แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 44 แหวนบนนิ้วนาง

หมั่นโถวแจ้งให้เชฟของตระกูลมู่ทราบเป็นกรณีพิเศษแล้วว่า วันนี้เซี่ยฉิงกงตื่นสาย ดังนั้นเขาจึงปรุงอาหารอร่อย ๆ แต่ไม่เลี่ยนให้เธอกิน

 

ในช่วงบ่าย หมั่นโถวเริ่มจัดแต่งทรงผม และแต่งหน้าให้กับเซี่ยฉิงกง

 

เซี่ยฉิงกงไม่คาดคิดว่าหมั่นโถวจะแต่งหน้าได้เก่งมาก ทว่าเซี่ยฉิงกงเองก็มีโครงหน้าที่งดงามยอดเยี่ยมอยู่แล้ว นอกจากนี้ผิวของเธอก็ทั้งขาวใส ทั้งเนียนละเอียด

 

หลังจากผ่านมือที่ยอดเยี่ยมของหมั่นโถว เพียงปัดแป้งแต่งหน้าอีกเล็กน้อย เธอก็กลายเป็นสาวงามอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เรือนผมสีดำและสวยงามของเซี่ยฉิงกงถูกจัดแต่งเป็นทรงที่งามสง่าด้วยฝีมือของหมั่นโถว เซี่ยฉิงกงยามนี้เปล่งประกายแพรวพราวออกมาทันที

 

“นายหญิงน้อย คุณสวยมากเลยค่ะ” นัยน์ตาของหมั่นโถวเป็นประกาย

 

“บ้าน่า… เป็นเพราะหมั่นโถวต่างหาก ฝีมือการแต่งหน้าของเธอดีมากเลยรู้ไหม ? แบบนี้ต่อให้เธอออกจากบ้านมู่ไปเธอก็ไม่อดตายแน่” เซี่ยฉิงกงพูดติดตลก

 

หมั่นโถวยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

 

“ฉันยังเก่งอีกหลายอย่าง ! แล้ววันหน้านายหญิงน้อยก็จะรู้เอง”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

 

เซี่ยฉิงกงรู้สึกขบขันกับท่าทางของหมั่นโถว ดวงตาคู่สวยยิ้มหยีราวพระจันทร์เสี้ยว ท่าทางที่เธอแสดงออกมายิ่งมีเสน่ห์ไปทุกอิริยาบถ

 

หลังจากทำผม และแต่งหน้าเสร็จ หมั่นโถวก็ส่งชุดราตรีหลายตัวไปให้เซี่ยฉิงกงเลือก

 

“นายหญิงน้อย ชุดพวกนี้ทั้งหมด นายน้อยได้จัดเตรียมไว้ให้คุณ คุณชอบตัวไหนบ้างคะ ? แต่แขนของคุณเป็นแผล คุณน่าจะเลือกตัวที่สามารถปกปิดบาดแผลนั้นได้ดีมั้ยคะ ?” หมั่นโถวถาม

 

เซี่ยฉิงกงส่ายหน้า

 

“ไม่ต้องหรอก”

 

แผลนี้ได้มาจากเฉินเหวินกัง เมื่อเธอไปงานเลี้ยงวันเกิดในคืนนี้ หากเซี่ยเจิ้งหัวเห็นผ้าก๊อซบนแผลของเธอ เขาจะต้องถามว่า เธอได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร ? แล้วเซี่ยฉิงกงก็จะตอบตามความเป็นจริง จากนั้นก็จะได้ลอบสังเกตท่าทีของแม่เลี้ยงและเซี่ยชิงฉวน เพื่อจะได้ตัดสินว่าเฉินเหวินกังและแม่เลี้ยงของเธอเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ?

 

ดังนั้น..ชุดราตรีสำหรับคืนนี้ไม่จำเป็นต้องปกปิดบาดแผล

 

ท้ายสุด เซี่ยฉิงกงก็เลือกชุดราตรียาวเป็นกระโปรงทรงกระบอกสีขาวนวล ซึ่งนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก สวยแต่ไม่ยั่วยวน สง่างามแต่ไม่ฉูดฉาด งดงามเป็นพิเศษอย่างสุดจะพรรณนาได้

 

แม้แต่หมั่นโถวซึ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

หลังจากบ่ายสี่โมงมู่เฉินฮ่าวก็กลับถึงบ้าน

 

เซี่ยฉิงกงนั่งรอมู่เฉินฮ่าวอยู่ในห้องรับรอง ในมือของเธอคือการ์ตูนตลก   เธอกำลังนั่งอ่านอย่างมีความสุข

 

หมั่นโถวที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือน

 

“นายหญิงน้อย อย่าหัวเราะแบบนี้ เดี๋ยวเมคอัพหลุดหมด …”

 

หลังจากที่มู่เฉินฮ่าวก้าวเข้ามาในบ้าน เขาก็มองเธออย่างตะลึงงัน เซี่ยฉิงกงสวมชุดราตรีแบบเกาะอกแต่งหน้าบางเบา นัยน์ตาสีแอปริคอตสวยงามทั้งคู่ของเธอยิบหยีราวพระจันทร์เสี้ยวเพราะการ์ตูนตลก และนั่นทำให้เขารู้สึกตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด

 

เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอในลักษณะนี้

 

ตอนเห็นเธอในผับคราวน์ครั้งแรก

 

แม้ว่าเธอจะสวมชุดของพนักงานเสิร์ฟที่เปิดเผย หากแต่เธอก็ไม่ได้แต่งหน้า เธอดูสวยใส ฉลาดและปากเก่ง

 

ครั้งที่สอง..ที่บ้านสกุลเซี่ย แม้ว่าเธอจะแต่งตัวดี ทว่าเธอก็ยังไม่ได้แต่งหน้า รอยยิ้มของเธอแฝงความฉลาดเฉลียวเจ้าเล่ห์ ไม่ยอมเป็นรองเขา

 

บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ เซี่ยฉิงกงจึงทิ้งเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ บางอย่างไว้ในหัวใจของมู่เฉินฮ่าว และมันก็ค่อย ๆ งอกเงยขึ้น

 

ครั้นเห็นว่ามู่เฉินฮ่าวกลับมาแล้ว เซี่ยฉิงกงก็วางหนังสือการ์ตูนในมือลงพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า

 

“คุณกลับมาแล้วเหรอ ?”

 

“อืม”

 

มู่เฉินฮ่าวพยายามสงบสติอารมณ์ลง สีหน้าของเขายังคงเฉยเมย

 

อาเจิ้งส่งกล่องผ้าให้มู่เฉินฮ่าว

 

“คุณสวมแหวนวงนี้ไว้”

 

มู่เฉินฮ่าวหยิบแหวนหัวมังกรออกมาจากกล่องผ้า จากนั้นก็ดึงมือเล็ก ๆ อ่อนนุ่มของเซี่ยฉิงกงมาแล้วสวมแหวนหัวมังกรบนนิ้วนางของเธอ

 

จากนั้น เขาก็ถอดแหวนอีกวงจากนิ้วกลางของเขาเปลี่ยนไปใส่บนนิ้วนางแทน

 

***จบตอน แหวนบนนิ้วนาง***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset