แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 128 ในเมื่ออยากได้นักก็ยกให้ไปสิ

อีกด้านหนึ่ง

 

อาเจิ้งยื่นถุงในมือให้หมั่นโถวผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงประตู พร้อมกับเกาหัวอย่างเก้อ ๆ

 

“หมั่นโถว เธอก็ควรรีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกออกนะ จะได้ไม่ป่วย”

 

“ขอบคุณพี่เจิ้ง”

 

หมั่นโถวยิ้มหวาน ไม่รู้ว่าเซี่ยฉิงกง และมู่เฉินฮ่าวจะเห็นภาพนี้ไหม หมั่นโถวหน้าแดงขณะรับถุงเสื้อผ้ามาจากมือของอาเจิ้ง ก่อนจะรีบวิ่งหนีไป

 

มีเพียงอาเจิ้งเท่านั้นที่ยังคงยืนยิ้มอยู่ที่เดิม

 

ที่นี่คือโรงพยาบาลส่วนตัวของสกุลมู่ ชั้นบนสุดมีห้องส่วนตัวของมู่เฉินฮ่าวหลังจากเซี่ยฉิงกงอาบน้ำร้อนเรียบร้อยแล้ว เธอก็เตรียมตัวใส่เสื้อผ้าสะอาดที่มู่เฉินฮ่าวนำมาให้

 

ครั้นเปิดถุงออก ใบหน้าของเซี่ยฉิงกงก็แดงก่ำ

 

ก้นถุงเป็นเสื้อชั้นใน และกางเกงในของเซี่ยฉิงกง ซึ่งเป็นของส่วนตัวมาก ไม่คาดคิดว่ามู่เฉินฮ่าวจะรู้ใจและนำติดมาด้วย

 

หลังจากที่เธอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เซี่ยฉิงกงก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำ

 

มู่เฉินฮ่าวรอเธออยู่ในห้องแล้ว

 

ครั้นเห็นเธอก้าวออกมา เขาก็หยิบไดร์เป่าผมออกมาจากลิ้นชักข้างประตูพลางกวักมือเรียกเธอ

 

“มานี่สิ”

 

เซี่ยฉิงกงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา ความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันช่างเป็นธรรมชาติไม่ต่างจากคู่รักทั่วไป

 

มู่เฉินฮ่าวรั้งเซี่ยฉิงกงลงมานั่งบนตักของเขา จากนั้นก็เริ่มเป่าผม

 

“คุณป้าเป็นยังไงบ้าง ?”

 

“เสี่ยวเฟยตรวจร่างกายแม่แล้ว พบว่าหัวใจมีปัญหา นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องเนื้องอก แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรง ถึงกับคุกคามชีวิต”

 

“ครับ”

 

มู่เฉินฮ่าวไม่ได้ซักถามอะไรอีก เขาสอดมือเข้าไประหว่างผมของเซี่ยฉิงกงเบา ๆ ตั้งอกตั้งใจไดร์ผมของเซี่ยฉิงกงให้แห้งอย่างเอาจริงเอาจัง

 

“แต่ว่า ดูจากการแสดงออกของเจินเมี่ยวหยูในวันนี้ ฮุ่ยถังเน็ตเวิร์คน่าที่จะมีปัญหามากพอควรเลย”

 

จู่ ๆ เซี่ยฉิงกงก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ขึ้นมาได้ ตอนที่มู่เฉินฮ่าวไปเยือนบ้านสกุลเซี่ยครั้งแรกนั้น เขาก็เสนอว่าจะรับซื้อบริษัทฮุ่ยถังเน็ตเวิร์คซึ่งเป็นบริษัทด้านอินเตอร์เน็ตของกลุ่มธุรกิจสกุลเซี่ยไว้เอง ขอเพียงเธอยอมกลับไปบ้านพร้อมเขา

 

ดังนั้นในวันรุ่งขึ้น ภายหลังจากที่เซี่ยฉิงกงกลับถึงคฤหาสน์มู่พร้อมมู่เฉินฮ่าว เงินจำนวนมหาศาลของสกุลมู่ก็ถูกอัดฉีดเข้าไปในกลุ่มธุรกิจตระกูลเซี่ย ช่วยต่อลมหายใจให้กลุ่มธุรกิจตระกูลเซี่ยไปได้อีกพักใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม ในเวลาเพียงครึ่งเดือน ปัญหาก็หวนกลับมาอีกครั้ง ธุรกิจในเครือที่เชื่อมโยงกันหลายบริษัทต่างพากันหยุดชะงัก

 

จากประสบการณ์ของมู่เฉินฮ่าว เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย ด้วยการระดมทุนจากกลุ่มธุรกิจสกุลมู่ หุ้นของกลุ่มธุรกิจสกุลเซี่ยจึงปรับตัวเพิ่มขึ้นหลายจุดในเวลานั้น

 

นอกเหนือจากเงินทุนจำนวนมากจากกลุ่มบริษัทสกุลมู่ ร่วมกับการระดมทุนจากหุ้นพวกนี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียนที่จำเป็นเร่งด่วน กระทั่งทำให้ธุรกิจถึงกับหยุดชะงักลง

 

ต้องมีใครอยู่เบื้องหลังกลอุบายนี้

 

หลังจากตรวจสอบแล้ว มู่เฉินฮ่าวปักใจเชื่อว่าปัญหาหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นน่าที่จะมาจากบริษัทในเครือ ที่มีชื่อว่า ฮุ่ยถังเน็ตเวิร์ค ซึ่งดำเนินงานด้านการให้บริการอินเตอร์เน็ต

 

“อืม เดี๋ยวคงต้องตรวจสอบบัญชีดู ผมว่าบริษัทนี้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ ” มู่เฉินฮ่าวกล่าวเบา ๆ

 

หลังจากเป่าผมเซี่ยฉิงกงจนแห้งแล้ว ทั้งสี่คนก็ออกจากโรงพยาบาล

 

ข้างนอกฝนยังตกอยู่ มู่เฉินฮ่าวโอบไหล่เซี่ยฉิงกง ขณะเดียวกันเซี่ยฉิงกงก็โอบเอวของเขา พร้อมกับอิงกายเข้าแนบเขา

 

ชายหนุ่มเดินกางร่มพร้อมกับโอบประคองหญิงสาวก้าวขึ้นรถไปด้วยกัน จากระยะไกลภาพที่เห็นแลดูสวยงามราวจิตรกรรม

 

ณ ตระกูลเซี่ย

 

เจินเมี่ยวหยูรู้สึกกังวลเล็กน้อย เธอไม่อยากให้บริษัทฮุ่ยถังเน็ตเวิร์คตกเป็นของเซี่ยฉิงกง หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็พยายามคิดหาวิธีที่ดีที่สุดที่จะเกลี้ยกล่อมเซี่ยเจิ้งหัว แม้ว่าเขาจะกล่าวมอบบริษัทฮุ่ยถังเน็ตเวิร์คให้เซี่ยฉิงกงไปแล้วก็ตามที

 

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เจินเมี่ยวหยูก็รีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พร้อมกับรีบผละออกจากห้องหลบไปยังสถานที่เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในสวนหลังบ้านที่ซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนผ่านไปมา

 

“จะทำยังไงดี ? เซี่ยฉิงกงขอบริษัทฮุ่ยถังจากไอ้แก่นั่นแล้ว”

 

“ทำไมคุณต้องตกใจด้วยล่ะ ? ในเมื่อเด็กนั่นอยากได้นักก็ยกให้ไปสิ คืนนี้เรามาแก้หนาวกันดีกว่า …”

 

***จบตอน ในเมื่ออยากได้นักก็ยกให้ไปสิ***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset