แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 37 หรือคุณชายมู่ชอบข่มขืนศพ ?

หลังจากได้ยินคำขอของเซี่ยฉิงกง ปากของมู่เฉินฮ่าวก็ยกโค้งพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น

 

“แล้วถ้าผมไม่รับปากล่ะ ?”

 

เซี่ยฉิงกงผงะ ถ้าเขาไม่รับปาก เธอก็ไม่มีทางเลือก เพราะอย่างไรเธอก็ตกอยู่ในกำมือของมู่เฉินฮ่าวแล้ว แต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ต้องปกป้องสิทธิของเธอไว้ก่อน

 

“คุณควรจะเห็นด้วยนะ คุณดูสิฉันไม่มีหน้าอก และก้นก็แฟบ แบบนี้คุณชายมู่จะชอบลงเหรอ ใช่มั้ยล่ะ !”

 

แม้ว่าหุ่นของเซี่ยฉิงกงจะจัดอยู่ในขั้นที่ดีมาก แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงหัวโบราณ ดังนั้นเธอจึงไม่ชอบสวมเสื้อผ้าที่เปิดเผยนัก นั่นย่อมจะปกปิดหุ่นดี ๆ ของเธอเสียหมด

 

แน่นอนว่า ในผับคราวน์ครั้งนั้นถือว่าเป็นอุบัติเหตุ

 

เพราะตอนที่มู่เฉินฮ่าวพบกับเซี่ยฉิงกงครั้งแรกในผับคราวน์  ตอนนั้นเธอเห็นผู้หญิงที่เซ็กซี่และมีเสน่ห์มากคนนั้นเดินออกจากห้องของมู่เฉินฮ่าว

 

ดังนั้นเซี่ยฉิงกงจึงคิดเองเออเองว่า มู่เฉินฮ่าวชอบผู้หญิงแบบนั้น ต้องดูเป็นผู้ใหญ่ และมีท่าทางยั่วยวนมากกว่า

 

“โอ้..นี่คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมชอบแบบไหน ?”

 

“ก็ที่เจอกันในผับคราวน์ ผู้หญิงในห้องของคุณคนนั้นก็ควรเป็นแบบที่คุณชอบใช่ไหม ?”

 

เซี่ยฉิงกงมองมู่เฉินฮ่าว พร้อมกับถามอย่างระมัดระวัง

 

มู่เฉินฮ่าวหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารพลางใช้นิ้วสองสามนิ้วเคาะโต๊ะรัว ๆ เอ่ยกล่าวว่า

 

“ผู้หญิงคนนั้นควรจะขอบคุณคุณที่ปรากฏตัวขึ้น หาไม่เธอก็คงจะกลายเป็นศพไปแล้ว”

 

“ทำไม ? หรือคุณชายมู่ชอบข่มขืนศพ ?”

 

ครั้นได้ฟังบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง อาเจิ้งก็อดรนทนไม่ไหว … นี่พวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน ? ไปถึงข่มขืนศพแล้ว …

 

แล้วสองคนนี่ก็พูดกันดี ๆ ได้ไม่กี่คำ เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก ดังนั้นอาเจิ้งจึงรีบอธิบาย

 

“นายหญิงน้อย ผู้หญิงที่ปรากฏตัวในผับคราวน์นั่นถูกนายท่านรองแห่งตระกูลมู่ส่งมา เธอเป็นนักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนมาระดับมืออาชีพ พวกเรากังวลว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากเราปล่อยเสือกลับถ้ำ ทว่าขณะที่เราพยายามหาทางไล่ผู้หญิงคนนี้ คุณก็ปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่คาดคิด”

 

นายท่านรองแห่งตระกูลมู่ ชื่อ มู่จื่อเหิง เขาเป็นอารองของมู่เฉินฮ่าว เขาก็ไม่ต่างจากชื่อของเขา ชื่นชอบเงิน หลงอำนาจและไม่มีบุตรชาย

 

ครั้นหวนนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น เซี่ยฉิงกงก็โกรธขึ้นมาอีก ในเมื่อทั้งหมดเป็นแค่การเล่นละคร ทำไมจึงคว้าตัวเธอมาฉีกเสื้อผ้าเสียจนขาดหลุดรุ่ย  ทำให้เธอผู้ซึ่งกลับไปถึงบ้านตระกูลเซี่ย ต้องโดนดูถูกเหยียดหยามจากเจินเมี่ยวหยูและลูกสาว

 

“มู่เฉินฮ่าว ในเมื่อเป็นแค่การเล่นละครของคุณ ทำไมคุณต้องทำร้ายฉันขนาดนั้นด้วย !”

 

เซี่ยฉิงกงเอ่ยถามพร้อมกับกัดฟันกรอด

 

มู่เฉินฮ่าวเพียงแค่พูดออกมาออกมาเบา ๆ

 

“ก็ผมมีความสุข”

 

และนั่นก็ทำให้เซี่ยฉิงกงแทบคลั่ง

 

ครั้นเห็นแมวน้อยตรงหน้าเขากำลังคลั่ง แต่กลับทำอะไรเขาไม่ได้ มู่เฉินฮ่าวก็ยิ่งอารมณ์ดี

 

ดังนั้นหลังจากไปถึงบริษัท อาเจิ้งก็รู้สึกว่านายน้อยเปลี่ยนไป นายน้อยไม่ยอมให้อาเจิ้งขับรถให้ เขาบอกว่าเขาอยากขับเองเพราะรู้สึกอยากดริฟท์

 

แล้วมู่เฉินฮ่าวก็ยังไม่ยอมรับปากเงื่อนไขที่เซี่ยฉิงกงหยิบยกขึ้นมาด้วย

 

ส่วนเซี่ยฉิงกงนั้น เธอทึกทักเอาเองในใจว่าเขายอมรับแล้ว

 

ไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ถัดจากนั้นสองสามวัน เซี่ยฉิงกงก็รู้สึกสงบสุขสบายใจมาก เพราะสองสามวันที่ผ่านมานี้มู่เฉินฮ่าวมัวแต่ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลากลับบ้านเลย

 

เซี่ยฉิงกงใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เธอทำตัวสบาย ๆ อาศัยประโยชน์จากเวลาที่มู่เฉินฮ่าไม่อยู่นี้ ตรวจสอบเรื่องของน่าหลานเซวี่ยอย่างละเอียด

 

ความทรงจำของเธอเกี่ยวกับมารดาผู้ให้กำเนิดนั้นค่อนข้างว่างเปล่า แต่ดูจากภาพถ่าย แม่ของเธอก็ดูเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและมีน้ำใจ

 

หลังจากเซี่ยฉิงกงทำการค้นหาข้อมูลอยู่นานหลายวัน จู่ ๆ เธอก็ค้นพบเรื่องซุบซิบนินทาเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่คาดฝัน

 

ปรากฎว่า พ่อของมู่เฉินฮ่าว มู่จื่อหมิงและน่าหลานเซวี่ยเติบโตมาด้วยกัน พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันจนกระทั่งถึงมัธยมปลาย มู่จื่อหมิงนั้นชอบน่าหลานเซวี่ย ทว่าน่าหลานเซวี่ยกลับมองมู่จื่อหมิงเป็นเพียงเพื่อนที่ดีเท่านั้น

 

และแม้ว่ามู่จื่อหมิงจะรักเธออย่างเต็มหัวใจ ทว่าเขาก็ยอมรับความพ่ายแพ้ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนในใจของหญิงงาม

 

ไม่น่าแปลกใจเลยที่มู่เฉินฮ่าวเคยบอกว่านายท่านมู่ยืนกรานเจตนาให้เป็นตามสัญญาในเวลานั้น นั่นเป็นเพราะเขาชอบแม่ของเธอนี่เอง

 

เมื่อเขาไม่สามารถแต่งงานกับน่าหลานเซวี่ยได้ ก็ให้ลูกชายของเขาแต่งงานกับลูกสาวของเธอ นั่นก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

 

***จบตอน หรือคุณชายมู่ชอบข่มขืนศพ ?***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset