เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่ – ตอนที่ 656 ใจที่อยากรู้อยากเห็น

บทที่656 ใจที่อยากรู้อยากเห็น

“……”

จู่ๆก็โพล่งขึ้นมาแบบนั้น ทำให้คนที่อยู่ในห้องประชุมต่างตกตะลึง

แม้แต่เซียวซู่ที่อยู่ข้างๆก็ตะลึงตาม จากนั้นก็มองเย่โม่เซินอย่างหวาดระแวง พูดเตือนเสียงเบาว่า“คุณชายเย่ครับ……”

มีชายแก่สวมแว่นคนหนึ่งมองเย่โม่เซินลอดแว่น“เมื่อกี้คุณชายเย่ว่าอะไรนะครับ พูดอีกรอบได้ไหมครับ เมื่อกี้ผมได้ยินไม่ถนัด”

ในหัวของเย่โม่เซินมีแต่เรื่องซื้อของขวัญให้ลูกชาย จึงหลุดปากออกมา

“ส่วนใหญ่เด็กชอบอะไรกัน”

พวกคนที่มาประชุม ส่วนมากเป็นวัยกลางคน บางคนเป็นผู้สูงวัยที่ลูกหลานเต็มบ้าน หากแต่ยังไม่ถึงวัยเกษียณ

พวกเขาต่างก็เป็นคุณพ่อคุณปู่กันไปหมดแล้ว ที่บ้านมีลูกหลานเต็มไปหมด ต้องรู้แน่ว่า เด็กชอบอะไร

มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งมองมา และมองมาอย่างไม่น่าเชื่อ

คุณชายเย่ถามกลางที่ประชุมว่าเด็กชอบอะไร

ทำไมจู่ๆถึงมาถามอะไรที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานแบบนี้ พวกเขาเป็นนักรบในสมรภูมิการค้า มีอะไรที่ไม่รู้ไม่เห็นบ้าง

หลังจากที่หลายๆคนมองหน้าซึ่งกันและกัน ต่างก็มีปฏิกิริยาโต้กลับ

มีคนหนึ่งถามขึ้นว่า“คุณชายเย่จะซื้อของขวัญให้เด็กหรือครับ”

“อืม”เย่โม่เซินเม้มปากพยักหน้า ขมวดคิ้ว

“คุณชายเย่ ปัญหานี้ผมรู้ เด็กส่วนมากชอบของน่ารักๆ ซื้อของน่ารักๆไม่พลาดแน่ครับ”

“ของน่ารักเหรอ ”เย่โม่เซินติดงงๆ เขาหรี่ตาลง“เช่น”

“เช่นตุ๊กตาหุ่น หรือ ตุ๊กตาขน ถ้าไม่ใช่ก็พวกตัวต่อไม้ ตอนนี้มีออกมาหลายรูปแบบเลย เมียผมซื้อให้ลูกสาวเล่นเป็นประจำ”

เย่โม่เซิน“……”

ลูกสาว

จู่ๆรู้สึกว่ามีลูกสาวก็ไม่เลวนะ แต่ว่า……ลูกของมู่จื่อเป็นลูกชาย

“รอเดี๋ยวนะ เรายังถามไม่ชัดเจน ทำไมจู่ๆถึงพูดถึงล่ะครับ”

เห็นเย่โม่เซินสนใจ ทุกคนเลยตั้งประเด็นขึ้น เลยการเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน

“คุณชายเย่ ขอถามได้ไหมครับซื้อให้เด็กหญิงหรือเด็กชาย ความชอบของเด็กหญิงเด็กชายต่างกันนะครับ ถ้าให้ผิด คงไม่ดี”

“อืม”เย่โม่เซินพยักหน้า“เด็กชาย”

“ถ้าซื้อให้เด็กชาย ต้องซื้อพวกหุ่นยนต์ตัวต่อ”

หุ่นยนต์ตัวต่อเหรอ

เย่โม่เซินไม่รู้สึกแปลกหน้ากับคำๆนี้ แต่ว่า……เด็กก็เล่นแบบนี้ด้วยเหรอ

“ผมหมายถึงหุ่นยนต์ตัวต่อที่ออกแบบให้เด็กเล่นโดยเฉพาะครับ เด็กผู้ชายนี่ จะต้องซนหน่อย จะชอบไม่เหมือนเด็กผู้หญิง หรือไม่ก็ซื้อเกมส์กด เครื่องบิน รถยนต์”

“คุณชายเย่ครับคุณชายเย่ บ้านผมซื้อบ่อย……”

กลุ่มคนแสดงความเห็นจ้อกแจ้กจอแจ ยกตัวอย่างกันมากมาย เย่โม่เซินขมวดคิ้ว เม้ม ปาก

ชั่วครู่นั้น เขาตะโกนขึ้น

“เซียวซู่”

“ครับ”

เซียวซู่ที่โดนเรียกตกใจ จึงขานรับครับออกไปเพียงคำหนึ่ง

แต่ว่าไม่นานนัก เขาก็ลุกขึ้นยืนขึ้นตรงหน้าเย่โม่เซิน

“คุณชายเย่ มีอะไรจะสั่งไหมครับ”

เย่โม่เซินกวาดตามองเขาทีหนึ่ง เม้มปาก“จดที่พวกเขาพูดเอาไว้”

เซียวซู่“……”

“ผู้ช่วยเซียว เมื่อกี้ผมพูดว่างี้นะ……”

คนกลุ่มหนึ่งเริ่มส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจอีกครั้ง และแย่งกันแสดงความเห็น เดิมทีเป็นประชุมชั้นสูงแท้ๆ แต่กลับส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งราวกับตลาดสด

อีกอย่างของแต่ละอย่าง เซียวซู่รู้สึกว่าตัวเองไม่น่าจะเคยรับรู้ด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องมานั่งจดชื่อของเล่นของปวดเศียรเวียนเกล้า

รอจดเสร็จ เซียวซู่จึงส่งหน้านั้นให้แก่เย่โม่เซิน

“คุณชายเย่ นี่คือที่ผมจดเมื่อกี้ครับ”

เย่โม่เซินเห็นกระดาษจดเสร็จเรียบร้อย จึงพยักหน้าอย่างพอใจ

“อืม ลิสรายการมา แล้วไปซื้อซะ”

เซียวซู่“ซื้อจริงๆหรือครับ คุณชายเย่ นี่คือ……”

“ซื้อให้ลูกชายผม มีอะไร”เย่โม่เซินยักคิ้ว ถามเย็นชา

เซียวซู่เม้มปาก ราวกับได้ยินไม่ชัดเจน

“มีปัญหาอะไร”เย่โม่เซินส่งสายตาไม่พอใจ

เซียวซู่ส่ายหน้า

“ไม่มีปัญหาครับ ผมจะรีบไปเตรียมเดี๋ยวนี้ ซื้อทั้งหมดเลยนะครับ วางใจครับ โอเคครับ!”

แม้ว่าเซียวซู่จะรู้สึกตลกฝืด ซื้อของเล่นหมดนี่นะ ที่จริงข้างในรายการมีซ้ำหลายอย่าง แค่ชื่อไม่เหมือนกัน แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งเย่โม่เซิน เขาก็ไม่ขัด

พอเลิกการประชุม ทุกคนต่างไปถกกันต่อในลิฟต์

“สองวันนี้คุณชายเย่เป็นอะไรน่ะ”

“นั่นสินะ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่กี่วันนี้ไม่ได้อยู่บริษัท พอกลับมารับโทรศัพท์แล้วก็ไป กลับมาก็ถามว่าเด็กชอบอะไร ว่ามาสิ คุณชายเย่บอกว่าซื้อให้เด็ก ซื้อให้ลูกชายตัวเองหรือเปล่า”

“……ไม่หรอกมั้ง คุณชายเย่มีลูกชายตอนไหนกัน”

“เอ่อ คงให้ลูกของญาติมั้ง”

“ไม่เคยได้ยินว่าคุณชายเย่ไปมาหาสู่กับใคร……”

“หรือว่าเป็นลูกชายของเขาจริงๆ”

หลังจากที่คนทั้งกลุ่มมองจ้องหน้ากัน เห็นเซียวซู่เดินแฉลบข้างออกไป จึงรีบวิ่งตามไปถาม“ผู้ช่วยเซียว สองสามวันนี้คุณชายเย่เป็นอะไรเหรอ ไม่ค่อยอยู่บริษัทก็ช่างเถอะ แต่ประชุมครึ่งๆกลางๆก็ไป”

“นั่นสินะ บริษัทตระกูลเย่ใหญ่ขนาดนี้ คุณชายเย่คงไม่คิดวางมือหรอกมั้ง”

ฟังคำพูดแล้ว เซียวซู่อดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้า มองพวกเขาด้วยความอ่อนใจ

“คุณก็บอกเองนี่ว่า บริษัทตระกูลเย่ใหญ่ขนาดนี้ คุณชายเย่คงไม่วางมือทิ้งไปหรอกมั้ง จะว่าไปนะ อย่างน้อยบริษัทก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่”

คนหมู่มากได้ฟัง จึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ”

“ผู้ช่วยเซียว พวกเราไม่ได้กังขาในความสามารถของคุณชาย พวกเราแค่อยากรู้อยากเห็นนิดหน่อย คุณชายเย่มีลูกชายแล้วเหรอ”

เซียวซู่“……”

เขาเบ้ปาก กลอกลูกตาขึ้น แววตานิ่งเฉย“คุณอยากรู้ขนาดนั้น ทำไมไม่ไปถามเองเล่า”

คนๆนั้นเกาหัวแกรกๆ ให้เขาไปถามคุณชายเย่ เขาจะไปกล้าได้ไงกัน ไว้เขาไม่อยากมี ชีวิตเมื่อไหร่ค่อยไปถามแล้วกัน

“ในเมื่อพวกคุณไม่กล้าถาม ก็อย่ามาถามผม พวกคุณกลัว ผมก็กลัว!”เซียวซู่พูดจบ จึงเข้าไปในลิฟต์

เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง คนทั้งกลุ่มยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบกลับ ในลิฟต์จึงมีแต่เซียวซู่คนเดียว เขาบ่นพึมพำกับผนังลิฟต์“ยังมีหน้ามาถาม กูก็รู้ไม่มากนักหรอก ต่อให้รู้ก็ไม่บอกหรอก คิดไม่ถึงเล้ยยย……คนแก่กลุ่มนึงสอดรู้สอดเห็นกันได้ขนาดนี้”

เซียวซู่ซื้อทุกอย่างตามรายการของเย่โม่เซิน พอซื้อมาแล้วค้นพบว่า รถที่ตัวเองขับอยู่ใส่ไม่ลงเลยด้วยซ้ำ

เขาก็เลยเรียกรถขนส่งมาขนไปบ้านเย่โม่เซิน

พอเย่โม่เซินเห็นรถขนของเล่น ก็ยืนสีหน้าไร้อารมณ์อยู่ตรงนั้น

“ของพวกนี้ใช่ไหม”

เซียวซู่พยักหน้า กลืนน้ำลาย“อยู่นี่หมดแล้วครับ คุณชายเย่จะให้จัดการอย่างไรดี”

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่

เจ้าสาวมือสองของคุณชายเย่ ถูกบังคับเป็นตัวแทนของงานแต่งงานนี้ เธอแต่งงานกับผู้ชายที่พิการแต่กลับมีอำนาจใหญ่ “ฉันเย่โม่เซินไม่เอาผู้หญิงที่ท้องและไม่รู้ว่าพ่อของลูกเป็นใครเด็ดขาด”เดิมทีคิดว่างานแต่งงานนี้เป็นการแลกเปลี่ยน แต่เธอกลับเผลอใจ ไปไปมามา สุดท้ายเธอก็จากไปด้วยความเสียใจผ่านไปหลายปี ลูกชายที่หน้าตาคล้ายกับเขามากตบหัวของเย่โม่เซินด้วยฝ่ามือเล็กๆ“พ่อคนร้าย นายว่าใครเป็นเด็กที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเป็นใคร?”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset