เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 321-322

 

“นายท่านเชิ่ง” ฉินหยูฝานร้องออกมา น้ำเสียงเธอตื่นเต้นและมีความสุขขณะที่เธอพูดแบบนี้ “ฉันคิดว่าคุณจะไม่มาแล้ววันนี้”

 

อารมณ์ของจ๋ายหวินเชิ่งนั้นไม่เคยคงที่มาโดยตลอด เมื่อเจอการเชื้อเชิญ เขาจะไปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์เขา

 

ต่อให้เป็นตระกูลฉินที่เชิญเขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจไป

 

ฉินหยูฝานรอคอยความเป็นไปได้ที่จะเห็นจ๋ายหวินเชิ่งในงานเลี้ยงวันนี้ เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะมาจริงๆ

 

ดังนั้นเธอจึงมีความสุขมากที่ได้พบเขา

 

จ๋ายหวินเชิ่งมองดูฉินหยูฝาน ริมฝีปากเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย และรอยยิ้มของเขาก็มีนัยของการดูถูกและเหยียดหยาม

 

จากนั้นเขาก็หันกลับไปและหาที่นั่ง เขาไม่ได้ตอบฉินหยูฝาน

 

โดยปกติแล้ว พฤติกรรมของจ๋ายหวินเชิ่งจะถือว่าค่อนข้างหยาบคาย ทุกคนในงานเลี้ยงเฝ้าดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างจ๋ายหวินเชิ่งและฉินหยูฝานด้วยความกลัวและกังวล

 

อย่างไรก็ตามตระกูลฉินเคยชินแล้ว นอกจากนี้ ฉินหยูฝานก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรหยาบคายเกี่ยวกับพฤติกรรมของจ๋ายหวินเชิ่ง

 

ฉินหยูฝานไม่ท้อถอยกับพฤติกรรมของจ๋ายหวินเชิ่ง เธอยังคงถือโอกาสที่จะคุยกับจ๋ายหวินเชิ่งก่อน “นายท่านเชิ่ง คุณวางแผนที่จะอยู่ในเมืองเหิงหยวนนานแค่ไหน”

 

จ๋ายหวินเชิ่งหรี่ตา อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้หันหน้าไปมองฉินหยูฝาน “มิสฉินแน่ใจเหรอว่าไม่ต้องไปอยู่เป็นเพื่อนกับพี่ชายคุณ งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของเขา”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินหยูฝานไม่ลดลงเลย อย่างไรก็ตาม ประกายในดวงตาเธอหม่นหมองลงอย่างมาก

 

“ใช่ งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นก็เพื่อประโยชน์ของเขา แต่ยังไงก็ตาม เขาก็สามารถจัดการกับคนอื่นๆได้ เขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากฉัน”

 

ฉินหยูฝานไม่ได้เรียกฉินชวนว่า ‘พี่ชาย’ แม้ว่าเธอจะมาร่วมงานเลี้ยงวันนี้พร้อมกับฉินชวน แต่ดูเหมือนว่าในใจเธอจะยังไม่ยอมรับตัวตนของฉินชวนได้จริงๆ

 

ต่อจากนี้ฉินหยูฝานจึงชวนจ๋ายหวินเชิ่งเต้นรำ “นายท่านเชิ่ง คุณอยากจะเต้นรำด้วยกันบนฟลอร์ไหม”

 

จ๋ายหวินเชิ่งแค่นเสียงก่อนที่จะพูดว่า “ไม่ใช่ว่าผู้ชายเป็นฝ่ายชวนผู้หญิงก่อนสำหรับเรื่องประเภทนี้เหรอ”

 

มันเป็นเช่นนี้จริงๆ อย่างไรก็ตาม ฉินหยูฝานรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จ๋ายหวินเชิ่งจะเป็นฝ่ายเชื้อเชิญหญิงสาวเต้นรำ

 

ดังนั้นเธอจึงถือโอกาสเชื้อเชิญเขา

 

เธอไม่คิดมากกับการที่จะถือโอกาสแบบนี้

 

ร่างของฉินหยูฝานเต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอไม่กลัวการปฏิเสธหรือสายตาของคนอื่น

 

ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เธอก็ไม่ต้องการการตัดสินของคนอื่น ในการตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดี

 

“เดี๋ยวก่อน ถ้าเช่นนั้นคุณวางแผนที่จะเชิญฉันใช่ไหม” ฉินหยูฝานถาม ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความคาดหวัง

 

ถ้าจ๋ายหวินเชิ่งพูดแบบนั้นก็หมายความว่า วันนี้เขาอาจจะคิดริเริ่มถือโอกาสที่จะชวนคนอื่นมาเต้นด้วยใช่ไหม

 

อ่านตอนล่าสุดที่ mynovel.co หรือ www.thai-novel.com

 

ในตอนนี้ เวินน่วนและเจี่ยนชูฉิงรู้สึกอึดอัดใจมากทีเดียว ตอนแรกพวกเขาวางแผนที่จะอยู่ที่มุมเดียวกับลูกสาว แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าทุกคนจะมาที่มุมนี้

 

นอกจากนี้ ผู้คนที่ยืนอยู่ที่นี่ต่างมาจากตระกูลจ๋ายและตระกูลฉิน เพียงแค่การปรากฏตัวของอีกฝ่ายก็สร้างความกดดันให้กับพวกเขาอย่างมาก

 

ดังนั้นทั้งสองคนจึงต้องการพาเจี่ยนอีหลิงไปที่อื่น

 

อย่างไรก็ตาม จ๋ายหวินเชิ่งพลันหันหน้ามาถามเจี่ยนอีหลิงว่า “คุณหนูเจี่ยน เธอต้องการมาเป็นเพื่อนฉันเต้นรำไหม”

 

ทันทีที่จ๋ายหวินเชิ่งพูดแบบนี้ สายตาของผู้คนโดยรอบก็ตกลงไปที่ีเจี่ยนอีหลิงโดยพร้อมเพรียงกัน

 

ในหมู่พวกเขา สายตาของฉินหยูฝานนั้นขมขื่นและเย็นชาเป็นพิเศษ

 

ชาวเมืองเหิงหยวนไม่รู้เรื่องนี้ แต่ฉินหยูฝานรู้ดีว่า จ๋ายหวินเชิ่งไม่เคยขอผู้หญิงเต้นรำ

 

เด็กหญิงคนนี้เป็นใครกัน ทำไมนายท่านเชิ่งถึงขอให้เธอเต้น

 

หัวใจของเจี่ยนชูฉิงและเวินน่วนกระดอนขึ้นไปที่ลำคอ

 

พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า จ๋ายหวินเชิ่งจะขอลูกสาวของพวกเขาเต้นรำ

 

ทุกคนรอการตอบของเจี่ยนอีหลิงรวมไปถึงจ๋ายหวินเชิ่ง

 

“ฉันไม่รู้วิธีเต้นรำ” เจี่ยนอีหลิงตอบกลับ เธอปฏิเสธจ๋ายหวินเชิ่งอย่างสุภาพ

 

“ไม่เป็นไร ฉันจะสอนเธอเอง” จ๋ายหวินเชิ่งตอบกลับ เขาไม่รังเกียจที่จะเป็นครูสอนเต้นให้กับเธอ

 

ขณะที่เขาพูดเช่นนี้ จ๋ายหวินเชิ่งก็ลุกขึ้นยืนตรงหน้าเจี่ยนอีหลิง เขาทำท่าทางของสุภาพบุรุษที่ชวนผู้หญิงให้มาเต้นรำ

 

 

หากเจี่ยนอีหลิงปฏิเสธอีกครั้ง สถานการณ์ก็จะกลายเป็นความอึดอัดขึ้นมาจริงๆ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเธอปฏิเสธจ๋ายหวินเชิ่งอีกครั้ง ความสนใจครึ่งหนึ่งของผู้คนทั้งหมดก็จะตกอยู่ที่เขาในวันนี้

 

ถ้าเป็นคนแปลกหน้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ เจี่ยนอีหลิงคงไม่คิดซ้ำสองว่าคนแปลกหน้าคนนั้นจะอายหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม นี่คือจ๋ายหวินเชิ่ง ที่ผ่านมาจ๋ายหวินเชิ่งเคยช่วยเหลือเธอหลายครั้ง ดังนั้นเจี่ยนอีหลิงจึงไม่สามารถที่จะเพิกเฉยต่อคำขอของเขาได้

 

หลังจากชั่งน้ำหนักการเลือกของเธอแล้ว เจี่ยนอีหลิงก็ลุกขึ้นและวางมือข้างหนึ่งบนฝ่ามือของจ๋ายหวินเชิ่ง

 

เมื่อฝ่ามือของเธอสัมผัสมือเขา เจี่ยนอีหลิงก็สะดุ้งไปชั่วขณะ

 

จ๋ายหวินเชิ่งมองลงไปที่มือขาวนุ่มในฝ่ามือของเขา เขาดึงเธอเบาๆอย่างสุภาพและพาเธอไปที่ฟลอร์เต้นรำ

 

เจี่ยนชูฉิงและเวินน่วนเฝ้าดูลูกสาวของพวกเขาจากไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ลูกสาวของพวกเขาได้รับเชิญให้ไปเต้นรำกับชายที่อันตราย พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นกังวล

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะกังวล แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือเฝ้าดู ในโอกาสเช่นนี้ เป็นเรื่องสมควรที่ผู้ชายจะเชิญผู้หญิงมาเต้นรำ ในเมื่อเจี่ยนอีหลิงได้ตกลงที่จะเต้นรำกับจ๋ายหวินเชิ่ง ทั้งสองคนก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้มากนัก

 

ฉินชวนก็ตั้งใจจะเดินไปที่มุมของเจี่ยนอีหลิง อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางไปที่นั่น เขาถูกคนสองสามคนรั้งตัวไว้ คนเหล่านี้แสดงความยินดีและหยอกล้อกับเขา หลังจากนั้น เขาก็เห็นเจี่ยนอีหลิงและจ๋ายหวินเชิ่งเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำด้วยกัน

 

ฉินชวนถามคนรอบข้าง และก็พบว่าชายคนนั้นก็คือจ๋ายหวินเชิ่ง

 

ฉินหยูฝานไม่ถือหากจ๋ายหวินเชิ่งจะปฏิเสธคำเชิญของเธอ อย่างไรก็ตาม แต่เธอคิดกับการที่จ๋ายหวินเชิ่งได้เชิญหญิงอื่นไปเต้นรำหลังจากที่ปฏิเสธเธอแล้ว

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินหยูฝานได้มองหญิงสาวอื่นแบบนี้

 

นี่เป็นเด็กสาวที่ดูอ่อนกว่าเธอหลายปี

 

เป็นครั้งแรก ที่ฉินหยูฝานรู้สึกอิจฉา

 

จ๋ายหวินเชิ่ง ที่ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้เขาได้ กลับขอให้เด็กสาวคนหนึ่งเต้นรำกับเขา

 

เหอเยี่ยนก็ยังมองไปที่ฉากตรงหน้าเธอเช่นเดียวกัน เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าเธอกำลังรู้สึกอะไร

 

สิ่งเดียวที่เธอสามารถพูดได้ก็คือ เจี่ยนอีหลิงมีไหวพริบเหลือเกิน ภายนอกดูนุ่มนวลและอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง อีกฝ่ายนั้นคิดวางแผนและเขี้ยว ไม่เช่นนั้นทำไม จ๋ายหวินเชิ่งถึงตกหลุมรักลงไปได้

 

จากนั้น เหอเยี่ยนก็เหลือบมองไปยังเวินน่วน เมื่อเธอเห็นสีหน้ากังวลบนใบหน้าของเวินน่วน เธอก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยอยู่ในใจ

 

พี่สะใภ้ของเธอแสดงท่าทางเก่งจริงๆ มีลูกสาวที่มีความสามารถมาก มีความสามารถมากจนกระทั่ง สามารถปีนเข้าสู่อ้อมแขนของนายท่านเชิ่งได้ และจากนั้น เวินน่วนก็แสร้งทำเป็นกังวล เห็นได้ชัดว่าในใจของเวินน่วนนั้นรู้สึกยินดีกับเรื่องนี้มาก

 

ตอนนี้ความสนใจของห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดตกไปอยู่ที่จ๋ายหวินเชิ่งและเจี่ยนอีหลิง

 

นี่เป็นสิ่งที่หายาก หายากเหลือเกิน

 

นายท่านเชิ่งจากเป่ยจิงกำลังเต้นรำกับเด็กสาวที่มีชอบกดขี่และไร้เหตุผลของตระกูลเจี่ยน

 

หลังจากเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำแล้ว จ๋ายหวินเชิ่งและเจี่ยนอีหลิงก็ไม่สนใจสายตาของคนอื่นอีก

 

เจี่ยนอีหลิงไม่รู้วิธีเต้นจริงๆ ดังนั้น จ๋ายหวินเชิ่งจึงเริ่มสอนเธออย่างอดทน

 

จากนั้น จ๋ายหวินเชิ่งก็สังเกตเห็นว่า เจี่ยนอีหลิงนั้นเต้นรำได้อย่างเงอะงะเหลือเชื่อ ดูเหมือนว่าการใช้นิ้วได้อย่างว่องไวนั้น ไม่มีความสัมพันธ์กับทักษะการเต้นของพวกเขา

 

ดูเหมือนว่าเขาจะค้นพบข้อบกพร่องอย่างหนึ่งของเธอแล้ว

 

ดังนั้นจ๋ายหวินเชิ่งจึงเริ่มหัวเราะ

 

เขาก้มหน้าลง แล้วกระซิบข้างหูของเจี่ยนอีหลิงว่า “ถ้าเธอไม่รู้วิธีเต้นจริงๆก็แค่เหยียบรองเท้าฉัน ฉันจะพาเธอไปเอง”

 

ในขณะที่จ๋ายหวินเชิ่งพลันเข้าใกล้เจี่ยนอีหลิงมากเกินไปนั้น ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อ

 

“ไม่ อย่า…อย่าเข้ามาใกล้เกินไป”

 

เสียงเธอนุ่มนวลและเขินอายเหลือเชื่อ

 

รอยยิ้มของจ๋ายหวินเชิ่งกว้างขึ้นขณะที่เขาถาม “หรือว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอเต้นรำกับผู้ชาย”

 

“ใช่”

 

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ จ๋ายหวินเชิ่งก็ยิ้มมากยิ่งขึ้น “จริงๆแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันเต้นรำกับผู้หญิงเหมือนกัน”

 

“ถ้างั้นแล้ว นายเต้นรำกับใครมาก่อน”

 

เห็นได้ชัดว่าจ๋ายหวินเชิ่งรู้วิธีเต้นรำ เขาเต้นรำเก่งมาก

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset