เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 163 ต่อยตีกับเสวียนเชา

ตอนที่ 163 ต่อยตีกับเสวียนเชา

 

 

“ ตูม “

 

ท่ามกลางอากาศ พลังอันน่าหวาดกลังสองสายก็ได้พุ่งเข้าชนกัน ชายหนุ่มผมเงินถึงกับเป็นยอดงีใอที่มีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิระดับที่แปดของสานกวานเทียนทง เลือดลมภายในร่างกายจึงแข็งแกร่งกว่าผู้คนธรรมดา พลังที่แผ่พุ่งออกมาก็น่าหวาดกลัวอย่างไร้ที่เปรียบ

 

แต่วิชาลมปราณกระบี่หกสุสานที่เยี่ยจงฝึกปรือก็ลี้ลับสุดยั้งคาด เขาในตอนนี้ถึงแม้จะมีพลังฝีมือในขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดก็ตาม แต่ว่าพลังที่พาพุ่งออกมาจากร่างกายก็นับว่ามีความแข็งแกร่งอยู่ อีกทั้งมิได้ด้อยไปกว่าชายหนุ่มผมเงินเลย

 

พลังอันน่าหวาดกลัวทั้งสองสายได้ปะทะเข้าหากันด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้ ก็ได้ยินเสียงระเบิดขึ้นมาท่ามกลางอากาศดังกึกก้องขึ้นมา ราวกับเสียงที่ผัดเม็ดกาแฟก็มิปาน ทำให้ผู้คนรู้สึกขนหัวลุก

 

“ ไสหัวไป “

 

ชายหนุ่มผมเงินเมื่อพบเห็นฉากเบื้องหน้านี้ ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏเค้าความโมโหขึ้น เห็นได้ชัดว่าเค้าคิดไม่ถึงว่าเยี่ยจงมีความแกร่งได้ถึงระดับนี้ เพิ่งพาเพียงพลังฝีมือขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ด ยังถึงกับสามารถรับมือตนเองได้

 

เมื่อไม่สามารถกดดันเยี่ยจงได้ จนทำให้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความโหดร้ายมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยกแขนขึ้น ก็ได้ใช้พลังฝ่ามือกดทับไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่ ตลอดทั้งร่างกายอัดแน่นเต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัว จนทำให้ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศนับไม่ถ้วนต้องเปลี่ยนสีหน้าแล้วถอยออกไป

 

สีหน้าของเยี่ยจงเย็นเยียบ เขาก็ได้ใช้ออกไปพลังฝ่ามือออกไปเช่นเดียวกัน อัดแน่นพลังไว้บนร่างดายในทันที พุ่งเข้าปะทะยังบริเวณทางด้านหน้า

 

วินาทีนั้นเอง เสียงที่ดังขึ้นมาปานสายฟ้าก็ดังขึ้น ทั้งสองคนยังไม่ได้ใช้พลังปราณออกมาด้วยซ้ำ แต่ว่าก็ถือว่าแข็งแกร่งอย่างมาก พลังที่ใช้ในการปะทะนั้นนับได้ว่าน่าหวาดกลัว วินาทีนั้นเอง พลังความน่าหวาดกลัวก็ได้แผ่กระจายกันออกมา จนทำให้แม้กระทั่งพื้นดินก็ยังต้องปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นเป็นสาย

 

จนกระทั้ง ฝ่ามือของทั้งสองคนได้กระทบเข้าหากันเบาๆ แต่ว่าในช่วงเวลานั้น ราวกับว่ามีพลังอัสนีไร้สภาพระเบิดออกมาท่ามกลางอากาศในเวลาเดียวกันก็มิปาน พลังความน่าหวาดกลัวที่ยากเกินคาดเดาได้แผ่กระจายออกมา แสงสีทองสายหนึ่งได้แผ่ออกมาจากพลังฝ่ามือของปะทะเข้าหากันของทั้งสองคน

 

ใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเงินปรากฏความดุร้ายขึ้นมา พลังกล้ามเนื้อของเขานับได้ว่าแข็งแกร่งอย่างยิ่ง การที่จะพึ่งพาเพียงแค่พลังกล้ามเนื้อเพื่อกดดันเยี่ยจงนี้ ก็เพื่อที่จะทำให้เยี่ยจงอับอายอย่างถึงที่สุด

 

จากนั้น ในช่วงเวลาที่พลังฝ่ามือของทั้งสองได้ปะทะเข้าหากันนั้น ภายในใจของเขาก็ได้สั่นคลอนขึ้นมา พลังความน่ากลัวสายหนึ่งได้ปรากฏขึ้นมาในจิตใจ

 

“ บรึม “

 

ในช่วงเวลาทันใดนั้นเอง เสียงที่ดังขึ้นมาเหมือนดั่งสายฟ้าแลบก็ได้ดังขึ้นในจุดเดียวกัน จนทำให้หูอื้ออย่างถึงที่สุด ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็เริ่มที่จะรู้สึกขนลุกพอง เจ็บแสบที่ใบหู

 

“ ผัวะ “

 

ชายหนุ่มผมสีเงินได้พลิกข้อมือในทันทีราวกับว่าเกิดอาการชาก็มิปาน ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้ปรากฏสีหน้าตื่นตกใจ เยี่ยจงก็ได้ฟาดฝ่ามือออกไปยังบริเวณทรวงอกของเขาอย่างรุนแรง

 

“ ก๊ง “

 

ราวกับได้พุ่งเข้าใส่กับแผ่นเหล็กหน้าที่มีขนาดเท่าวัวก็มิปาน ร่างกายของชายหนุ่มผมสีเงินในตอนนี้ก็ได้พุ่งถอยออกไปยังบริเวณทางด้านหลัง ทรวงอกเกิดรอยยุบขึ้นทันที กระอักโลหิตคำโตออกมาจากในปาก

 

“ เปรี้ยง “

 

ทันใดนั้นเอง เยี่ยจงก็ได้ขยับร่างออกไปปานสายฟ้าฟาดก็มิปาน จากนั้นก็ได้อยู่ท่ามกลางอากาศ ฝ่าเท้าได้เหยียบไปที่ศีรษะของชายหนุ่มผมเงินในทันที จนทำให้ถึงกับกระเด็นล้มลงศีรษะกระแทกกับพื้นดิน

 

“ บรึม “

 

เมื่อเสียงที่ดังขึ้นมา บนพื้นก็ได้ปรากฏรอยหลุมขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง ศีรษะของชายหนุ่มผมเงินก็ได้ถูกเยี่ยจงเหยียบเข้าไปติดอยู่กับพื้นดิน ร่างกายของเขาสั่นเทาขึ้นอย่างรุนแรง กระอักโลหิตอีกครา ภายในสายตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็นได้

 

เขาที่มีพลังฝีมืออยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่แปดซานกวานทงเทียนรู้แจ้งขั้นวิญญาณแล้ว แต่ว่าเพราะเหตุใดกันเมื่อได้เผชิญหน้ากับเยี่ยจงที่มีเพียงพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดเบื้องหน้า แม้แต่จะใช้พลังสวนกลับไปก็ยังทำมิได้ ?

 

นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจที่จะเรียนรู้ได้

 

อีกทั้งยังไม่เพียงแต่ชายหนุ่มผมเงินผู้นี้ แม้แต่ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศแต่ละคนที่มองมาก็ได้แต่อ้าปากตาค้างมองไปยังฉากเบื้องหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าสายตานี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนไม่อาจที่จะมีการตอบสนองกลับมา ภายในหนึ่งฝ่ามือ ก็สามารถทำให้ยอดฝีมือที่มีพลังขั้นก่อเกิดขั้นที่แปดระดับรู้แจ้งวิญญาณลอยออกไป บาดเจ็บสาหัส พลังกายอันแข็งแกร่งของเยี่ยจงผู้นี้ ที่แท้อยู่ในระดับใดกันแน่ ?

 

โจวฉีสือ เหร่ยทิงเหอ องค์ชายทั้งหกเป็นต้นต่างก็เกิดความงงงันขึ้น รวมไปทั้งเหล่ายอดฝีมือตระกูลซูก็ได้สลักคำว่า”ตกใจ”อยู่บนใบหน้า ที่พึ่งผิงของพวกเขา บุคคลใหญ่โตที่มิอาจที่จะมีเรื่องได้ ถึงกับ ถูกจัดการภายในกระบวนท่าเดียว ?

 

ช่วงเวลานั้นเอง พวกเขาก็ได้เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเยี่ยจงถึงได้ไม่สบอารมณ์ต่อชายหนุ่มผมเงินผู้นี้ได้อย่างไร ? อีกทั้งยังไม่เห็นชายหนุ่มผมเงินผู้นี้อยู่ในสายตาอีกด้วย

 

“ เพราะเหตุใดวันนี้ถึงได้มีแต่พวกหมาแมวคอยแต่จะมาหาเรื่องข้ากัน “ เยี่ยจงเตะไปที่ชายหนุ่มผมเงิน ที่อยู่ในความมืดมนไร้ที่เปรียบ พลังวิชาลมปราณที่เขาฝึกปรือเรียกได้ว่าเป็นถึงคัมภีร์วิชาลมปราณขั้นโบราณ ลี้ลับสุดยั้งคาด อีกทั้ง ในช่วงการเข้าสู่พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดนั้น เขาก็ได้วางพื้นฐานไว้อย่างมั่นคงอย่างไร้ที่เปรียบแล้ว หากว่าชายหนุ่มผมเงินผู้นี้ใช้ออกมาด้วยพลังปราณแล้ว ไม่เช่นนั้นก็คงมิต้องรู้ผลแพ้ชนะได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ แต่ว่าเขากลับต้องการที่จะวัดพลังกับเยี่ยจง นับได้ว่าไร้เดียงสาอย่างที่สุด

 

จากที่เยี่ยจงมองสภาพการณ์ในตอนนี้ เด็กน้อยที่อยู่ใต้เท้าผู้นี้ ก็เปรียบได้กับขุนนางผ้าแพรที่เป็นเชื้อพระวงศ์ผู้นั้นที่มาหาเรื่องตนเองก็มิปาน ไม่อาจที่จะทนดูต่อไปได้

 

“ อา “

 

ชายหนุ่มผมเงินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยจง หลังจากทันใดนั้นเอง ดวงตาของเขาก็ได้เกิดความบ้าคลั่งขึ้น ในระยะเวลาที่เนินนานมานี้ เขามิเคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ต่อมาก็ได้เตรียมที่จะปะทุพลังออกมา

 

“ เปรี้ยง “

 

เยี่ยจงออกแรงไปเหยียบลงไป จนทำให้ชายหนุ่มผมเงินที่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาต้องจมลงไปอีกส่วนหนึ่ง ใบหน้าสีคล้ำได้จมลึกลงไปบนพื้นดิน ทันใดนั้นใบหน้าก็ได้ขยับไปมาคราหนึ่ง

 

“ ตายซะ เยี่ยจง ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้ “ ชายหนุ่มผมเงินด่าทอออกมา เสียงดังวุ่นวาย

 

“ งั้นหรือ ? เช่นนั้นถ้าหากไม่สังหารเจ้าก่อนแล้ว ข้าก็คงจะอยู่ไม่เป็นสุขแล้วสิ ? “ หลังจากที่เยี่ยจงเงียบงันก็ได้หัวเราะออกมาคราหนึ่ง จากนั้นเขาก็พลิกมือคราหนึ่ง กระบี่คงหมิงก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือ อีกทั้งยังได้แตรียมที่จะแทงเข้าไปยังศีรษะของชายหนุ่มผมเงิน

 

ยอดฝีมือตระกูลซูแต่ละคนที่ได้มองไปที่เบื้องหน้าสายตา เยี่ยจงผู้นี้ก็ลงมือโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว เขายังเตรียมที่จะสังหารชายหนุ่มผมเงินในที่แห่งนี้งั้นหรือ ?

 

“ พี่เยี่ยจง เห็นแก่หน้าผู้น้องได้หรือไม่ เรื่องในครั้งนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ? “

 

ในช่วงเวลาทันทีที่เยี่ยจงกำลังจะใช้กระบี่คงหมิงแทงไปยังศีรษะของชายหนุ่มผมเงิน ก็ได้มีสุ่มเสียงมืดมนอย่างไร้ที่เปรียบกระจายออกมา จากนั้นก็พบว่ากลุ่มคนได้ถอยออก องค์ชายใหญ่ได้ก้าวเดินออกไปยังด้านหน้า และในช่วงเวลาที่พบเห็นชายหนุ่มผมเงินที่น่าสมเพส ตามนิสัยขององค์ชายใหญ่ก็ได้กรอกตาไปมา และแล้วก็อดที่จะมองดูต่อไปไม่ไหว ยอดฝีมือที่มีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่แปด การประลองครั้งนี้ก็ช่างน่าอนาถเสียนิกระไร

 

“ องค์ชายใหญ่หรือ ? “ เยี่ยจงได้เปลี่ยนทิศทางของกระบี่คงหมิงเล็กน้อยจนแทงลงไปที่พื้น ทำให้ชายหนุ่มผมเงินต้องร้องโอดโอยขึ้นมาทันที เขาจึงค่อยจ้องมองไปยังองค์ชายใหญ่ เผยรอยยิ้มออกมาสายหนึ่ง “ องค์ชายใหญ่ ท่านในวันนี้ถือว่าติดค้างน้ำใจข้าครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่วังชั้นนอกของท่านได้มีสุนัขบ้าออกมาเที่ยวไล่กัดผู้คนที่พบเจอ ข้าจะช่วยท่านจัดการก็แล้วกัน ท่านก็มิต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าท่านมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่ควรกระทำอยู่แล้ว “

 

หลังจากที่ได้กล่าวจบ เยี่ยจงก็ได้ยกกระบี่คงหมิงขึ้นอีกครั้ง แล้วก็ได้เตรียมที่จะลงกระบี่อีกครา

 

องค์ชายใหญ่กรอกนัยน์ตาไปมา เขาถือได้ว่าฟังออกถึงความหมายในคำพูดของเยี่ยจง แต่ว่าเขาในตอนนี้กลับไม่กล้าที่จะขึ้นไปทางด้านหน้า เพียงแต่สูดลมหายใจคำหนึ่งแล้วกล่าว “ พี่เยี่ยจง เรื่องในครั้งนี้ถือว่าเป็นน้องเสวียนเซาเองที่ผิด ไม่ทราบว่าสามารถที่เห็นแก่หน้าของผู้น้องหรือไม่ ขอให้พอแต่เพียงเท่านี้เถอะ ? “

 

เยี่ยจงหยักไหล่ไปมา กล่าวเสียงดังกังวาน “ องค์ชายใหญ่ มิใช่ข้าไม่เห็นแก่หน้าของท่าน ผู้คนในที่นี้ก็สามารถที่จะเป็นพยานได้ หากว่าท่านช่วยออกหน้าให้แก่ขุนนางเสื้อแพรพวกเขา ข้าก็จะเห็นแก่หน้าของท่าน ควรขอโทษก็ขอโทษ ควรชดใช้ก็ชดใช้ แต่ว่าสุนัขขนเงินผู้นี้ข้ายังมิเคยตอแยเขามาก่อน เขากลับมาตอแยข้าเอง ก็อย่าได้โทษว่าข้าลงมือโหดร้ายจนเกินไปก็แล้วกัน ? “

 

หลังจากที่เงียบงัน องค์ชายใหญ่ก็เริ่มที่จะรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างไร้ที่เปรียบ ที่แห่งนี้เกิดเรื่องขึ้นเขานับว่าทราบอย่างกระจ่าง แล้วก็ทราบว่า ชายหนุ่มผมเงินเสวียนเซาผู้นี้เป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องกับเยี่ยจงก่อนแน่นอน อีกทั้ง เขาก็ยังทราบถึงการกระทำของเสวียนเซาผู้นี้อีกด้วย แต่ว่าในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ ในช่วงเวลานี้ยังสามารถกล่าวอันใดได้กัน ?

 

หลังจากที่ได้ถอนลมหายใจออกไปคำหนึ่ง องค์ชายใหญ่ก็ได้ตอบกลับมาเสียงแผ่วเบา “ พี่เยี่ยจง ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร เสวียนเซาก็ยังถือเป็นตัวแทนของสำนักเสวียนหวินเพื่อมาถวายคำอวยพรแก่พระราชบิดา ทางด้านพระราชบิดาข้าก็ยากที่จะบอกกล่าว “

 

“ ถ้าเป็นดังที่กล่าวกันมาแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ เจ้ารู้สึกว่าทางด้านลัทธิแห่งดวงดาวจะมีการตอบรับเช่นไรกัน ? “ เยี่ยจงยิ้มออกมาอย่างเย็นชา ไม่เห็นแก่หน้าขององค์ชายใหญ่เลยแม้แต่น้อย

 

“ ไม่มีอันใดทำก็มาหาเรื่องกับข้า เจ้าพวกไม่มีมารยาทนี้ยังคิดที่จะถอยออกไปอย่างครบส่วน มีเรื่องใดที่ดีไปกว่านี้อีกแล้วงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงออกไปที่ฝ่าเท้า วินาทีนั้น ก็ได้แผ่พุ่งพลังมากมายสายหนึ่งออกมา กดทับไปยังร่างของเสวียนเซา ทำให้ภายในร่างกายเกิดเสียงดังกรอบแกรบขึ้น กระดูกแตกร้าวไปเกือบทั้งร่าง

 

“ เปรี้ยง “

 

จากนั้นก็ได้เตะไปยังศีรษะของเสวียนเซา จนทำให้วิงเวียนจนสลบไป เยี่ยจงจึงได้โบกมือคราหนึ่ง ภายใต้การมองของผู้คนทั้งหมดที่อ้าปากตาค้าง จากนั้นก็ได้เก็บร่างของเสวียนเซากลับเข้าไปยังแหวนจักรวาลวงหนึ่ง

 

“ องค์ชายใหญ่ ในวันนี้ถึงแม้ข้าจะได้ถูกเชิญมายังงานเลี้ยงนี้ กลับมีคนที่คิดจะเอาชีวิตผู้อื่นภายในงานเลี้ยง ไม่เพียงเท่านั้นยังบอกต่อแขกอีกว่า เขานั้นได้มาเพื่อพิธีอวยพร ตอนนี้ตายไปก็เหมือนเดิมอยู่ดี “ ใบหน้าของเยี่ยจงเผยออกมาด้วยคำขอโทษ “ ดังนั้น ในครั้งนี้ข้าจะเห็นแก่หน้าของท่าน รอจนพิธีเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะกลับมาสังหารเขาเอง องค์ชายใหญ่โปรดวางใจ เมื่อถึงเวลานั้นต้องไม่มีอันใดผิดพลาดแน่นอน “

 

องค์ชายใหญ่กรอกตาไปมาอย่างเงียบงัน ในเวลานี้กลับไม่อาจกล่าวอันใดออกมาได้ การกระทำของเยี่ยจงนั้นก็เป็นอย่างที่ได้บอกกล่าวออกมา ยังคงถือได้ว่าเห็นแก่หน้าองค์ชายใหญ่เขาอีกหลายส่วน อีกทั้งยังกล่าวว่า ได้แต่ว่าเสวียนเซาผู้นี้รนหาที่ตายเอง กลับไปตอแยเยี่ยจงได้

 

ถึงแม้ว่าบุคคลที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่างก็เข้าใจ การกระทำของเสวียนเซาผู้นี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเยี่ยจงโดยตรง กว่าแปดส่วนน่าจะเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับซูเหวินชิง แต่ว่าจะมีใครกันที่โง่จนกล่าวเรื่องนี้ออกมาในตอนนี้กัน ? หากว่าเอ่ยเรื่องนี้ออกมาแล้วละก็ เยี่ยจงผู้นี้ที่ไม่กล่าวถึงเหตุผล จะลงมือต่อตระกูลซูเช่นไรกัน ?

 

“ พี่เยี่ยจง “ ทันใดนั้นเอง องค์ชายใหญ่ก็ได้ก้าวขึ้นมาทางด้านหน้า กล่าวเสียงแผ่วเบาออกมา “ เสวียนเซามีสถานะพิเศษในสำนักเสวียนหวิน ที่ท่านทำเช่นนี้ดูจะไม่ดีซักเท่าไร ต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าของข้า แต่ก็เพื่อตัวท่านเอง ยังคงปล่อยเขาไปซักคราเถอะ ? ไม่เช่นนั้นหากว่าสำนักเสวียนหวินต้องการมาล้างแค้น ราชวงศ์ของพวกเราก็ยากที่จะสอดมือยุ่งเกี่ยว “

 

“ หากว่าปล่อยเขาไป องค์ชายใหญ่ว่าสำนักเสวียนหวินของพวกเขาจะกลับมาแก้แค้นหรือไม่ ? “ เยี่ยจงกล่าวเสียงดังกังวาน

 

หลังจากที่เงียบงัน องค์ชายใหญ่ก็รู้สึกอึดอัดขึ้น เขาทราบอย่างกระจ่างว่า หากว่าเยี่ยจงปล่อยเสวียนเซาไปแล้วละก็ เกรงว่าสำนักเสวียนหวินคงจะต้องเพิ่มกำลังในการล้างแค้นกลับมาแน่ อีกทั้งในตอนนี้เสวียนเซายังอยู่ในมือของเยี่ยจง สำนักเสวียนหวินกล่าวคำสาบาน พวกเขาก็คงมิกล้าทำอะไรเกินเลยไป

 

หลังจากที่ได้ครุ่นคิดแล้ว องค์ชายใหญ่ก็ได้คลายการขมวดคิ้วลง จึงยิ้มออกมาแล้วกล่าว “ เอาละ เรื่องในครั้งนี้พวกเราก็จะไม่กล่าวขึ้นมาอีก งานเลี้ยงในตอนนี้ก็ใกล้ที่จะเรียบร้อยแล้ว พี่เยี่ยจง เชิญเถอะ “

.

.

.

.

 

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset