เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 140

 

เขาจำได้ว่าก่อนหน้านั้นไม่นานนัก ครอบครัวของเขายังมีความสุขอยู่

 

เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงครั้งเดียวครั้งนั้นที่เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง

 

มือของเขา ชีวิตของเขา และความสัมพันธ์ที่พวกเขามีมาก่อนหน้านั้นถูกทำลายลง

 

ต้นเหตุของทุกสิ่งนี้มาจากโม่ชืออวิ้น ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งนั้นเขาเคยเชื่อถือเป็นอย่างมาก

 

ตอนนี้ความเป็นจริงได้บอกกับเขาว่าหญิงคนนี้เป็นคนหน้าซื่อใจคด ไม่ควรค่าแก่ความไว้วางใจ

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวคิดถึงเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่รู้จะจัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างไร

 

ภายในหอผู้ป่วย คนหลายคนพากันพูดคุยกับเจี่ยนอีหลิงกันอยู่อีกพักใหญ่

 

เวินน่วนยืนกรานที่จะอยู่ดูแลเจี่ยนอีหลิง แต่ย่าเจี่ยนไม่ยอม

 

“หลานของฉัน ฉันกับหยู่หมินยังสามารถดูแลได้ ไม่ต้องกังวลให้มากนัก ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลต้องการให้ทำกระบวนการเข้ารับการรักษาตัวในเร็วๆนี้เหรอ ไปทำงานนั้นก่อน”

 

ย่าเจี่ยนรู้เรื่องการผ่าตัดของเจี่ยนหยุ่นน่าวแล้ว ดังนั้นเธอจึงจงใจขอให้เวินน่วนจัดการธุระของเจี่ยนหยุ่นน่าวเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะมาจัดการเรื่องราวของเจี่ยนอีหลิง

 

เธอไม่ต้องการให้เวินน่วนนั้นละล้าละลังเป็นกังวลอยู่ทั้งสองด้าน

 

ย่าเจี่ยนไม่ต้องการให้เวินน่วนมาอยู่ข้างกายของเจี่ยนอีหลิงแต่กลับเป็นกังวลอยู่กับเรื่องของเจี่ยนหยุ่นน่าว ซึ่งนั่นย่อมเป็นการทำร้ายจิตใจผู้คน จะเป็นการดีกว่าหากว่าเธอไม่อยู่ที่นี่

 

ส่วนเวินน่วนนั้นยังคงดื้อดึงที่จะอยู่ต่อ เมื่อมองดูใบหน้าไร้สีเลือดของลูกสาวตัวเองแล้ว เธอก็ไม่ต้องการที่จะจากไปแม้แต่เพียงก้าวเดียว

 

เจี่ยนหยุ่นเฉิงกล่าวว่า “ย่าครับ ปล่อยให้แม่เขาอยู่เถอะ ผมจะดูแลเซี่ยวน่าวเอง”

 

เมื่อเห็นว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว ย่าเจี่ยนก็ทำอะไรไม่ได้ “ก็ได้ ในเมื่อพวกเธอตัดสินใจกันดีแล้ว”

 

ในเวลานั้นเอง หญิงร่างสูงก็เดินเข้ามาสู่หอผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว

 

ท่าทางเดินของเธอนั้นเรียกได้ว่า “เร่งด่วน” เธอเดินราวกับว่าเป็นพายุ

 

ที่เดินตามมาอย่างเชื่องช้าด้านหลังของผู้หญิงคนนี้ เป็นผู้ชายสวมแว่นขอบทอง

 

ครอบครัวตระกูลเจี่ยนมองดูพวกเขาอย่างประหลาดใจ

 

ทันทีที่หลัวซิ่วเอินเข้าประตูมา เธอก็ไม่สนใจว่าจะมีคนมากมายแค่ไหนที่ยืนอยู่ภายในห้อง เธอเดินตรงเข้าไปหาเจี่ยนอีหลิงและเบียดเจี่ยนหยู่หมินที่อยู่ข้างเจี่ยนอีหลิงออกไปทันที

 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงป่วย มีไข้ไหม”

 

หลัวซิ่วเอินแตะหน้าผากเจี่ยนอีหลิงด้วยท่าทางเชี่ยวชาญ

 

“ยังคงมีไข้อยู่” หลัวซิ่วเอินหยิบระเบียนเวชของเจี่ยนอีหลิงที่โต๊ะข้างเตียงขึ้นมาตรวจสอบตามความเคยชิน

 

เฉิงอี้กระตุกดึงหลัวซิ่วเอินอย่างระมัดระวังอยู่ด้านหลังเธอ เตือนเธอเป็นนัยว่าช่วยให้ความสำคัญกับคนรอบข้างเธอด้วย “พี่สาวเอิน เซี่ยวหลิงเพียงแค่เป็นไข้เท่านั้น”

 

จะมียาอะไรที่สามารถใช้กับไข้หวัดธรรมดาได้บ้าง ไม่มีอะไรที่จะบอกได้จากเวชระเบียนนี้ได้จริงๆ

 

หลัวซิ่วเอินไม่สนใจ เธอยังคงถามไถ่เจี่ยนอีหลิงว่า “ทำ CT หรือยัง แล้ว MRI ผลเป็นยังไง ผลของ ECG ด้วยเป็นยังไง”

 

“พี่สาวเอิน ทำ CT นี่ก็เกินพอแล้ว แต่จะให้ทำถึง MRI…”

 

เฉิงอี้ที่อยู่ด้านหลิงเธอเตือนเธอด้วยเสียงเบา เขาขยับแว่นตาแล้วเหลือบมองไปยังคนรอบข้างที่มุงดูอยู่ภายในห้องนั้น

 

ทุกคนต่างพากันมองพวกเขาด้วยสายตาแปลกใจและเปี่ยมไปด้วยความสงสัย

 

“อะแฮ่ม ต้องขอโทษด้วยนะครับ พวกเราเป็นเพื่อนของเซี่ยวหลิง ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร” เฉิงอี้อธิบายให้ทุกคนฟังว่าเขาและหลัวซิ่วเอินนั้นมีความเป็นมาอย่างไร

 

เฉิงอี้รู้ว่าเจี่ยนอีหลิงนั้นเข้าร่วมกับสถาบันของพวกเขาโดยปกปิดครอบครัวของเธอไว้ ดังนั้นเฉิงอี้จึงเพียงกล่าวว่าเขาเป็นเพื่อนของเจี่ยนอีหลิงเท่านั้น และไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของการเป็นเพื่อนร่วมงานออกมา

 

เจี่ยนหยุ่นเฉิงมองไปยังเฉิงอี้กับหลัวซิ่วเอิน เขารู้สึกว่าคนทั้งคู่นี้ดูคุ้นเคยอยู่บ้าง

 

เจี่ยนชูฉิงก็รู้สึกคุ้นเคยเช่นเดียวกัน

 

ในเวลานั้นหงไป่จาง ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลเอกชนถงเต๋อ ก็รีบรุดเข้ามาในหอผู้ป่วยอย่างตื่นเต้น

 

“ด็อกเตอร์เฉิง ด็อกเตอร์หลัว ทำไมพวกคุณไม่บอกผมตอนที่พวกคุณแวะมา”

 

ถ้าไม่ใช่ศาสตราจารย์ซือจากสถาบันวิจัยโทรศัพท์มาบอกเขาว่าเฉิงอี้กับหลัวซิ่วเอินแวะมาเยี่ยมคนสำคัญที่โรงพยาบาล เขาก็คงจะยังไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งคู่ได้มาที่โรงพยาบาลของเขาแล้ว

 

———————————————–

 

เฉิงอี้ – พี่สาวเอิน ชายคนที่พี่เพิ่งเบียดเขาออกไปนั้นดูคล้ายมากกับคนในโปสเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะพี่

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset