เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 213

 

เฉิงอี้ช่วยเจี่ยนอีหลิงตอบคำถามนี้ “คุณเจี่ยนหยุ่นน่าวไม่ต้องเกรงใจ เพราะว่า Dr.FS ต้องคิดค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้ว และจะราคานั้นจะเป็นที่เปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่มีการรังแกกัน ถ้าคุณเจี่ยนหยุ่นน่าวรู้สึกซาบซึ้งใจ คุณก็สามารถที่จะจ่ายเพิ่มได้ตอนออกจากสถาบัน”

 

ความคิดเพ้อฝันเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร หากว่าเขามีความสามารถเขาให้ดีก็จ่ายเงินให้เจี่ยนอีหลิงมากกว่านี้

 

เพราะว่าการกล่าวขอบคุณนั้นก็เพียงพูดเพิ่มอีกไม่กี่ประโยคแต่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่น้อย

 

“ครับ แน่นอนอยู่แล้ว” เจี่ยนหยุ่นน่าวเห็นด้วยอย่างมีความสุข

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวได้ยินพ่อและพี่ชายคุยกันในเรื่องนี้

 

หากการผ่าตัดประสบความสำเร็จจริงๆ พวกเขาก็ต้องขอบคุณ Dr.FS เป็นพิเศษ

 

เฉิงอี้กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากว่าคุณเจี่ยนหยุ่นน่าวหายดีแล้ว ผมหวังว่าคุณจะมองคนอื่นและสิ่งรอบข้างคุณอย่างใจเย็นกว่าเดิมเมื่อคุณกลับไปแล้ว จำไว้ว่าอย่าอาฆาตมาดร้าย แม้ว่าคุณจะพบเจอเรื่องร้ายๆ ก็อย่ายอมแพ้ มีความหวังต่อชีวิต อย่าลืมว่ามีคนรอบกายที่ยังห่วงใยคุณ”

 

“ผมจะจำไว้” เจี่ยนหยุ่นน่าวตกลง

 

ตอนนี้เขามีความหวังใหม่แล้ว เขาจะไม่หมกมุ่นอยู่กับความเกลียดชังเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

 

หลังจากนั้นไม่นานการตรวจร่างกายก็สิ้นสุดลง เจี่ยนอีหลิงก็เดินออกไปจากห้อง

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวถูกปล่อยทิ้งไว้ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะมีคนถอดผ้าปิดตาออกและพาเขากลับไปที่ห้อง

 

หลังจากที่ยืนยันสภาพมือของเจี่ยนหยุ่นน่าวแล้ว เจี่ยนอีหลิงก็ไปที่หอผู้ป่วยแม่ของฉินชวนที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

 

จากนั้นเจี่ยนอีหลิงก็ไปอยู่ในห้องปฏิบัติการตลอดทั้งบ่าย

 

นอกเหนือจากเวลาที่เธอใช้พูดคุยกับเฉิงอี้ในเรื่องของอาการป่วยของแม่ของฉินชวนแล้ว เจี่ยนอีหลิงก็ยังใช้เวลาเพื่อสร้างครีมลบรอยแผลเป็นที่เธอได้ตรวจสอบแล้วว่าได้ผลจากการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

และตอนนี้เธอจำเป็นจะต้องทำการทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับครีมสูตรนี้ เพื่อว่าเธอจะได้รับอนุมัติการขอจดสิทธิบัตรในภายหลัง

 

###

 

ในวันเสาร์นี้ หูเจียวเจียวจะไปเรียนพิเศษ สถานที่เรียนพิเศษนั้นอยู่ใกล้กับบ้านของเธอ ใช้เวลาเดินเพียงสิบนาทีจากบ้าน

 

เมื่อหูเจียวเจียวเรียนเสร็จก็มืดแล้ว

 

เมื่อออกมาจากโรงเรียนกวดวิชาและเลี้ยวเข้าไปในซอย ถุงใบหนึ่งก็ตกลงมาจากด้านบนครอบลงไปบนหัวเธอ

 

“อ๊าา” การเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันนี้ทำให้หูเจียวเจียวส่งเสียงกรีดร้อง

 

มันมืดมากจนเธอมองไม่เห็นอะไรเลย

 

จากนั้นก็มีแรงลากเธอเข้าไปในซอยลึกกว่าเดิม

 

หูเจียวเจียวรู้สึกว่ามีคนหลายคนรายล้อมตัวเธอ พวกเขาฉุดกระชากเธออย่างรุนแรง

 

เมื่อถูกจับต้องเธอก็รู้สึกหวาดกลัวลึกเข้าไปข้างใน

 

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” หูเจียวเจียวตัวสั่นสะท้านและหวาดกลัว

 

หูเจียวเจียวกรีดร้องตามสัญชาตญาณและพยายามที่จะหนีจากคนเหล่านั้น

 

แต่ความแข็งแรงของเธอนั้นมีไม่พอเมื่อเทียบกับคนรอบข้าง

 

หูเจียวเจียวที่มองไม่เห็นนั้นสามารถรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนจับแขนเธอและดึงตัวเธอไป

 

“อ๊ะ อ๊ะ ปล่อย อ๊ะ…”

 

เธอใช้แรงที่มีมาจากทั้งชีวิต

 

แต่เธอก็ยังไม่สามารถที่จะพ้นไปจากคนรอบข้างได้

 

คนรอบข้างนั้นจับมือ แขน และกระทั่งคอของเธอด้วย

 

หูเจียวเจียวถูกความกลัวครอบงำ เธอคำรามอย่างบ้าคลั่งและกรีดร้องจนเสียงแหบแห้ง

 

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกหวาดกลัวและสิ้นหวังเป็นอย่างมาก

 

ขณะที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันนั้น เธอก็ได้ยินเสียงของผู้ชายที่น่ารังเกียจ

 

“ไม่ต้องดิ้นแล้ว ใครให้เธอเป็นเพื่อนกับคนอย่างเจี่ยนอีหลิง สมควรโดนแล้ว”

 

น้ำเสียงล้อเล่นนั้นดูเหมือนจะเยาะเย้ยหูเจียวเจียวว่าคบเพื่อนผิด

 

หูเจียวเจียวไม่ยอมแพ้ที่จะดิ้นรน แต่ความแข็งแรงของเธอนั้นมีน้อยเกินไป

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset