ไหปีศาจ – ตอนที่ 296 สิงโตทะเลจักรพรรดิ

บทที่ 296 สิงโตทะเลจักรพรรดิ
บทที่ 296 สิงโตทะเลจักรพรรดิ

ในมิติไห

หลังจากที่ได้บรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว ในที่สุดลั่วอู๋ก็ได้มีเวลาย่อยความรู้สึกต่าง ๆ ที่ได้เผชิญตลอดเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา

ทั้งปลดปล่อยอารมณ์ความกดดันต่าง ๆ ผ่อนคลายและเข้าถึงประสบการณ์ต่าง ๆ

ลั่วอู๋มีแผนจะใช้เวลาสองสามวันหลังจากนี้ทำจิตใจให้สงบลง และฝึกฝนอย่างหนักเพื่อยกระดับมิติวิญญาณของเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับทองมิติ 1 เพื่อที่เขาจะได้เลื่อนขึ้นไปสู่ระดับทอง มิติ 2

ต้าหวง ผีเสื้อปีกมายาเพลิงอมตะและตวนซีเองก็กำลังฝึกฝนอย่างจริงจัง

“มากกว่านี้”

ในช่วงนี้เขานั้นได้ซื้อสมุนไพรวิญญาณคุณภาพสูงจำนวนมาก มาจากคฤหาสน์หวู่หยู่ ลั่วอู๋เลยอยากลองเอาพวกมันไปหาสูตรสังเคราะห์ใหม่ ๆ ดู

แต่เนื่องจากสมุนไพรวิญญาณระดับสูงนั้นมีราคาแพงเกินไป เขาไม่สามารถใช้พวกมันอย่างพร่ำเพรื่อได้ ลั่วอู๋ต้องเปิดใช้งานหอคอยสีขาวเพื่อใช้พลังของมันในการค้นหาสูตรสังเคราะห์

ด้วยค่าใช้จ่าย 5,000 แต้มเซียนในการเปิดใช้งานหอคอยสีขาว

ลั่วอู๋จึงเริ่มจากการสังเคราะห์สมุนไพรวิญญาณระดับต่ำและระดับกลางหาแต้มเซียนเท่าที่เขาต้องการ จากนั้นก็เปิดใช้หอคอยสีขาว เพื่อใช้มันในการหาสูตรสังเคราะห์ด้วยสมุนไพรวิญญาณระดับสูง

หอคอยสีขาวถูกเปิดใช้งาน

เขามีสมุนไพรวิญญาณระดับสูงจำนวนไม่มากเท่ากับสมุนไพรวิญญาณระดับต่ำ ดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่สูตรที่เขาจะสามารถพบได้ในวันนี้

โดยรวมแล้ว ลั่วอู๋พบสูตรสังเคราะห์ที่มีคุณค่าเพิ่มมาอีกสองสูตร

สมุนไพรวิญญาณระดับสูง จิวหลงสู และคูฮันยา

[ได้รับ ยาหลงซิน ระดับ 7 หนึ่งเม็ด (ระดับปฐพี) แต้มเซียน + 30 ]

ยาหลงซินนั้นถูกล้อมรอบด้วยไอวิญญาณของมังกรสีทองอ่อน พลังวิญญาณของมันนั้นมีมนต์ขลังมาก ยาชนิดนี้เป็นของสำหรับสัตว์วิญญาณที่สามารถทำให้ สัตว์วิญญาณประเภทมังกรได้รับพลังวิญญาณดีขึ้นเป็นอย่างมาก

น่าเสียดายที่ลั่วอู๋ไม่มีสัตว์วิญญาณประเภทมังกร

อย่างไรก็ตามการขายมันให้กับคฤหาสน์หวู่หยู่ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว มันน่าจะขายได้ราคาที่ดี แต่ในตอนนี้เขานั้นไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนั้น

สูตรต่อมา

การสังเคราะห์สมุนไพรวิญญาณระดับสูง หยุนเฉียว จิวฉองฮัว และรากทีหวง เข้าด้วยกัน

[ได้รับ ยาเฉิ้งหนิงซุย (ระดับ สวรรค์) , แต้มเซียน + 30]

ยาเฉิ้งหนิงซุยนั้นมีผลในการรักษาที่ดีเยี่ยม และมีผลดีมากในการเสริมสมรรถนะร่างกาย

น่าเสียดายที่ขอบเขตการใช้งานของมันแคบเกินไป

แต่ก็มีประโยชน์น่าใช้สอยดี เหมาะจะเอาไปให้กับไร้หน้า ซึ่งกำลังฝึกฝนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ของเขาในสำนักโล่พิทักษ์อยู่เนื่องจากไม่สามารถเข้าสู่สำนักเฉียนหลงมาพร้อมกับเขาได้

นอกเหนือจากการสังเคราะห์สมุนไพรวิญญาณแล้วลั่วอู๋ยังวางแผนที่จะลองสังเคราะห์สิ่งอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้ไปทะเลเมฆในมณฑลไท่หยวน ลั่วอู๋ได้จับสัตว์วิญญาณในทะเลมาเป็นจำนวนมาก เพื่อปลดล็อกหนังสือสัตว์วิญญาณของมิติไห

สัตว์วิญญาณเหล่านี้ส่วนใหญ่มีระดับต่ำกว่าทอง พวกมันจึงไม่ได้มีประโยชน์เท่าไหร่ เรียกได้ว่าพวกมันมีค่าเพียงเล็กน้อยสำหรับลั่วอู๋

ลั่วอู๋จึงตัดสินใจจะสังเคราะห์สัตว์วิญญาณทะเลเหล่านี้ และดูว่าเขาสามารถสังเคราะห์รวมพวกมันเข้ากันได้ไหม

เริ่มจากสัตว์วิญญาณระดับเงินปลาดาบเหล็กกล้าและ สัตว์วิญญาณระดับทองแมงกะพรุนลอยน้ำ

[ได้รับ ปลาไหลแสงสายฟ้า สัตว์วิญญาณระดับทอง, แต้มเซียน + 40 ]

สังเคราะห์ด้วยซาลาแมนเดอร์ และนกนางนวลแดง

[ได้รับ ฉลามคลื่นน้ำ สัตว์วิญญาณระดับทอง, แต้มเซียน + 40]

แน่นอนว่าทั้งปลาไหลแสงสายฟ้าและฉลามคลื่นน้ำนั้นไม่ได้พิเศษอะไรนอกจากเป็นสัตว์วิญญาณธรรมดา ๆ แต่ก็ยังถือได้ว่าเป็นการหาแต้มเซียนสะสม

อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านการสังเคราะห์ไปหลายต่อหลายครั้ง ก็มีเรื่องแปลกใจเล็กน้อยเกิดขึ้น

หอยดวงดาว สัตว์วิญญาณระดับเงินที่มีลักษณะเฉพาะและค่อนข้างหายาก ซึ่งสามารถสร้างไข่มุกอันสว่างสดใสเหมือนดวงดาวออกมาได้

ดังนั้นราคาของหอยดวงดาวเองจึงมีค่าสูงมาก

ด้วยความโชคดี ลั่วอู๋นั้นจับหอยดาวได้ในทะเลเมฆ และเมื่อเขานำหอยดวงดาวกับฉลามคลื่นน้ำ มาสังเคราะห์รวมกันเขาก็ได้รับสัตว์วิญญาณระดับทองขั้นสูง

[ได้รับ สิงโตทะเลจักรพรรดิ สัตว์วิญญาณระดับทองขั้นสูง, แต้มเซียน + 80]

เผ่าพันธุ์: สิงโตทะเล

ระดับ: ทองขั้นสูง

มิติ : ระดับทอง มิติ 6

ทักษะ: จักรพรรดิคำราม (ระดับ S), วารีสะเทือน (ระดับ S), ควบคุมคลื่น (ระดับ A) , บดขยี้ (ระดับ B), ปืนใหญ่มังกรวารี (ระดับ A), คมเขี้ยวน้ำแข็ง (ระดับ A)

พื้นเพ: สัตว์วิญญาณที่เติบโตในมหาสมุทร มันชอบกินปลาและมีอารมณ์ไม่รุนแรง แต่ทุก ๆ ปีจะมีช่วงเดือนที่มันจะหงุดหงิดและก้าวร้าวมากเป็นพิเศษ

สิงโตทะเลจักรพรรดินั้นมีลำตัวสีเทาและมีเขารูปร่างเหมือนมงกุฎอยู่บนหัว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นตัวผู้ที่โตเต็มวัยแล้ว

“มันไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับทองขั้นสูง คงน่าจะขายได้ในราคาดีพอสมควร เพราะมันมีทักษะที่ดีอยู่” ลั่วอู๋คิด

ทักษะจักรพรรดิคำรามนั้นเต็มไปด้วยความสง่าผ่าเผย มันสามารถทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวและสูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้ไปได้ชั่วระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มันไม่มีประโยชน์อะไรในการต่อสู้กับผู้ที่มีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกัน

มันจะมีประโยชน์เฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับการโจมตีเป็นกลุ่ม และที่สำคัญที่สุดก็คือค่าใช้จ่ายของพลังวิญญาณที่ต้องใช้สำหรับทักษะนี้นั้นต่ำมาก

ส่วนทักษะธาตุน้ำอีกสองอย่างที่มันมีนั้น ไม่ว่าจะเป็นต้าหวงหรือผีเสื้อปีกมายาเพลิงอมตะ ก็ไม่สามารถที่จะเรียนรู้พวกมันได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

แต่ทักษะคมเขี้ยวน้ำแข็งนั้นถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับต้าหวง

ดังนั้นลั่วอู๋จึงใช้เวลาเกือบสามวันและแต้มเซียนเกือบหมื่นแต้ม เพื่อลงตราทักษะจักรพรรดิคำรามและคมเขี้ยวน้ำแข็งให้กับต้าหวง

แต้มเซียนนั้นเป็นอะไรที่หายไปได้ง่ายมาก

ทันใดนั้นแต้มเซียนที่เขาสะสมมาทั้งหมดก็ได้ถูกใช้หายไปอีกครั้ง

“คงต้องไปซื้อสมุนไพรวิญญาณมาเพิ่มซะแล้ว ไม่สิถ้าทำได้ก็ซื้อเหมืองวิญญาณมาเลยคงจะดีกว่า…” หลังจากนี้ลั่วอู๋ เตรียมที่จะไปยังคฤหาสน์หวู่หยู่อีกครั้ง

……

……

ลั่วอู๋ได้ไปที่คฤหาสน์หวู่หยู่เพื่อกวาดซื้อสมุนไพรวิญญาณ และยาวิญญาณกลับมาเป็นจำนวนมาก เขาใช้คะแนนไปกว่า 200,000 คะแนน

สิงโตทะเลจักรพรรดิและยาหลงซินชุดหนึ่งได้ถูกนำมาขายโดยลั่วอู๋ ทำให้เขามีรายได้รวมกว่า 55,000 คะแนน

นอกจากนี้ลั่วอู๋ยังได้ขอให้คฤหาสน์หวู่หยู่ไปหาสัตว์วิญญาณสี่ชนิดมาให้เขา ได้แก่ ซาลาแมนเดอร์นางนวลแดง ฉลามคลื่นน้ำ และหอยดวงดาว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าสัตว์วิญญาณเหล่านี้จะไม่ได้หายาก แต่เพราะพวกมันอาศัยอยู่ในทะเลเมฆ คฤหาสน์หวู่หยู่จึงไม่มีพวกมันสต๊อกไว้ ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องส่งคนไปจับพวกมันมา

จากนั้นลั่วอู๋ก็ได้ไปที่ห้องโถงหวันฝา และลงประกาศเกี่ยวกับการรับซื้อสัตว์วิญญาณทั้งสี่ชนิดนี้อีกด้วย

“ต้องทำกำไรหาคะแนนไปพร้อมกับเก็บแต้มเซียนงั้นสิเนี่ย อา ให้ตายสิ ชีวิตคนเรามันไม่ง่ายเอาซะเลย” ลั่วอู๋ส่ายหัวแล้วเดินออกจากห้องโถงหวันฝาไป

ไม่ไกลจากตรงนั้นมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น

ดูเหมือนว่าผู้คนจากสำนักเฉียนหลงและสำนักหม่าเฉิน กำลังทะเลาะกันอยู่

“สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้ เจ้าพวกคนของสำนักหม่าเฉิน ที่ทำทีเป็นเก่งในช่วงแรกเหลือเพียงสี่คนในสิบอันดับแรกซะแล้ว แม้แต่พวกอันดับสูง ๆของรายชื่อก็ยังไม่รอดจากการตกอันดับ” นักเรียนของสำนักเฉียนหลงกล่าวเยาะเย้ย

จินฉันซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่งแต่เดิมลดลงมาอยู่ที่อันดับหก

ตอนนี้อันดับหนึ่งของรายชื่อเฉียนหลงคือเหว่ยเฉิงโฉว

อันดับที่สองคือเหวินเสี่ยว ซึ่งคะแนนรวมห่างจากเหว่ยเฉิงโฉวเพียงไม่กี่ร้อย

ผู้คนในสำนักหม่าเฉินสบถ “ถ้าไม่ใช่เพราะการกระทำอันต่ำต้อยและไร้ยางอายของพวกเจ้าในสำนักเฉียนหลงเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น พวกเจ้าจะทำร้ายคนของเราและฆ่าพวกเขา … ”

“มันไม่เกี่ยวกันหรอก ต่อให้ไม่มีชายลึกลับ ยังไงซะพวกเจ้าทุกคนก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับลั่วอู๋อยู่ดี คิดจะหาข้อแก้ตัวอีกไหมล่ะ?”

“หา … ”

หลังจากทะเลาะกันไปได้เพียงไม่กี่คำนักเรียนของสำนักหม่าเฉินที่มีนิสัยร้อนแรงก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนคำพูดหยาบคายและสกปรกออกมา สถานการณ์อันวุ่นวายจึงมีทีท่าที่จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

นี่เป็นเรื่องปกติมาก ตั้งแต่ผู้คนจากสำนักหม่าเฉินเข้ามายังที่นี่

“หึ”

เสียงอันน่าเบื่อดังขึ้นราวกับเสียงขวานสับลงมาที่พื้น

ใบหน้าของคนจากสำนักหม่าเฉินหลายคนแสดงให้เห็นถึงความยินดี มันดูเหมือนกับเสียงของผู้คนจากเผ่าเทียนหวู่ ทายาทของหัวหน้าเผ่าผู้ยิ่งใหญ่นั้นได้มาถึงที่นี่แล้วงั้นเหรอ ?

“ฮ่าฮ่าฮ่า รอล้างคอกันได้เลย อีกเดี๋ยวอันดับต้น ๆ ของรายชื่อเฉียนหลงก็จะตกเป็นของพวกเราสำนักหม่าเฉินอีกครั้งแล้ว “พวกผู้ชายของสำนักหม่าเฉินต่างรีบวิ่งไปที่ต้นเสียง

หลายคนในสำนักเฉียนหลงเริ่มพูดจาดูถูก “คราวนี้จะยกข้ออ้างอะไรมาอีกล่ะ ”

“ข้าเกรงว่าพวกเขาน่าจะไม่ได้แค่โม้โอ้อวดนะ” เสียงอันแผ่วเบาลอยเข้ามา

หลายคนหันหน้าไปทางเสียงที่ลอยมาด้วยความโกรธ

ใครกันเป็นคนออกมาพูดให้กับสำนักหม่าเฉิน?

แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าเป็นลั่วอู๋ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน กลายเป็นท่าทางที่ระมัดระวัง และความลำพองใจก็ลดลงไปเล็กน้อย “ลั่วอู๋ งั้นเหรอ ที่พูดเจ้าหมายความว่ายังไงกัน?”

ชื่อเสียงในปัจจุบันของลั่วอู๋นั้นค่อนข้างโด่งดัง

หากจะมีใครสักคนออกมาปกป้องชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของสำนักหม่าเฉิน

มันก็ยังพอเป็นไปได้ที่คนอื่นจะออกมาพูดปกป้องชื่อเสียงให้กับสำนักหม่าเฉิน แต่ลั่วอู๋เป็นคนสุดท้ายที่จะทำอย่างนั้น การที่เขาพูดแบบนี้ต้องมีเหตุผลแน่

“ข้าเคยต่อสู้กับจินฉันมาก่อน ข้าเกรงว่าเรื่องที่มีอัจฉริยะซ่อนอยู่ในสำนักหม่าเฉินนั้นจะเป็นความจริง และดูเหมือนว่าเขาได้ปรากฏตัวออกมาแล้ว พวกเรารีบไปดูกันเถอะ” ลั่วอู๋พูดอย่างใจเย็น

ทุกคนต่างตกตะลึง

แม้แต่ลั่วอู๋ก็ยังพูดแบบนี้ออกมา

หรือว่าจะเป็นความจริงว่ายังมีอัจฉริยะในหมู่คนเถื่อนดุร้ายที่ยังไม่ปรากฏตัวเหลืออยู่อีก?

ไหปีศาจ

ไหปีศาจ

Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง ไหปีศาจลั่วอู๋ โดนไหหล่นใส่หัวจนข้ามมิติไปอยู่ในร่างของ นายน้อยลั่ว ผู้ถูกเนรเทศ เพราะไม่สามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้ แต่แล้วเขาก็พบว่าเจ้าไหที่เป็นปัญหาได้เชื่อมต่อกับเขา ความสามารถของเจ้าไหปีศาจนี้ท้าทายสวรรค์ยิ่งนัก เพียงแค่ ลั่วอู๋ใส่ ดอกหญ้าลงไปมั่วๆ มันสังเคราะห์สัตว์วิญญาณระดับเงินให้กับเขา ยิ่งเขาลองใส่ของลงไปมั่วซั่วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสังเคราะห์ สิ่งต่างๆออกมา ทั้ง ยาวิญญาณ อาวุธวิญญาณ สัตว์อสูร ภูต

Comment

Options

not work with dark mode
Reset