคร่อยากพูดอะไรสักอย่าง ทว่าถูกน้องสาวลากออกจากห้องไป เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก กลับดิ้นไม่หลุดจากมือของสตรี จะว่าไปก็ขายหน้ายิ่งนัก…
ออกจากเรือนมาแล้ว พวกเขาก็เดินต่อไปทางตะวันออก เมื่อเห็นสระน้ำ ก็เดินเลียบสระน้ำไปทางขวา เดินตรงไปก็จะถึงถนนฉีหลิน
บนถนนฉีหลินมีโคมไฟห้อยตลอดสาย ทำให้ดูประหนึ่งทะเลหลากสี ผู้คนในต้าโจวค่อนข้างเปิดกว้าง สตรีไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน บนถนนนอกจากจะมีบรรดาคุณชายเจ้าสำราญผู้รักแสงสีความบันเทิง ก็ยังมีคุณหนูจากสกุลใหญ่ที่ยังไม่ได้ออกเรือนอีกจำนวนมาก คุณหนูเหล่านี้จะรายล้อมไปด้วยบริพาร ทั้งยังสวมหมวกและผ้าคลุมหน้า ส่วนชาวบ้านทั่วไปมิได้พิถีพิถันถึงเพียงนั้น
“สวยจังเลย” อวี๋หวั่นมองโคมไฟทั้งสองข้างทางแล้วร้องออกมา
“น้องสาวข้าชอบอันไหนหรือ?” อวี๋เฟิงอวี๋เฟิงอดจะถามอวี๋หวั่นซึ่งมองโคมไฟตาเป็นประกายไม่ได้
อวี๋หวั่นชี้ไปยังโคมไฟดอกบัวในแผงด้านข้าง “พี่ใหญ่จะซื้อให้ข้าหรือ?”
พ่อค้ารีบบอกว่า “ลูกละหนึ่งร้อยอีแปะ”
โคมไฟอะไรกันตั้งหนึ่งร้อยอีแปะ? มือของอวี๋เฟิงซึ่งกำลังหยิบกระเป๋าเงินออกมาก็ชะงักทันที
อวี๋หวั่นหัวเราะจนตัวโยน พี่ชายขี้ตืดคนนี้นี่นะ กระดูกขัดมันเสียเงาวับเชียว
“เหอะ! เจ้ากล้าแอบตามข้ามารึ!”
เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากตรอกด้านข้าง
สองพี่น้องชะงักไปชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง ทั้งคู่มองหน้ากัน อวี๋หวั่นจึงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “คงไม่ใช่คุณหนูไป๋หรอกนะ…”
ยังมิทันพูดจบ อวี๋เฟิงก็พุ่งออกไปยังตรอกด้านข้างแล้ว
อวี๋หวั่นวางโคมไฟแล้วตามเขาไป
ทั้งสองมิได้ฟังผิด เสียงที่ดังขึ้นจากตรอกด้านข้างคือเสียงของคุณหนูไป๋ ทว่าผู้ที่ปรากฏตัวพร้อมกับคุณหนูไป๋กลับเป็นบุรุษผู้หนึ่ง จากคำพูดของไป๋ถัง ก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาผู้นี้แอบติดตามนางมา อวี๋เฟิงถกแขนเสื้อ นึกอยากสั่งสอนคนตัณหากลับนั่นสักครา แต่เขาก็ต้องตะลึงงันเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
คุณชายสวมอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งนอนขดตัวอยู่บนพื้น ในมือของไป๋ถังมีไม้กระบองท่อนหนึ่ง กำลังเตะอัดเขาอยู่ “รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? กล้าตามข้ามาอย่างนั้นรึ ดูท่าเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”
“เกิดอะไรขึ้น พี่ใหญ่?” อวี๋หวั่นเดินตามมา
อวี๋เฟิงชี้ไปยังคนตัณหากลับซึ่งถูกไป๋ถังจัดการเสียตนไร้เรี่ยวแรง
อวี๋หวั่นเดินไปมอง “เอ๋? คนคนนั้นทำไมถึงดูคุ้นหน้า? เหมือนจะเคยเห็นที่ไหน”
คนผู้นี้คือผู้ตรวจการเหยียนเซี่ยซึ่งจับอวี๋หวั่นและเด็กน้อยทั้งสามคนเข้าคุกหลวงมิใช่หรือ? หลังจากที่ผิดใจกับซั่งกวนเยี่ยน ก็ถูกจิงจ้าวอิ่นไล่ออก
เดิมทีเหยียนเซี่ยก็เป็นเพียงกระสอบฟางโง่ๆ อาศัยความสัมพันธ์กับซั่งกวนเยี่ยนจนได้มาซึ่งตำแหน่งราชการ ที่จริงแล้วทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ทั้งยังหลงในกามารมณ์จนเป็นสันดาน ชอบลวนลามข่มเหงสตรีที่หน้าตาสะสวย
ครั้งแรกที่เห็นอวี๋หวั่น เขาเองก็มีแผนการอยู่ในใจ ทว่าเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน จึงไม่กล้าทำเสียเรื่อง
ที่พบกับไป๋ถังก็เป็นเรื่องบังเอิญ ทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านกัน ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาต่างไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไหนเลยเขาจะรู้ว่าโฉมสะคราญผู้นี้จะเป็นคุณหนูไป๋ผู้โหดเหี้ยมแห่งคฤหาสน์สกุลไป๋กันเล่า?
ไป๋ถังเตะต่อยเขาจนสภาพยับเยินเสียจนอวี๋หวั่นก็ไม่รู้เลยว่าเขาคือนายท่านจวนสกุลเหยียนผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยพบในครั้งนั้น

…………………………………..

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

เธอคือหมอ(รักษาสัตว์)เทวดาคนแรกของอาณาจักร เริ่มจากข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวบ้านผู้แสนยากจน ทางซ้ายมีท่านแม่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะ ทางขวาก็มีน้องชายตัวน้อยคอยให้ป้อนข้าว ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอถูกผู้ชายเฮงซวยยกเลิกการแต่งงาน… ให้ตายเถอะ! เสือไม่โอ้อวดพลังก็จริง แต่เห็นเธอเป็น HelloKitty หรืออย่างไร ถึงมารังแกกันแบบนี้?! สั่งสอนผู้ชายเฮงซวย รักษาอาการป่วยของท่านแม่ เลี้ยงดูน้องชายที่ผอมแห้งแรงน้อย บุกเบิกที่นารกร้าง ปลููกพืชบนที่ดินว่างเปล่า นั่งดูความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันเวลาอันแสนสุขค่อยๆ ผ่านไป… วันหนึ่งก็ได้ยินว่าเทพแห่งความตายผู้น่าสะพรึงกลัวจะมาเยือนถึงหน้าบ้าน บังคับขู่เข็ญให้เธอแต่งงานด้วย? ถึงเธอจะชอบผู้ชายหน้าตาดีก็เถอะ แต่ได้ยินว่าท่านอ๋องผู้นี้… “ท่านอ๋อง พวกเราไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย!” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เหอะๆ” ท่านอ๋องยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แล้วคว้าเด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำสามคนออกมาจากด้านหลัง “เรียกแม่สิ” เธอล่ะอยากจะเป็นลม…

Options

not work with dark mode
Reset