หวนแค้นชะตารัก – ตอนที่ 226

ตอนที่ 226 ค้นหาหลี่เถี่ย

 

 

 

 

ซูจิ่วซือพาจื่อหลานออกไปอย่างเงียบๆ หลังจากไปแล้ว นางอยากสืบดูว่าทหารองครักษ์ที่ชื่อหลี่เถี่ยคนนี้เป็นใคร ความคิดของพระสนมโหรวสุดหยั่ง แต่ก็ดูออกว่าพระสนมโหรวจริงใจกับทหารองครักษ์คนนี้ หากกุมความลับได้ นางก็ไม่ต้องกลัวพระสนมโหรว

 

 

พอกลับไปแล้ว ซูจิ่วซือรีบเขียนจดหมายถึงกู้ชิงเฉิง ให้กู้ชิงเฉิงไปสืบดู ในวังมียามรักษาการณ์ชื่อหลี่เถี่ยหรือไม่ ปรากฏว่าพบคนชื่อหลี่เถี่ย และมีถึงสองคน อายุและรูปร่างใกล้เคียงกัน เพียงแต่รักษาการณ์คนละแห่ง

 

 

ซูจิ่วซือเคยได้ยินเสียงของหลี่เถี่ย ถ้าฟังอีกก็จะรู้ว่าเป็นหลี่เถี่ยคนไหน

 

 

สองวันต่อมา ซูจิ่วซือเข้าวังอีกครั้ง หลังจากบรรยายรวมบทกวีฉู่ฉือแล้ว กู้ชิงเฉิงก็พาซูจิ่วซือไปหาหลี่เถี่ย ระหว่างทางกู้ชิงเฉิงบอกว่า “ในวังมีทหารองครักษ์ชื่อหลี่เถี่ยสองคน คนหนึ่งรักษาการณ์ที่ประตูตงหัว บริเวณนี้อยู่ห่างจากวังในมาก อีกคนหนึ่งอยู่ที่ประตูหนานหัว อยู่ใกล้วังใน ทหารองครักษ์จะมาลาดตระเวนที่วังใน จึงมีโอกาสเข้าไปที่วังใน จิ่วซือ ทำไมเจ้าอยากตามหาทหารองครักษ์คนนี้หรือ”

 

 

“วันนั้นตอนที่ข้าไปหาเจ้า เดินผ่านวังร้างแห่งหนึ่ง เห็นพระสนมโหรวกับทหารองครักษ์ชื่อหลี่เถี่ยอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่เสียดายที่เขาหันหลังให้ข้า ข้าเห็นหน้าตาเขาไม่ชัด

 

 

กู้ชิงเฉิงซึ่งเย็นชามาตลอดยังทำท่าตกใจ “พระสนมโหรวใจกล้าขนาดนี้เชียว ถ้าเห็นหลี่เถี่ย เจ้าจะจำได้หรือไม่”

 

 

“ข้าเคยได้ยินเขาพูด จำเสียงของเขาได้”

 

 

กู้ชิงเฉิงกับพระสนมโหรวไม่เคยไปมาหาสู่กัน ครั้งก่อนตอนเกิดเหตุ พระสนมโหรวอยู่ในเหตุการณ์ กู้ชิงเฉิงจึงรู้สึกไม่ดีกับพระสนมโหรว ถ้าพบความลับของพระสนมโหรวก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ

 

 

ทั้งสองเดินไปถึงประตูหนานหัว เสี่ยวเหลียนรายงานเบาๆ “พระสนม องค์หญิง บ่าวสืบมาแล้ว เวลานี้หลี่เถี่ยกำลังรักษาการณ์อยู่ คนที่สองซ้ายมือนั่น”

 

 

เสี่ยวเหลียนชี้ไปยังทหารองครักษ์แถวหนึ่งห่างออกไปไม่ไกล

 

 

ทั้งสองเดินไปด้วยกัน พอเห็นนางเข้ามา ทหารองครักษ์ก็คารวะ ซูจิ่วซือสังเกตดูหลี่เถี่ยที่อยู่ข้างหน้า กู้ชิงเฉิงยิ้มน้อยๆ พูดขึ้น “ลุกขึ้นเถอะ!”

 

 

“ขอบพระทัยพระสนม”

 

 

ทุกคนลุกขึ้น

 

 

“เจ้าชื่ออะไร”

 

 

กู้ชิงเฉิงชี้ไปที่หลี่เถี่ย อยากให้เขาพูดขึ้นมาคนเดียว

 

 

“ผู้น้อยหลี่เถี่ยถวายบังคมพระสนม มิทราบว่าพระสนมมีอะไรจะสั่ง” หลี่เถี่ยเสียงต่ำ ตอบคำถามอย่างนอบน้อม

 

 

“เมื่อครู่ข้าเห็นแมวป่าตัวหนึ่งอยู่ทางโน้น พวกเจ้าสองคนไปดูหน่อย”

 

 

“พ่ะย่ะค่ะ พระสนม”

 

 

หลี่เถี่ยขานรับอย่างนอบน้อม แล้วลุกขึ้นถอยออกไปพร้อมกับทหารองครักษ์อีกคนหนึ่ง

 

 

ซูจิ่วซือสั่นหัวให้กู้ชิงเฉิง นางรู้แล้วว่าไม่ใช่คนนี้

 

 

ทั้งสองออกจากประตูหนานหัว กู้ชิงเฉิงพูดขึ้น “ในเมื่อไม่ใช่เขา ถ้าเช่นนั้นหลี่เถี่ยที่อยู่ประตูตะวันออกคนนั้น เจ้าจะไปดูหรือไม่”

 

 

“ไปดูก็ดี ตอนนี้ว่างไม่มีธุระอะไร”

 

 

เดิมทีซูจิ่วซือเป็นคนรอบคอบ ว่าตามเหตุผลควรจะเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ได้เห็นกับตา นางยังไม่วางใจ

 

 

กู้ชิงเฉิงยิ้มเจื่อนๆ “เจ้ารอบคอบจริงๆ  ไปกันเถอะ ข้าเองก็ไม่มีธุระอะไร ข้าไปกับเจ้า”

 

 

“ดี”

 

 

ซูจิ่วซือพยักหน้า ทั้งสองเดินไปที่ประตูตงหัว บังเอิญหลี่เถี่ยกำลังรักษาการณ์พอดี แต่ผลไม่เป็นอย่างที่ซูจิ่วซือคิด หลี่เถี่ยคนนี้ก็ไม่ใช่

 

 

ปัญหาอยู่ที่ไหน เป็นไปไม่ได้ที่นางจำเสียงผิด หลี่เถี่ยสองคนนี้ไม่ใช่คนที่นางพบวันนั้น เสียงไม่เหมือนกัน

 

 

“ชิงเฉิง ทหารองครักษ์ชื่อหลี่เถี่ยมีเพียงสองคนจริงหรือ”

 

 

 

 

——

หวนแค้นชะตารัก

หวนแค้นชะตารัก

ธิดาคนโตแห่งจวนอันผิงโหวผู้สูงศักดิ์เช่นนาง ไม่เคยคิดฝันว่าจะถูกสามีนอกใจ ซ้ำร้ายยังต้องจบชีวิตด้วยแผนร้ายของน้องสาวต่างมารดา ทว่าเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้ลืมตาอีกครั้ง วิญญาณนางกลับมาอยู่ในร่างของซูจิ่วซือผู้เป็นหลานสาวพร้อมกับเวลาที่ล่วงผ่านไปแล้วถึงยี่สิบปี และได้รู้ว่านับตั้งแต่นางตาย จวนผิงอันโหวตกอยู่ในเงื้อมมือของหญิงชั่วผู้นั้น ทั้งยังทำลายชีวิตลูกนางจนเหลวแหลก นางจึงสาบานว่าจะต้องทวงทุกสิ่งที่เป็นของนางกลับคืนมาให้ได้ แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็ชักนำให้กู้เฉินหรง บุตรบุญธรรมของศัตรูเข้ามาพัวพันนางไม่ห่าง ยามนางจะสังหารคน เขายื่นดาบให้ คราใดนางมีภัย เขายกดาบขึ้นปกป้อง สั่นคลอนหัวใจนางทีละน้อย ตราบจนรู้ว่าเขาเป็นถึงทายาทผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของรัชทายาทแคว้นเจียง นางจึงต้องเลือกว่าจะแก้แค้นต่อไป หรือก้าวสู่เส้นทางแห่งอำนาจเพื่อจะเดินเคียงเขาในฐานะชายารัชทายาท!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset