หวนแค้นชะตารัก – ตอนที่ 227

ตอนที่ 227 ไม่ใช่ทั้งสองคน

 

 

กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “มีแค่สองคนนี้จริงๆ เจ้าแน่ใจหรือว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนที่เจ้าต้องการหา”

 

ซูจิ่วซือพยักหน้าอย่างมั่นใจ “แน่ใจ ไม่ใช่สองคนนี้ แม้รูปร่างจะใกล้เคียงกัน แต่ไม่ใช่แน่ คิดให้ดีก็มีความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง ทหารองครักษ์คนนั้นไม่ได้ชื่อหลี่เถี่ย คงเป็นเพราะพระสนมโหรวระมัดระวัง จึงไม่ได้ให้เขาใช้ชื่อจริง แต่ใช้ชื่อคนอื่นแทน”

 

“ถ้าเป็นอย่างนี้ พระสนมโหรวไม่ใช่คนธรรมดาแน่”

 

ซูจิ่วซือรู้สึกเสมอว่าพระสนมโหรวเป็นคนเร้นลับสุดหยั่ง เหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์ความคิดของนางอีกครั้งหนึ่ง เดิมทีคิดว่านางสามารถกุมความลับของพระสนมโหรวได้ ปรากฏว่าแม้แต่ชื่อของคนนั้นก็ยังไม่รู้ เสียเวลาเปล่า ทำให้ซูจิ่วซือสงสัย

 

“ถ้าตอนนี้ยังไม่พบเงื่อนงำ ก็ปล่อยไว้ก่อน ไปนั่งพักที่ห้องข้าเถอะ!”

 

ซูจิ่วซือพยักหน้ารับคำ

 

หลังจากฟื้นชีพ ซูจิ่วซือไม่มีเพื่อน กู้ชิงเฉิงจึงเป็นเพื่อนคนหนึ่ง กู้ชิงเฉิงเป็นคนดึงดันและเย่อหยิ่ง คล้ายซูหลิ่วเมื่อก่อน ซูจิ่วซือจึงเข้าใจกู้ชิงเฉิงดี ไม่นานทั้งสองจึงพูดคุยกันอย่างสนิทสนม กลายเป็นเพื่อนสนิท

 

ซูจิ่วซือนึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งตนกับลูกสาวจะกลายเป็นเพื่อนรู้ใจกัน การได้อยู่เคียงข้างลูกสาวในฐานะอย่างนี้ ทำให้นางเข้าใจลูกสาวมากขึ้น

 

ระหว่างทางที่ทั้งสองเดินกลับวังจื่อจิงก็พบกับอวี้ซิ่ว พอเห็นซูจิ่วซือ อวี้ซิ่วก็เข้ามาถวายบังคม

 

องค์หญิงสามเป็นคนเย่อหยิ่งถือตัว ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา นางกำนัลใกล้ชิดก็พลอยติดนิสัยนี้ด้วย น้ำเสียงไม่นอบน้อมเหมือนนางกำนัลคนอื่น “องค์หญิง องค์หญิงสามให้ข้ามาเชิญ เชิญองค์หญิงไปกับข้า”

 

ซูจิ่วซือไม่อยากไปพบเฟิ่งหลิงอวี๋ เวลานี้เฟิ่งหลิงอวี๋ถือนางเป็นคู่แข่งในการชิงกู้เฉินหรง คงต้องการข่มขู่นาง

 

กู้ชิงเฉิงห่วงซูจิ่วซือ นางยิ้มน้อยๆ “ข้าเองก็ไม่ได้พบองค์หญิงสามนานแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็ไปกับองค์หญิงด้วย”

 

“เอ่อ…”

 

อวี้ซิ่วลำบากใจ เฟิ่งหลิงอวี๋ต้องการพบซูจิ่วซือด้วยจุดหมายบางอย่าง ถ้ากู้ชิงเฉิงอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าจะทำให้เสียการหรือไม่

 

“ว่าอย่างไร  ข้าไปไม่ได้หรือ”

 

กู้ชิงเฉิงถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

“พระสนม บ่าวไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ถ้าพระสนมไปด้วยองค์หญิงสามคงดีใจแน่ แต่องค์หญิงสามมีเรื่องจะคุยกับองค์หญิงตามลำพัง”

 

“ข้าเองก็มีเรื่องจะคุยกับองค์หญิงสามตามลำพัง ตกลงตามนี้นะ ไปกันเถอะ!”

 

พอกู้ชิงเฉิงยืนยันจะไป อวี้ซิ่วก็ไม่กล้าขัด กู้ชิงเฉิงมีฐานะพิเศษในวังในอยู่แล้ว แม้ไม่เป็นที่โปรดปราน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าฝ่าบาททรงดูแลนางเป็นพิเศษ

 

ซูจิ่วซือดูจากท่าทางของอวี้ซิ่วคาดเดาได้ว่าครั้งนี้เฟิ่งหลิงอวี๋ไม่มีเจตนาดี ต้องการพบนางตามลำพัง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนาง

 

กู้เฉินหรงไปจากเมืองหลวงแล้ว เฟิ่งหลิงอวี๋ยังระรานนางไม่เลิก น่าปวดหัวจริงๆ

 

อวี้ซิ่วเดินนำหน้า ขณะที่ไปถึงศาลาฟังเสียงฝน ก็มีนางกำนัลเข้ามารายงาน จากนั้นอวี้ซิ่วก็รีบพาทั้งสองไปที่ห้องโถง พอนั่งลง เฟิ่งหลิงอวี๋ในชุดสีแดงก็เข้ามา

 

ข้างนอกอากาศร้อนอบอ้าว ซูจิ่วซือกับกู้ชิงเฉิงเดินมาระยะหนึ่งจึงมีเหงื่อเต็มหน้า ประตูหน้าต่างห้องโถงเปิดโล่ง อากาศดีกว่าข้างนอก แต่ก็ยังร้อน

 

เฟิ่งหลิงอวี๋สวมชุดผ้าโปร่ง หลังจากคารวะทักทายแล้ว นางก็สั่งสาวใช้ “ไปเอาแตงโมแช่เย็นกับน้ำบ๊วยแช่เย็นให้พระสนมกู้กับองค์หญิงอันผิงกินคลายร้อน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ระวังจะไม่สบาย”

 

สาวใช้รับคำแล้วออกไปทันที

หวนแค้นชะตารัก

หวนแค้นชะตารัก

ธิดาคนโตแห่งจวนอันผิงโหวผู้สูงศักดิ์เช่นนาง ไม่เคยคิดฝันว่าจะถูกสามีนอกใจ ซ้ำร้ายยังต้องจบชีวิตด้วยแผนร้ายของน้องสาวต่างมารดา ทว่าเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้ลืมตาอีกครั้ง วิญญาณนางกลับมาอยู่ในร่างของซูจิ่วซือผู้เป็นหลานสาวพร้อมกับเวลาที่ล่วงผ่านไปแล้วถึงยี่สิบปี และได้รู้ว่านับตั้งแต่นางตาย จวนผิงอันโหวตกอยู่ในเงื้อมมือของหญิงชั่วผู้นั้น ทั้งยังทำลายชีวิตลูกนางจนเหลวแหลก นางจึงสาบานว่าจะต้องทวงทุกสิ่งที่เป็นของนางกลับคืนมาให้ได้ แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็ชักนำให้กู้เฉินหรง บุตรบุญธรรมของศัตรูเข้ามาพัวพันนางไม่ห่าง ยามนางจะสังหารคน เขายื่นดาบให้ คราใดนางมีภัย เขายกดาบขึ้นปกป้อง สั่นคลอนหัวใจนางทีละน้อย ตราบจนรู้ว่าเขาเป็นถึงทายาทผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของรัชทายาทแคว้นเจียง นางจึงต้องเลือกว่าจะแก้แค้นต่อไป หรือก้าวสู่เส้นทางแห่งอำนาจเพื่อจะเดินเคียงเขาในฐานะชายารัชทายาท!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset