แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 102 หมั่นโถวถูกจับ

ตำรวจน้อย เว่ยต้าฉีผู้เล่นเกมส์จับคู่เมื่อคืนก็มากับเขาด้วย ทันทีที่เห็น เซี่ยฉิงกง อยู่ที่นั่น เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมา นี่คือนายหญิงน้อยสกุลมู่ไม่ใช่หรือ ?

 

“เอ่อ… รองผู้กำกับเสิ่น คุณเข้าใจผิดรึเปล่า ? นี่คือนายหญิงน้อยสกุลมู่นะ”

 

เว่ยต้าฉีเอ่ยถามอย่างลังเล

 

เสิ่นหรงเจียชี้ไปที่หมั่นโถวผู้ซึ่งกำลังส่องกระจกอยู่ พลางตวาดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวและเย็นชา

 

“ไม่ต้องพูดไร้สาระ ฉันบอกให้นายจับเธอคนนั้น ไม่ใช่คนนี้ !”

 

ครั้นรองผู้กำกับออกคำสั่ง ตำรวจหลายคนก็กรูกันเข้าไปใส่กุญแจมือหมั่นโถว จากนั้นก็พาตัวเธอออกไป

 

เซี่ยฉิงกงยื่นสองมือออกมาข้างหน้า พร้อมกับพูดยิ้ม ๆ ว่า

 

“คุณหนูฉี คุณหนูเสิ่นต้องการจับฉันไปด้วยมั้ย ?”

 

ฉีเหยียนเอ๋อพูดอย่างเย็นชา

 

“เซี่ยฉิงกง เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่า เธอวางแผนที่จะทำอะไร ?”

 

หากเซี่ยฉิงกงถูกนำตัวไปที่สำนักสันติบาลจริง ๆ ตระกูลมู่จะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือเป็นแน่ เมื่อนั้นความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลฉี และตระกูลมู่ก็จะเลวร้ายลงไปอีก

 

อย่างไรเสียเซี่ยฉิงกงก็เป็นคู่หมั้นของมู่เฉินฮ่าว มู่เฉินฮ่าวย่อมต้องช่วยเหลือเธอตามหน้าที่

 

หากแต่คนของเซี่ยฉิงกงนั้นแตกต่างกัน ฉีเหยียนเอ๋อเชื่อว่าตระกูลมู่จะไม่มีวันหักหน้าตระกูลฉีเพียงเพราะคนรับใช้คนหนึ่งเป็นแน่

 

ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็เป็นแค่คนรับใช้ ใครจะยอมลดตัวลงไปเสียเวลาด้วยล่ะ คนรับใช้น่ะ จะหาใหม่เมื่อไหร่ก็หาได้จริงมั้ย ?

 

นอกจากนี้หลังจากถูกขังแล้ว ที่นั่นยังเป็นอาณาเขตของเสิ่นหรงเจีย พูดง่าย ๆ  ก็คือคำพูดเสิ่นหรงเจียถือเป็นเด็ดขาด

 

ในเมื่อตอนนี้ไม่มีทางที่จะทำอะไรเซี่ยฉิงกงได้ เช่นนั้นก็จัดการคนของเธอระบายความโกรธก่อนก็ยังดี !

 

“เชอะ ไม่กล้าล่ะสิ ?”

 

เซี่ยฉิงกงยังคงยั่วยุ

 

“ฮึ่ม ! เซี่ยฉิงกงอย่าคิดใช้วิธีการที่ก้าวร้าวเช่นนี้เลย ไม่มีประโยชน์หรอก วันนี้ฉันไม่มีเวลาเล่นกับเธอ ไว้วันหน้าหากมีโอกาส ฉันต้องให้เธอชำระหนี้นี้เป็นแน่ !”

 

ฉีเหยียนเอ๋อตะคอกอย่างเย็นชา เธอเกาะแขนของเสิ่นหรงเจีย จากนั้นก็เดินบิดสะโพกกลับไปที่สำนักสันติบาลพร้อมกับเสิ่นหรงเจีย

 

เซี่ยฉิงกงหันหน้ากลับไปมองเสื้อผ้าที่หมั่นโถวลองไว้ก่อนหน้านี้

 

“เอาเสื้อผ้าพวกนี้ใส่ถุง ฉันซื้อทั้งหมด”

 

เธอยังไม่ลืมว่า วันนี้เธอมาเพื่อซื้อเสื้อผ้าให้หมั่นโถว เธอก็ต้องเอาเสื้อผ้าเหล่านี้กลับไปให้หมั่นโถว

 

ทัศนคติของพนักงานแนะนำสินค้าสาวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอพยักหน้าพลางโค้งคำนับ เธอรีบห่อเสื้อผ้าทั้งหมด จากนั้นก็ส่งมอบให้เซี่ยฉิงกง

 

เซี่ยฉิงกงออกจานร้าน Zzelat พร้อมถุงห้าใบ เธอหาที่นั่งพักผ่อนในห้างสรรพสินค้า ก่อนจะกดหมายเลขโทรศัพท์โทรหามู่เฉินฮ่าว

 

หลังได้ยินเสียงเรียกจากโทรศัพท์สามครั้ง เสียงนุ่ม ๆ ของมู่เฉินฮ่าวก็ดังมา

 

“คิดถึงผมหรือไง ?”

 

“คนบ้า ฉันจะบอกคุณว่าหมั่นโถวถูกสำนักสันติบาลจับตัวไป รีบส่งคนไปช่วยหมั่นโถวด้วย”

 

เซี่ยฉิงกงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก แม้หมั่นโถวจะบอกว่าไม่มีอันตรายใด ๆ หากแต่เซี่ยฉิงกงก็ยังคงกังวลเล็ก ๆ ว่าคนพวกนั้นจะทำร้ายเธอ

 

“ได้สิ สำนักสันติบาลไหนล่ะ ?”

 

“จะสำนักสันติบาลไหนอีกล่ะ ? ก็สำนักสันติบาลที่คุณไปรับข้อมูลของเฉินเหวินกังครั้งก่อนนั่นไง หมั่นโถวกับฉันก็ไปที่นั่นด้วย แล้วก็เจอคุณรองผู้กำกับเสิ่นหรงเจียเพื่อนสนิทของฉีเหยียนเอ๋อ เธอพยายามกลั่นแกล้งฉัน  ทั้งจะตบหมั่นโถว ก็เลยถูกหมั่นโถวตบกลับ … ตอนนี้ เธอไม่ยอมรับสิ่งที่เธอทำ กลับบอกว่าหมั่นโถวทำร้ายตำรวจ”

 

เสียงหัวเราะของมู่เฉินฮ่าวดังมาจากปลายสาย

 

“ผมเข้าใจแล้ว ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ?”

 

“ฉันอยู่ที่อาคารฮุ่ยเหลียน ตอนแรกฉันมาซื้อเสื้อผ้ากับหมั่นโถว แต่ดันมาเจอผู้หญิงสองคนนั่นเข้าพอดี ฉันนี่มันโชคไม่ดีเลยจริงๆ … คุณส่งคนมารับฉันด้วย หมั่นโถวถูกจับตัวไปแล้ว ฉันขับรถไม่เป็น”

 

เซี่ยฉิงกงพูดอย่างเซ็ง ๆ

 

“อืม… รอผมที่นั่นแล้วกัน ผมจะไปรับคุณเอง ผมจะไปถึงที่นั่นในอีกยี่สิบนาที”

 

***จบตอน หมั่นโถวถูกจับ***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset