เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ – ตอนที่ 421 – ประกาศสงคราม

ตอนที่ 421 ประกาศสงคราม

นอกจากผู้รับแล้ว ไม่มีใครอื่น แม้แต่เพื่อนที่ดีที่สุดหรือญาติพี่น้องที่ได้รับอนุญาตให้รับจดหมายลับสุดยอด

ลีนและพวกที่เหลือไม่ทราบว่าข้อความนั้นคืออะไร ไม่มีใครบอกให้พวกเขารู้ความจริง ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือก พวกเขาจึงได้แต่อยู่บริเวณใกล้ๆ สมาคมนักรบ ได้แต่หวังว่าจะคอยยับยั้งเย่ว์หยางที่ประตูเทเลพอร์ตของหอทงเทียนชั้นหก เพื่อต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในทวีปมังกรทะยาน สาวทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยเสนอให้ส่งจดหมายถึงเย่ว์หยาง แต่แอนนาปฏิเสธหลังจากพิจารณาถึงเหตุผลบางประการ ลีนและหัวหน้าเลโอรู้สึกว่าตั้งแต่สุ่ยตงหลิวอาจารย์ของพวกเขา ขอให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงออกจากทีมเพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้ไม่เป็นภาระถ่วงเพื่อนร่วมกลุ่มพวกเขา เย่ว์หยางก็คงทำเหมือนกัน พวกเขารู้สึกว่าควรจะยับยั้งเย่ว์หยางและถามเขาเป็นการส่วนตัวดีกว่า

เมื่อพวกเขายังคงอยู่ในระหว่างปรึกษากัน โอวเกินและหัวหน้าแม็ทธิวก็มาถึง

พวกเขาแจ้งข่าวที่น่าตื่นตะลึงมากกับลีนและพวก ราชาเฮยอวี้ประกาศสงครามกับอาณาจักรต้าเซี่ยแห่งทวีปมังกรทะยานอย่างเป็นทางการ นักรบและพันธมิตรของอาณาจักรต้าเซี่ยทั้งหมดจะถูกไล่ล่ากวาดล้างโดยกองกำลังนรกดำ

“ราชาเฮยอวี้เป็นใครกัน?” เป่าเอ๋อเพิ่งเข้ามาชั้นหกหอทงเทียนไม่นาน ไม่รู้จักว่าราชาเฮย์อวี้คือใคร

“เขาคือนักรบปราณก่อกำเนิดที่ล้มเหลวเมื่อหกพันปีมาแล้ว เดิมทีมีชื่อว่าขุนพลเทพจักรพรรดิอวี้ เขามีพลังที่น่ากลัว ยังเหนือกว่านักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสิบ มีผู้ติดตามซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งมากมาย ก่อตั้งกองกำลังนรกดำ โดยการรวมตัวของนักรบวิบัติ นักรบปราณก่อกำเนิดสี่คนก็มีพลังเหนือกว่าปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ดไปแล้ว” โอวเกินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“อ่า..อย่างนั้นเจ้าเด็กไตตันนั่นก็อยู่ในสถานการณ์อันตรายสินะ!” ทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยรู้สึกตกใจที่ได้ยินเช่นนั้น

“อย่างนั้นรีบส่งจดหมายลับสุดยอดและให้พี่ไตตันไปจากหอทงเทียนชั้นหกเถอะ…” เป่าเอ๋อห่วงใยขณะที่ฉุดมือของแอนนากระตุ้นเตือนให้นางตัดสินใจ

“เขาไม่ใช่คนที่ควรจากไป แต่เป็นพวกเจ้าทุกคนต่างหาก เด็กๆ ทั้งหลาย! ช่วงเวลาวุ่นวายมาถึงแล้วกลับไปยังที่อยู่เดิมของพวกเจ้าซะ ชั้นหกไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ข้าเข้าใจเรื่องมิตรภาพของพวกเจ้า แต่ทางเลือกที่สมเหตุผลที่สุดในตอนนี้ก็คือกลับออกไปอย่างปลอดภัยเสียแต่บัดนี้ นี่จะดีที่สุดสำหรับพวกเจ้าและสำหรับพวกเขา กองทัพนรกดำแข็งแกร่งมาก เมื่อไม่ได้รับการปกป้องจากนักสู้ปราณก่อกำเนิด พวกเจ้าทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย” ทันทีที่หัวหน้าแม็ทธิวพูดจบสี่สาวคิวบัวร์กระโดดผางอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่เลโอและลีนส่ายศีรษะเบาๆ

สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างที่หัวหน้าแม็ทธิวอธิบาย

แต่จะให้พวกเขากลับไปยังที่อยู่เดิมของพวกเขาในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้

เย่ว์หยางยังไม่รู้เรื่องราชาเฮยอวี้ประกาศสงครามกับอาณาจักรต้าเซี่ยเลย เมื่อเขาออกมาจากโลกคัมภีร์ เขาก็เทเลพอร์ตกลับไปทันที

แผนการของเขาก็คือไปหอทงเทียนชั้นที่สามเพื่อค้นหาสถานที่ลับที่มารดาของนางพญากระหายเลือดตระเวนไป แม้ว่าจักรพรรดิชื่อตี้จะเป็นภัยคุกคามยิ่งใหญ่ แต่เย่ว์หยางประเมินว่าเขาจะฟื้นฟูกำลังเต็มที่ได้ก็คงก่อนครึ่งปี…

เมื่อเขากลับไปที่ประตูเทเลพอร์ตในหอทงเทียนชั้นที่หก เขาประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นแอนนาและลีนกำลังคอยอยู่แต่ไกล

เกิดอะไรขึ้น?

เป่าเอ๋อปฏิกิริยาไวที่สุด ขณะที่นางวิ่งพลางร้องไห้พลางมาอยู่ต่อหน้าเย่ว์หยาง

“เจ้ายังทำอะไรอยู่ที่นี่? รีบกลับไปเร็วๆ!” ทอเรนสาวฟ่านหลุนเถี่ยวิ่งเข้ามาหา “เรากำลังจะไปเหมือนกัน ไปต่อยตีกับราชาเฮยอวี้ผู้ชั่วร้าย!”

“ราชาเฮยอวี้เหรอ?” เย่ว์หยางตะลึงจนพูดไม่ออก เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับราชาเฮยอวี้ด้วย?

“เรื่องเป็นอย่างนี้… ราชาเฮยอวี้ประกาศสงครามเป็นทางการกับอาณาจักรต้าเซี่ย…” คำพูดของลีนทำให้เย่ว์หยางตะลึง “ประกาศสงคราม? เขากินยาผิดซองหรือเปล่า?”

“เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือ?” แอนนาสะดุ้ง ถ้าเย่ว์หยางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับราชาเฮยอวี้ อย่างนั้นเขาส่งจดหมายลับสุดยอดไปให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงทำไม? เป๋าเอ๋อกลัวว่าเย่ว์หยางจะจากไปทันที ดังนั้นนางใช้ทักษะแขนปลาหมึกพยายามยื้อยุดฉุดแขนเขาไว้ “พาเราไปทวีปมังกรทะยานด้วยเถอะ เราต้องการช่วยด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำคัญมากน้อยเพียงใดก็ตาม เราก็จะช่วย ถ้าเราร่วมมือกัน เราจะสามารถสู้ตอบโต้ผู้รุกรานได้แน่!”

“อย่าเพิ่งเพิ่มปัญหา, ไม่มีอะไรที่เจ้าจะทำได้ที่นี่หรอกนะ สาวน้อย” เย่ว์หยางโบกมือทั้งสองเร่าๆ แต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นการรังควานจากเด็กสาวเอลฟ์ทองได้

“พลังของเราอาจจะอ่อนแอ แต่เราก็เป็นสหาย และเป็นเพื่อนร่วมต่อสู้ ถ้าเจ้าไม่คิดว่าเราไม่มีประโยชน์ และเป็นผู้สามารถร่วมต่อสู้ร่วมกันได้ อย่างนั้นก็พาเราไปทวีปมังกรทะยานด้วย ถ้าป่าเอลฟ์ของเราถูกรุกราน เจ้าก็จะช่วยเราสู้ตอบโต้ผู้รุกรานด้วยเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม ตอนนี้จะให้เราเอาแต่ยืนมองอยู่เฉยๆ ได้ยังไง? ไปกันเถอะ พวกเราพร้อมแล้ว” ลีนจ้องนัยน์ตาเย่ว์หยางเป็นการยืนยัน หัวหน้ากลุ่มทอเรนเลโอ, สาวทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยและสี่สาวคิวบัวร์ก็ตะโกนร้องด้วยอารมณ์เดียวกัน

“ตอนนี้ทุกคน อย่าเพิ่งกังวลจนเกินไป รอให้ข้าค้นดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นในทวีปมังกรทะยานก่อน ถ้าเราสู้กับศัตรูไม่ได้จริงๆ เราอาจต้องซ่อนตัวอยู่ในป่าเอลฟ์ก็ได้” เย่ว์หยางหัวเราะ

“ไม่, เราจะไปด้วยกัน, เราจะเผชิญปัญหาร่วมกัน” อย่าว่าแต่แอนนาเลย, แม้แต่เป่าเอ๋อก็รู้ว่าเย่ว์หยางเป็นจอมโกหกเชื่อถือไม่ได้

“ก็ได้ๆ อย่างนั้นก็ไปกัน” คำตอบของเย่ว์หยางทำให้ทุกคนถอนหายใจโล่งอก พวกเขาจับเย่ว์หยางได้ นับว่าเป็นโชคดี

เมื่อพวกเขามาถึงวงแหวนเทเลพอร์ต เย่ว์หยางยื่นส่งค่าธรรมเนียมเทเลพอร์ตอย่างพอเพียง

แต่เมื่อหลายคนกำลังมองหาเส้นทางเข้าทวีปมังกรทะยาน เจ้าหน้าที่เทเลพอร์ตโบกมือที่เสาแก้วผลึก เสาแก้วผนึกขนาดใหญ่ทั้งหมดเปล่งแสงเจิดจ้าแล้วเย่ว์หยางก็เทเลพอร์ตจากไปทันที ทุกคนตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น? แต่ก่อนที่ลีนและพวกที่เหลือจะได้ทันโต้แย้ง เจ้าหน้าที่เทเลพอร์ตก็คืนเงินที่เหลือให้พวกเขา “เขาบอกว่านั่นเป็นเงินรางวัลพิเศษที่มอบให้ข้า แต่ข้ารู้สึกว่าข้าควรจะคืนให้พวกเจ้าทุกคน ข้าต้องขอโทษด้วยที่ไม่อาจเทเลพอร์ตส่งพวกเจ้าได้ทุกคน แต่เนื่องจากนักรบจากต่างทวีปไม่ได้เลือกจะพาใครไปด้วย ข้าจึงไม่อาจเทเลพอร์ตส่งพวกเจ้าไปได้ ต่อให้ข้าลองทำดู ก็คงทำไม่สำเร็จ”

ในที่สุดพวกเขาก็รู้ตัวว่าถูกเย่ว์หยางหลอก เขาไม่ได้ตั้งใจจะพาทุกคนไปทวีปมังกรทะยานเพื่อต่อสู้กับศัตรูอยู่แล้ว

เย่ว์หยางออกจากหอทงเทียนทันทีหลังจากถูกเทเลพอร์ตส่งตัวมา

เขาไปยังปราสาทตระกูลเย่ว์ก่อน

ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่และจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้อยู่ที่นั่นกันหมด ขณะที่เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ถูกส่งไปรับตัวนักเรียนจากชั้นเรียนมรณะ พวกเขาจะต้องคอยติดตามผจญภัยร่วมกับอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า

“ตอนนี้กองทัพนรกดำของราชาเฮยอวี้อยู่ที่ใดกัน?” พอได้ยินเย่ว์หยาง ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่และจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้หัวเราะลั่นทันที จุนอู๋โหย่วปรบพระหัตถ์ด้วยความดีใจ “ข้าคิดว่าเจ้าเป็นคนกลอกกลิ้งผิดคนธรรมดา ใครจะรู้กันว่าเจ้าก็แค่เด็กใหม่ในเรื่องการทหาร แต่โชคดีนะ ถ้าเจ้ามีดีทางนี้ด้วย อย่างนั้นตาแก่อย่างเราคงต้องเกษียณอายุกันแล้ว”

“นั่นก็ถูก กองทัพนรกดำกำลังเตรียมตัวรุกราน แต่เจ้าไม่ต้องร้อนใจเกินไป พวกเขายังไม่มาถึงเราเร็วๆ นี้แน่” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ถึงกับตื่นเต้นผิดธรรมดา เหมือนกับว่าเป็นขุนศึกที่เตรียมตัวออกรบ ความปรารถนาออกศึกกำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาของท่านเงียบๆ เหมือนกับดาบที่ชักออกจากฝักครึ่งหนึ่งและพร้อมจะพ้นออกจากฝัก

รังสีฆ่าฟันที่คุ้นเคยอย่างหนึ่งรายล้อมทั่วบริเวณ

แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าศัตรูของพวกเขาคือกองทัพนรกดำ แต่ขุนทัพเฒ่าผู้ต่อสู้กับทัพปีศาจอยู่เนืองๆ ก็มิได้กลัว

ยิ่งกว่านั้น เขารู้สึกพลังวิญญาณการต่อสู้ที่ร้อนแรงจะมิอาจพรรณนาได้

“กองทัพนรกดำยังไม่มีคนจากทวีปมังกรทะยานเข้าร่วมแน่นอน ถ้าพวกเขาต้องการจะเข้าสู่โลกของพวกเรา พวกเขาจะต้องทำโดยผ่านการบูชายัญต่อเทพเจ้าเพื่อเข้าประตูเทเลพอร์ตและมายังทางผ่านโบราณ ถ้าพวกเขาต้องการจะรุกรานอาณาจักรต้าเซี่ยของข้า พวกเขาก็จะไม่ส่งมาเพียงแค่นักสู้ปราณก่อกำเนิดเพียงไม่กี่คนแน่ สงครามจะแบ่งออกเป็นสามส่วน นักสู้ปราณก่อกำเนิดกับนักสู้ปราณก่อกำเนิด ทหารกับทหาร อีกฝ่ายหนึ่งจะลอบเป็นพันธมิตรกับอาณาจักรอื่น ถ้าไม่ใช่เพราะต้องคอยบูชายัญเทพเจ้าไม่รู้จบ แล้วกองกำลังนรกดำจะเข้ามายังทวีปมังกรทะยานได้อย่างไร? สิ่งที่เรากังวลใจมากที่สุดก็คือกองกำลังนรกดำจะดำเนินการเข่นฆ่าคนของเราในหอทงเทียนอย่างสนุกมือ เพราะพวกเขาได้ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการไปแล้ว กฎจึงปกป้องพวกเราไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเจ้า เจ้าเป็นคนที่พวกเราห่วงใยที่สุด เรื่องของจักรพรรดิชื่อตี้ เราได้รับจดหมายจากเจ้าแล้ว ตอนนี้เรายังไม่ต้องกังวลห่วงเรื่องของเขามากจนเกินไป ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ เจ้าจงพาเย่คง, เจ้าอ้วนไห่และเด็กๆไปอยู่ในที่ห่างไกล รอเวลาที่เจ้ามีพลานุภาพสูงสุด จากนั้นจึงค่อยกลับมาสร้างต้าเซี่ยให้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง” จุนอู๋โหย่วยิ้มเล็กน้อย จากนั้นส่งสัญญาณให้เย่ว์หยางนั่งลง เขาดูสงบมาก ไม่มีวี่แววว่าโกรธหรือวิตกกังวล และไม่มีความผิดปกติใดๆ ให้เห็น เขาทำตัวประหนึ่งว่าการบุกรุกทำลายล้าง เป็นเรื่องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

“ท่านไม่สามารถสู้กับพวกเขาได้จริงๆ หรือ?” เย่ว์หยางไม่ยินดีจะหลีกหนีชะตากรรม ถ้ามันเลวร้ายถึงที่สุด เขาจะเสี่ยงชีวิตสู้กับราชาเฮยอวี้

“มันยาก” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ส่ายศีรษะ “แม้ว่าเราจะมีอาณาจักรเทียนหลัวเป็นพันธมิตร แต่พอรวมกำลังของสองอาณาจักรนี้แล้ว ก็เพียงเหนือกว่าอาณาจักรสือจินเพียงเล็กน้อย ทันทีที่เกิดสงคราม เจ้าเมืองหลายเมืองของอาณาจักรต้าเซี่ยและเทียนหลัวจะทรยศอาณาจักรของพวกเขาแน่นอน พวกหัวขโมยม้า, โจรป่าและกลุ่มนักผจญภัยทั้งหมดจะกระโจนเข้าร่วมกับอาณาจักรสือจินที่ได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังนรกดำและกองทัพปีศาจ พวกเขามีจำนวนคนที่มากจริงๆ และสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยฝ่ายเราเลย นอกจากพลังของทวีปมังกรทะยาน คู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าอาจเป็นกองกำลังนรกดำและกองทัพปีศาจก็ได้ พวกเขามีกำลังพลมากมายจริงๆ ถ้านักสู้ปราณก่อกำเนิดฝ่ายเราไม่สามารถรับมือได้ เราจะพ่ายแพ้สิ้นเชิง ตอนนี้ แค่ราชาเฮยอวี้ก็เป็นกำลังใจหลักให้พวกเขาได้ และยังมีการสนับสนุนของนิกายเจดีย์ราชสีห์และปีศาจแดนอเวจี, อาณาจักรสือจินจะต้องมุ่งทำลายอาณาจักรต้าเซี่ยเป็นแน่ เพื่อความปลอดภัย เราตัดสินใจยอมรับความช่วยเหลือลับๆ จากอาณาจักรเทียนหลัว ดังนั้นถ้าเราพ่ายแพ้ พวกเด็กๆ จะได้มีที่ไป”

“พวกเขายังจะปลอดภัยอยู่ในเทียนหลัวได้นานแค่ไหน?” เย่ว์หยางไม่ตั้งความหวังไว้สูง กองกำลังนรกดำจะปล่อยให้มีคนปลอดอันตรายจากการรุกรานของพวกเขาได้ยังไงกัน? เทียนหลัวคงจะมีความสงบเพียงชั่วคราว แต่ว่าจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน?

“อย่างน้อยเทียนหลัวก็สามารถยันจนถึงที่สุดได้ เมื่อมีจักรพรรดินีราตรีอยู่ด้วย ไม่ว่าราชาเฮยอวี้จะผยองเพียงไหนก็ตามเขาคงไม่รุกรานนางได้ง่ายๆ ถ้าไม่มั่นใจเต็มร้อย เขาคงไม่กล้าท้าทายจักรพรรดินีราตรี” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่แปะไหล่ของเย่ว์หยาง “แม้ว่าต้าเซี่ยและเทียนหลัวจะถูกทำลาย แต่ก็ยังเหลือเจ้า บรรพบุรุษของเราสร้างอาณาจักรต้าเซี่ยจากซากปรักหักพังหลังจากสงคราม ดังนั้นการสูญเสียอาณาจักรก็คงไม่มีอะไร”

“เป็นไปได้ไหมว่าเราจะชนะในที่สุด?” เย่ว์หยางยังคงเข้าใจว่าสิ่งสำคัญในการศึกครั้งนี้ไม่ได้ถูกกำหนดที่จำนวนทหาร แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างนักสู้ปราณก่อกำเนิดมากกว่า

ถ้าพวกเขาสามารถโค่นราชาเฮยอวี้ อย่างนั้นไม่ว่ากองกำลังนรกดำจะแข็งแกร่งเพียงไหน พวกมันก็พ่ายแพ้ได้

สิ่งที่ทำให้เย่ว์หยางโกรธก็คือเขายังไม่ได้มีพลังมากพอให้เขาท้าทายราชาเฮยอวี้ได้ คงจะดีมากถ้ามีเวลามากขึ้น ถ้าเขามีเวลาฝึกฝนมากกว่าหนึ่งปี เขาคงเตรียมท้าทายราชาเฮยอวี้แน่นอน

แน่นอนว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สามารถสู้กับราชาเฮยอวี้ในตอนนี้ แต่เป็นเรื่องความไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าเขาจะได้รับชัยชนะ

ที่สำคัญก็คือ เขาเป็นบุคคลผู้ทรงพลังอำนาจจากเมื่อหกพันปีที่แล้ว

แม้จะไม่เทียบเท่าจักรพรรดิชื่อตี้ แต่ก็ไม่อ่อนแอกว่าเท่าใดนัก เย่ว์หยางประเมินว่าบางทีเขาอาจเป็นยอดฝีมือปราณก่อกำเนิดฟ้าคนหนึ่ง

พอได้ยินสิ่งที่เย่ว์หยางพูด จุนอู๋โหย่วและผู้เฒ่าเย่ว์ไห่มองหน้ากันเอง จุนอู๋โหย่วพูดช้าๆ และมองดูเย่ว์หยาง “ถ้าเจ้าต้องการชนะศึกครั้งนี้ นี่ยังมีทางเป็นไปได้บ้าง เราต้องการผู้ช่วยเหลือคนหนึ่ง

“ท่านหมายถึงจื้อจุนน่ะหรือ?” เย่ว์หยางเข้าใจได้ทันที

“ใช่แล้ว, ถ้าจื้อจุนยินดีช่วย ราชาเฮยอวี้จะต้องลำบากแน่นอน ข้าเชื่อว่าแม้แต่จักรพรรดิชื่อตี้ยังต้องกลัว แต่ปัญหาก็คือจื้อจุนนานๆ ครั้งถึงจะยุ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ หัวใจนางมีแต่เรื่องการฝึกฝนเท่านั้น และยิ่งกว่านั้นนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญในการสำรวจแดนสวรรค์ ดังนั้นนางอาจไม่กลับมายังทวีปมังกรทะยาน และเพราะเรื่องนี้เอง ราชาเฮยอวี้ถึงกล้าประกาศสงครามกับเรา เราคาดว่าจื้อจุนคงได้รับประโยชน์อะไรบางอย่างเมื่อนางกำลังสำรวจแดนสวรรค์ ดังนั้นนางคงจะจากไปแดนสวรรค์เร็วๆ นี้ นั่นคือสาเหตุให้ราชาเฮยอวี้ดื้อด้านก้าวร้าวยิ่งขึ้น” ข้อวินิจฉัยของจุนอู๋โหย่วสมเหตุสมผลมาก เย่ว์หยางก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

ถ้าเป็นกรณีนี้จริงๆ อย่างนั้นไม่เพียงแต่อาณาจักรต้าเซี่ยในทวีปมังกรทะยานเท่านั้น หอทงเทียนทั้งหมดจะตกอยู่ในความวุ่นวาย เมื่อไม่มีจื้อจุนและพลังสุดยอดของนางคอยข่มไว้

พวกที่รอช่วงชิงตำแหน่งของจื้อจุนยังคงมีอยู่ ตัวอย่างเช่น ยอดฝีมือปราณก่อกำเนิดอย่างซุ่นเทียน, องค์ชายเงาดำ, ประมุขนิกายพันปีศาจและราชันย์จ้าวปีศาจบารุธล้วนแล้วแต่สร้างความเสียหายได้ทั้งนั้น แม้แต่กลุ่มที่อยู่อย่างสงบอย่างมารมุกฟ้า, อันซื่อและจักรพรรดิมังกรก็คงโผล่ออกมาชิงชัยด้วยเช่นกัน

ถ้าจื้อจุนยังอยู่ เย่ว์หยางคงเสนอให้นางคิดทบทวนอีกครั้งก่อนเดินทางไปแดนสวรรค์ ขณะที่หอทงเทียนตกอยู่ในสภาพแดนมิคสัญญี

ถ้าเพียงแต่สาวลึกลับอกโตนางนี้พูดง่ายเหมือนกับนางเซียนหงส์ฟ้า… เย่ว์หยางคงโล่งใจบ้าง เขาสามารถใช้เล่ห์กลหนุ่มน้อยชายงามชักชวนนางเซียนหงส์ฟ้าได้ แต่คงไม่มีผลอะไรกับจื้อจุน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขาไม่สามารถใช้แผนชายงามกับจื้อจุนที่ชอบเดินทางลับๆได้ ไม่มีใครรู้ว่านางไปที่ใด

ดูเหมือนราชาเฮยอวี้เลือกเวลาประกาศสงครามได้ดีเสียด้วย

สงครามครั้งนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้

พวกเขาคงได้แต่รอให้สงครามเกิด และดูว่าผลเสียหายสุดท้ายจะเป็นเช่นไร

“ไปเถอะ ถ้าเจ้ามีสิ่งอื่นจะต้องดำเนินการ กองกำลังนรกดำและกองทัพของอาณาจักรสือจินยังประชุมกันอยู่ ข้าคาดว่าพวกเขาคงไม่สามารถโค่นล้มเราได้ก่อนครึ่งเดือน ราชาเฮยอวี้ยังไม่ตัดสินใจถ้าเขาไม่มั่นใจเต็มร้อย ปู่ของเจ้าจะรับดูแลศึกครั้งนี้ เจ้าไม่มีอะไรต้องทำที่นี่” จุนอู๋โหย่วแนะนำให้เย่ว์หยางใส่ใจธุระตนเอง

“มันก็จริงอยู่ที่ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการต่อสู้ในสงคราม อย่างนั้นข้าจะไปเตรียมเครื่องมือบางอย่าง” เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขายังคงช่วยแม่ทัพใหญ่ได้ อสูรสายฟ้าและเกราะของเฉินเซียนเซิง และอสูรหุ่นของเขาเอง แม้ว่าพวกมันจะไม่สามารถทำตามกฎหลักในสนามรบได้ก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย ไม่ว่าราชาเฮยอวี้จะทรงพลังขนาดไหนก็ตาม เย่ว์หยางสาบานว่าอย่างน้อยต้องลอกหนังของเขาออกมาให้ได้ชั้นหนึ่ง เย่ว์หยางจะไม่ยอมให้เขาใช้ชีวิตได้ง่ายๆ แน่

“รักษาตัวเองให้ดี นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่จับไหล่เย่ว์หยางเพื่อยืนยัน “เจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตระกูลของเรา ตระกูลของเราไม่มีคนขลาด ต่อให้เราต้องตาย เราต้องตายด้วยความภูมิใจ มีแต่วิธีนี้ที่จะทำให้เราสู้หน้าบรรพบุรุษของเราในโลกหน้าโดยไม่มีอะไรต้องละอาย ยิ่งกว่านั้น ในบรรดาผู้เยาว์ ยังมีเจ้า, ปิงเอ๋อ, ซวงเอ๋อและเฟิงเอ๋อ ตระกูลเย่ว์จะไม่ถูกทำลาย จะมีคนสืบสายตระกูลแน่นอน! ปู่แก่แล้ว จะตายอยู่ที่นี่พร้อมกับความฮึกเหิมต่อสู้ดีกว่ารอความตายอยู่บนเตียงนอนตายเป็นร้อยเท่า สงครามแบบนี้คือสิ่งที่ข้าปรารถนาอยู่เสมอ เนื่องจากตอนนี้ข้าแข็งแรงพอจะฆ่าคนได้ แล้วทำไมถึงไม่ทำตามที่ใจเรียกร้อง ฮ่าฮ่าฮ่า”

“….” เย่ว์หยางพูดไม่ออกจริงๆ

เขาสมควรถูกขนานนามว่าแม่ทัพเฒ่าผู้มาจากกองซากศพ เขากล้าหาญจริงๆ

เย่ว์หยางได้รับอิทธิพลจากความห้าวหาญของผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ แม้ว่าดูผิวเผินเขาจะไม่พูดอะไร แต่เขากลับฮึกเหิมร้อนรุ่มอยู่ภายใน แม้ว่าผู้เฒ่าท่านนี้จะไม่ใช่นักสู้ปราณก่อกำเนิด แต่บุคลิกและจิตวิญญาณนักสู้ของเขานั้นเป็นเลิศ

เย่ว์หยางเดินออกมาอย่างเงียบงัน ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้ เขาต้องหาเรื่องบางอย่างทำด้วยตนเอง ใครเป็นผู้เหมาะสมที่สุดที่เขาจะหาเรื่องยุ่งยากให้

เขาเดินออกมาจากปราสาทตระกูลเย่ว์

เขาเงยหน้ามองฟ้าและทำการตัดสินใจทันที

 

**************

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์

LLS, Triệu Hoán Vạn Tuế, Zhaohuan Wansui, 召唤万岁
Score 7.6
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2010 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Long Live Summons เดชคัมภีร์เทพฤทธิ์ ทวีปมังกรทะยานคือโลกแห่งการอัญเชิญ คุณจะกลายเป็นคนแข็งแกร่งได้ ถ้าเพียงแต่คุณเป็นผู้อัญเชิญ! ยิ่วหยางเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาถูกส่งเข้ามาในโลกนี้อย่างฉับพลันทัน ด่วน เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับได้พบใบหน้าของหลายคนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และพบว่าเขาเป็นตัวตนของอีกคนหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นบุตรที่ไม่เอาไหนของตระกูลยิ่ว จนถึงกับโดดน้ำตายเพราะถูกปฏิเสธการหมั้น อีกทั้งไม่สามารถจะทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่ยิ่วหยางกลับประสบความสำเร็จทำสัญญากับคัมภีร์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป ขอเชิญติดตามดูครับ ความจริงในการแปลครั้งนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ไม่ได้จะเป็นนักเขียนนักแปล หรอกครับ เกิดจากการอ่านมันฮัวการ์ตูนของจีนแล้วชอบ พยายามหาดูที่แปลเป็นอังกฤษ ก็แปลกันไปได้น้อยนิด แต่พอดูฉบับนิยายรู้สึกว่าเขาแปลไปได้เยอะ จึงลองเข้าอ่าน แต่เพราะความที่ภาษาไม่แข็งแรง จึงต้องดูไป เปิดดิคฯ ไปใช้โปรแกรมแปลช่วยบ้าง มีความรู้สึกว่าอ่านไม่ต่อเนื่อง จึงคิดว่าน่าจะแปลข้อมูลเก็บไว้ในเว็บๆ หนึ่งแล้วค่อยอ่านเป็นตอนๆ ให้ต่อเนื่องไปเลยดีกว่า แล้วก็นึกถึงที่นี่

Comment

Options

not work with dark mode
Reset