เธอเปลี่ยนไปเป็นเจ้าพ่อ / เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส – ตอนที่ 212

 

เฉิงอี้มาที่หอผู้ป่วยของเจี่ยนหยุ่นน่าวพร้อมกับเจ้าหน้าที่หลายคนในชุดกาวน์สีขาว

 

“คุณเจี่ยนหยุ่นน่าว วันนี้เราจะพาคุณไปตรวจร่างกายสองสามอย่างเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว” เฉิงอี้ดูท่าทางจริงจังและเหมือนกับนักธุรกิจ

 

เมื่อเห็นเฉิงอี้ เจี่ยนหยุ่นน่าวก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

อาจจะเป็นเพราะว่าครั้งที่แล้วนั้นเขาโดนเฉิงอี้ฉีดยาที่ก้นจึงทำให้เขาเกิดเงาทะมึนในใจ

 

เจ้าหน้าที่สองคนในเสื้อกาวน์สีขาวเดินมาข้างหน้าและเอาผ้าปิดตาเจี่ยนหยุ่นน่าวไว้

 

“ทำไมต้องใส่ผ้าปิดตา” เจี่ยนหยุ่นน่าวไม่สามารถที่จะขัดขืนได้ แต่ใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

 

“เพราะว่าการตรวจที่เราจะพาคุณไป ในห้องนั้นจะมีแสงพิเศษที่เป็นอันตรายต่อดวงตา เราจึงต้องใส่ผ้าปิดตาคุณไว้เพื่อปกป้องดวงตาคุณ”

 

เฉิงอี้มีน้ำเสียงที่จริงจังและน่าเชื่อถือ

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวสามารถเลือกที่จะเชื่อได้เท่านั้น

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวนอนอยู่บนรถเข็นผู้ป่วยและถูกผลักออกจากหอผู้ป่วย และเพราะว่าเขาสวมผ้าปิดตาจึงไม่รู้ว่าตัวเขานั้นถูกพาไปที่ใด

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวถูกพาไปยังห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือและรอคอยอยู่ในนั้น

 

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าว่ามีคนเข้ามาอีกสองสามคน

 

ที่เจี่ยนหยุ่นน่าวไม่รู้ก็คือในบรรดาคนใหม่ที่เข้ามา หนึ่งในนั้นคือเจี่ยนอีหลิง

 

ดังนั้นที่เจี่ยนหยุ่นน่าวใส่ผ้าปิดตานั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าจะมีการตรวจพิเศษใดๆ

 

แต่เป็นเพราะเฉิงอี้ ซึ่งพวกเขาจะไม่ยอมให้เจี่ยนหยุ่นน่าวรู้ว่าคนที่จะทำการผ่าตัดเขานั้นคือเจี่ยนอีหลิง

 

เจี่ยนอีหลิงเริ่มทำการตรวจร่างกายของเจี่ยนหยุ่นน่าว

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวสวมผ้าปิดตา เขาไม่คิดว่าหมอที่กำลังตรวจร่างกายของตัวเองนั้นก็คือน้องสาวของเขาเอง

 

ยกเว้นเจี่ยนหยุ่นน่าวแล้ว ในห้องนี้ทุกคนเป็นคนของสถาบันวิจัย และมีความเข้าใจโดยปริยายว่าจะไม่มีใครเปิดเผยข้อมูลใดๆของเจี่ยนอีหลิงให้กับเจี่ยนหยุ่นน่าว

 

ในความมืดมิด เจี่ยนหยุ่นน่าวรู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่รู้ว่ามีการตรวจสอบร่างกายแบบไหนอยู่ เขาได้แต่นอนนิ่งไม่กล้าขยับตัว

 

ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายนั้นเงียบเหลือเกิน

 

“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนครับ” เจี่ยนหยุ่นน่าวกระซิบถาม

 

เฉิงอี้ตอบอย่างมีหลักการเป็นขั้นเป็นตอนว่า “คุณเจี่ยนหยุ่นน่าว อย่าใจร้อน ตอนนี้แพทย์ประจำตัวคุณ Dr.FS กำลังตรวจร่างกายของคุณอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ การตรวจสอบจึงต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก คุณเจี่ยนหยุ่นน่าวโปรดอดทนไว้”

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ อารมณ์ของเจี่ยนหยุ่นน่าวก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

 

“Dr.FS คุณอยู่ที่นี่จริงๆเหรอครับ” เจี่ยนหยุ่นน่าวถาม

 

หางเสียงของเขาสั่นระริก ยากที่จะซ่อนความตื่นเต้น

 

เขายังไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของแพทย์ประจำตัวของเขามาจนบัดนี้

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวเต็มไปด้วยความคาดหวังกับหมอที่จะมารักษาเขา

 

เขาเฝ้ารอคอยว่าจะได้พบกับอีกฝ่ายจริงๆ

 

เจี่ยนอีหลิงหยุดมือชั่วคราวแล้วเงยหน้าหันไปหาเฉิงอี้

 

เธอไม่สะดวกที่จะคุยด้วย

 

เฉิงอี้ช่วยเจี่ยนอีหลิงตอบ “แน่นอนสิ”

 

จากนั้นเฉิงอี้ก็มองไปยังเจี่ยนอีหลิงและกระพริบตาให้บอกใบ้ว่าสิ่งเล็กๆน้อยๆแบบนี้สามารถมอบให้เขาได้เลย เธอเพียงแค่จดจ่ออยู่กับการทำงานก็พอ

 

“คือว่า…” เจี่ยนหยุ่นน่าวไม่รู้ว่าทำไม เขารู้สึกประหม่าอยู่บ้าง เขาอยากจะได้ยินเสียงของ Dr.FS แต่ไม่รู้ว่าจะเปิดปากพูดว่าอย่างไร

 

เฉิงอี้ยิ้มและพูดว่า “คุณเจี่ยนหยุ่นน่าว คุณมีอะไรที่จะบอก Dr.FS เหรอ”

 

“ครับ” เจี่ยนหยุ่นน่าวตั้งสติและพูดออกมาว่า “Dr.FS ครับ ผมอยากจะขอบคุณสำหรับการผ่าตัด เปิดโอกาสให้ผมได้มีโอกาสที่จะเล่นเปียโนได้อีกครั้ง และทำให้ผมได้มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอนาคต”

 

เจี่ยนหยุ่นน่าวไม่รู้ว่าชื่อเต็มของ Dr.FS นั้นเรียกว่าอะไร แต่เมื่อคนในสถาบันวิจัยเรียกเขาแบบนั้น เขาก็ได้แต่เรียกตามนั้น

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส

เธอเปลี่ยนไปเป็นบอส
Status: Ongoing
อ่านนิยาย 大妇 เธอเปลี่ยนปเป็นบอส เรียกว่าใกล้ถึงจุดไคล์แมกซ์แล้วนะครับ ผมละอยากจะ เรียกมันว่าจบภาค 1 เสียด้วยซ้ำไป เสียดายที่ทางต้นฉบับไม่มีภาคหนึ่ง ภาคสอง ขอสปอยล์นิดๆนะว่า พอผ่านช่วงนี้ไป จากอายุ 14 ย่าง 15 นางเอกของเราก็จะกระโดดไป เริ่มกันที่อายุ 18 เลยนะครับ และตอนนั้น ความหวานแหววคู่พระคู่นางก็จะเริ่มมาให้เห็นมากขึ้น เรื่อยๆ อาาาา อดใจติดตามกันต่อไปนะครับ แล้วก็ระวังรักษาตัวเองให้พ้นจากภัยโควิดทุกๆคนนะ ครับ ผมจะแปลงานออกมาเรื่อยๆเป็นเพื่อนแก้เหงายามไม่มีอะไรทำนะครับ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset