หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม [เล่ม2] – บทที่ 40.2 ตรวจร่างกายให้แน่ชัด (2)

บทที่ 40 ตรวจร่างกายให้แน่ชัด (2)
โดย
Ink Stone_Romance

 

เหยียนฉงหมิงเห็นความยุ่งเหยิงวุ่นวายเต็มสองตา ภายในใจสงสัยว่าเจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นทำสิ่งใด จึงทำให้อวี้เอ๋อร์แสนเยือกเย็นพิโรธได้ถึงเพียงนี้?
“เอาละอวี้เอ๋อร์ อย่าได้โกรธพี่ใหญ่ของลูกเลย พ่อมีข่าวดีสำหรับลูก” เหยียนฉงหมิงพาบุตรีของเขาไปยังห้องตำรา พลางโบกมือให้สาวรับใช้เก็บกวาดให้เรียบร้อย
“ข่าวดีอันใดหรือท่านพ่อ?” เหยียนหรูอวี้เอ่ยถามอย่างระงับโทสะ
เหยียนฉงหมิงเลิกคิ้วขึ้นยิ้ม “คุณชายเยี่ยนเชิญเจ้าไปเที่ยวที่ทะเลสาบคืนนี้”
ปฏิกิริยาแรก เหยียนหรูอวี้รู้สึกมีความสุขยิ่ง ทว่าต่อมากลับรู้สึกสงสัย “เหตุใดจู่ๆ เขาจึงนัดข้าไปเที่ยวที่ทะเลสาบ?”
แม้ในวันธรรมดาก็ยากยิ่งที่จะได้พบ อย่าคิดว่านางไม่รู้ ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังหลบหน้านาง
เหยียนฉงหมิงยิ้มอย่างมีชัย “นี่ต้องยกความดีความชอบให้พ่อของเจ้าละนะ!”
เหยียนฉงหมิงเล่าเหตุการณ์ที่เขาเดินทางไปยังจวนคุณชายเพื่อความสุขของบุตรสาวอย่างเกินจริง ความหมายโดยประมาณก็คือ เขาใช้ทักษะในการพูดโน้มน้าวที่เก่งกาจ เอ่ยแก้หน้าแทนบุตรสาวในฐานะพ่อแท้ๆ เป็นอย่างดี
ยกย่องชื่นชมเหยียนหรูอวี้ว่าทั่วหล้าหามีผู้ใดเทียม จนจิตใจของคุณชายเยี่ยนเกิดรู้สึกหวั่นไหว
เหยียนหรูอวี้ยังคงแปลกใจเล็กน้อย “ท่านพ่อแน่ใจหรือ ว่าเขาขอให้ข้าไปเที่ยวที่ทะเลสาบหาใช่เพื่อสิ่งอื่น?”
เรื่องที่เหยียนเซี่ยพบโถเถ้ากระดูกทำให้นางอ่อนไหว เยี่ยนจิ่วเฉาที่มิเคยสนใจผู้ใดกลับมาขอพบนาง ดูผิดวิสัยเล็กน้อย
“โอ้ เจ้าลูกคนนี้ ไฉนเจ้าจึงไม่เชื่อในความสามารถของพ่อเจ้า? เดิมทีเขาไม่สนใจเจ้า นั่นเพราะไม่รู้ข้อดีของเจ้า พ่อของเจ้าถึงกับเอาหน้าไปเสี่ยง!” เหยียนฉงหมิงไม่ละความพยายามที่จะยกยอบุตรสาว
ผู้คนเต็มใจเชื่อในสิ่งที่พวกเขาต้องการเชื่อ หากเหยียนหรูอวี้มิได้หวั่นไหว ก็อาจคิดทบทวนเสียก่อน ทว่านางแทบรอไม่ไหวที่จะได้พบกับเยี่ยนจิ่วเฉา…
“หากเจ้าไม่ไป ข้าก็จะส่งคนไปปฏิเสธเสีย!” เหยียนฉงหมิงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง
“อย่า!” เหยียนหรูอวี้ดึงรั้งแขนของเขา ความเขินอายฉายชัดในดวงตา “ลูกจะไป”

ทางตะวันตกของเมืองหลวง เหนือทะเลสาบสีเขียว มีแสงไฟสลัวและเสียงดีดพิณดังกังวาน
เรือสำราญที่ตกแต่งอย่างประณีตหรูหราจอดเทียบฝั่งอย่างช้าๆ เรือสำราญลำนี้เป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในทะเลสาบ สายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างถูกดึงดูดให้จับจ้อง เหยียนหรูอวี้ในชุดหญิงงาม ย่างเท้าขึ้นเรือดุจมีบัวผุดมารองรับ ภายใต้สายตาริษยาของผู้คน
นางสวมชุดเซียนแขนยาวสีขาวดุจน้ำใสในคืนจันทร์เสี้ยว ชายกระโปรงยาวระพื้น ยามต้องสายลมยามค่ำคืน ช่างดูนุ่มนวลแต่ไม่เหลาะแหละ งดงามแต่ไม่เกินงาม สง่างามราวกับเทพธิดาบนดวงจันทร์
ผู้คนทั่วสารทิศที่พบเห็นต่างปากอ้าตาโตอุทานอย่างตะลึงในความงดงาม เหยียนหรูอวี้ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เดิมทีนางเกิดมาสวยอยู่แล้ว ยิ่งแต่งหน้าอาภรณ์ ยิ่งงดงามจับตาอย่างหาใครเปรียบได้ยาก เพียงแต่ไม่ทราบว่าหากคุณชายเยี่ยนเห็นนางเช่นนี้แล้ว จะรู้สึกตกตะลึงและเคลิบเคลิ้มหรือไม่
เหยียนหรูอวี้ลูบผ้าคลุมหน้า บาดแผลที่นางได้รับจากองค์หญิงแห่งซยงหนูถูกรักษาจนหายดี และฟื้นคืนความงดงามในวันวาน
“คุณหนูเหยียน ค่อยๆ ก้าวขอรับ” ผู้ช่วยบนเรือสำราญกล่าว
เหยียนหรูอวี้พยักหน้าตอบอย่างสูงส่งและสง่างาม
ผู้ช่วยพาเหยียนหรูอวี้ไปยังดาดฟ้าเรือชั้นหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดใช้
ณ ที่แห่งนั้น ในที่สุดเหยียนหรูอวี้ก็ได้พบกับเยี่ยนจิ่วเฉาคุณชายผู้ล้ำเลิศไม่มีผู้ใดเทียบเทียม เขาไม่จำเป็นต้องตั้งใจทำสิ่งใด เพียงมองแผ่นหลังบางของเขา ก็กลายเป็นทิวทัศน์งดงามที่สุดบนทะเลสาบปี้หูแห่งนี้
เหยียนหรูอวี้รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นแรง
คนรับใช้ทยอยถอยออกไป เรือสำราญลำใหญ่เงียบสงบราวกับเหลือคนอยู่เพียงสองคน
เหยียนหรูอวี้ก้าวไปข้างหน้า และโค้งกายคำนับเล็กน้อย “คุณชายเยี่ยน”
เยี่ยนจิ่วเฉาเหลือบมองนาง จากนั้นก็หันไปมองทะเลสาบสีฟ้าอันกว้างใหญ่
แม้เป็นการกระทำเพียงเล็กน้อย ทว่าก็ทำให้เหยียนหรูอวี้ยอมมอบหัวใจทั้งหมดให้แก่เขา คุณชายไม่เคยมองนางตรงๆ มาก่อน ในที่สุดวันนี้ก็ได้เห็น ดูเหมือนเขาจะขอให้นางมาเที่ยวที่ทะเลสาบจริงๆ
เหยียนหรูอวี้ยืนอยู่ข้างเยี่ยนจิ่วเฉา พลางเอ่ยเสียงเบา “ท่านพ่อไปหาถึงจวน ล่วงเกินคุณชายเยี่ยนแล้ว หวังว่าคุณชายเยี่ยนจะไม่ขุ่นเคือง”
“มิเป็นไร” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ย
เหยียนหรูอวี้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้พบเขาทุกวัน ยามนี้ได้พบเขาจริงๆ แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าควรจะพูดสิ่งใดกับเขา บรรยากาศเป็นไปด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย เหยียนหรูอวี้บีบผ้าคลุมด้วยความอึดอัด พลางหาเรื่องชวนคุย “ช่วงนี้คุณชายสบายดีหรือไม่?”
“ดีใช้ได้” เยี่ยนจิ่วเฉากล่าว
เหตุใดไม่ถามว่านางสบายดีหรือไม่?
เหยียนหรูอวี้ลดตาลงครุ่นคิด แล้วจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดคุณชายจึงชวนอวี้เอ๋อร์ออกมาเที่ยวที่ทะเลสาบอย่างกะทันหันเช่นนี้?”
“เจ้าไม่ชอบหรือ?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามกลับ
เหยียนหรูอวี้ผงะทันที พลันรีบร้อนเอ่ยตอบ “คุณชายเชิญมา อวี้เอ๋อร์รู้สึกยินดียิ่ง”
“สองสามปีที่ผ่านมา เจ้าอยู่ในสวี่โจวตลอด รู้สึกว่าสวี่โจวเป็นเช่นไรบ้าง?” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยถาม
สวี่โจวเป็นบ้านเก่าของสวี่เสียนเฟย เหตุใดคุณชายจึงถามนาง หรือจะทราบว่าสวี่เสียนเฟยชวนนางไปชมดอกไม้ที่วังหลวง จึงตั้งใจมาสืบความสัมพันธ์ของนางกับสวี่เสียนเฟย?
นางมิได้ทำผิดย่อมไม่มีสิ่งใดให้เกรงกลัว เอ่ยตอบอย่างใจเย็นว่า “แม้ว่าสวี่โจวจะดี ทว่าไม่มีสักวันที่ข้าจะไม่คิดถึงบ้านที่เมืองหลวง”
“นอกจากสวี่โจวแล้ว เจ้าเคยไปที่อื่นหรือไม่?” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยอีกครั้ง
นี่เป็นการไขข้อสงสัยเกี่ยวกับนางเช่นนั้นหรือ?
เหยียนหรูอวี้เอ่ยเสียงเบา “หลูเฉิง อันเฉิง และจิ้งเฉิงต่างอยู่ใกล้กับสวี่โจว ข้าเป็นสตรีคนเดียวที่มีบุตรทั้งสาม จึงไม่อาจไปไหนไกล”
เรียกความน่าสงสารได้อย่างชาญฉลาด
บังเอิญมีคนรับใช้มาจัดวางโต๊ะเล็กๆ และเบาะรองนั่งบนดาดฟ้าที่เปิดโล่ง เหยียนหรูอวี้จึงเอ่ยกับเยี่ยนจิ่วเฉา “คุณชาย บนเรือลมแรง ไปนั่งตรงนั้นกันเถิด”
“อื้ม” เยี่ยนจิ่วเฉาเดินไปตามคำแนะนำของนาง และย่อตัวลงนั่งบนเบาะ
เหยียนหรูอวี้คุกเข่าลงนั่งด้านตรงข้าม หลังจัดวางเครื่องดื่มเรียบร้อย คนรับใช้ก็ถอยออกไปอย่างรู้งาน เหยียนหรูอวี้เหยียดข้อมือเนียนผ่องเกลี้ยงเกลาขึ้นประคองเหยือกรินเหล้าชั้นดีให้เยี่ยนจิ่วเฉาและตัวนางหนึ่งแก้ว
“ข้าขอคารวะคุณชาย” นางยกแก้วขึ้น เปิดผ้าคลุมหน้า และบังหน้าด้วยชายแขนเสื้อ กระดกดื่มอย่างสง่างาม
เยี่ยนจิ่วเฉายกจิบหนึ่งคำ คิ้วก็พลันขมวดมุ่น “เหล้าอันใด?”
สีชาดจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหยียนหรูอวี้ “มันคือเหล้าฮวาเตียว[1]ที่มีอายุสิบปี”
ใบหน้าของเยี่ยนจิ่วเฉาฉายแววประหลาด “เจ้าก็เข้าใจสิ่งนี้หรือ?”
เหยียนหรูอวี้ภาคภูมิใจ ทว่ามิได้แสดงออกบนใบหน้า พลางยิ้มอย่างถ่อมตัว “เข้าใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้าทำตัวน่าเกลียดต่อหน้าคุณชายเสียแล้ว”
เยี่ยนจิ่วเฉาถอนใจ แล้วสั่งให้คนนำเหล้ามาอีกเหยือกหนึ่ง พลันถามเหยียนหรูอวี้ “แล้วนี่เล่า คือเหล้าชนิดใด?”
เหยียนหรูอวี้ดมกลิ่น “เหล้าฮวาเตียวอายุห้าปี”
“แล้วนี่ละ?” เยี่ยนจิ่วเฉาชี้ไปยังเหล้าเหยือกที่สามที่คนรับใช้นำมา
เหยียนหรูอวี้ยังคงดมกลิ่นเหมือนเช่นเคย “นี่คือเหล้าบ๊วยที่เพิ่งทำใหม่ในปีนี้ และเพิ่งออกมาจากห้องเก็บเหล้า หากคุณชายชื่นชอบ ข้าจะกลับไปหมักด้วยตนเอง และส่งไปให้คุณชายถึงจวนเลยเจ้าค่ะ”
“ไม่จำเป็นหรอก” เยี่ยนจิ่วเฉาปฏิเสธทันที พลางโบกมือให้คนนำเหล้าลงไป เขามองไปยังกองลูกกลมๆ สีเขียวเล็กๆ บนโต๊ะ พลางหยิบมาชิมหนึ่งคำ “รสชาติประหลาดนัก ข้าไม่เคยกินมาก่อน”
เหยียนหรูอวี้ได้โอกาสแสดงความสามารถต่อหน้าเยี่ยนจิ่วเฉา คิดสิ่งใดได้ก็พูดออกมา “นี่คือขนมชาอู่หลง ทำจากชาอู่หลงและแป้ง เป็นสินค้าประจำท้องถิ่นของก้งเฉิง เกือบทุกครัวเรือนในก้งเฉิงล้วนทำขนมชาอู่หลงได้”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ย “เอ่ยเหมือนเจ้าเคยไปก้งเฉิง”
เหยียนหรูอวี้ใจตกไปอยู่กับพื้น!
นางรีบหันไปมองเยี่ยนจิ่วเฉา เห็นว่าเยี่ยนจิ่วเฉาวางขนมชาอู่หลงในมือลงและหันไปกินขนมอื่นๆ
ดูเหมือนเขาจะเอ่ยไปเช่นนั้น…
เหยียนหรูอวี้ยกแก้วขึ้นดื่ม ทว่ากลับไม่สัมผัสถึงสิ่งใด พลันนึกขึ้นได้ว่าเหล้าในแก้วถูกดื่มหมดไปนานแล้ว
นางวางแก้วเหล้าลงด้วยสีหน้าสงบ และยกมือขึ้นจับเหยือกเหล้า ทว่ามือเรียวหยกก็เอื้อมจับเสียก่อน
เยี่ยนจิ่วเฉารินเหล้าให้นางด้วยตนเอง นางดื่มมันด้วยความยินดีและประหลาดใจที่ได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝัน
ไม่กี่นาทีต่อมา เหยียนหรูอวี้ก็ฟุบหมอบลงบนโต๊ะโดยไม่รู้สึกตัว
“คุณชาย” อิ่งสือซันเดินเข้ามา “นางบอกเพียงว่าไม่เคยไปที่ก้งเฉิง ทว่านางพูดถึงธรรมเนียมของก้งเฉิงได้เป็นอย่างดี มาตรว่านางเอ่ยวาจาโป้ปด! แล้วเหตุใดนางจำต้องพูดปดเล่า?”
ถูกต้อง… เหตุใดนางจำต้องพูดปด? เกิดเรื่องใดขึ้นในก้งเฉิงที่นางไม่อาจบอกให้เขารู้ได้?
นิ้วเรียวหยกของเยี่ยนจิ่วเฉาเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ หลายครั้ง “เจ้ากลับไปที่จวน แล้วให้ลุงวั่นหามามาที่มีประสบการณ์มา”
อิ่งสือซันไม่เข้าใจ “คุณชายต้องการให้มามาทำสิ่งใด?”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยด้วยสายตาเปล่งประกาย “ตรวจร่างกาย”
……………………………………………………

[1] เหล้าฮวาเตียว คือ เหล้าที่หมักในไหที่แกะสลักลวดลาย เป็นเหล้าชั้นสูงราคาแพง มีหลากหลายรสชาติแล้วแต่ท้องถิ่น

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม

เธอคือหมอ(รักษาสัตว์)เทวดาคนแรกของอาณาจักร เริ่มจากข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวบ้านผู้แสนยากจน ทางซ้ายมีท่านแม่ที่ป่วยกระเสาะกระแสะ ทางขวาก็มีน้องชายตัวน้อยคอยให้ป้อนข้าว ที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอถูกผู้ชายเฮงซวยยกเลิกการแต่งงาน… ให้ตายเถอะ! เสือไม่โอ้อวดพลังก็จริง แต่เห็นเธอเป็น HelloKitty หรืออย่างไร ถึงมารังแกกันแบบนี้?! สั่งสอนผู้ชายเฮงซวย รักษาอาการป่วยของท่านแม่ เลี้ยงดูน้องชายที่ผอมแห้งแรงน้อย บุกเบิกที่นารกร้าง ปลููกพืชบนที่ดินว่างเปล่า นั่งดูความอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันเวลาอันแสนสุขค่อยๆ ผ่านไป… วันหนึ่งก็ได้ยินว่าเทพแห่งความตายผู้น่าสะพรึงกลัวจะมาเยือนถึงหน้าบ้าน บังคับขู่เข็ญให้เธอแต่งงานด้วย? ถึงเธอจะชอบผู้ชายหน้าตาดีก็เถอะ แต่ได้ยินว่าท่านอ๋องผู้นี้… “ท่านอ๋อง พวกเราไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย!” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เหอะๆ” ท่านอ๋องยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แล้วคว้าเด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำสามคนออกมาจากด้านหลัง “เรียกแม่สิ” เธอล่ะอยากจะเป็นลม…

Options

not work with dark mode
Reset