หวนแค้นชะตารัก – ตอนที่ 242 กู้ชิงเฉิงขอพระราชทานอภัยโทษ / ตอนที่ 243 สายไปเสียแล้ว

ตอนที่ 242 กู้ชิงเฉิงขอพระราชทานอภัยโทษ

 

 

 

 

“ซูคังเป็นคนทำจริงๆ”

 

 

ซูเหิงพูดด้วยสีหน้าละอายใจ “เรื่องนี้คงไม่มีทางสืบได้ จวนอันผิงโหวเป็นที่ของอารองกับซูคัง ถึงอารองจะรู้สึกผิดปกติ ก็ยังจะช่วยปกปิดให้ซูคัง เราคงหาหลักฐานไม่เจอ

 

 

พี่ คราวนี้ข้าคงไม่พ้นผิดแน่ วางใจเถอะ ถึงตาย ข้าก็ไม่มีวันรับสารภาพ

 

 

ข้าเพียงแต่ละอายใจ ไม่ทันทำอะไรก็เป็นอย่างนี้แล้ว ข้ามองพวกเขาธรรมดาเกินไป ความจริงแล้วพี่กำลังเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าต่างหาก”

 

 

“เจ้าเพิ่งกลับมาเมืองหลวง ไม่เข้าใจสถานการณ์ เมื่อก่อนเจ้าเรียนหนังสืออยู่แต่ในสำนักศึกษา ไม่เคยสัมผัสเรื่องราวเร้นลับในตระกูลใหญ่ ไม่รู้ว่าใจคนร้ายกาจอย่างนี้ น้องรอง อย่าโทษตัวเองเลย พี่มีป้ายเว้นโทษประหาร เจ้าไม่เป็นอะไรแน่ ต้องทนให้ได้”

 

 

ซูเหิงสีหน้าประหลาดใจ “พี่ได้ป้ายเว้นโทษประหารมาจากไหน”

 

 

“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องใส่ใจ น้องรอง ต้องทนให้ได้นะ”

 

 

ซูเหิงพยักหน้า “มีอะไรอีกหลายอย่างที่ข้ายังไม่ได้ทำ ข้าจะทนให้ได้”

 

 

“ถ้าไม่สามารถหาหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ได้ น้องรอง เจ้าอย่าดึงดัน เอาชีวิตรอดสำคัญกว่าทุกอย่าง วันหลังยังพลิกคดีได้ ท่านแม่จากไปแล้ว เจ้าอย่าเป็นอะไรอีกคน เรื่องนี้เจ้าต้องรับปากข้า”

 

 

ซูเหิงอยู่ในช่วงที่เชื่อมั่นในตัวเองเต็มที่ ยังไม่ทันรับราชการก็ต้องคดี ผู้ตายเป็นลูกสาวของขุนนางในราชสำนัก แม้เขาจะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่อนาคตก็ดับวูบ

 

 

นี่ไม่ใช่ชีวิตที่ซูเหิงต้องการ เขาพากเพียรสอบเข้าเรียนในสำนักศึกษาหนานซานก็เพื่อให้มีความสามารถเหนือคนอื่น

 

 

พอเห็นแววตาขอร้องของซูจิ่วซือ เขาก็กลืนคำพูดเหล่านี้ลงไป ผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาจึงรู้ว่าชีวิตของซูจิ่วซือตกอยู่ในอันตรายเพียงไร การที่นางก้าวมาถึงขั้นนี้ในเวลาอันสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

 

 

“ได้พี่ ข้ารับปาก”

 

 

พอได้ยินซูเหิงรับปาก ซูจิ่วซือจึงวางใจ

 

 

พอถึงตอนนี้ก็มีผู้คุมคุกเข้ามาเตือนซูจิ่วซือ นางกำชับอีกสองสามคำ ก็ออกไปจากคุก

 

 

คืนนั้น จู่ๆ กู้ชิงเฉิงก็มาที่ตำหนักหานจาง

 

 

นอกจากกู้ชิงเฉิงแล้ว เฟิ่งอวิ๋นหล่างไม่เคยอนุญาตให้พระสนมคนอื่นเข้ามาในตำหนักหานจางและไม่เคยให้พระสนมคนใดค้างคืนที่นี่ แม้แต่กู้เฝิ่นไต้ก็ไม่เคย ตำหนักหานจางเตี้ยนจึงเป็นสถานที่ที่เฟิ่งอวิ๋นหล่างประทับตามลำพังพระองค์เอง แต่เมื่อก่อนกู้ชิงเฉิงมักจะมาค้างคืนที่ตำหนักหานจางเตี้ยนบ่อยๆ

 

 

เมื่อทรงทราบว่ากู้ชิงเฉิงขอเข้าเฝ้า เฟิ่งอวิ๋นหล่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทรงมีพระบัญชาให้พากู้ชิงเฉิงเข้ามา แล้ววางฎีกาในพระหัตถ์ลง ไม่มีพระทัยจะอ่านต่อ

 

 

กู้ชิงเฉิงในชุดสีกลีบบัวก้าวเข้ามาอย่างแช่มช้า หลังจากถวายบังคมแล้ว เฟิ่งอวิ๋นหล่างก็ทอดพระเนตรมองกู้ชิงเฉิงด้วยสีพระพักตร์ไร้ความรู้สึก “พระสนมกู้มาหาเราเวลานี้ มีธุระสำคัญอะไร”

 

 

“หม่อมฉันมีธุระสำคัญจริงๆ เพคะ” กู้ชิงเฉิงยังไม่ลุกขึ้น ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น “หม่อมฉันมาด้วยเรื่องซูเหิงเพคะ”

 

 

“ชิงเฉิง เจ้าไม่เคยใส่ใจเรื่องนี้ เจ้าจะให้เราปล่อยซูเหิงหรือ อย่าลืมว่า ซูเหิงมีความผิดถึงประหารฐานฆ่าคน และหลักฐานก็ชัดแจ้ง เราไม่สามารถปกป้องคนผิดฐานฆ่าคนได้ ไม่เช่นนั้น จะมีกฎหมายไว้ทำไม”

 

 

กู้ชิงเฉิงติดหนี้ชีวิตซูจิ่วซือ และซูเหิงก็เป็นน้องชายคนเดียวของซูจิ่วซือ นางรู้ว่าซูจิ่วซือต้องร้อนใจแน่ พอรู้เรื่องราวของซูเหิงนางจึงเกิดความคิดที่จะมาเข้าเฝ้าเฟิ่งอวิ๋นหล่าง สามปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางขอเข้าเฝ้าเฟิ่งอวิ๋นหล่าง

 

 

นางไม่รู้ว่าเฟิ่งอวิ๋นหล่างจะทรงรับปากหรือไม่ แต่นางก็ต้องเสี่ยง ขอไว้ชีวิตซูเหิง

 

 

“ขอให้ฝ่าบาททรงโปรดปล่อยตัวซูเหิง หม่อมฉันเชื่อว่าเขาถูกใส่ร้าย ซูเหิงเพิ่งเข้ารับราชการ อนาคตกำลังจะรุ่ง เขาเป็นคนมีความรู้ จะทำเรื่องเหลวไหลอย่างนี้ได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่เพคะ”

 

 

 

 

——

 

 

 

 

ตอนที่ 243 สายไปเสียแล้ว

 

 

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างทรงประทับนั่งบนบัลลังก์มังกร ทอดพระเนตรมองกู้ชิงเฉิงด้วยสีพระพักตร์ไร้ความรู้สึก “เราเชื่อหลักฐานเท่านั้น เรื่องนี้เจ้าเมืองจะเป็นคนสืบสวน เจ้าไม่ต้องห่วง”

 

 

“หากฝ่าบาททรงรับปากว่าจะปล่อยซูเหิง หม่อมฉันยินดีรับผิด ต่อไปหม่อมฉันจะถวายการรับใช้อย่างใกล้ชิด” คำพูดนี้เป็นเรื่องยากสำหรับกู้ชิงเฉิง แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ยอมก้มหัว แต่เพื่อซูเหิงนางกลับรับผิดต่อเฟิ่งอวิ๋นหล่าง

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างทรงปวดพระทัย แย้มพระสรวลขึ้น “ชิงเฉิง เรานึกว่าชาตินี้เจ้าคงไม่ยอมก้มหัวให้เรา เวลานี้เจ้ากลับมารับผิดเพื่อซูเหิง ในสายตาของเจ้า เรายังเทียบกับซูเหิงไม่ได้เชียวหรือ”

 

 

“หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนี้ ฝ่าบาทเข้าพระทัยผิดไปเพคะ”

 

 

กู้ชิงเฉิงรู้สึกเสียใจ พยายามสะกดความคิดที่อยากออกไปให้พ้น คุกเข่าตัวตรงอยู่ที่พื้น รอเฟิ่งอวิ๋นหล่างตรัสอนุญาต

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างวางพระหัตถ์ทั้งสองลงบนโต๊ะ เอนพระวรกายไปข้างหน้า ทรงหยิบขวดยาที่ยังวางบนโต๊ะให้หลี่เซิ่งเต๋อซึ่งอยู่ข้างๆ “เอาให้พระสนมกู้”

 

 

หลี่เซิ่งเต๋อถือขวดเคลือบเดินมาข้างหน้ากู้ชิงเฉิง กู้ชิงเฉิงไม่ลังเล รับขวดเคลือบที่หลี่เซิ่งเต๋อยื่นให้

 

 

“หากเจ้ากินยานี้ ข้าจะปล่อยซูเหิง”

 

 

กู้ชิงเฉิงรู้ว่าพระดำรัสของเฟิ่งอวิ๋นหล่างเชื่อถือได้ นางไม่ได้ทูลถาม เปิดฝาขวด แหงนหน้าดื่มยาน้ำในขวดเคลือบ

 

 

“เจ้าไม่ถามเราหรือ ว่าเป็นอะไร”

 

 

“หม่อมฉันเพียงแต่อยากให้ฝ่าบาททรงปฏิบัติตามสัญญา ปล่อยตัวซูเหิง”

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร เสด็จเข้ามาหากู้ชิงเฉิง ยื่นพระหัตถ์เชยคางกู้ชิงเฉิง “ชิงเฉิง ยานี้เราพากเพียรค้นหาจากหนานเจียง ใครดื่มยานี้แล้วจะลืมคนที่ตนรัก

 

 

ชิงเฉิง หลังจากนี้อีกหนึ่งชั่วยาม จางเฉิงจะเลือนหายไปจากความทรงจำของเจ้า เจ้าจะไม่คิดถึงจางเฉิงอีกต่อไป ความทรงจำทุกอย่างเกี่ยวกับจางเฉิงจะเลือนหายไป

 

 

หากเจ้าลืมจางเฉิง เจ้าจึงจะกลับมาอยู่เคียงข้างเรา ชิงเฉิง ตั้งแต่วันนี้ไป ระหว่างเราจะไม่มีจางเฉิง”

 

 

พอได้ยินสรรพคุณของยา กู้ชิงเฉิงก็เบิ่งตากว้าง มองเฟิ่งอวิ๋นหล่างอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

 

“ตัดใจลืมเขาไม่ได้รึ สายไปแล้ว”

 

 

ทันทีที่ทอดพระเนตรเห็นท่าทางของกู้ชิงเฉิง เฟิ่งอวิ๋นหล่างก็ไม่สบายพระทัย นางไม่อยากลืมจางเฉิงหรือ

 

 

กู้ชิงเฉิงหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ฝ่าบาท คนที่หม่อมฉันจะลืมไม่ใช่จางเฉิง แต่เป็นฝ่าบาทเอง”

 

 

“เจ้าว่าอย่างไรนะ”

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างคลายพระหัตถ์ ทอดพระเนตรกู้ชิงเฉิงอย่างตื่นตระหนก ไม่เชื่อคำพูดของกู้ชิงเฉิงเมื่อครู่

 

 

“คนที่หม่อมฉันรักตั้งแต่ต้นจนถึงเดี๋ยวนี้ก็คือฝ่าบาท เพียงแต่ฝ่าบาทไม่เชื่อ หม่อมฉันนับถือจางเฉิงเป็นพี่ชาย ไม่รู้เลยว่าเขาจะมีใจให้หม่อมฉันแบบนั้น

 

 

หลายปีมานี้ที่หม่อมฉันไม่ลืมจางเฉิงเพราะรู้สึกผิด รู้สึกว่าหม่อมฉันเป็นคนทำให้เขาตาย เขาไม่มีความผิด

 

 

ฝ่าบาททรงรับปากหม่อมฉันว่าจะทรงเชื่อคำทูลของหม่อมฉัน แต่ฝ่าบาททรงกลับคำ ลืมเสียก็ดี หม่อมฉันจะได้ไม่เจ็บปวดอีก ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงช่วยหม่อมฉัน”

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างทรงคุกเข่าลงกับพื้น ทรงโอบกอดกู้ชิงเฉิงไว้แน่น พระสุรเสียงร้อนรน “ไม่มีทาง ไม่มีทางเป็นอย่างนี้ ชิงเฉิง เจ้าต้องไม่รลืมเรา ลืมไม่ได้เด็ดขาด!”

 

 

“ยานี้ฝ่าบาททรงประทานให้หม่อมฉันเอง”

 

 

เฟิ่งอวิ๋นหล่างคลายพระหัตถ์ทันที สีพระพักตร์ซีดขาว ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นจางเฉิงรักษาโรคให้กู้ชิงเฉิงมาตลอด พระองค์ยังทรงประทานรางวัลให้จางเฉิง ตั้งแต่พบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นในตัวจางเฉิง เมื่อทรงนึกถึงว่าคนทั้งสองพบหน้ากันประจำ พระองค์ก็กริ้วจัด ทรงคิดจะสังหารจางเฉิง แต่กู้ชิงเฉิงกลับขอชีวิตจางเฉิงมาตลอด ทำให้พระองค์ไม่สบายพระทัย

 

 

หลังจากจางเฉิงฆ่าตัวตายแล้ว กู้ชิงเฉิงก็ไม่เข้าเฝ้าพระองค์อีก เฟิ่งอวิ๋นหล่างยิ่งทรงเชื่ออย่างหนักแน่นว่ากู้ชิงเฉิงรักจางเฉิง

หวนแค้นชะตารัก

หวนแค้นชะตารัก

ธิดาคนโตแห่งจวนอันผิงโหวผู้สูงศักดิ์เช่นนาง ไม่เคยคิดฝันว่าจะถูกสามีนอกใจ ซ้ำร้ายยังต้องจบชีวิตด้วยแผนร้ายของน้องสาวต่างมารดา ทว่าเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้ลืมตาอีกครั้ง วิญญาณนางกลับมาอยู่ในร่างของซูจิ่วซือผู้เป็นหลานสาวพร้อมกับเวลาที่ล่วงผ่านไปแล้วถึงยี่สิบปี และได้รู้ว่านับตั้งแต่นางตาย จวนผิงอันโหวตกอยู่ในเงื้อมมือของหญิงชั่วผู้นั้น ทั้งยังทำลายชีวิตลูกนางจนเหลวแหลก นางจึงสาบานว่าจะต้องทวงทุกสิ่งที่เป็นของนางกลับคืนมาให้ได้ แต่แล้วเหตุไม่คาดฝันก็ชักนำให้กู้เฉินหรง บุตรบุญธรรมของศัตรูเข้ามาพัวพันนางไม่ห่าง ยามนางจะสังหารคน เขายื่นดาบให้ คราใดนางมีภัย เขายกดาบขึ้นปกป้อง สั่นคลอนหัวใจนางทีละน้อย ตราบจนรู้ว่าเขาเป็นถึงทายาทผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของรัชทายาทแคว้นเจียง นางจึงต้องเลือกว่าจะแก้แค้นต่อไป หรือก้าวสู่เส้นทางแห่งอำนาจเพื่อจะเดินเคียงเขาในฐานะชายารัชทายาท!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset