เจ้าสาวใบ้:อยากจะบอกรักคุณ – ตอนที่ 818 ทำไมถึงคิดถึงฉันละ?

“อ๊า!” โม่หว่านหว่านร้องเสียงแหลมอย่างสยองขวัญ

จากนั้น เธอรีบโน้มตัวนั่งยองๆบนพื้นอย่างเร็วที่สุด ค่อยๆหยิบคอมพิวเตอร์ที่รักของตัวเองขึ้นมาอย่างระมัดระวังและทะนุถนอมอย่างไม่รู้ว่าทำแบบไหนถึงจะดี “ตายแล้ว ยังจะซ่อมได้หรือเปล่า?”

พูดจบ จ้องมองอย่างแค้นเคืองไปที่ซูย้าว “ถึงคุณจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันก็ไม่อภัยให้คุณหรอกนะ ซูย้าว คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะทำแคสเปอร์ของฉันตกลงมา!”

ตัวซูย้าวที่เป็นคนจัดการคัดพูดและความคิดได้เป็นอย่างดีแต่กลับถูกคำพูดของเธอแค่ประโยคเดียวทำให้สับสน เธอถามกลับด้วยความประหลาดใจ “อะไรนะ? แคสเปอร์? คือสิ่งใด?”

“ลูกสาวคนโตของฉัน!” โม่หว่านหว่านกัดฟันด้วยความเกรี้ยวกราด ลุกขึ้นอุ้มคอมพิวเตอร์สุดที่รักของตัวเองเหมือนสมบัติล้ำค่า “คอมพิวเตอร์เครื่องนี้อยู่กับฉันมาอย่างน้อยก็มีสิบกว่าปีแล้ว เป็นชีวิตจิตใจของฉัน และเป็นลูกสาวคนโตของฉัน สำคัญสำหรับฉันมากกว่าบูรินกับลู่ส้าวหลิงอีก คาดไม่ถึงเลยว่าคุณบอกจะโยนก็โยนเลย?”

ซูย้าว “……”

บทสนทนาตอนนี้ เหมือนว่าจะตรงข้ามกับสิ่งที่เธอคาดการณ์ไว้

“หว่านหว่าน คอมพิวเตอร์พังแล้วคืออยากจะบอกคุณว่าอย่ายื่นมือมายุ่งเรื่องของฉันอีก ฉันเองก็ไม่ให้คุณมาช่วยฉันอีกแล้ว คุณอุ้มลูกกลับไปอยู่กับลู่ส้าวหลิง เรื่องอื่นอย่าสนใจอีกเลย!” ซูย้าวน้ำเสียงและหน้าตาจริงจัง พร้อมกับความน่าเกรงขาม

สีหน้าโม่หว่านหว่านค่อนข้างไม่พอใจเป็นอย่างมาก กัดฟันอย่างเย็นชา “คุณ……คุณ……”

ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มด้วยความโมโห “คุณมันไอ้เด็กเวรที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี คิดว่าโยนคอมพิวเตอร์ของฉัน แล้วจะทำให้ฉันยอมแพ้อย่างนั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!”

“พูดไปหมดแล้วว่าฉันสามารถช่วยคุณได้ก็ต้องสามารถช่วยได้ เรื่องอื่นคุณเองก็อย่าพูดไร้สาระอีกเลย! ถ้าหากว่า เรื่องอันตรายเกิดขึ้นจริง ทางไปโลกหน้านั้น คุณกับฉันก็ไปเป็นเพื่อนกันก็ดีไม่ใช่หรือไง?”

โม่หว่านหว่านสูดหายใจเข้าลึกอย่างไม่มีทางเลือก “ย้าวย้าว นอกเหนือจากฉันกับลี่เฉินซี คุณยังมีญาติคนไหนอีก? ถ้าฉันไม่ช่วยคุณ แล้วยังจะมีใครสามารถยืนหยัดออกโรงช่วยคุณอีก?”

“ถึงจะมีโอกาสที่จะถูกพรากชีวิต แล้วจะยังไง? อย่างมากคุณกับฉันตายหมดแล้ว ปัญหาก็สิ้นสุดด้วย!” เธอพูดต่อ คาดการณ์ได้ทันทีว่าซูย้าวต้องการจะพูดอะไร เธอขวางเธอกลับทันทีด้วยอีกหนึ่งประโยค “อย่ายกเรื่องอะไรเกี่ยวกับผู้ชายและลูกกับฉันอีก พวกเขาสำคัญก็จริง แต่ว่าเทียบกับคุณไม่ได้หรอกนะ ถ้าฉันตาย ส้าวหลิงเองก็สามารถเป็นพ่อที่ดีได้ สามารถเลี้ยงบูรินให้เติบใหญ่”

ซูย้าวจมดิ่งอย่างจนใจ เวลานี้ไม่มีคำพูดใดสามารถเอ่ยออกมาได้

เหตุผลที่เธอทำเช่นนี้ เพื่อที่จะปกป้องพวกลูกของตัวเอง ดังนั้นเมื่อสองปีก่อนจึงสามารถละทิ้งตัวเอง แลกกับความปลอดภัยของลูก และยังมั่นใจว่าลี่เฉินซีสามารถเป็นพ่อที่ดี สามารถเลี้ยงดูเด็กๆให้เติบโตได้เป็นอย่างดี

และตอนนี้ โม่หว่านหว่านสามารถมั่นใจและมีสติแบบนี้ได้ หนึ่งคือใส่ใจในความสัมพันธ์แบบพี่น้องมานานหลายปีนี้ของพวกเขา สองก็คือเพราะว่าเชื่อในตัวของลู่ส้าวหลิง!

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้น ใจเธอก็ยังทนไม่ได้

ภายในรถเด็กยังร้องไห้อยู่ เสียงร้องนั้นโวยวายน่ารำคาญมาก โม่หว่านหว่านโน้มตัวเข้าไปในรถ นำขวดนมที่เตรียมไว้แล้วป้อนให้ลูก ลูกได้ดื่มนมก็หยุดร้องไห้ทันที

เธอเอนตัวกลับมาอีกครั้ง และหันมามองซูย้าวอีกครั้ง “ยังมีอีก คุณโยนคอมพิวเตอร์ของฉัน ชดใช้มา!”

ซูย้าว “……”

“ในนี้มีสิ่งที่ฉันทำเอาไว้มากมาย คุณรู้หรือเปล่า? สิบปีแล้วที่แคสเปอร์อยู่ในมือของฉัน ไม่เคยเสียหาย และยังสามารถเทียบกับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ เพราะว่าอะไรนะเหรอ? ก็เพราะว่าทักษะของฉันมันไร้เทียมทาน” โม่หว่านหว่านภูมิใจในตัวเองอุ้มคอมพิวเตอร์ที่แสนน่าเวทนาเกินกว่าจะทนได้ของตัวเอง “คุณชดใช้มาเลย!”

ซูย้าวขมวดคิ้วไร้คำพูด “เท่าไหร่?”

“หนึ่งพันล้าน” โม่หว่านหว่านคุยโวโอ้อวด และยังเพิ่มอีกประโยค “ดอลลาร์สหรัฐ”

ซูย้าว “……”

วินาทีต่อมา ซูย้าวหันตัวผ่านเธอ เดินตรงไปที่รถยนต์ของตัวเองที่จอดอยู่ไกล เดินไปด้วยพูดไปด้วย “ฉันไม่มีเงินหรอกนะ คุณอุ้มคอมพิวเตอร์ไปที่บริษัทลี่ซื่อเถอะ!”

โม่หว่านหว่านเม้มปาก “ท่าทางจะเข้ากับเฉินซีได้ไม่เลวเลยนี่ ยังรู้จักส่งสามีมากดดันฉันแล้ว แต่ว่า คุณพูดแล้วนะ รอฉันหาเวลาไปหาลี่เฉินซีทวงเงินเถอะ!”

พูดจบ เธอก็มองลงล่างเหมือนกับปลอบเด็ก พูดกับคอมพิวเตอร์ “สุดที่รักจะ แม่ทูนหัวของคุณบุ่มบ่ามไปหน่อย อย่าโทษเธอเลยนะ แม่จะค่อยๆซ่อมให้ดีเหมือนเดิม เด็กดี รอพวกเรากลับบ้านไปประกอบใหม่กันนะ……”

ซูย้าวล่องลอยไปไกลเมื่อได้ฟังคำพูดกับตัวเองของโม่หว่านหว่านส่วนหลังที่เหมือนประสาทหน่อยๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดหัว ไอ้เจ้าเด็กคนนี้ สมองมีปัญหาหรือเปล่า? ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการสนิทชิดเชื้อกับคอมพิวเตอร์แบบนี้……

แต่ว่า เธอโยนคอมพิวเตอร์ของโม่หว่านหว่าน และคงมีผลกระทบอยู่บ้าง

อย่างน้อยที่สุด หลังจากที่โม่หว่านหว่านพาลูกกลับบ้าน ก็คงจะทุ่มสมาธิจดจ่ออยู่การประกอบซ่อมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คงไม่มีเวลาและไม่มีแรงที่จะช่วยเธอตรวจสอบสิ่งอื่นมาอีก ถือว่ายืดเวลาไปก็ดีแล้ว

ซููย้าวเองก็ใช้โอกาสนี้ ขับรถเลือกถนนที่เงียบหน่อย หยิบโทรศัพท์มาโทรหาปีศาจที่อีกฟากของมหาสมุทร อานเจียเย้น

โทรศัพท์ดังหลายรอบ นานมากก็ไม่มีคนรับ

เธอตัดสายและไม่ได้โทรกลับอีก เพียงแค่นั่งไปกับที่นั่งคนขับ เอียงหน้ามองวัชพืชที่ขึ้นอยู่ทุกที่ข้างทาง ทั้งที่ไม่มีคนรดน้ำและดูแล แต่กลับยังคงเขียวชอุ่ม

นี่เป็นพลังชีวิตที่ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน เหมือนมากกับคนแต่ละคน ที่ดูเหมือนอ่อนแอไม่สามารถพูดออกมาได้ แต่ว่าความเป็นจริงแล้ว มีความสามารถด้านการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งมาก

เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป มุมานะสมบุกสมบัน ขยันต่อสู้ เพียงเพื่อที่จะให้มีชีวิตที่เปลี่ยนเป็นดีกว่าเดิม……

ทุกคนก็เป็นเช่นนี้ สิ่งมีชีวิตทั้งหมด แต่ว่าเธอเองยังคิดว่าจะทำอย่างไรให้ปีศาจตกตายไปตามกัน นี่ดูโง่เกินไปหรือเปล่า? เพื่อคนประเภทนั้น ถึงกับสละชีวิตตัวเองมานานกว่าสิบปี เพื่ออะไรกัน?

แต่ว่าหลายครั้งที่ไม่ได้เป็นอย่างใจหวัง ยิ่งอยากจะปกป้องตัวเอง แต่ผลสรุปอาจจะไม่น่าพึงพอใจก็ได้

ดังนั้น ทุกอย่างเธอจึงเคยชินกับการตัดสินใจและคิดไตร่ตรองทางด้านเลวร้ายที่สุดทั้งหมด และเพราะว่าเชื่อมั่นในตัวลี่เฉินซี ถึงตัวเองจะเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ เขาเองก็คงสามารถยืนหยัดเลี้ยงลูกทั้งสามคนให้เติบโตได้ พอคิดแบบนี้ภายในจิตใจของเธอก็โปรดโปร่งสดใสขึ้นมามาก ยกมือขึ้นมานวดคิ้ว โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

อานเจียเย้นโทรกลับมา เธอมองที่หน้าจอแล้วจึงกดรับโทรศัพท์

“เมื่อกี้กำลังประชุมอยู่นะ ทำไมถึงคิดถึงฉันละ? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” เสียงที่อ่อนโยนเหมือนหยกเนียนของอานเจียเย้นดังขึ้นมาจากด้านนั้นของโทรศัพท์ เสียงทุ้มต่ำกับภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐาน พูดออกมาอย่างกลมกล่อมนุ่มละมุน

ซูย้าวเอนไปกับเบาะนั่งเงยศีรษะขึ้น แสงด้านนอกหน้าต่างแยงตา เธอจึงใช้มือดึงม่านบังแดดถึงจะพูด “เรื่องหมิงเอ๋อ เป็นคุณที่ลงมือ”

เธอใช้น้ำเสียงที่แน่ใจ ไม่มีการซักถามข้อสงสัยเปิดเผยออกมา และไม่มีความสงสัยเลยแม้แต่น้อย

ทางด้านอานเจียเย้นนั่นเงียบงันไปหลายวินาที ตามด้วยเสียงหัวเราะ “ทำไมถึงพูดแบบนี้?”

“เพราะว่าคุณมีความสามารถทางด้านนี้ และมีความชำนาญทางด้านนี้ ยิ่งสอดคล้องกับนิสัยการกระทำของคุณ” ซูย้าวพูด

อานเจียเย้นครุ่นคิด “เหมือนว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้เป็นคนทำ เรื่องนี้เองก็ไม่เกี่ยวข้องกับฉันเท่าไหร่”

เขาหยุดชะงักไปชั่วครู่ แล้วจึงพูด “แต่ว่า ทางด้านซูหยวนนั้นผมจัดการเรียบร้อยแล้ว เรื่องแบบนี้จากนี้ไปจะไม่เกิดขึ้นอีก”

การปฏิเสธที่ไร้ความหมายแบบนี้ ซูย้าวจะเชื่อลงได้อย่างไร

แต่ว่าไม่เชื่อแล้วจะทำอะไรได้?

ไม่ต้องพูดถึงการที่เธอมีหลักฐานไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดเป็นการสันนิษฐานและคาดเดา ถึงจะมีหลักฐานพิสูจน์ได้จริง หลังจากแจ้งความก็คงจะเกิดปัญหาอย่างเช่นสถานะสัญชาติของอานเจียเย้น ทางตำรวจต้องการสอบสวนหรือลงโทษเขาก็คงไม่ง่ายนัก ศาลจำเป็นต้องเปิดพิจารณาคดีชั้นต้นชั้นอุทธรณ์ ทนายเองก็สามารถแทรกแซงแก้ต่างชี้แจง อยากจะให้เขารับโทษประหารชีวิต การดำเนินการคงจะช้ามาก

และในระหว่างการรอคอม เขายังสามารถขยับนิ้วได้เล็กน้อยตามใจ หรือว่าส่งสายตาได้เล็กน้อย และยิ่งสามารถควบคุมสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาที่แอบซ่อนอยู่ในความมืด ทำเรื่องบางอย่างที่เกิดกว่าที่คนเราจะจินตนาการได้ และการเรื่องที่ทำให้เสียใจภายหลังอย่างมาก

เขาเหมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่รับสืบทอดมาจากเพ้ยหยู่เจี๋ย นอกจากกิ่งก้านสาขาที่ร่วงหล่นต่อหน้าสายตาผู้คนแล้ว ใต้ดินที่แอบซ่อนอยู่นั้นคือรากไม้ที่เกี่ยวพันสลับซับซ้อนเป็นรากฐานที่มั่นคง

ซูย้าวปิดตาลงอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำเสียงคลุมเครือค่อนข้างอ่อนเพลีย “อานเจียเย้น จะต้องทำอย่างไรคุณถึงจะไม่แตะต้องเด็ก คุณพูดมาเถอะฉันทำตามแน่ ตกลงไหม?”

“ให้เป็นแพะรับบาปแทนคุณ หรือจะให้ช่วยทำอะไรก็ได้ทั้งหมด ฉันจะไม่พูดซ้ำ เพียงแต่คุณต้องปล่อยลูกแต่ละคนของฉันไป”

เจ้าสาวใบ้:อยากจะบอกรักคุณ

เจ้าสาวใบ้:อยากจะบอกรักคุณ

เธอเป็นสาวใบ้ เมื่ออายุ19ปีก็ถูกแม่เลี้ยงและพี่สาวบังคับแต่งงานกับเขาโดยการขาย ภายใต้การแต่งงานที่หรูหราได้ซ่อนแผนร้ายอันน่าทึ่งไว้….

Comment

Options

not work with dark mode
Reset