แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 138 ทำไมหน้าหนากันนักนะ ?

“อย่าฝันนักเลย … แม้ว่าคุณหนูหลอก ๆ ของคุณจะได้เป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเซี่ย ทว่านายน้อยของเราก็จะไม่แต่งงานด้วยแน่”

 

หมั่นโถวกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

 

เจินเมี่ยวหยูตะคอกอย่างเย็นชา

 

“แก ฉันขอเตือนแก การจับฉันแบบนี้ ผิดกฎหมายนะ ! ถ้าแกมีความสามารถก็ฆ่าฉันซะ ! ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องแกทันทีที่ฉันออกจากประตูบ้านนี้ได้ !”

 

“ฆ่าคุณงั้นหรือ ? ฉันเกรงว่า จะทำให้ดอกไม้ และพื้นดินที่นี่แปดเปื้อนน่ะสิ คุณมันคนสกปรก”

 

หมั่นโถวพูดอย่างเย็นชา เธอเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของกองกำลังพิเศษในกองทัพ เธอมีอำนาจมากกว่าผู้กำกับสำนักสันติบาลด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการจับกุมอาชญากรอย่างเจินเมียวหยู

 

“แกกล้าเรอะ ?”

 

“เรื่องราวในอดีตจบลงแล้ว เจินเมี่ยวหยูอย่ามัวยั่วยุให้แตกแยกอยู่เลย คุณคิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นคุณ และชิงฉวนต่างหากที่ไม่ยอมให้คุณพ่อตามฉันกลับมา และฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับมาที่บ้านสกุลเซี่ย แต่ที่ฉันต้องกลับมาก็เพราะคุณส่งนักฆ่าไปกำจัดฉัน โดยสร้างสถานการณ์ให้คล้ายการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์บนสะพานข้ามแม่น้ำ ว่าแต่…ทำไมพ่อของฉันถึงได้อาหารเป็นพิษ คุณทำอะไรท่าน ?”

 

หมอซูยังมาไม่ถึง แม้ว่าเมื่อครู่นี้เซี่ยเจิ้งหัวจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ หากแต่ในตอนนี้ เซี่ยฉิงกงกลับเป็นกังวลบางอย่าง

 

แววตาของเซี่ยฉิงกงเย็นชา น้ำเสียงของเธอแจ่มชัด และนั่นยิ่งทำให้เซี่ยเจิ้งหัวรู้สึกละอายใจ

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาถูกเจินเมี่ยวหยูปั่นหัว เจินเมี่ยวหยูบอกว่าการกลับมาของเซี่ยฉิงกงจะทำลายความกลมเกลียวในครอบครัวของพวกเขาสามคน

 

“แล้วแกไม่สมควรตายงั้นหรือ ? ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะสับร่างแกเป็นหมื่น ๆ ชิ้นด้วยซ้ำ แกฆ่าชิงฉวนทั้งเป็นแบบนี้ ฉันไม่มีวันปล่อยให้แกได้ตายดีแน่

 

เซี่ยฉิงกงหัวเราะเยาะ

 

“ฉันน่ะรึ ฆ่าเซี่ยชิงฉวนทั้งเป็น ? คุณยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกรึ ?”

 

หมั่นโถวโกรธจนทนไม่ไหว เธอเตะเจินเมียวหยูที่กำลังคลานอยู่บนพื้น

 

“ฉันรู้ว่าคุณอายุแค่สี่สิบกว่า ๆ เท่านั้น แต่ทำไมคุณถึงได้หน้าหนาแบบนี้นะ ? รู้ ๆ กันอยู่ว่าคุณวางยานายหญิงน้อย แต่ลูกสาวของคุณดันดื่มซะแทน เฮอะ ! จะมาโทษนายหญิงน้อยของฉันได้ไง ?”

 

เท้าของหมั่นโถวหนักมาก ลูกเตะของเธอส่งผลให้เจ็บปวดไปถึงกระดูก  ยามนี้ศีรษะของเจินเมี่ยวหยูเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็น เครื่องสำอางที่ตกแต่งอย่างประณีตบนใบหน้าของเธอก็ลบเลือนจนสิ้นแล้ว

 

“เอาล่ะ หมั่นโถว จับเธอมัดได้แล้วจากนั้นก็ส่งตัวไปที่สำนักสันติบาลซะ”

 

มู่เฉินฮ่าวปิดประเด็นด้วยท่าทางเฉยเมยเย็นชา ทว่าก็ไม่ต่างจากการตัดสินประหารชีวิต

 

วางแผนฆาตกรรมสามี และลูกสาวของสามี สองข้อหานี้ก็เพียงพอที่จะให้เธอต้องอยู่ในคุกไปตลอดชีวิต

 

“คุณแม่ !”

 

ทุกคนได้ยินเสียงกรีดร้อง พร้อมกับเห็นเซี่ยชิงฉวนวิ่งออกมาจากด้านข้าง ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิง เสื้อผ้าของเธอหลุดรุ่ย และนั่นยิ่งทำให้เซี่ยเจิ้งหัวนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกหนักกว่าเดิม

 

“พวกแกทำอะไรกันน่ะ ? คุณพ่ออย่าปล่อยให้เซี่ยฉิงกงหลอกได้นะ ! นี่คุณพ่อยอมให้พวกเขาปฏิบัติกับคุณแม่ของหนูเช่นนี้ได้อย่างไร ?”

 

เซี่ยชิงฉวนกรีดร้อง เธอวิ่งออกมาคุกเข่าข้าง ๆ เจินเมี่ยวหยู

 

เธอนอนหลับอยู่ในห้อง ทันทีที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอก็พบว่ามีคนทะเลาะกัน เธอแอบซ่อนตัว จึงได้รับฟังเรื่องบ้าบอทั้งหมดนี้ …

 

ไม่คาดคิดว่า … เธอจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของเซี่ยเจิ้งหัว และไม่คาดคิดว่า … โจวหยุนเซินจะเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเธอ…

 

ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจยอมรับ

 

นอกจากนี้เธอยังไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเจินเมี่ยวหยูต้องคลานอยู่บนพื้น ทั้งยังถูกเตะจนเหงื่อแตกพลั่ก เพราะความเจ็บปวดอย่างเหลือทน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะวิ่งออกมา

 

เจินเมี่ยวหยูมองเซี่ยฉิงฉวนที่กำลังโศกเศร้าทุกข์ทน เธอจับมือพร้อมกับลูบศีรษะของลูกสาว

 

“เจิ้งหัว คุณกับฉันแต่งงานกันแล้ว ฉันรู้ว่าการกระทำของฉันทำให้คุณเสียใจ แต่โปรดให้เวลาฉันสักสิบนาที ฉันอยากอยู่กับชิงฉวน ให้ฉันได้พูดกับลูกเป็นครั้งสุดท้ายสักสองสามคำจะได้ไหม ?”

 

เซี่ยเจิ้งหัว ถอนหายใจ

 

“พูดเถอะ”

 

เจินเมี่ยวหยูกระซิบข้างหูของเซี่ยชิงฉวน

 

“ตระกูลเซี่ยไม่มีที่สำหรับเราแล้ว แต่แม่ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ลูกแล้ว หลังจากที่แม่จากไปแล้ว ลูกจงกลับไปที่ห้องของลูก แม่เขียนโน้ตใส่ไว้ในลิ้นชักชั้นสามของโต๊ะข้างเตียงหนู ทำตามคำแนะนำในกระดาษโน้ต ไปตามหาคน ๆ นั้น เขาจะดูแลหนูเอง… ”

 

***จบตอน ทำไมหน้าหนากันนักนะ ?***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset