แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 148 แต่นี่ไม่ใช่ตอนบ่ายนะ

แต่งก่อน…ค่อยอ้อนรัก ตอนที่ 148 แต่นี่ไม่ใช่ตอนบ่ายนะ

 

ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอพูดอย่างนุ่มนวลราวกับว่า เขากําลังสนทนากับผู้หญิงที่เขารัก ทว่า … มันกลับทําให้เซี่ยชิงฉวนรู้สึกขนลุกชันไปทั่วร่าง

 

เซี่ยชิงฉวนรู้สึกเจ็บที่แขนเมื่อเข็มฉีดยาแทงเข้ามา พร้อมกับฉีดของเหลวเข้าไปในร่างกายของเธอ

 

เฮ่าหยุนหมิงไม่รีบร้อน เขาคลายกุญแจมือ จากนั้นก็ไปหย่อนกายลงนั่งบนโซฟา

 

ความคิดแรกของเซี่ยชิงฉวนก็คือ หนี

 

เธอวิ่งตึงตังไปที่ประตูโดยไม่สนใจว่าเธอไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ํา ทว่าเธอก็ไม่สามารถเปิดประตูได้…

 

“ไม่ต้องรีบร้อน เธอยังมีเวลาคิดเรื่องนี้อีกวันหนึ่ง”

 

ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายสองคนในชุดสีดําคว้าร่างเซียชิงฉวนที่พยายามจะหนีออกจากประตู พวกเขาโยนเธอกลับลงไปบนเสือ

 

เฮ่าหยุนหมิงก้าวออกมาข้างหน้าแล้วออกจากห้องไป จากนั้นประตูก็ปิดลงอีกครั้ง

 

ครั้นเซี่ยฉิงกงตื่นนอน ก็เป็นเวลาประ มาณทุ่มหรือสองทุ่มแล้ว เธอเอื้อมมือไปแตะด้านข้าง มู่เฉินฮ่าวไม่อยู่ที่นั่นอีกเช่นเคย

 

หวนนึกถึงฉากในยามบ่าย เซียฉิงกงก็อดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ ..

 

เวลากลางวันแสกๆ มู่เฉินฮ่าวอุ้มเธอกลับมาที่ห้อง จากนั้นก็เรียกร้องขอเธอถึงสาม-สี่ครั้ง

 

และนั่นทําให้เธอหลับไปอย่างหมดแรง

 

ตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่ม เธอคงนอนไม่หลับทั้งคืนแล้วล่ะ

 

“หมั่นโถว ฉันหิวแล้ว!!” เซี่ยฉิงกงตะโกนเสียงดัง

 

ประตูห้องเปิดออก

 

“นายหญิงน้อย ในที่สุดก็หิวแล้ว อาหารพร้อมแล้ว มากินกันเถอะ”

 

ทันทีที่ได้ยินว่าอาหารพร้อมแล้ว เซี่ยฉิงกงก็กลืนน้ําลาย

ที่จริงเธอตื่นขึ้นมาก็เพราะความหิว

 

เธอไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ตอนเที่ยง และเมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนบ่ายเธอก็ไม่ได้กินอะไรสักอย่าง เพราะตอนนั้นเธออารมณ์ไม่ดี และรู้สึกเศร้าหมองด้วย

 

ทว่าตอนนี้เธอรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว

 

เซี่ยฉิงกงลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา ก่อนจะลงไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อรับประทานอาหาร เธอนั่งอยู่ท่ามกลางอาหารบนโต๊ะที่รายการอาหารบนโต๊ะล้วนเป็นอาหารโปรดของเธอไม่ต่างจากตอนเที่ยง อาหารทุกจานถูกทําขึ้นใหม่ๆสดๆ ในขณะที่รับประทานอาหารอยู่นั้น เซี่ยฉิงกงก็ถามขึ้นว่า

 

“นายน้อยอยู่ไหน?”

 

“นายน้อยออกไปบริษัทเมื่อกี้นี้เอง ฉันเห็นพี่เฉิงเดินตามนายน้อยไปด้วย”

 

“เขาช่างทุ่มเทกับงานจริงๆ กลางค่ํากลางคืนก็ยังต้องไปบริษัทด้วย งานคงยุ่งจริงๆ“

 

ไม่รู้ว่าทําไม จู่ๆเซียฉิงกงก็รู้สึกว่าเธอหงุดหงิด และอารมณ์เสียขึ้นมาทันที!

 

เธอรู้ว่าที่มาของความหงุดหงิดนั้นเกิดจากมู่เฉินฮ่าว

 

คนรักกันก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ ไม่อาจรอเวลาที่จะอยู่ด้วยกันได้ อยากอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เซี่ยฉิงกงเองก็เช่นกัน เธอหวนคิดถึงเวลาที่มีความสุขกับเขาเมื่อครู่

 

จู่ๆเธอก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่า หากเธอแต่งงานกับมู่เฉินฮ่าว เธอคงจะไม่สามารถอยู่บ้านแบบนี้ได้ทุกวันแน่

 

มันจะน่าเบื่อขนาดไหน?

 

ในมหาวิทยาลัย เซี่ยฉิงกงศึกษาภาควิชาเคมี โดยมีวิชาเลือกเป็นจิตวิทยา

 

เธออยากทํางานในโรงเรียนมัธยม หลังจากสําเร็จการศึกษา เธออยากเป็นครูสอนวิชาเคมี แต่เพราะตระกูลเซียมาตามตัวเธอ เธอจึงต้องชะลอเรื่องนั้นออกไปก่อน

 

เซี่ยฉิงกงคิดจะออกทํางานและใช้ชีวิตธรรมดาๆ หลังจากที่เธอหมั้นกับมู่เฉินฮ่าว

 

เธอไม่เข้าใจเรื่องกิจการของบริษัท ทั้งเธอก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวายกับมู่เฉินฮ่าว

 

หากแต่เธอก็ไม่อยากใช้ชีวิตอย่างมอดแทะบ้าน

 

เธอจดจําประโยคหนึ่งที่รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยที่สนิทสนมกับเธอเป็นอย่างดีพูดไว้ว่า เมื่อคนสองคนเข้ากันได้ พวกเขาจะต้องมีระยะห่างระหว่างกันด้วย ไม่เช่นนั้นยิ่งอยู่ด้วยกันไปนานๆ ก็จะยิ่งรู้สึกว่าน่าเบื่อหน่าย และจะยิ่งรําคาญกัน

 

มู่เฉินฮ่าวงานยุ่งมาก มีหลายสิ่งหลายอย่างในกลุ่มธุรกิจมู่รอให้เขาจัดการทุกวัน เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะอยู่เคียงข้างเธอได้ทุกวันจริงมั้ย?

 

ในขณะที่เซียฉิงกงกําลังแทะขาไก่ในปาก และครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนอยู่นั้น เสียงของหมั่นโถวก็ดังเข้าหูเธออย่างหยอกล้อ

 

“โอ้..นายหญิงน้อย นายน้อยเพิ่งจากไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเอง คุณถึงกับไม่อยากกินไม่อยากดื่มเลยหรือ! แต่นี่ไม่ใช่ตอนบ่ายนะ… “

***จบตอน แต่นี่ไม่ใช่ตอนบ่ายนะ***

 

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset