เช่าท่านประธานมาปิ๊งรัก – ตอนที่ 311 สนามบินหนานซาน / ตอนที่ 312 ลองสวมชุดพิธี

ตอนที่ 311 สนามบินหนานซาน

 

 

หลังจากความมืดในยามค่ำคืนลับหายไปก็แทนที่ด้วยแสงอรุณในยามเช้า

 

 

เมื่อเหยียนเค่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งไข้ก็ลดแล้ว แต่เหงื่อไหลโทรมกาย รู้สึกเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก

 

 

“ฮัลโหล” เหยียนเค่อลุกจากเตียง จัดเสื้อผ้าแล้วกำลังจะไปอาบน้ำ

 

 

ผู้ช่วยหวังดูนาฬิกา  ก็เป็นเวลานี้ถูกต้องแล้วนี่นา  สมองของเจ้านายโดนสนิมกินจนลืมไปแล้วหรือยังไงนะ

 

 

“วันนี้ต้องไปคุยสัญญากับสนามบินหนานซาน…”

 

 

“อืม” เหยียนเค่อเพิ่งนึกขึ้นได้ เหมือนว่าเขาจะซื้อสนามบินแห่งหนึ่งมาเพราะความโมโห “เดี๋ยวมารับผมที่บ้านด้วยนะครับ”

 

 

“ครับ”

 

 

ความจริงสนามบินนั้นก็ไม่เชิงว่าซื้อมาหรอก แค่โดนเหยียนเค่อเช่าไว้เป็นเวลาเก้าสิบปีก็เท่านั้น…เก้าสิบปีต่อจากนี้ เหยียนเค่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ถึงตอนนั้นไหม

 

 

เมื่อซย่าเสี่ยวมั่วตื่นก็โดนสวีรั่วชีที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเล่นเอาซะตกอกตกใจหมด

 

 

“เธอมาบ้านฉันทำไมเนี่ย ตอนเช้าเป็นช่วงที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านไม่ใช่เหรอ”

 

 

“งั้นเหรอ” สวีรั่วชีมองอย่างสงสัย “ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ”

 

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ซย่าเสี่ยวมั่วยิ้มแห้งแล้วลูบผมตัวเอง ก่อนจะเดินไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ

 

 

สวีรั่วชีเหมือนว่าจะหารือกับเธอ แต่ความจริงคือแค่มาแจ้งให้ทราบเท่านั้น ฟังจากน้ำเสียงแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเธอมาปรึกษาเลยแม้แต่น้อย “ตัดผมให้สั้นหน่อยแล้วก็ดัด พอถึงตอนนั้นก็มัดเป็นมวยขึ้นไป ชุดเพื่อนเจ้าสาวของเธอฉันดูไว้ให้แล้ว วันนี้ไปลองใส่ดู”

 

 

“ฉันต้องไปทำงาน!” ซย่าเสี่ยวมั่วรู้สึกว่าเธอช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

 

 

สวีรั่วชีเมินเฉยต่อเสียงโวยวายของเธอ “รองเท้าฉันก็ดูไว้ให้แล้วเหมือนกัน ฉันซื้อให้ฟรีเป็นค่าเหนื่อย”

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วล้างหน้าให้สะอาดแล้วรีบพุ่งออกมาจากห้องน้ำ “เธอมันจอมเผด็จการ ต้องตายสถานเดียว!”

 

 

“ต่อให้ต้องตายก็ไม่ใช่วันนี้แน่นอน” สวีรั่วชีชูโทรศัพท์แล้วโบกไปมา “ฉันโทรไปลาเจ้านายให้เธอแล้ว เธอมากับฉันอย่างสบายใจได้น่า”

 

 

“ที่แผนกปล่อยให้ฉันมากับคนอย่างเธอได้ยังไงกันนะ” ซย่าเสี่ยวมั่วองค์ดราม่าควีนลง สะอึกสะอื้นแล้วแสร้งทำเป็นปาดน้ำตา

 

 

สวีรั่วชีแสยะยิ้ม “เก็บน้ำตาไว้ร้องทีหลังเถอะ”

 

 

“วันนี้ไปลองชุดก่อน เธอไปนัดบอดกับฉันเสร็จค่อยไปดูชุดขี่ม้า” ซย่าเสี่ยวมั่วกลัวว่าเขาจะเทนัด จึงพูดดักขึ้นก่อน

 

 

บนใบหน้าเย็นชาของสวีรั่วชีปรากฏความไม่พอใจ “ฉันหน้าเหมือนคนที่นัดไม่เป็นนัดหรือไง” ต้องเสนอเงื่อนไขกับเธอกันทุกคนเลยสิน่า

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วแบมือ “ฉันก็แค่ปกป้องตัวเอง”

 

 

เมื่อไปถึงหนานซานก็เกือบเที่ยงแล้ว แสงแดดเจิดจ้าขับให้สีผมและสีผิวของเหยียนเค่องดงามประดุจหยก ผิวขาวสะอาดนั้นยิ่งดูกระจ่างใส

 

 

ผู้ช่วยหวังมองเจ้านายของตนย้อนแสงหนึ่งที ก่อนจะหันหน้ากลับไป  การที่หน้าตาดีเกินไปก็เป็นการทำร้ายผู้ชายด้วยกันเหมือนกันนะ

 

 

ช่วงนี้เหยียนเค่อป่วยบ่อย ไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้ว ไม่เพียงขาวขึ้นเท่านั้นแต่ยังผอมลงด้วย

 

 

“ประธานเหยียนครับ พวกเราขึ้นไปกันเถอะ”

 

 

ผู้จัดการของสนามบินหนานซานเป็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ตัวเตี้ย รูปร่างอ้วนท้วม บนหัวก็เหลือเพียงเส้นผมน้อยๆ ไม่กี่เส้นเท่านั้น

 

 

เหยียนเค่อพยักหน้า แล้วเดินตามหลังเขาขึ้นไป

 

 

“สนามบินหนานซานสร้างขึ้นเมื่อปี 2009 นับว่าเป็นสนามบินที่ค่อนข้างใหม่แห่งหนึ่งเลย อีกทั้งยังมีประสบการณ์ที่สั่งสมมารวมไปถึงการปรับปรุงในภายหลัง ทำให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานครบถ้วนสมบูรณ์” ผู้จัดการสนามบินหนานซานเดินขึ้นบันไดพลางหอบหนัก และเอ่ยแนะนำประวัติและผลงานต่างๆ ของสนามบินหนานซานไปด้วย

 

 

เหยียนเค่อฟังเขาแนะนำด้วยรอยยิ้ม แต่จากสถานการณ์จริงที่ไปสำรวจมานั้น จำนวนผู้โดยสารของสนามบินหนานซานน้อยมาก ตำแหน่งก็ค่อนข้างไกล อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ล้าหลัง บอกได้คำเดียวว่า ‘แย่’

 

 

เหยียนเค่อเดินขึ้นบันไดด้านหน้าของสนามบินหนานซานแล้วก็หายใจหอบ มีสิ่งที่เขาไม่เข้าใจอีกอย่างก็คือทำไมต้องทำบันไดหลายขั้นขนาดนี้ตรงหน้าประตูทางเข้าสนามบินด้วย

 

 

“ที่พวกเราสร้างบันไดขึ้นมา ก็เพื่อให้ผู้โดยสารของพวกเราเดินเข้ามาอย่างรุ่งเรืองสูงส่งยิ่งๆ ขึ้นไป และก้าวออกไปได้อย่างราบรื่นครับ”

 

 

เหยียนเค่อมุมปากเหยียดขึ้น ราวกับได้ฟังเรื่องตลกก็ไม่ปาน ผู้ช่วยหวังเองก็กลั้นหัวเราะอยู่เช่นกัน

 

 

การที่สนามบินหนานซานมีผลตอบแทนที่ไม่ดีก็มีเหตุผลของมัน

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 312 ลองสวมชุดพิธี

 

 

เหยียนเค่อกำลังคิดว่าจะปรับปรุงสนามบินหนานซานอย่างไร ส่วนสวีรั่วชีก็กำลังคิดว่าจะแปลงโฉมซย่าเสี่ยวมั่วอย่างไร

 

 

“ซย่าเสี่ยวมั่ว ตัวนี้สวย” สวีรั่วชีแนะนำอย่างตั้งใจแล้วหยิบเสื้อผ้าได้ก็โยนใส่เธอ

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วไม่เชื่อใจสวีรั่วชี ถึงเรื่องรสนิยมเธอจะสู้สวีรั่วชีไม่ได้ แต่อย่างไรเสียเธอก็เคยออกแบบชุดราตรีมาก่อน ดังนั้นจึงต้องขบคิดคำแนะนำของสวีรั่วชีให้ละเอียดถี่ถ้วน

 

 

“ตัวนี้เปิดหลังเยอะเกินไป” ซย่าเสี่ยวมั่วหยิบชุดพิธีที่แหวกหลังไปจนถึงเอวไปไว้อีกด้าน สวีรั่วชีมองแล้วเบ้ปาก นั่นให้เป็นของขวัญเหยียนเค่อต่างหากล่ะ…อย่างไรเสียแผ่นหลังงามๆ ของซย่าเสี่ยวมั่วก็ควรค่าแก่การโชว์อยู่แล้ว

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วหยิบชุดอีกตัวที่ผ่าหน้าจนถึงสะดือออกมา “ฉันไม่มีนมสักหน่อย เธอจะให้ฉันเอาอะไรมายึดฮะ!” พลิกเลือกดูอีกสักพัก เธอก็โยนอีกชุดที่แหวกอกเป็นรูปตัววีออกมา “เหตุผลเหมือนเมื่อกี้”

 

 

ช่างไม่รู้อะไรซะบ้างเลย! สวีรั่วชีหยิบชุดนั้นมาไว้ข้างๆ ตัว อีกสักประเดี๋ยวต้องให้ซย่าเสี่ยวมั่วลองใส่ชุดนี้ให้ได้

 

 

สุดท้ายซย่าเสี่ยวมั่วก็เลือกชุดกระโปรงหางปลาที่คลุมตั้งแต่คอจรดปลายเท้า สวีรั่วชีมองดูอยู่เงียบๆ ชุดนี้รัดรูปกว่าแท้ๆ แถมยังมีความเซ็กซี่นิดๆ ด้วย ไม่รู้ว่าซย่าเสี่ยวมั่วเป็นพวกหัวโบราณจอมปลอมหรือเป็นพวกชอบโชว์จริงๆ กันแน่

 

 

เมื่อซย่าเสี่ยวมั่วลองใส่ดูแล้วก็ตกตะลึง ไม่เพียงทำให้รูปร่างดูอ้อนแอ้นอรชรเท่านั้น แต่ยังทำให้เอวคอดสะโพกเด้งขายาวอีกต่างหาก ปกคอเสื้อตั้งขึ้นออกแบบให้เป็นกระดุมกลัด ทำให้ลำคอดูยาวระหงและสวยสง่า

 

 

หลังจากสวีรั่วชีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายไปหลายรูปแล้ว ก็เท้าศีรษะแล้วโบกมือ แสร้งทำเป็นไม่พอใจ “เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวนะ ใส่ชุดแบบนี้อยากให้เพื่อนเจ้าบ่าวมาอุ้มหรือไง”

 

 

“ไม่กล้าคาดหวังหรอกน่า” เธอจะกล้าไปรบกวนกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวของสวีรั่วชีได้อย่างไรกันเล่า

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วเดินไปสองก้าว แต่ความจริงกลับขยับไปแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น แถมกระโปรงนี้ยังแนบไปกับร่างกาย ทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่อะไรเลย ช่างน่าอึดอัดจริงๆ

 

 

สวีรั่วชียื่นชุดตัวที่ผ่าหลังมาให้ “เธอลองใส่ตัวนี้ดู”

 

 

ชุดนี้กระโปรงด้านหน้าสั้นส่วนด้านหลังยาว กระโปรงเป็นระบายยาวลากพื้นไปถึงข้างหลัง ปกคอก็ตั้งสูง ด้านหลังคอมีกระดุมซ่อนไว้สองเม็ด เพียงแต่เผยให้เห็นแผ่นหลังทั้งหมดเท่านั้น

 

 

เมื่อซย่าเสี่ยวมั่วใส่ออกมาแล้วก็รู้สึกถึงลมพัดหวิวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

 

 

สวีรั่วชีพยักหน้า “ก็ใช้ได้ ก็แค่แย่งซีนฉันไปหน่อยเท่านั้น” เธอส่งชุดตัวสุดท้ายไปให้ “เธอใส่ตัวนี้ละกัน”

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วเหลือบมองเธอปราดหนึ่ง นี่สวีรั่วชีเล็งไว้แล้วงั้นเหรอ? แต่ให้เธอไปลองใส่ชุดซะเยอะเลย

 

 

“รีบไปเถอะน่า” สวีรั่วชีโบกมือไล่

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วใส่แล้วรู้สึกว่าชุดนี้ปกติที่สุดในบรรดาทุกตัวที่ใส่มา ถึงจะรู้สึกหวิวๆ บริเวรหน้าอกไปหน่อย แถมยังโป๊ไปนิด แต่ก็ยังพอรับได้

 

 

“เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้ดู ให้เธอได้รับรู้ถึงความสวยของตัวเอง” สวีรั่วชีก็พูดไปอย่างนั้น กดถ่ายรูปหน้าตรงไว้ได้หลายช็อต

 

 

ซย่าเสี่ยวมั่วไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร จึงยืนตัวตรงอยู่อย่างนั้นปล่อยให้เธอถ่าย “ตัวนี้แหละ ถ้าเปลี่ยนชุดอีกฉันต้องเป็นลมแน่”

 

 

“ได้เลย” สวีรั่วชีตอบรับอย่างรวดเร็ว

 

 

หลังจากจัดการเสื้อผ้าให้ซย่าเสี่ยวมั่วเรียบร้อยแล้วสวีรั่วชีก็พาเธอไปทำผมอีก เธอบอกทรงผมที่ตัวเองอยากได้กับช่างแล้วจึงนั่งลงข้างๆ มองดูซย่าเสี่ยวมั่วโดนช่างทำผมทรมานหนังหัว

 

 

“กว่าเธอจะแต่งก็อีกนาน ฉันตัดผมตอนนี้ เดี๋ยวก็ยาวใหม่อยู่ดี!” ซย่าเสี่ยวมั่วที่เกลียดความยุ่งยากไม่อยากเสียเวลาทำผมเอาเสียเลย เอาเวลานี้ไปนอนยังจะดีกว่า!

 

 

“ยาวก่อนแล้วค่อยมาพูด” สวีรั่วชีพูดแขวะ

 

 

เมื่อคืนซย่าเสี่ยวมั่วอดนอน พอต้องมาเดินทั้งวันก็เริ่มเมื่อย ช่างทำผมด้านหลังกำลังตัดผมให้เธออยู่ เธอจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับไปทันที

 

 

สวีรั่วชีนับถือในความสามารถของเธอจริงๆ นั่งพลิกนิตยสารอยู่ข้างๆ เธอไม่เชื่อหรอกว่าเหยียนเค่อจะไม่กระวนกระวาย ถ้าเห็นซย่าเสี่ยวมั่วไปคู่กับเพื่อนเจ้าบ่าวคนอื่น

เช่าท่านประธานมาปิ๊งรัก

เช่าท่านประธานมาปิ๊งรัก

ซย่าเสี่ยวมั่ว สาวโสดผู้หมดศรัทธาในความรักจำต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกจากบ้าน เพียงเพราะทะเลาะกับผู้เป็นแม่เรื่องหา ‘ลูกเขย’! ด้วยอับจนหนทางที่จะกลับบ้าน เธอจึงต้องไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนสนิทชั่วคราว ทว่าระหว่างนั่งรถประจำทาง เธอดันไปปะทะฝีปากกับชายหนุ่มรูปงาม และสร้างความอับอายให้เขาอย่างน่าคับแค้นใจ! ทั้งที่เธอไม่คิดจะเจอเขาอีกชั่วชีวิต ทว่าเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง บันดาลให้เธอต้องมาพบกับเขาอีกครั้งในฐานะ ‘แฟนเช่า’ ครั้งนี้ เหยียนเค่อ จะให้เธอได้ชดใช้อย่างสาสม!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset