เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 168 เก็บกวาดตระกูลซู

ตอนที่ 168 เก็บกวาดตระกูลซู

 

 

ทั่วทั้งสี่ทิศที่ส่งเสียงเอะอะก็ได้เงียบลงไปในทันที ยอดฝีมือที่มาจากขุมกำลังต่างๆก็ได้เหม่อมองไปยังฉากของกลิ่นคาวเลือดนี้ แต่ละคนต้องกรอกตาไปมา กระบวนท่าเดียวก็สามารถพบเห็นโลหิตได้ ดูเหมือนว่าการสู้รบในวันนี้ จะน่าสนใจมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้เสียแล้ว

 

“ เยี่ยจง เจ้าถึงกับกล้าสังหารศิษย์ตระกูลซูเรา “

 

ภายในกลุ่มคนตระกูลซู ซูเสวียนก็ได้ค่อยๆก้าวเดินออกมา ร่างกายของเขาในตอนนี้ได้สวมไว้ด้วยเกราะสู้รบสีเงิน อาวุธสีดำทมิฬในมือ ร่างกายแผ่รังสีสังหารออกมา กับความจริงที่เขาเกรงกลัวเยี่ยจงอย่างถึงที่สุด ในครั้งนี้กลับออกมา ที่เขาได้เตรียมเกราะสู้รบและอาวุธมานี้ ก็เพื่อที่จะเอาไว้ต่อกรกับเยี่ยจง

 

“ เห็นแก่หน้าพวกเจ้ากลับไม่ต้องกร ไม่ฆ่าพวกเจ้าจะทำอย่างไรละ ? “ เยี่ยจงหยักไหล่ไปมา เอ่ยปากขึ้นมาด้วยความเย้ยหยัน

 

“ ลงมือพร้อมกัน อย่าได้ให้โอกาสเขาได้ออกกระบวนท่าได้ “ ซูเสวียนส่งเสียงดังเชอะออกมาอย่างเย็นชา จากนั้นก็ได้โบกมืออย่างแรกคราหนึ่ง อาวุธสีดำทมิฬมือขวาก็ได้ฟาดฟันออกมาเป็นสายดาบอย่างเย็นเยียบ พร้อมกับเกิดเสียงร้องดังขึ้นพุ่งเข้าหาบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา ใช้ทั้งสองมือดีดระเบิดออก และทุกครั้งก็ได้ปะทะเข้าพร้อมกับตอนที่พลังของดาบทมิฬฟาดลงในเวลาเดียวกัน จนทำให้ซูเสวียนต้องถอยหลังไปหลายก้าว แต่ตัวเขาเองกลับไม่ได้รับอันตราย ก้าวขึ้นไปด้านหน้าทีละก้าว

 

เมื่อพบเห็นฉากเบื้องหน้า เหล่าลูกศิษย์ที่โดดเด่นของตระกูลซูแต่ละคนก็ได้สูดลมหายใจเข้าหลายที ถึงแม้พวกเขาจะทราบว่า เยี่ยจงที่สามารถส่งศีรษะของยอดฝีมือแห่งสำนักเสวียนหวินทั้งสี่คนกลับมาได้ พลังฝีมือย่อมต้องแข็งแกร่งไม่ธรรมดา แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะถึงขั้นที่แข็งแกร่งได้จนถึงขนาดนี้

 

“ ลงมือ “

 

ทันใดนั้นต่อมา ลูกศิษย์ของตระกูลซูเหล่านี้ก็ได้พุ่งเข้าไปในเวลาเดียวกัน พวกเขาแต่ละคนบีบไปที่ตราสัญลักษณ์ภายในมือ ทักษะยุทธ์และศาสตราวุธก็ออกมาในเวลาเดียวกัน

 

“ ตูม “

 

จากนั้น ความเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ราวกับช้าลงไปหลายส่วน ความแข็งแกร่งของเยี่ยจงนั้นถือได้ว่าห่างไกลจากที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้ เยี่ยจงได้ชี้นิ้วออกไปอีกคราหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ร่างกายของซูเสวียนกระตุกคราหนึ่ง กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง ภายในดวงตาของเขาปรากฏความยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น อีกทั้งดาบดำทมิฬในมือยังถูกทำลายไป

 

และจากการใช้พลังเพียงฝ่ามือเดียวของเยี่ยจง ก็ได้ทำให้ร่างกายได้ลอยออกไปไกลยิ่งขึ้น หากว่าเขามิได้สวมใส่เกราะเงิน เกรงว่าคงจะมาสภาพเหมือนกับศิษย์ตระกูลซูผู้นั้นก็มิปาน

 

หลังจากที่ใช้กระบวนท่าเดียวจัดการจนซูเสวียนพ่าย เยี่ยจงก็ได้โบกมือคราหนึ่ง ทั้งสองมือถูกใช้ออกราวกับดอกไม้ร่วงหล่นท่ามกลางแสงจันทร์ การโจมตีได้แผ่ออกมาปะทะเข้าหากับเหล่าศิษย์ที่กำลังลงมือเข้ามาของตระกูลซู

 

เขาเดินไปหนึ่งก้าวใช้ออกหนึ่งกระบวนท่า หนึ่งกระบวนท่าหนึ่งคน อีกทั้งยังเป็นวิธีที่เรียกได้ว่าง่ายดาย จนทำให้วงล้อมของเหล่าศิษย์ตระกูลซูต้องถอยออกไปนับไม่ถ้วน

 

ทักษะยุทธ์และศาสตราวุธได้ถูกผสานการโจมตี แล้วในขณะที่กำลังเข้ามายังร่างของเยี่ยจงนั้น ก็ได้ถูกเขาต้านเอาไว้ออกมาเพียงก้าวเดียว ผู้คนทั่วทั้งสี่ทิศที่มีดูอยู่นัยน์ตาต่างก็กระโดดไปมา พลังฝีมือของเยี่ยจงผู้นี้ก็ชั่งร้ายกาจจนเกินไปแล้ว เข้าไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ อีกทั้งจิตใจยังแน่วแน่อย่างถึงที่สุด หากว่าเป็นบุคคลธรรมดาเจอเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว ก็คงจะหมดหวังไปตั้งแต่แรก แต่เขากลับคงความนิ่งสงบเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีผู้ใดที่สามารถสร้างความสะทกสะท้านกับจิตใจของเขาได้

 

“ บรึม “

 

แล้วก็ได้ฟาดฝ่ามือออกไปอีกครา ภายใต้ฝ่ามือนี้ เหล่าศิษย์ของตระกูลซูที่ปิดล้อมเอาไว้ต่างก็พ่ายแพ้ลง ในตอนนี้พวกเขาแต่ละคนกลับไม่สามารถที่จะต่อสู้ต่อไปได้อีก แต่ว่าก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองกล่าวออกไป หากว่ามิใช่ว่าพวกเขาในตอนนี้ได้เตรียมที่พร้อมเอาไว้แล้ว อีกทั้งโดยส่วนมากต่างถ้าสวมเครื่องป้องกันแล้วละก็ เกรงว่าศิษย์ผู้โดดเด่นของตระกูลซูเหล่านี้อาจจะสามารถฆ่าล้างเยี่ยจงลงได้

 

“ เยี่ยจง เจ้าที่แท้ต้องการทำอันใดกันแน่ ? พวกเราตระกูลซูมิได้รังควานเจ้าเลยนะ ? “ ซูเสวียนและพวกต่างก็หน้าเปลี่ยนสี ซูเสวียนในตอนนี้จ้องเยี่ยจงเขม็ง แสดงใบหน้าดุดันแล้วเอ่ยปากกล่าว เยี่ยจงนับได้ว่าน่าหวาดกลัวยิ่ง เพียงแค่พลังเพียงแค่คนเดียว ก็สามารถจัดการกับศิษย์ตระกูลซูนับร้อยได้ เกินกว่าคนในรุ่นเดียวกันจะทำได้มากเกินไปแล้ว

 

“ มิได้รังควานงั้นหรือ ? เมื่อครู่ท่านอาซูจื่อหวินของพวกเจ้านั้นมิใช่พึ่งไปคุยกับข้ามา ต้องการให้ข้ามาขอขมางั้นหรือ ? ข้าในตอนนี้มาขอขมาแต่พวกเจ้ากลับต้องการสังหารข้า พวกเจ้ากลับกล่าวว่ามิได้รังควานข้างั้นหรือ ? “ เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา “ พูดเป็นเล่น มีเพียงแต่พวกเจ้าตระกูลซูรังแกผู้คน ผู้อื่นกลับไม่สามารถตอบโต้ได้งั้นหรือ ? “

 

“ อย่าได้กล่าวไปไกลเลย พวกเจ้ายังปลุกระดมให้สำนักเสวียนหวินลงมือต่อข้า บัญชีนี้ยังมิได้สะสาง เรื่องราวเหล่านี้ก็อย่าคิดว่าจะจบได้อย่างง่ายดาย “ เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา “ ซูเสวียน เห็นแก่เจ้าที่เป็นศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวเหมือนกัน ข้าจะไม่สังหารเจ้า เจ้าดูแลตนเองให้ดีก็แล้วกัน “

 

หลังจากที่กล่าวจบ มือขวาของเยี่ยจงก็ได้กวาดขึ้นไปท่ามกลางอากาศ แผ่พุ่งพลังดูกลืนออกมาสายหนึ่ง วินาทีนั้น บนพื้นที่ความจริงมีรอยร้าวจากการถูกอาวุธฟาดฟันทำลาย จากนั้นก็ได้รวมตัวเข้ามายังบริเวณเบื้องหน้าร่างกายของเยี่ยจง

 

“ เยี่ยจง เจ้าที่แท้ต้องการทำอันใด ? ไม่นะ “ ใบหน้าของซูเสวียนเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็ได้เตรียมที่จะลงมือต้านรับไว้

 

เพียงแต่ว่าในเวลาตอนที่ต้องการที่จะขยับร่างกายนั้นเอง เยี่ยจงก็ได้พลิกมือขวาออกไปอย่างไม่ใส่ใจ เหล่าอาวุธต่างๆนาๆก็ได้กระเด็นออกไปตามๆกัน จนทำให้เหล่าศิษย์ของตระกูลเยี่ยต้องล้มลุกคุกคลานไปตามๆกันอย่างไม่หยุดไม่หย่อน อีกทั้งยังทำให้ตายอยู่กับพื้นก็ยังมี

 

เพียงแต่ว่าในขณะนั้น เมื่อครู่ที่มีกลุ่มศิษย์ของตระกูลซูแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาอย่างมากมาย ในตอนนี้กลับหลงเหลือแต่เพียงซากศพอยู่บนพื้นนับไม่ถ้วน ใบหน้าของแต่ละคนแสดงออกถึงความตื่นกลัว

 

“ เยี่ยจง เจ้าฆ่าล้างสังหารศิษย์ของตระกูลซูต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เจ้าไม่เกรงกลัวถูกลงทัณฑ์หรอกหรือ ? “ ซูเสวียนใบหน้าซีดเผือด ส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยอาการบาดเจ็บ

 

“ ลงทัณฑ์ ? “ เยี่ยจงยิ้มขึ้นมาเบาๆ “ เมื่อครู่ผู้คนในที่แห่งนี้ต่างก็เห็นแล้ว ข้าเยี่ยจงมาหาพวกเจ้าตระกูลซูก็เพื่อที่จะมาขมา พวกเจ้าไม่เพียงไม่ยอมรับน้ำใจของข้าแล้ว ยังคิดที่จะสังหารข้าอีก แล้วข้าจะถูกลงทัณฑ์อันใดกัน ? พูดเป็นเล่นไป “

 

เสียงที่ได้ดังลอดออกมา ทำให้ยอดฝีมือที่มาดูอยู่ไม่น้อยต้องจ้องมองไป ในตอนนี้ก็ได้สติกลับคืนมา จากนั้นได้เหม่อมองไปทางด้านเยี่ยจงด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นประหลาดขึ้นมา เด็กหนุ่มเบื้องหน้าสายตาผู้นี้ ถึงกลับก่อนที่จะมายังบ้านตระกูลซูนี้ ฆ่าสังหารศิษย์อันโดดเด่นของตระกูลซูไปได้เกือบร้อย เขาที่แท้ต้องการจะทำอันใดกันแน่ ? ถึงกับไม่อาจอยู่ร่วมกับตระกูลซูนี้ได้ ?

 

“ ยืนอยู่กับที่ซะ จะเห็นแก่ว่าหน้าของลัทธิแห่งดวงดาว ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า “ เยี่ยจงกวาดตามองไปยังซูเสวียนคราหนึ่ง จากนั้นก็ได้จ้องมองไปยังประตูที่มีขนาดใหญ่ของบ้านตระกูลซู บนใบหน้าปรากฏสีหน้าที่แปลกพิกล

 

ภายใต้สถานะที่มีของตนเองนี้ ราวกับว่าในตอนนี้ได้ค่อยๆแตกกระจายออกมา แต่ว่าเยี่ยจงก็ทราบดี เรื่องนี้มิได้เกี่ยวกับเพียงแต่ตนเองเท่านั้น

 

ความจริงเจ้าของร่างนี้ ที่เขาตายก็เป็นเพราะว่าตระกูลซู เพื่อที่จะให้จัดการกับบัญชีของตระกูลซูในวันนี้ ก็เพื่อที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเยี่ยจงน้อยนั้นเอง

 

“ ตอนนี้ ถ้าหากว่าข้าเปลี่ยนเป็นเจ้า เช่นนั้นความแค้นของเจ้า ข้าจะช่วยเจ้าจัดการเอง “ เยี่ยจงกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ

 

ภายใต้ความทรงจำส่วนใดส่วนหนึ่งของเขา ในตอนนี้ราวกับได้แผ่ความนึกคิดออกมาเป็นสาย ราวกับได้แผ่ออกมาเป็นควันออกมาจากร่ากายของเยี่ยจงจนหายไปในตอนนี้ ทำให้เขาเริ่มที่หวนรำลึกเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

“ เจ้าเจ้าเจ้าเจ้า …….. เยี่ยจง เจ้าที่แท้ยังคิดที่จะทำอะไรกัน ? พวกเราตระกูลซูรังควานเจ้าที่ใดกันแน่ “ ซูเสวียนในตอนนี้ราวกับจะร้องไห้ออกมา แต่ว่าเขาก็ไม่อาจหาญกล้าที่จะเคลื่อนไหวต่อมา เพราะเกรงว่าเด็กหนุ่มเยี่ยจงที่มากพรสรรค์ผู้นี้จะจัดการสังหารเขาในที่แห่งนี้

 

หลังจากที่ผู้คุ้มกันอยู่หลายคนได้มองเข้าไปนั้น ก็ได้มีปฏิกิริยากลับมา แต่ละคนล้มลุกคลุกคลานราวกับว่าคิดที่จะเอาข่าวสารกลับไปรายงาน แต่ว่าก็ถูกเยี่ยจงเหยียบเข้าไปอีกครา วินาทีนั้นดาบอาวุธต่างๆที่อยู่บนพื้นก็ได้ล่องลอยออกไป เสียบแทงเข้าไปยังร่างกายของผู้คุ้มกันเหล่านั้นจนเป็นรู

 

“ วางใจเถอะ ข้าที่มาในวันนี้ก็เพื่อต้องการที่จะทำลายบ้านตระกูลซู ฆ่าล้างบ้านตระกูลซู พวกเจ้าก็เพียงแค่ตายเร็วกว่าก็เท่านั้นเอง “ เยี่ยจงจ้องมองไปยังสายตาที่ตายตาไม่หลับของเหล่าผู้คุ้มกันตระกูลซูหลายคนแล้วก็ยิ้มออกมา เขาจึงได้ค่อยๆพลิกมือออกมาคราหนึ่ง บริเวณใจกลางฝ่ามือ ก็ได้ปรากฏกระบี่คงหมิงขึ้น

 

“ ซวบ “

 

ทันใดนั้นต่อมา เยี่ยจงก็ได้แทงกระบี่ลงไป พลังกระบี่แผ่พุ่งขึ้นท้องฟ้าออกไปเป็นสาย มุ่งหน้าไปทางด้านหน้าที่เป็นประตูใหญ่ของบ้านตระกูลซู

 

“ ตูม ปัง “

 

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ทราบว่าได้บ้านตระกูลซูนั้นได้ยืนหยัดอยู่ในเมืองเยียจิงมานานเท่าไร แต่ในตอนนี้กลับถึงคราวที่จะล่มสลายแล้ว เสียงดังออกไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน จนทำให้ผู้ที่กำลังมุงดูอยู่แต่ละคนต้องอ้าปากตาค้าง

 

เด็กน้อยผู้นี้ ไม่กล่าวถึงเหตุผลเลยจริงๆ ไม่ว่าเขาและตระกูลซูจะมีความแค้นกันมากเพียงใดก็ตาม จัดการสังหารผู้คนก็นับว่าพบแล้ว ตอนนี้แม้แต่ประตูบ้านของผู้อื่นก็ยังจะทำลายลง เขาที่แท้มาเพื่อที่จะฆ่าล้างตระกูลจริงงั้นหรือ ?

 

“ พวกเจ้าต้องการฆ่าข้า พวกเจ้าก็มีเหตุผลเป็นของตนเอง แต่ว่าพวกเจ้ากลับลงมือต่อข้า วันนี้ข้าจะฆ่าล้างให้หมดทั้งตระกูล นั้นก็คือเหตุผลของข้า ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ ผู้แข็งแกร่งย่อมต้องถูกเคารพ อีกทั้งในดินแดนแห่งนี้ก็ยังใช้เหตุผลนี้เป็นกฎเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นดินแดนซานเชียนเซินเจี่ย หรือจะเป็นดินแดนซีฮวง แน่นอนว่าต่างก็ใช้เหตุผลกลนี้ ดังนั้น อย่าได้โทษว่าข้า จะโทษก็โทษได้แต่เพียงแค่พวกเจ้าที่มาหาเรื่องข้าเอง “ เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา กระบี่คงหมิงในมือขวาได้กวาดเข้าไปอีกครา ในครั้งนี้ก็ได้ตัดไปที่เสาที่สูงตระหง่านจนขาด ทำให้บริเวณนอกของบ้านตระกูลซูถูกทลายลง

 

“ ตูม ปัง ตูม ปัง “

 

ตามเส้นทางสายยาว ในตอนนี้ก็ได้ก็ได้มีกองทหารม้าเข้ามาตามเสียงที่ได้ยิน แต่ว่า ผู้ที่เป็นผู้นำอยู่ในตอนที่ได้มองเข้ามายังฉากที่อยู่เบื้องหน้านี้ ก็ได้โบกมือคราหนึ่ง ทำให้กองทหารม้าหยุดลง

 

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยของเมืองเยียจิงก็ตาม แต่ว่า ผู้ที่ลงมือในตอนนี้เป็นถึงเยี่ยจงที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในหลายวันมานี้ อีกทั้งยังถึงกับทำลายประตูใหญ่บ้านตระกูลซู อีกทั้งยังมีสักขีพยานในเมืองเยียจิงที่มองดูอยู่ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ไม่ทราบเช่นกันว่าควรออกหน้าเช่นไรดี ?

 

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลังจากที่เขาได้ทอดคำสั่งลงไปแล้วว่าสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยสีหน้าดำเคร่งเครียด จากนั้นเขาก็ได้จ้องมองไปยังบริเวณทางด้านหน้าอย่างเย็นชา ดวงตาปรากฏเปลวเพลิงราวกับสามารถเผาไหม้ได้

在这种情况下,他只能黑着脸命令人将此刻发生的事情通传毁去之后,然后他自己就是冷着脸盯着前方,眼眸之却是八卦火焰熊熊燃烧。

แต่ใบหน้าของกองทหารม้าเหล่านี้กลับถูกปกปิดเอาไว้ ต่างก็ได้ปรากฏสีหน้าแปลใจ ก่อนหน้านี้ตระกูลเยี่ยได้ถูกคนทำลายไปเกือบครึ่ง ในตอนนี้ตระกูลซูก็ยังถูกคนกำลังทำลายอีก เมืองเยียจิงในช่วงเวลานี้จะครึกครืนไปถึงไหนกันแน่

 

และเยี่ยจงเพียงแค่คนเดียว ก็เรียกได้ว่ามีความสามารถเทียบฟ้าได้แล้ว

 

ในห้องโถงใหญ่บ้านตระกูลซู ก็ได้มีเสียงตูมดังสนั่นขึ้นมาในตอนนี้ มีศิษย์ตระกูลซูไม่น้อยที่อยู่ในอาการสั่นเทา แล้วก็ได้ลุกขึ้นยืนในเวลาเดียวกัน แล้วพวกเขาก็ได้มองลอดผ่านเข้าไปในอาคารอย่างใจจดใจจ่อ ในช่วงเวลาที่มีบางอย่างออกมาจากด้านนอก ก็พบเห็นว่าบริเวณประตูใหญ่ของบ้านตระกูลซูนั้นได้ถูกทำลายลง อีกทั้งในตอนนี้ ยังมีศพกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด โลหิตหลั่งไหลดั่งธารน้ำ ไม่ว่าผู้ใดต่างก็มองออก เหล่าผู้ที่ตายไปเหล่านี้ ย่อมต้องเป็นเหล่าศิษย์ตระกูลซูที่ออกไปเมื่อครู่นี้ และทางด้านบริเวณลานกว้าง ยังมีคนที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น อีกคนเอากระบี่พาดไว้ที่คอ

 

เข่าอีกข้างที่วางไว้กับพื้นก็ได้สั่นเทาขึ้นมา นั้นก็คือผู้ที่มีพรสวรรค์แห่งตระกูลซูซูเสวียนนั้นเอง ส่วนอีกคนที่พาดกระบี่ไว้ที่คอ นั้นก็คือเยี่ยจง นักฆ่าเยี่ยจงผู้นั้น

 

“ ถึงกลับฆ่าสังหารคนของบ้านตระกูลซู ทำร้ายคนของบ้านตระกูลซู หาที่ตาย “

 

ในห้องโถงใหญ่ เหล่ายอดฝีมือรุ่นที่สามของตระกูลซูหลายคนก็ได้พุ่งตัวออกมา ในขณะนั้นเอง นัยน์ตาของพวกเขาก็ได้ปรากฏเพลิงโกรธแค้นขึ้นมา

 

เหล่าศพที่ล้มกองอยู่กับพื้นเหล่านั้น มีอยู่ไม่น้อยที่เป็นลูกหลานของพวกเขา เมื่อครู่ยังมีชีวิตกระโดดโลดเต้นวุ่นวายกันอยู่ แต่ว่าในตอนนี้กลับถูกเจ้าบัดซบเยี่ยจงสังหารไปภายในพริบตาเดียว มีหรือที่พวกเขาจะสามารถยอมรับได้ ?

 

“ ตูม “

 

ทักษะยุทธ์นับไม่ถ้วนได้ถูกใช้ออกมาพร้อมกัน พุ่งเข้าหมุนวนยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่เข้าไป ตระกูลซูในตอนนี้ไม่สนหน้าตากันแล้ว ต่อให้ต้องเป็นตัวตลกในสายตาของผู้อื่น ยังไงซะพวกเขาก็ต้องสังหารเยี่ยจงในที่แห่งนี้ให้ได้

.

.

.

.

 

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset