แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก – ตอนที่ 8 ตำแหน่งในใจพ่อ

“หนูตื่นเต้นเกินไป ดังนั้นหนูอาจมือหนักไปหน่อยตอนขอโทษน้องชิงฉวน”

 

เซี่ยฉิงกงกัดริมฝีปากล่างของตน พลางลดศีรษะลง นั่นทำให้เซี่ยเจิ้งหัวยิ่งรู้สึกสงสารเธอมากขึ้น

 

“หนูรู้ว่า หนูคงทำให้คุณพ่อไม่สบายใจ”

 

“ฉิงกง…”

 

“หนูได้ยินมาจากแม่บุญธรรมว่า หนูหายตัวไปตั้งแต่หนูเพิ่งเกิด ต่อมาคุณแม่ของหนูก็ต้องเสียชีวิตด้วยโรคซึมเศร้าเพราะหาหนูไม่เจอ แล้วคุณพ่อก็แต่งงานใหม่กับคุณน้า … ทุกคนต่างก็มีชีวิตที่ดี ที่ผ่านมาหนูเองก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอ หนูออกห่างจากตระกูลเซี่ยนานหลายปีแล้ว ต่อให้หนูไม่กลับมาก็คงไม่เป็นไร หนูไม่ควรมารบกวนที่นี่เลย”

 

เซี่ยฉิงกงเงยหน้าขึ้นหยาดน้ำตาเปล่งประกายวิบวับเล็กน้อยในดวงตาเธอ

 

“แต่พวกเขาบอกว่า คุณพ่อแก่แล้ว ทั้งยังพยายามตามหาหนูตลอดเวลา หนูจึงกลับมา แล้วนี่…คุณน้ากับน้องสาวก็ไม่ชอบหนูจริง ๆ”

 

คำพูดของเซี่ยฉิงกงทำให้เซี่ยเจิ้งหัวรู้สึกผิด

 

เดิมทีเจินเมี่ยวหยู และเซี่ยเจิ้งหัวเป็นคู่รักกัน ทั้งคู่รักกันตั้งแต่ยังเด็ก แต่ในเวลานั้นเซี่ยเจิ้งหัวต้องการเพิ่มพูนอำนาจให้กับตระกูลเซี่ย เขาจึงแต่งงานกับน่าหลานเซวี่ยลูกสาวคนโตของตระกูลน่าหลานซึ่งเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเซี่ยฉิงกง แต่ครั้นเซี่ยฉิงกงหายตัวไป น่าหลานเซวี่ยก็เหน็ดเหนื่อยกับการตามหาลูกสาว ในที่สุดเธอก็ล้มป่วย และจากโลกนี้ไปทั้งที่ยังอยู่ในวัยสาว

 

ต่อมาเจินเมี่ยวหยูได้แต่งงานกับเซี่ยเจิ้งหัว เจินเมี่ยวหยูได้ให้กำเนิดลูกสาวอีกคนให้กับเขา และนั่นก็คือเซี่ยชิงฉวน

 

เซี่ยชิงฉวนเป็นลูกสาวที่ได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มเปี่ยม ในขณะที่เซี่ยฉิงกงกลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว โชคดีที่แม่บุญธรรมของเธอรับเธอไปเลี้ยงดู และปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากลูกสาวของตนเอง

 

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกผิดต่อเซี่ยฉิงกงเป็นอย่างมาก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะต้องเอาใจเซี่ยฉิงกงให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทันทีที่เซี่ยฉิงกงกลับมา เธอยังช่วยเขาให้พ้นจากวิกฤติอีกด้วย

 

“ชิงฉวน ยังไม่รีบขอโทษพี่สาวอีก !”

 

เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเจิ้งหัวแสดงท่าทางโกรธเซี่ยชิงฉวน และนั่นทำให้เซี่ยชิงฉวนถึงกับผงะ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพ่อมีแต่ตามใจเธอเสมอ แต่ครั้นฉิงกงกลับมา พ่อถึงกับโกรธเธอขนาดนี้ !

 

“คุณพ่อ!…”

 

“ยังไม่ยอมรับผิดอีกหรือ ?”

 

เซี่ยชิงฉวนต้องการที่จะอธิบาย หากแต่เจินเมี่ยวหยูกลับรั้งตัวเธอไว้ พลางส่ายหน้าให้เธอหยุด

 

เซี่ยชิงฉวนขอโทษเซี่ยฉิงกงอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีกด้วยความโกรธ

 

“ไม่เป็นไร”

 

รอยยิ้มที่สดใสของเซี่ยฉิงกง ทำให้เซี่ยชิงฉวนรู้สึกเซ็งมากยิ่งขึ้น

 

นี่คือสิ่งที่แกต้องการสินะ !

 

เซี่ยฉิงกงกล่าวอย่างใจกว้างว่า

 

“อย่างตำหนิน้องชิงฉวนเลยค่ะ”

 

“เมื่อตอนที่หนูเกิด คุณแม่ของหนูก็ได้จัดเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว ไว้วันพรุ่งนี้พ่อจะให้คุณน้าทำความสะอาดให้หนู ต่อไปหนูจะได้พักในห้องนั้น”

 

ครั้นเซี่ยเจิ้งหัวพูดเช่นนี้ เซี่ยชิงฉวนก็เบิกตากว้างหันขวับไปจ้องพ่อของเธอ

 

ห้องนั้นเป็นห้องที่รับแสงได้ดีที่สุด อีกทั้งการตกแต่งก็ยังหรูหราที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ !

 

ยิ่งไปกว่านั้น หากมองไปนอกหน้าต่างก็จะได้เห็นท้องฟ้าสีคราม และทุ่งดอกไม้ ซึ่งนั่นเป็นเพียงห้องเดียวที่เธอต้องการที่สุด !

 

แม้ว่าห้องอื่น ๆ จะสามารถปรับปรุง และตกแต่งให้เป็นเหมือนห้องนั้นได้ หากแต่สำหรับบ้านสกุลเซี่ยแล้ว ห้องนั้นเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ  เพราะเซี่ยเจิ้งหัวสละเวลามากมายลงมือตกแต่งด้วยตนเอง เพื่อมอบให้กับลูกสาวสุดที่รักของเขา และยังเป็นที่ระลึกถึงลูกสาวคนโตของบ้านสกุลเซี่ยอีกด้วย !

 

หลายปีที่ผ่านมา เซี่ยชิงฉวนคิดว่าไม่ช้าก็เร็วห้องนั้นจะต้องตกเป็นของเธอ เธอวัดจากความรักที่เซี่ยเจิ้งหัวมีให้เธออย่างมากมาย เซี่ยเจิ้งหัวไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ เซี่ยชิงฉวนเองก็คิดว่าเขาคงยังจมอยู่กับอดีตจึงไม่ต้องการไปแตะต้องปมในใจของเขา

 

แต่ครั้นเซี่ยฉิงกงกลับมา เซี่ยฉิงกงกลับได้อยู่ห้องนั้นงั้นหรือ ?

 

ทั้งที่แท้จริงแล้วห้องนั้นจะเป็นของเซี่ยฉิงกงมาตลอดก็ตามที

 

ทว่าสิ่งนี้ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าตำแหน่งในใจพ่อที่เธอเคยครองอยู่นั้น บัดนี้ถูกผู้หญิงคนนั้นแย่งไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัยเลย !

 

“ขอบคุณค่ะ !”

 

เซี่ยฉิงกงเหลือบมองเซี่ยชิงฉวนราวไม่เจตนา ทว่ารอยยิ้มแห่งความสำเร็จกลับปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเธอ นั่นยิ่งทำให้เซี่ยชิงฉวนโกรธจนแทบคลั่ง แกมันหนามยอกอกฉันชัด ๆ..

 

***จบตอน ตำแหน่งในใจพ่อ***

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก

แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก
Status: Ongoing
โดย เรื่อง แต่งก่อนค่อยอ้อนรัก บ้างส่วนของนิยาย ณ ผับคราวน์คลับ ที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีชีวิตชีวา ภายในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ตกแต่งด้วยแสงสลัว และมืดทึม “โจวตัน ไอ้หัวหมูนั่นอยากร่วมมือกับฉันด้วยเรอะ ! เฮอะ เขาคงเขมือบเงินทองมากไปจนไม่ดูฐานะของตัวเองเลย ถ้าไม่ใช่เพื่อกำราบความหยิ่งยโสของตระกูลเซี่ย ฉันไม่ทางเซ็นสัญญากับไอ้หมูนั่นแน่ ?” “ตูม !” มือเล็กกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อปิดเสียงที่บันทึกไว้ นิ้วเรียวยาวขาวละเอียดวาวอย่างคนสุขภาพผิวดี “บอสโจว คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ?” เจ้าของมือยิ้ม ใบหน้าของโจวตันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีตับหมูซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากแม้จะอยู่ภายใต้แสงริบหรี่ “อ้อ..และนี่” เซี่ยฉิงกงจูบสัญญานั่นแล้วพับครึ่ง ก่อนจะซุกไว้บริเวณบั้นเอวภายใต้เสื้อของเธอ เครื่องแบบบริกรของผับคราวน์คลับนี่ออกจะเปิดเผยมาก จนเซี่ยฉิงกงต้องดึงขอบเสื้อบนหน้าอกของเธอขึ้นอย่างแรง แต่ก่อนที่เธอจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกว่าไหล่ของเธอถูกดึงขึ้น “นี่เธอ ช่วยส่งไวน์นี้ไปที่ห้อง 8069 ด้วย” ผู้จัดการเจ้ากี้เจ้าการยกแขนของเซี่ยฉิงกงแล้วยัดถาดใส่มือเธอ เซี่ยฉิงกงยักไหล่ ในเมื่อปลอมตัวเป็นบริกรก็ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพจนกว่าจะหมดหน้าที่ อย่างไรเสียที่สุดฉันก็ได้สัญญามาแล้ว เอาเป็นว่าฉันยินดีที่จะส่งไวน์ให้ก็แล้วกัน “8096 หรือ 8069 ?” เซี่ยฉิงกงคลำทางเดินไปพร้อมกับถาดที่ใส่ไวน์แดง ขณะเดียวกันก็มองผู้คนในห้องส่วนตัวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง เธอโทรไปที่แผนกต้อนรับ แต่สายไม่ว่างเลย เธอจึงไม่รู้ว่าห้องไหนแน่ และนั่นทำให้เซี่ยฉิงกงต้องค่อย ๆ คลำหาไปเรื่อย ๆ “ช่างมันเถอะ เลือกเอาสักห้องก็แล้วกัน !” ต่อให้เปิดประตูเข้าไปแล้วผิด ก็แค่ออกมาเท่านั้นเอง ! เมื่อนึกได้เช่นนี้ เซี่ยฉิงกงก็เคาะประตู 8069 เธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใด ๆ จึงค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออก “อา !” แล้วเซี่ยฉิงกงก็ต้องผงะกับฉากในห้อง “ขอโทษค่ะ คุณผู้ชาย… “ แม้ว่าแสงไฟจะไม่สว่างไสวเท่าใดนัก ทว่าเซี่ยฉิงกงก็พอจะมองเห็นว่า ชายคนหนึ่งในห้องกำลังกดร่างของผู้หญิงที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยอยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นประตูเปิดออก ทั้งสองคนในห้องก็มองไปที่ประตู เซี่ยฉิงกงยังคงสามารถมองเห็นผมยาวยุ่งเหยิงของสาวงามคนนั้น ทั้งยังใบหน้าที่ดูเหมือนจะเมามายเล็กน้อย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่แหวกลึกของเธอยังเปิดรับสายลมฤดูใบไม้ผลิมากจนน่าละอาย “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ !” เซี่ยฉิงกงกำลังจะปิดประตู รีบเผ่นจากไป ทว่าชายในห้องกลับห้ามเธอไว้ มู่เฉินฮ่าวปลดมือหญิงสาวที่กำลังคล้องคอของเขาไว้ เขาเหลือบตาไปมองเซี่ยฉิงกงด้วยท่าทีที่อันตราย “ไม่คาดคิดว่าจะมีพวกมาด้วย” มู่เฉินฮ่าวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาที่เขามองเซี่ยฉิงกงเต็มไปด้วยความเย็นชา “คุณผู้ชายคะ คุณเข้าใจผิด ฉันไม่รู้จักเธอเลย” เซี่ยฉิงกงรู้ดีว่าคนที่มาผับคราวน์คลับแห่งนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐี หรือมีอำนาจพอควร ดังนั้นเธอจึงไม่ควรสร้างปัญหาใด ๆ ที่นี่ หลังจากได้สัญญา และเสิร์ฟไวน์เรียบร้อยแล้ว เธอก็จะออกไปจากที่นี่ทันที “นั่นเธอถ่ายรูปไว้ใช่ไหม เอามานี่” เซี่ยฉิงกงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เธอยังคงถือมือถือที่เพิ่งโทรหาแผนกต้อนรับเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง … แย่แล้ว ! เขาคงคิดว่า เธอกำลังถ่ายภาพลามกที่พวกเขามีอะไรกันเพื่อใช้แบล็คเมล์ ดังนั้นเขาจึงมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น ! คนอะไรหน้าด้านชะมัด ? นี่คงลักกินขโมยกินล่ะสิท่าถึงกลัวโดนถ่ายรูป ? หน้าตาก็หล่อเหลาดี แต่กลับกินไม่เลือกเหมือนหมา ฉิงกงคิดกับตัวเอง “คุณผู้ชาย ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถ่ายรูปคุณ” ในใจของเซี่ยฉิงกงรู้สึกขยะแขยง ทว่าเธอก็พยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะมีรูปโป๊ของภรรยาโจวตันกับชายอื่นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่อาจโชว์ให้เขาดูได้ มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน “ใครส่งเธอมา ?” น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น) “ฉันมาเอง” เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า “คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !” “เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา” มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ? “ฉัน…” “ยังไม่ไสหัวไปอีก !” “ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ” เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้ “ไม่ใช่เธอ” มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง “คุณชายมู่… ” ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ? “ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !” เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย “บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่” ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ? “คุณบ้าไปแล้ว !” เซี่ยฉิงกงโกรธมาก มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก “นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย” “ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?” เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ “ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset