เทพยุทธสะท้านภพ – ตอนที่ 480 การปะทะของวิชาประจำตัว

ตอนที่ 480 การปะทะของวิชาประจำตัว

“คุกสมบัติราชวงศ์สูงสุด คิดไม่ถึงว่าองค์ชายหกถึงกับฝึกปรือกระบวนท่านี้ได้จนถึงระดับนี้ กระบวนท่านี้สามารถกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในกระบวนท่ามนต์ตราสังหารอันยิ่งใหญ่ของเผ่ามนุษย์เราก็ว่าได้ ! มีแต่เพียงคนในราชวงศ์เท่านั้นที่จะใช้ออกมาด้วยกระบวนท่านี้ หนึ่งกระบวนท่าสามารถฆ่าสังหารกองทหารนับพันของหมื่นเผ่าพันธุ์ ถือได้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แห่งทางฝ่ายรัฐกู่กวอเลยก็ว่าได้ ! ”

“ตอนนี้หากคิดขึ้นมาได้แล้วละก็ ตำนานเล่าขานนั้นขององค์จักรพรรดิที่ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวในการฆ่าสังหารหมื่นเผ่าพันธุ์ไป อย่างน้อยก็คงจะต้องมาจากองค์จักรพรรดิในสมัยก่อนของรัฐสือแล้วกระมั่ง ? หรือจะกล่าวได้ว่า กระบวนท่าสังหารนี้โบราณนี้ ได้อยู่ในมือของรัฐสือมาโดยตลอดเลยอย่างงั้นหรือ ? ”

“หากว่าองค์ชายหกสือซิ่งได้รับตำนานส่วนที่ขาดหายไปแล้วละก็ เช่นนั้นก็ยากที่จะคาดคิดได้แล้ว ว่าเขาในตอนนี้หากใช้พลังทั้งหมดลงกับกระบวนท่านี้ จะสามารถที่จะมีพลังในการทำลายมากแค่ไหนกัน ! ”

“ต่อให้เป็นหนึ่งในสิบวิชามนต์ตราเทพโบราณอย่างตราผนึกนภา ก็ใช่ว่าจะสามารถที่จะต้านทานพลังความสามารถของคุกสมบัติราชวงศ์ได้หรอกนะ ! ? ”

ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์มากมายก็ได้เริ่มที่จะสนทนากัน ทุกผู้คนต่างก็มีสีหน้าที่แตกต่างกัน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือ นั้นก็คือพวกเรารู้สึกได้ว่าสภาวะของเยี่ยจงถือได้ว่าอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะถูกสือซิ่งฆ่าสังหารไปเป็นได้

“คุณหนู พี่เยี่ยจงคงจะไม่ใช่ต้องพ่ายแพ้ไปจริงใช่หรือไม่ ? หากเป็นพี่เยี่ยจงพ่ายแพ้ คัมภีร์กฎแห่งสวรรค์สายทางแห่งดวงตะวันถูกช่วงชิงไปแล้วละก็ เกรงว่าพวกเราคงจะไม่อาจบอกกล่าวต่อท่านบรรพบุรุษได้แล้วกระมั่ง ? ” จงหลี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เตรียมพร้อมตระเตรียมที่จะลงมือ

“พลังฝีมือของเขาในขณะนี้ได้ถูกลดทอนจำกัดจนอยู่ในระดับความแข็งแกร่งระดับครึ่งก้าวสู่ระดับราชันเท่านั้น ยังถือได้ว่าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ก็คงจะไม่ถึงขั้นนั้นหรอกนะ เยี่ยจงยังไงเสียก็ยังถูกเรียกขานว่าสุดยอดรุ่นเยาว์ สมควรที่จะพบกับเรื่องเช่นนั้นอย่างง่ายดายแน่นอน” ซือคงชิงฉีทอสีหน้าเรียบเฉย กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา “หวังว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองเสมอกันเถอะ ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายแพ้ชนะ ผลลัพธ์นั้น เกรงว่าคงยากที่จะรอดพ้นจากความสูญเสีย ”

จงหลี่งงงันขึ้นเล็กน้อย ชั่วครู่เดียวก็ได้เข้าใจถึงความหมายและพยักหน้าไปมา เป็นดั่งเช่นที่ซือคงชิงฉีกล่าวออกมาก็มิปาน การปะทะหักหาญกันเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดจะชนะ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ก็คงจะมิได้สวยงามอะไรมากนัก

ท่ามกลางท้องฟ้า สือซิ่งยืนมือไพล่หลัง นัยน์ตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความดุดัน ประดุจดั่งคมกระบี่ที่หลุดออกมาจากฝักก็มิปาน เขาก็ได้จ้องมองไปที่เยี่ยจงเช่นนี้ ภายในดวงตาก็ได้สาดเป็นประกายคมกล้าจนเป็นที่น่าตกใจของผู้คน

“คุกสมบัติราชวงศ์ ตัดนภาลัย ! ” เขาส่งเสียงออกมาคำหนึ่ง พริบตานั้นเอง ก็ได้ปรากฏอาวุธนับหมื่นแสนขึ้นมา พวยพุ่งออกมาบริเวณทางด้านของเยี่ยจงเข้าไป ในครั้งนี้ในทุกสายก็ได้ทอประกายสังหารเมื่อเทียบกับเมื่อครู่แล้วถือได้ว่าแข็งแกร่งกว่าไม่ใช่เพียงแค่เท่าตัวเท่านั้น จนกลายเป็นที่น่าแตกตื่นของผู้คน

ประกายแสงนับพันหมื่นก็ได้ทอเป็นประกายพุ่งออกมา เข่นฆ่าไปทั่วทั้งฟ้าดิน หมายที่จะหยุดเยี่ยจงเอาไว้ พลังการโจมตีชนิดนี้ได้ทำให้ผู้คนต่างก็เกิดอาการชาไปทั่วทั้งศีรษะจนไม่ก้าวที่จะก้าวขาออกไปอยู่ชนิดหนึ่ง ขณะนี้พลังการโจมตีก็ได้ถูกใช้ออก ฟาดฟันนภาสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน

“ชิชิชิ——”

ประกายสังหารทำให้ดวงตาพร่ามัว ในทุกๆ สายประดุจดั่งมังกรอสรพิษก็มิปาน คมกริบอย่างไร้ที่เปรียบ มีอานุภาพที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ราวกับว่าสามารถที่จะทะลวงนภาลัยจนเป็นรูกลวงได้ก็มิปาน พวยพุ่งออกไปทางด้านหน้า

“เคร้งเคร้งเคร้ง——”

ระหว่างที่เยี่ยจงยกมือขึ้นมา ตราผนึกนภาก็ได้ปรากฏขึ้นที่บริเวณเหนือศีรษะ จนระหว่างนั้นเขาก็ได้ใช้กระบวนท่าโจมตีของพลังแห่งการผนึกฟ้าออกมา จนปกคลุมไปตลอดทั่วทั้งประกายรังสีสังหารของอาวุธทุกชิ้นจนแหลกลาญ เขายังคงเป็นเหมือนกับครั้งก่อนก็มิปาน ก้าวออกไปทีละก้าวเข้าไปสังหารยังบริเวณทางด้านที่สือซิ่งอยู่

สภาวะในขณะนี้ถึงแม้จะเป็นเช่นเมื่อครู่ แต่ว่ากลับทำให้เกิดการหวั่นไหวของจิตวิญญาณขึ้น ฟาดฟันนภาสะเทือนไปทั้งแผ่นดินประกายสังหารนับหมื่นพัน จนเกิดเสียงของพลังอันน่าตกใจขึ้นมา

ในที่ห่างออกไป สายตาที่มองดูการสู่ต่อของผู้คนต่างก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาเป็นสาย เกิดอาการเย็นซ่านไปทั่วทั้งแผ่นหลัง หนาวสั่นจนไม่อาจที่จะหยุดได้ เมื่อเทียบกับระยะห่างถึงเพียงนี้ พวกเขาต่างก็ยังสามารถที่จะสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นประกายสังหารสายนั้น ต่างก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายแหลกลาญไปได้อย่างง่ายดาย จนทำให้พวกเขาประดุจดั่งยืนอยู่ในห้วงแห่งความหนาวเย็น

สภาวะร่างกายที่อยู่นอกศึกยังเป็นเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นที่เกินคาดเดาได้ บริเวณท่ามกลางสถานที่แห่งนี้ เยี่ยจงจะต้องทนรับจิตสังหารเช่นไรกัน

คุกสมบัติราชวงศ์ได้ทอประกายสังหารออกมานับไม่ถ้วน แล้วก็ได้ก่อรวมตัวกันขึ้นมาเฉกเช่นนี้ ประดุจดั่งพลังปราณเทวะที่สาดเทลงมาก็มิปาน จนทอดลงมาบริเวณด้านหน้าของร่างกายเยี่ยจง หมายที่จะสังหารเขา ให้ดับสูญไป

“ตึงตึงตึง——”

ทั่วทั้งร่างกายเยี่ยจงก็ได้ทอเป็นประกายแสงสีทองคมกล้าขึ้นมา พลังบรรยากาศผนึกนภาก็ได้ลอยวนเวียนอยู่บริเวณรอบกาย เขาในขณะนี้ประดุจดั่งเทพราชันรุ่นเยาว์ตนหนึ่งก็มิปาน มุ่งหน้าก้าวออกเดินไป ผลักดันไปตลอดทาง ถึงแม้ว่าพลังทำลายจากประกายสังหารจะมีอยู่นับพันหมื่น แต่ว่าก็ยังคงไม่อาจที่จะหยุดยั้งเขาเอาไว้ได้แม้แต่น้อย

ประกายสังหารที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งผืนฟ้าก็ได้ถูกเยี่ยจงจู่โจมจนสลายหายไป นี้ก็คือพลังในการทำลายของสุดยอดรุ่นเยาว์เช่นเขา สภาวะร่างกายที่ปรากฏของเขาที่มีพลังของกายาทองไม่สูญสลายความสำเร็จเล็ก พลังการโจมตีของเขา ถือได้ว่าแข็งแกร่งยิ่งไปเสียกว่าเหล่าอาวุธสมบัติใดๆ อีกทั้งเมื่อได้ใช้ออกมาด้วยพลังแห่งการผนึกฟ้า ไม่ว่าจะตีอันใดอันใดก็ต้องสลายไป สมบัติอาวุธท่ามกลางคุกสมบัติราชวงศ์ที่จู่โจมเข้ามา ย่อมไม่อาจที่จะต้านทานเขาเอาไว้ได้เลยแม้แต่น้อย

สือซิ่งยังคงยืนอยู่บริเวณท่ามกลางท้องฟ้า ตระหง่านโดดเด่นไม่เคลื่อนไหว ภายในดวงตามิได้เกิดความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีแต่เพียงประกายสังหารที่แผ่ออกมา ขณะนี้ก็ได้จ้องเขม็งเดินออกไปทางด้านหน้า หลังจากที่พลังเหล่านี้ถูกเยี่ยจงสลายลง สือซิ่งก็ได้หัวเราะขึ้นมาอย่างเยียบเย็น พลิกเปลี่ยนรอยตราจากทั้งสองมือ จนเกิดเสียงดังคำรนกึ่งก้องไปทั่วท้องฟ้า !

“สมบัติสามพันชิ้นแห่งมหาราชันสามพัน ประกายสังหารวุ่นวายไปทั่วฟ้าดิน ! ”

“เคร้งเคร้งเคร้ง——”

อาวุธปราณนับไม่ถ้วนก็ได้พวยพุ่งออกมาจนเกิดเสียงดังขึ้นมา ในครั้งนี้อาวุธทั้งสามพันเล่มก็ได้ถูกควบคุมจนประดุจมีชีวิตขึ้นมาในพริบตา จนทอเป็นประกายคมกระบี่ออกมานับไม่ถ้วน จนกลายเป็นประดุจดั่งสิ่งที่มีความน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตาข่ายมารฟ้าสยบดิน สาดทอเข้าไปยังบริเวณทางด้านที่เยี่ยจงอยู่อย่างถี่ยิบ

ประกายสังหารเฉกเช่นนี้ก็ได้ทิ่มแทงมาไม่หยุด ผนึกรวมเข้าด้วยกัน ขณะนี้เยี่ยจงก็ยังคงใช้ด้วยพลังกายาทองไม่สูญสลายความสำเร็จเล็ก ใช้ตราผนึกนภาคลุมร่าง กระนั้นก็ยังทำให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมาเป็นสายได้

ประกายสังหารสามพันสายก็ได้แทงออกมา สลายสภาวะแห่งท้องนภา ก่อเกิดรังสีกระบี่ไปทั่วทั้งผืนเมฆา หมายที่จะฟาดฟันสังหารเยี่ยจงลงในสถานที่แห่งนี้

“ชิชิชิ——”

ประกายสังหารดุจสายรุ้ง สั่นสะเทือนไปทั้งฟ้าดิน ประกายสังหารแต่ละสายก็ได้แทงติดต่อกัน ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด จนทำให้เกิดประกายแสงเจิดจ้าไปทั่วทั้งผืนฟ้า

“ตูม——”

เยี่ยจงออกหมัดทำลายออกไป ภายในหมัดนี้ได้รวมเอาไว้ด้วยความเชื่อมั่นแห่งความคิดที่ไร้พ่ายชนิดหนึ่ง ตลอดทั่วทั้งร่างกายของเขาในขณะนี้ก็ได้รวมเอาไว้ด้วยพลังเทวะขึ้นมา ผนึกรวมเอาที่คมหมัดเมื่อใช้ออกมา จนทำให้เกิดการสลายของประกายสังหารภายในพริบตา

“ฮูม——”

ตราผนึกนภาขณะนี้ที่เหนือศีรษะของเยี่ยจงก็ได้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังความน่ากลัวของตราผนึกฟ้าดินก็ได้กดไปทั่วทุกด้าน มุ่งหน้าปกคลุมไปทั่วทั้งสี่ทิศ

“กรุบกรุบกรุบ——”

ศาสตราวุธว่าพันชิ้นก็ได้ลอยล่องอยู่ท่ามกลางอากาศ จากนั้นก็ได้เคลื่อนไหวแผ่กระจายออกไปเป็นชั้นๆ เครื่องมือศาสตราวุธเหล่านี้ก็ได้สลายไปในทันที จนกลายเป็นประกายแสงอยู่นับไม่ถ้วน

เส้นผมเต็มศีรษะของสือซิ่งก็ได้ลอยระบำไปมา มองไปยังฉากเบื้องหน้า ภายในดวงตาของเขาก็ได้เกิดความเยือกเย็นขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็คิดไม่ถึงว่า เขาที่ใช้ออกมาด้วยคุกสมบัติราชวงศ์มาจนถึงขั้นนี้ ก็ยังคงไม่อาจที่จะทำอันใดต่อเยี่ยจงแม้แต่น้อย นี้ได้ทำให้เขาราวกับเริ่มที่จะเกิดความบ้าคลั่งขึ้นมาจนยากที่จะระงับเอาไว้ได้

“หนึ่งในสิบมนต์ตราเทพโบราณสูงสุดอย่างตราผนึกนภา ถึงกับมีความน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้เชียว ! ”

“คุกสมบัติราชวงศ์นี้ถือได้ว่าเป็นมนต์ตราขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกขานว่าเครื่องมือสังหารอันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์ ถึงกับยังถูกทำลายลงเช่นนี้ เยี่ยจงผู้นี้ก็ช่างน่าหวาดกลัวเสียจริง ! ”

“ไม่แปลกใจเลยที่เขาสามารถที่จะเข่นฆ่าสังหารยอดฝีมือเกือบพันคนได้ในวันนั้น อีกทั้งภายในนั้นยังได้รวมเอาไว้ด้วยชนชั้นระดับราชันพลังเทวะขั้นที่สามถึงห้าคน ที่แท้พลังในการต่อสู้ของเขาเพียงคนเดียวก็อยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้แล้ว เกรงว่าต่อให้เป็นชนชั้นราชันพลังเทวะระดับหนึ่งปกติธรรมดา เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันซึ่งๆ หน้า ก็เรียกได้ว่าไม่อาจที่จะทำอันใดเขาได้เลย ! ”

“แน่นอนว่า ไม่ต้องกล่าวถึงตราผนึกนภา เพียงแค่กายาทองไม่สูญสลายของเขาก็ถือได้ว่ามีความน่าหวาดกลัวอย่างมากแล้ว อีกทั้งยังมิใช่เป็นตำนานมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วหรือ แม้แต่สายโลหิตระดับราชันของมหาราชันปีศาจลิ่วเอ่อแห่งหุบเขาหมื่นปีศาจ ก็ยังต้องถูกเขาฟาดตายบดขยี้ไปทั่วทั้งร่างกายจนกลายเป็นเพียงก้อนเนื้อในทันที ! ”

“หากกล่าวเช่นนี้แล้วละก็ องค์ชายหกสือซิ่งนี้ในวันนี้ ก็คงทำอันใดเยี่ยจงมิได้แล้ว ! ร่างศักดิ์สิทธิ์ไท่กู่แห่งเผ่ามนุษย์ ถึงกับสามารถอยู่ในระดับไร้ผู้ต้านในระดับพลังเดียวกัน ! ”

ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ที่ชมดูการต่อสู้ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปในเวลาเดียวกัน นั้นก็เพราะว่าฉากเบื้องหน้านี้ถือได้ว่าน่าหวาดกลัวจนเกินไป ความน่าแล้วชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นกระบวนท่าสังหารที่สามารถทำลายทุกอย่างลงได้อย่างง่ายได้ จนทำให้ผู้คนยากที่จะคาดเดาได้ว่า แท้จริงแล้วเยี่ยจงมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใดกันแน่

นั้นก็เพราะว่าทุกผู้คนต่างก็ทราบกันดี พวกเขาไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคุกสมบัติราชวงศ์นั้น หรือว่าอาจจะต้องเผชิญหน้ากับตราผนึกนภานั้นและกายาทองไม่สูญสลาย พวกเขาก็คงจะมีหนทางแห่งความตายเพียงถ่ายเดียว ไม่อาจที่จะมีหนทางสายที่สองให้เดินได้ !

ตราผนึกนภา หลังจากที่ได้กดดันประกายสังหารนับพันแล้ว ก็ยังคงปรากฏอยู่บริเวณเหนือศีรษะของเยี่ยจงอยู่ แผ่พลังตราผนึกฟ้าดินอันน่าหวาดกลัวออกมา จนแผ่กระจายพลังเหล่านี้ออกมา ราวกับสามารถที่จะผนึกฟ้าดินได้เลยก็มิปาน

บรรยากาศแห่งการผนึกฟ้าดินก็ได้ไหลผ่านร่างกายไป จนพลังกายาทองไม่สูญสลายของเยี่ยจงทอเป็นประกายแวววับ ขณะนี้พลังการต่อสู้ของเขาถือได้ว่าสูงล้ำเป็นอย่างยิ่ง ก้าวเดินออกไปท่ามกลางสภาวะอากาศอย่างช้าๆ มุ่งหน้าเข้ากดดันเข้าไปบริเวณทางด้านของสือซิ่ง

สีหน้าของสือซิ่งเมินเฉยอย่างถึงที่สุด หลังจากนั้น ในที่สุดเขาก็ได้ยื่นมือออกมา ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเย็นชา : “การหวนคืนศาสตรา ! ”

“เคร้งเคร้งเคร้ง——”

ระหว่างที่สิ้นเสียงของเขา ท่ามกลางของประตูศิลาโบราณ ก็ได้มีเครื่องมือศาสตราวุธนับไม่ถ้วนทะลวงออกมาอีก เสริมเข้ามาภายใต้ทั้งฟ้าดิน จนทำให้ฝ่ามือที่ควบคุมประกายสังหารฟื้นฟูกลับคืนมาอยู่ในสภาวะสูงสุดอีกครา

ฉากที่ปรากฏขึ้นมาเช่นนี้ถือได้ว่ายากที่จะทำให้เชื่อได้ลง จะกลายเป็นว่าไม่อาจที่จะละสายตาจากเหตุการณ์นี้ได้ นั้นก็เพราะว่า เครื่องมือศาสตราวุธที่ปรากฏขึ้นมาเหล่านี้ ราวกับว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ยังถือได้ว่าแข็งแกร่งกว่าก็มิปาน !

ในขณะนี้ รังสีสังหารก็ได้เคลื่อนไหวไปทั่วฟ้าดิน !

“เขาถึงกับยังจะสามารถที่จะฝึกปรือคุกสมบัติราชวงศ์ได้จนถึงขึ้นนี้ได้ ขณะนี้ก็ได้อยู่ในระดับการหวนคืนศาสตรา ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ดับสูญไปชั่วนิรันดร์ ! ”

“การต่อสู้เฉกเช่นนี้ ต่อให้มีทหารนับพันหมื่นก็คงไม่อาจที่จะหยุดเขาเอาไว้ได้ องค์ชายหกผู้นี้ ถึงกับมีความน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียว ! ”

ในที่ห่างออกไป ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ทั้งหมดต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป กระบวนท่าสังหารเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นศัตรูคนใดต่างก็ย่อมต้องรู้สึกขนลุกขึ้นมา นั้นก็เพราะว่าเป็นเหมือนกับการมีชีวิตรอดต่อไปก็มิปาน ไม่อาจที่จะพ่ายแพ้ลง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่อยู่ต่อหน้าเขา ท้ายที่สุดยังไงซะก็ต้องทอดกายลงอย่างแน่นอน

“เครื่องมือหมื่นสังหาร ! ”

สือซิ่งส่งเสียงเย็นชาออกมา ในครั้งนี้ บนท้องฟ้าก็ได้มีเครื่องมืออาวุธนับหมื่นเริ่มที่จะสั่นไหวขึ้น จนเกิดบรรยากาศแห่งการสังหารพุ่งขึ้นไปสู่ฟ้า สามารถที่จะทลายอากาศได้ จนทำให้ตลอดทั่วทั้งฟ้าดินประดุจดั่งเกิดกายรวมตัวขึ้นจนกลายเป็นร่างแห่งการสังหารก็มิปาน

เยี่ยจงขมวดคิ้ว บริเวณทางด้านหลัง แสงจันทร์ส่องผิวสมุทรของพลังลมปราณเปลี่ยนแปลงเทวะก็ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งยังมีแสงแห่งเทวะทอดลงมา ปกคลุมอยู่บนร่างกายของเขา และตราผนึกนภาที่อยู่เหนือศีรษะของเขาก็ได้ทวีขนาดใหญ่ขึ้นมานับร้อยจัง ประดุจดั่งเกิดภูเขาสูงลูกหนึ่งขึ้นท่ามกลางท้องนภาก็มิปาน

การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินมาจนถึงขั้นนี้ ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ไม่อาจที่จะถอยไปได้ นั้นก็เพราะว่าภายใต้สภาวะเช่นนี้ การถอยหนีไปก็ไม่ต่างจากการพ่ายแพ้จนตายลงไปในที่สุด

“ตูม——”

พลังผนึกฟ้าในขณะนี้ก็ได้ปกคลุมทั่วฟ้าออกมา หมุนวนอยู่ทั่วสี่ทิศ การต่อสู้นับตั้งแต่เริ่มจนถึงบัดนี้ พลังผนึกฟ้าเป็นครั้งแรกที่มิได้ถูกขัดขวางเอาไว้ เพียงแค่จู่โจมออกไปด้วยตัวเอง วินาทีนั้น เครื่องมืออาวุธปราณกว่าหมื่นชิ้นท่ามกลางบนท้องนภาก็ได้ถูกผนึกเอาไว้ หลังจากนั้นก็ได้ค่อยๆ ที่จะถูกทำลายลง

“เคร้งเคร้งเคร้ง——”

สือซิ่งพวยพุ่งพลังดัชนีออกมา ทอสีหน้าปั้นยากขึ้นมาเต็มสิบส่วน แต่ว่าเครื่องมืออาวุธแต่ละสายก็ได้ลอยทะยานออกมาจากภายในท่ามกลางคุกสมบัติราชวงศ์ไม่หยุด เสริมด้วยรังสีสังหารประดุจดั่งห้วงสมุทร

“เจ้าบ้าผู้นี้ แม้แต่สวรรค์ก็ยังไม่ยอมแพ้เลยอย่างงั้นหรือ ? ” จงหลี่แตกตื่นตกใจขึ้นมา ความน่าหวาดกลัวของสือซิ่งผู้นี้ราวกับอยู่นอกเหนือความคาดคิดไปหลายส่วนแล้ว

“อาวุธปราณท่ามกลางคุกสมบัติราชวงศ์ กล่าวกันว่ามีพลังที่มากมายไม่หมดสิ้น นอกเสียจากว่าเยี่ยจงจะสามารถที่จะทำลายอาวุธทั้งหมดของเขาลงได้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะช้าจะเร็วก็คงจะต้องถูกกลืนกินไปอย่างแน่นอน……” ซือคงชิงฉีก็ได้กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา ทอสีหน้าเคร่งเครียด

.

.

.

.

กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ

โปรโมชั่น กลุ่ม 6-12 ราคา 550

VIP5 https://goo.gl/ekcF7V

VIP6 https://goo.gl/4rqw89

VIP7 https://goo.gl/qrQ7GA

VIP8 https://goo.gl/Uzqf2x

VIP9 https://goo.gl/1jPZtn

VIP10 https://goo.gl/L8awva

VIP11 https://goo.gl/rojEiG

VIP12 https://1th.me/o9CD

ช่องทางการโอนเงิน https://goo.gl/MnYB81

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

INBOX m.me/ZuiQiangWuShen

#####Fanpage#####

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ

天帝路 (Tiāndì Lù) : lit. Heavenly Emperor Road, 星空下无敌 (Xīngkōng Xià Wúdí) : lit. Invincible Under the Starry Heavens, 最强武神 (Zuìqiáng Wǔshén)
Score 6.8
Status: Ongoing Type: Author: , Released: 2008 Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง Strongest Martial God เทพยุทธสะท้านภพ หลังจากที่เยี่ยจงนั้นได้ตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้เปลี่ยนไป กำลังภายในของเขานั้นได้หายไป อาจารย์คนสวยก็ไม่อยู่ ในตอนนี้เขาเป็นเพียงขยะของตระกูลเยี่ย ถูกเปลี่ยนตัวคู่หมั่นหมาย เป็นคนพิการไม่สามารถที่จะฝึกวิชาได้ อีกทั้งยังมีหลายคนที่กำลังหมายหัวเอาชีวิตเขาอยู่ ถ้าหากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิต มีเพียงแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ใช้มือของตนไคว่คว้าเอาไว้ เปลี่ยนเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า

Comment

Options

not work with dark mode
Reset