เจ้ามังกรพรีเมี่ยม – ตอนที่ 871 เจ้าภาพที่อยู่เบื้องหลัง

ไม่มีใครคิดว่าฉู่หยังจะพูดตอนสถานการณ์เข้าได้เข้าเข็มแบบนี้

ผู้ที่อยู่ในบริเวณขณะนี้มีแต่ละคนมีฐานะในระดับถ้าไม่รวยมากก็สูงศักดิ์ ฉินเจียนเวยมีราชวงศ์อยู่เบื้องหลัง ฉินผู่หยางก็อยู่ในระดับแกนนำในตระกูลหลวงตระกูลฉิน ฉินกวนฉียิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นไปได้อย่างสูงที่จะได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูลฉี หลังจากคืนนี้

และฉู่หยังนั้นหรือ?

ก็เพียงผู้ดีกำมะลอที่ไม่ได้อยู่ในสายตาคนตระกูลฉู่ จะมีคุณสมบัติอะไรมาเป็นปฏิปักษ์กับฉินกวนฉีได้

พูดในอีกนัยว่า เขาเอาอะไรมากล้า?

เอาอะไรที่ไหนมาเป็นพื้นฐาน?

ถ้าจะว่า ก่อนหน้านี้ที่ฉู่หยังไปตะลุยชมรมหมากรุกเป่ยโต่วนั้น นั่นเป็นเพราะฤทธิ์สุรา พาให้เลือดร้อนเดือด มาถึงตอนนี้ ฟื้นจากอาการเมาไปกว่าครึ่ง คงยังกล้าเผชิญหน้าชนกับฉินกวนฉี ยังจะว่า‘ฤทธิ์เหล้าพาไป’ ได้อีกหรือ?

“ฉู่หยัง หรือแกคิดจริง ๆ ว่าเป็นคนของตระกูลฉู่ แล้วข้าจะไม่กล้าลงมือกับแกงั้นหรือ?”

คำพูดฉินกวนฉีเฉียบเยือก สายตาจ้องเขม็งที่ฉู่หยัง แววตาเต็มไปด้วยใจมุ่งฆ่าอย่างไม่ต้องอำพราง

ภายในห้องจองพิเศษ ถูกบรรยากาศทะมึนตึงของการฆ่าอัดเต็ม ไม่แต่เพียงฉินผู่หยางกับฉินเจียนเวยที่อกสั่นขวัญผวา แม้แต่บอดี้การ์ดของฉินกวนฉี ก็ให้รู้สึกตึงเครียดกันไปทั้งตัว

แตกต่างกับพวกลูกท่านหลานคนมั่งมีที่ชอบอาศัยบารมีที่หนุนหลังวางก้ามระรานชาวบ้าน แต่ที่ฉินกวนฉีมีให้เป็นที่เกรงขามของคนทั่วไป นั้นมีอีกส่วนหนึ่ง

เขารู้วิชาการต่อสู้!

อีกทั้งเชิงชั้นฝีมือไม่ใช่เบา

ยิ่งว่าเมื่อก่อนหน้านี้เคยทาบรัศมีสู้กับถังเฉาครั้งหนึ่ง ถึงแม้ถังเฉาไม่ได้เอาเป็นจริงเป็นจัง แต่แรงกดดันที่เกิดนั้นก็บดขยี้ความรู้สึกของนักบู๊ไปทั้งส่วนใหญ่ ฉินกวนฉีสามารถยืนหยัดต้านทานอยู่ นั้นหมายถึงพลังแท้จริงของเขาแข็งแกร่งเป็นอยู่มาก

ให้พวกเขาคิดให้ตายยังไง ก็คิดไม่ออกว่าฉู่หยังเอาอะไรมาทำให้กล้าเป็นศัตรูกับฉินกวนฉี

ภายใต้กลิ่นอายของการฆ่า ฉู่หยังก็มีจังหวะกลัวใจขึ้นมาอยู่เพียงชั่วแวบ แต่เขาไม่หดถอย ยังคงสู้หน้าตรง ๆ กับความโกรธเกรี้ยวของฉินกวนฉี

สายตาพานำความโหดดุ กวาดมองคนทั้งหมดในห้องจองพิเศษโดยรอบ สุดท้ายย้อนกลับมาจรดจ้องที่ฉินกวนฉี ยิ้มอย่างโหดเหี้ยม “พวกท่านคงเห็นว่าข้าฉู่หยังคนนี้เป็นเพียงคนบ้าระห่ำไม่มีสมอง พวกเศษสวะที่เป็นแต่กินเหล้าเที่ยวผู้หญิงเล่นการพนันใช่ไหม?”

“……”

เงียบไม่มีเสียงตอบ มันเป็นเรื่องที่พวกเขายอมรับกันอยู่ในใจ

เขาจัดว่าเป็นพวกลูกผู้ดี

ถ้าจะจัดเรียงลำดับสิบลูกผู้ดีในเมืองซื่อจิ่ว แน่นอนว่าฉู่หยังต้องติดมีในบัญชีรายชื่อ

“พวกท่านต้องเข้าใจเป็นอย่างนี้แน่นอน บางครั้งข้าก็คิดว่าเป็นอย่างนี้เหมือนกัน แต่ว่า อย่ามัวดูถูกคนใดคนหนึ่งนั้นตลอดไป คนระดับยิ่งใหญ่ไปตายอยู่ในมือพวกคนกระจอก ก็มีไม่น้อยนะ”

ฉู่หยังพูดไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ

ฉินผู่หยางกับฉินเจียนเวยมีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กัน เพราะจากภายในตาของฉู่หยัง พวกเขามองเห็นความเหี้ยมโหดที่เข้มข้น—-มีแต่ในคนจำพวกเดนตายเท่านั้น ที่จะมีความเหี้ยมโหดแบบนี้ให้เห็นได้

พวกเขาคิดไม่ตกเลยว่า มันเพราะเหตุอะไร ที่ทำให้คนประเภทผู้ดีกำมะลอหามั่วกินรอวันตาย จะส่อแววตาโหดดุของพวกเดนตายแบบนี้ได้

ถังเฉานั่งบนโซฟาด้วยสายตาสงบเรียบ มองดูเวลา ใกล้ฟ้าสว่างแล้ว

“ใช่เหรอ?”

ฉินกวนฉีกลับไม่คิดที่จะปล่อยฉู่หยังไปแค่นี้

คืนนี้ มีเรื่องเหนือคาดคิดมากเกินพอแล้ว เขาโดนทำให้โกรธพอแล้ว

คืนนี้ เป็นวันที่เขาขึ้นสู่ตำแหน่งเป็นจ้าว เขามีท่าทีว่าจะต้องย่ำไปบนกองซากกระดูกศพผู้คนเพื่อก้าวขึ้นไปนั่งตำแหน่ง

“ด้วยบารมีของท่าน คืนนี้ผู้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด รอดออกไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว”

ฉินกวนฉี ชี้หน้าฉู่หยัง แผ่นกระจกสะท้อนแสงเยือกบาดตา พูดเสียงเหยียด ๆ “แกต้องตายเป็นคนแรก”

บรึม!

คำนี้พูดออกไป ฉินผู่หยางกับฉินเจียนเวยมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงอย่างลึก ๆ

“ฉินกวนฉี นี่คุณกำลังเล่นกับไฟ”

ฉินเจียนเวยทำหน้าเย็นเยือก พูดเตือนออกไป

“คุณรู้สึกกลัวใช่ไหม?”

ฉินกวนฉีพินิจพิศชมใบหน้าภายใต้ผ้าโปร่งที่คลุมอยู่ หัวเราะแล้วพูด “ผมเคยเปิดโอกาสคุณให้โอนอ่อนตามผม แต่คุณกลับเลือกที่จะตามคนอื่น”

ฉินเจียนเวยรู้ดี ที่เขาพูดถึงคือเรื่องที่ตัวหล่อนไปติดตามถังเฉา ไปเป็นคนบ้าดนตรี แต่หล่อนก็ยังอยู่ในอาการคงเดิม “ฉันติดตามคุณถังเฉา เป็นเพราะฉันชื่นชมเขา เขาเหนือกว่าคุณอีกเป็นร้อยเท่า!”

“……”

คำพูดนี้ทิ่มแทงใส่ฉินกวนฉีอย่างสุดลึก แววตาสาดประกายโหดออกมา “พอแล้ว!ในเมื่อเธอหลงใหลเขาขนาดนี้ ก็ให้ตายไปพร้อมกับเขานี่แหละ”

“คนรุ่นหลังจะได้จำกันถึงชื่อคนบ้าดนตรี เธอก็จะได้มีชื่อเสียงสืบต่อเป็นนิรันดร์”

ติดตามมาหลังจากคำพูดนี้จบ พลังดุจถล่มภูเขาโหมคลื่นทะเลถั่งโถมเหมือนน้ำป่าพุ่งใส่ฉินเจียนเวย

ฉินเจียนเวยหน้าเผือดซีดลงเล็กน้อย ตัดใจปิดตาลง

พละกำลังฉินกวนฉี สูงเหนือกว่าเธอมากมาย เธอไม่มีทางจะไปเทียบชั้นเขาได้

ฉินผู่หยางขาด้วนทั้งสองข้าง ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินกวนฉี พูดกันได้เลยว่า ถ้าฉินกวนฉีจะลงมือด้วยตัวเอง ผู้ที่อยู่ในที่นี้ทั้งหมด ไม่มีใครสามารถขวางต้านเขาได้เลย

“คุยจบกันหรือยัง?จบแล้วก็รีบ ๆ เริ่มกันเถอะ ข้ากำลังรออยากจะไปนอนเอากลับคืนสักหน่อยนะ”

บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดในสถานการณ์แบบนี้ กลับมีเสียงหาวนอนดังอย่างไม่รู้กาลเทศะออกมา

ถังเฉาโบกมือไปมา พูดอย่างสุดแสนรำคาญ

ไม่รู้ได้ว่าจะเป็นด้วยจิตหลอนหรือเปล่า ถังเฉาเพียงโบกมือไปมาเบา ๆ พลังจากฉินกวนฉีสลายหายไปในพริบตา

ฉินกวนฉีจ้องเขม็งไปที่ถังเฉา “คุณก็จะลงมือด้วยหรือ?”

คนทั้งหมดล้วนหวังรอให้ถังเฉาลงมือ แต่ทว่า ถังเฉาหัวเราะ โบกมือไปมา “คุณเข้าใจผิดแล้ว ที่ผมมานี่ก็เพียงหวังจะมาเล่นหมากรุกด้วยสักตาสองตา ไม่ยุ่งเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น”

ส้วบ!

พอได้พูดคำนี้ออกไป คนทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไป

ฉินกวนฉีชะงักเล็กน้อย เขายังคิดว่าที่ถังเฉามาที่นี่ ก็ด้วยเรื่องจะคอยช่วยฉินผู่หยาง

ฉินผู่หยางก็ร้อนใจขึ้นมา “ถังเฉา!คุณถัง คุณ…..”

ถังเฉากวาดตามองเขาอย่างเรียบ ๆ ยิ้มว่า “ข้อตกลงในพันธกรณีระหว่างเรายังไม่ขาด แต่ผมเชื่อมั่นในตัวคุณว่าจะสามารถใช้ฝีมือตัวเองเอาชนะพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของคุณได้ ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ!”

“……”

ใบหน้าของฉินผู่หยางออกอาการกระตุก เขาถ้ายังมีความสามารถพอ จะไปผูกพันธกรณีกับแกทำไมกัน?

ไม่มีใครคิดถึงเลยว่าถังเฉาจะมาเปลี่ยนท่าทีโดยกะทันหัน แสดงตัวว่าไม่ได้คิดจะสอดมือ แม้กระทั่งฉินเจียนเวยก็คิดไม่ออกว่าถังเฉาหมายถึงยังไง

“ฮา ๆ ๆ ๆ……….”

ฉับพลันนั้นฉินกวนฉีหัวเราะออกมาลั่น พูดกับถังเฉาว่า “ดี เพียงถ้าคุณไม่ลงมือ ผมก็จะปล่อยให้คุณออกจากที่นี่ไปได้ และขอรับปากคุณไว้เลยว่า หลังจากนี้ต่อไป ตระกูลฉินแห่งตระกูลหลวงกับคุณเป็นมิตรกันสืบทอดกันไปทุกชั่วคน จะไม่เป็นศัตรูต่อกันตลอดไป”

“ช่างดีจัง”

ถังเฉาหัวเราะกวน ๆ ในน้ำเต้ามียาอะไรขาย แบบว่าเก็บอำอะไรไว้ในใจไม่ยอมบอก

ฉินกวนฉีหันไปมองฉินผู่หยางอีก ชี้ไปที่ฉู่หยังแล้วพูดว่า “ไอ้น้องชาย แกช่างทำให้ข้าผิดหวังมากจริง ๆ ข้ามีศักดิ์เป็นพี่ชายแก มีหรือจะคิดทำร้ายแก?แต่ในเมื่อแกไม่เชื่อใจในตัวข้า ข้าก็จำเป็นต้องตัดใจลงมือกับแกเสียแล้ว——ดูเห็นไอ้คนนี้ไหม?รูปแบบการตายของมัน ก็จะเป็นรูปแบบการตายของแก!”

บรึม!

เสี้ยววินาทีต่อมา ตัวร่างของฉินกวนฉีหายวับไปจากที่เดิม เหมือนภูตปีศาจปรากฏอยู่ข้างหน้าฉู่หยัง

พร้อมกันทั้งห้านิ้ว กลายเหมือนมีดคมรวมเล่ม กำลังจะทิ่มทะลุคอของฉู่หยาง

ในชั่วพริบตานั้น ฉู่หยางได้กลิ่นเข้มข้นของความตาย

แต่ทว่า เขายังคงไม่ได้ถอย

เพราะเขารู้อยู่แจ่มแจ้ง ในเมื่อเขาออกหน้าแล้ว คนคนนั้นจะต้องปกป้องเขาได้อย่างแน่นอน

ฟิ้ว!

ขณะที่ฝ่ามือของฉินกวนฉีกำลังจะเสียบทะลุคอฉู่หยัง ถังเฉาคว้าส่งเดชได้เม็ดขาวบนกระดานหมากรุกมา ดีดนิ้วออกไป

หมากขาวเม็ดนั้นกลายเหมือนดั่งลูกกระสุนปืน เสียงแหวกอากาศพุ่งเข้าใส่ฉินกวนฉี

ฉินกวนฉีเหมือนเจอจังเข้ากับศัตรูตัวฉกาจ ชักมือกลับดื้อ ๆ พร้อมออกแรงสะบัดหน้าหลบ

ขวับ!

เม็ดหมากรุกสีขาวเช็ดผ่านแก้มฉินกวนฉี กรีดเห็นเป็นรอยแผลเลือดออกซิบ

เลือดแดงสดทะลักออกมา อย่างรวดเร็ว มีเลือดเปื้อนไปครึ่งหน้าฉินกวนฉี

ทั้งห้องพิเศษตกอยู่ในสภาวะนิ่งสนิท แต่ละคนงงเซ่อ

พอดึงสติกลับมาได้ ฉินกวนฉีหันขวับมองไปที่ถังเฉา ตะคอกใส่ว่า “ไหนแกว่าจะไม่ลงมือไม่ใช่หรือ?”

ถังเฉารีบยกมือขึ้นทั้งสองข้าง ทำหน้าเหลอหลา “ผมเปล่าลงมือนะ ตะกี้ที่ทำนั้นมันคนอื่น คุณลืมไปแล้วหรือไงว่ามีใครยืนอยู่หลังเจ้าหมอนี่!”

บรึม!

พอคำพูดนี้ออกไป ทุกคนในบริเวณให้รู้สึกอื้ออึงในสมองขึ้นมา

ตอนที่ฉู่หยังลุยอาละวาดวงชมรมหมากรุกเป่ยโต่วนั้น ได้เคยพูดไว้ประโยคหนึ่งว่า

คนที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเขา คือเจ้ามังกรจากงานประชุมแดนเหนือ

เจ้ามังกรพรีเมี่ยม

เจ้ามังกรพรีเมี่ยม

เมื่อห้าปีก่อน ถูกว่าที่ภรรยาใส่ร้าย ในเวลาที่เกือบจะตาย มีผู้หญิงคนหนึ่งมาช่วยเขาอย่างสุดชีวิตห้าปีต่อมา อำนาจและทรัพย์สมบัติของโลกล้วนตกอยู่ในมือของเขา การกลับมาของม้าศึก แค่เพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณในคืนนั้น แต่กลับพบว่า เธอได้คลอดลูกสาวคนหนึ่งสิ่งที่เป็นหนี้คุณไม่สามารถลบล้างให้หมดไปได้ ถ้าอย่างนั้นก็ปกป้องพวกคุณสองแม่ลูก……ทั้งชีวิตเลยแล้วกัน!

Options

not work with dark mode
Reset