แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 142 อะไรที่ทําให้คุณพอใจได้อีกนะ ?

แต่งก่อน…ค่อยอ้อนรัก ตอนที่ 142 อะไรที่ทําให้คุณพอใจได้อีกนะ ?

 

ซูเฟยได้จัดยาให้แก่เซี่ยเจิ้งหัวเป็นจํานวนมาก ช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจินเมี่ยวหยูได้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับร่างกายของเซี่ยเจิ้งหัว เขาจําเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู

 

หลังจากรอกระทั่งซูเฟยสั่งยาเสร็จ เซี่ยฉิงกงก็ยืนยันที่จะไปรับยาที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง ก่อนที่จะนํากลับมาส่งให้เซี่ยเจิ้งหัว

 

ตอนนี้เซี่ยเจิ้งหัวเหลือลูกสาวเพียงคนเดียวซึ่งก็คือเธอ เซี่ยฉิงกงจึงต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ขณะที่มารดาผู้ให้กําเนิดเธอเสียชีวิตเร็วมาก ซึ่งนั่นทําให้เซี่ยฉิงกงไม่แม้แต่จะเห็นหน้าของน่าหลานเซวี่ยด้วยซ้ำ 

 

เธอเคยเห็นเพียงรูปถ่ายของน่าหลานเซวี่ย สตรีในรูปนั้นดูนิ่งสงบสง่างาม อ่อนโยน และสวยงามราวกับภาพวาด

 

ประมาณสาม หรือสี่โมงเย็นของวันอันหนักหนานี้ กว่าเซี่ยฉิงกงและมู่เฉินฮ่าวจะได้กลับมาถึงคฤหาสน์มู่

 

หลังจากกลับถึงบ้าน หมั่นโถวก็ขอให้เซฟที่บ้านทําอาหารเย็นแสนอร่อยให้ทั้งคู่ หลังจากผ่านวันแสนวุ่นวาย หมั่นโถวเองก็ไม่ได้กินข้าวกลางวัน ทว่าเธอกลับรู้สึกหิวแทนนายหญิงน้อยของเธอซึ่งชื่นชอบอาหารมื้อเย็น และการนอนกลิ้งหลังอาหารมากกว่า

 

น่าเสียดายที่เมื่อกลับถึงบ้าน เซี่ยฉิงกงกลับยังคงรู้สึกว่าอารมณ์ของเธอไม่ค่อยดีนัก และนั่นเป็นเหตุให้ความอยากอาหารหดหายไปหมด ไม่รู้ว่าทําไมเธอถึงมีความรู้สึกราวหัวใจเธอถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้ตลอดเวลา

 

หมั่นโถวรู้ว่าวันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย กระทั่งเซี่ยฉิงกงรับแทบไม่ไหว เธอจึงเชิญให้เชฟที่บ้านลงมือปรุงอาหารอร่อย ๆ โดยให้อาหารทั้งโต๊ะเป็นอาหารจานโปรดของ เซี่ยฉิงกงแต่เพียงผู้เดียว เธอหวังว่านี่จะทําให้นายหญิงน้อยข องเธอรู้สึกดีขึ้น

 

หมั่นโถวเป็นทหารก่อนจะมารับใช้ตระกูลมู่ เธอเคยปฏิบัติภารกิจหลากหลายให้กับประเทศ แต่แม้จะผ่านภารกิจมามากมาย นานครั้งที่เธอจะเข้าร่วมภารกิจนองเลือด ดังนั้นสําหรับ เรื่องในวันนี้เธอเองก็มันไม่น้อย ….

 

เมื่อได้อยู่ในแวดวงเจ้าขุนมูลนาย และมหาเศรษฐี ก็ย่อมต้องพบเจอเรื่องโหดร้ายมากมายหลายต่อหลายครา 

 

หากเซี่ยเจิ้งหัวไม่มีพื้นฐานครอบครัวที่ดี ไม่ใช่นายน้อยรองของกลุ่มธุรกิจเซี่ย ไม่มีความทะเยอทะยาน ยอมอยู่อย่างสบาย ๆ ไม่ไขว่คว้าสิ่งใด หลังจากได้พบกับเจินเยี่ยวหยู บางทีเจินเยี่ยวหยูอาจจะไม่ทํากับเขาเช่นนี้

 

นอกจากนี้ยังเป็นได้ว่า เจินเมี่ยวหยูอาจไม่สนใจเซี่ยเจิ้งหัวเลยด้วยซ้ำ

 

อย่างที่กล่าวขานกันว่า คนยอมตายเพื่อความมั่งคั่ง ส่วนนกก็ยอมตายเพื่ออาหาร

 

หลังจากที่เชฟระดับห้าดาวของตระกูลมู่ปรุงอาหารชั้นดีเสร็จแล้ว หมั่นโถวก็ไปเรียกเซี่ยฉิงกง ส่วนมู่เฉินฮ่าว หลังจากกลับถึงบ้าน เขาก็รีบไปที่ห้องหนังสือ เพื่อจัดประชุมทางวิดีโอกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพราะอีกไม่นานโปรเจ็กต์ใหญ่กําลังจะเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงไม่มีเวลาพักแม้แต่น้อย

 

“นายหญิงน้อย เรามากินอาหารเย็นกันเถอะ” หมั่นโถวโผล่หัวเข้ามาพร้อมกับหัวเราะ

 

“ไม่เอา ฉันไม่อยากกินจริง ๆ “ เซี่ยฉิงกงโบกมือปัด

 

เหมือนหมั่นโถวจะรู้แกวอยู่แล้วว่าต้องโดนปฏิเสธ …. เธอรีบเดินเข้าไปในห้องทันที เธอดึงเซี่ยฉิงกงให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แม้เซี่ยฉิงกงจะไม่ยินยอมพร้อมใจก็ตามที

 

“ไม่ได้ นายหญิงน้อย คุณไม่ได้กินข้าวเที่ยง คุณจะไม่กินอาหารค่ำอีกไม่ได้ เดี๋ยวแสบท้องตายเลย !”

 

เซี่ยฉิงกงหัวเราะเบา ๆ เธอไม่อาจขัดหมั่นโถวได้ จึงต้องตามไปที่ห้องนั่งเล่น

 

หลังจากเห็นเซี่ยฉิงกงกินอย่างเสียมิได้ไปสองสามคํา หมั่นโถวก็ขมวดคิ้วอย่างไม่มีความสุข นายหญิงน้อยของฉันกินเยอะจะตาย !

 

ทําไมวันนี้กินแค่ไม่กี่คํา ?

 

ในขณะที่กําลังครุ่นคิดเรื่องนี้ มู่เฉินฮ่าวก็มาพอดี หมั่นโถวจึงรีบบ่นกับมู่เฉินฮ่าวทันที

 

“นายน้อย ดูสิ วันนี้ทั้งวันนายหญิงน้อยไม่ได้กินอะไรเลย ฉันสู้อุตส่าห์ให้เชฟปรุงอาหารจานโปรดให้เธอ เพื่อที่เธอจะได้กินมากขึ้น แต่เธอกลับไม่กินซะงั้น”

 

เซี่ยฉิงกงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอจ้องหมั่นโถวด้วยสายตาดุ ๆ พร้อมกับตบก้นหมั่นโถว

 

“ยัยบ้าหมั่นโถว เธอไม่ต้องรายงานทุกอย่างก็ได้ เดี๋ยวตีตายเลย !”

 

มู่เฉินฮ่าวนั่งลงข้างเซี่ยฉิงกง เขากวาดตามองอาหารที่อยู่ตรงหน้าเธอ ปีกไก่อบโคล่า, แกงจืดวุ้นเส้นใส่เนื้อ, ปลาเจี๋ยน…

 

นี่คืออาหารจานโปรดของเธอ

 

“ที่รัก…เป็นอะไรไป ขนาดอาหารจานโปรดยังทําให้คุณพอใจไม่ได้ ยังมีอะไรที่ทําให้คุณพอใจได้อีกนะ ? ขอผมลองคิดดูก่อนนะ”

 

หมั่นโถวยื่นนิ้วชี้ไปที่มู่เฉินฮ่าวเบา ๆ

 

“คุณไง !”

 

เซี่ยฉิงกงตกตะลึงเมื่อได้ยินคําพูดนั้น เธอรีบตอบสนองทันควัน …

 

แต่ครั้นจะเงยหน้าขึ้นมองหมั่นโถว เธอก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอเบาหวิว เพราะมู่เฉินฮ่าวกําลังอุ้มเธอเดินไปที่ห้องนอน …

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset