A Stay-at-home Dad’s Restaurant In An Alternate World – ตอนที่ 14

Chapter 14 : เจ้าของร้าน เมนูของคุณคงผิด

 

 

 

ร้านอาหารมามี่ ? มันมาจากไหนกัน ? ‘โมไบ’ ยืนอยู่ด้านนอกร้านอาหารพร้อมกับค้อนสีดำที่สูงเท่ากับตัวเขาวางพาดไว้ที่ไหล่ เหงื่อหยดลงจากหนวดเคราสีเทาลงบนอกของเขา หน้าที่ดำเป็นสีเดียวกันกับถ่านนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

 

 

ตอนที่เขามองมาที่นี่เมื่อวาน มันยังเป็นแค่บ้านไม้ที่มีพ่อกับลูกสาวพักอาศัยอยู่ ชายคนนี้พิการเดินไม่ค่อยได้และไม่เคยพูดกับเขา ส่วนเด็กสาวก็มักจะใส่หมวกสีเทาเอาไว้แต่เธอดูน่ารักเป็นอย่างมาก บางครั้งเธอก็มักจะมานั่งยองๆอยู่ที่นอกโรงหลอมของเขาเพื่อดูเขาทำอาวุธ แต่ผ่านมาแค่คืนเดียวบ้านไม้โทรมๆก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันได้กลายเป็นบ้านสองชั้นที่งดงาม กำแพงที่ชั้นแรกถูกแทนที่ด้วยกระจกคริสตัล การตกแต่งที่งดงามของร้านอาหารสามารถมองเห็นได้จากภายนอก โมไบ ไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

ในลานเอเด็นไม่มีร้านไหนที่สวยเท่ากับร้านนี้ ยังไงซะกระจกคริสตัลก็บางและสว่างจนสามารถมองเห็นโต๊ะด้านในที่สะอาดและดูสบายได้ โคมระย้าเองก็ทำให้ที่นี่ดูสวยเหมือนกับวัง

 

 

บางทีมนุษย์พิการคนนั้นอาจจะเป็นนักเวทย์ เขาคงเสกร้านอาหารขึ้นมาได้ในคืนเดียวและตัดสินใจที่จะทำอาหารขาย โมไบลูบเคราตัวเองก่อนจะส่ายหน้า ความคิดที่แสนเจ้าเล่ห์ของมนุษย์นั้นเข้าใจยาก แต่เพราะว่ามันใกล้ฉันคงต้องไปลอง ถ้ามันอร่อยฉันก็จะมีที่กินข้าวที่ไม่ไกลนัก

 

 

เขามั่นใจว่าเจ้าของร้านนี้คือพ่อกับลูกสาวสองคนเดิมเพราะเขาเห็นเด็กสาวที่นั่งเหม่ออยู่ที่เคาเตอร์ผ่านกระจกคริสตัล เธอดูน่ารักยิ่งกว่าเดิมเมื่อไม่มีหมวก

 

 

โมไบเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับค้อนในมือ กระดิ่งที่ประตูทำให้เขาตกใจ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองเขาก็พบกับกระดิ่งสองอันที่ห้อยอยู่ที่ประตู เขาหัวเราะกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน

 

 

ด้านในนั้นดูสะอาดและดูสบายกว่าตอนที่มองมาจากด้านนอก มันดูหรูหรามาก กำแพงสีเทาทำให้เขารู้สึกว่าที่นี่ดูสบายตาขึ้นมา เขาไม่ได้รู้สึกสับสนแต่เขากลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาแทน

 

 

โมไบก้มหน้าลงมองเสื้อผ้าของตัวเองที่เต็มไปด้วยรูเพราะสะเก็ดไฟและรองเท้าที่เต็มไปด้วยฝุ่น จากนั้นเขาก็มองไปที่พื้นสะอาดตรงหน้าก่อนจะลังเลไปสักพัก

 

 

….

 

 

เอมี่ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่เคาเตอร์เพื่อรอมื้อเที่ยงและหลังจากที่เห็นว่าใครเข้ามาในร้าน เธอก็หันไปตะโกนบอกในครัวด้วยความตื่นเต้น “พ่อ เรามีลูกค้าแล้ว ! ปู่คนแคระข้างบ้าน !”

 

 

แม็กซ์ที่เตรียมวัตถุดิบอยู่และกำลังจะลงมือทำได้ยินเสียงกระดิ่งและเสียงของเอมี่ เขามองไปที่ประตูด้วยความแปลกใจ ประตูเปิดออกและมีคนแคระแก่ถือค้อนพาดไหล่กำลังเดินเข้ามา คนแคระผมสั้นมีหนวดเคราสีเทายาวเต็มไปทั่วใบหน้า หน้าอกที่เปิดออกของเขาแสดงให้เห็นถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแรง แขนของเขาหนาเท่ากับต้นขาของคน สุดท้ายเขาใส่เสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์ซึ่งเต็มไปด้วยรูและมีหนังวัวพันเอาไว้ที่ข้อมือ

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่แม็กซ์ได้เห็นคนแคระจริงๆ โมไบสูงประมาณเอวของเขา เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งนี้จึงทำให้เขาดูเหมือนกับคิวบิคตัวน้อยมากกว่า

 

 

เขาคือเจ้าของร้านตีเหล็กใกล้ๆ ช่างตีเหล็กโมไบ และเขาก็เป็นช่างตีเหล็กเพียงไม่กี่คนในเมืองเคออส คนแคระนั้นมีอายุที่ยืนยาว เขาน่าจะมีอายุมากกว่า 200 ปีแล้วแต่เขาก็ยังดูแข็งแรงเหมือนเดิม แม็กซ์คนเก่าเคยจับตามองดูคนที่อยู่ใกล้ๆบ้านและคนที่มักจะเดินไปมารอบๆที่นี่ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ชื่อแต่เขาก็พอจะรู้ว่าใครเป็นใครกันบ้าง

 

 

นี่คือลูกค้าคนแรกของเขา เป็นธรรมดาที่แม็กซ์จะทั้งดีใจและคาดหวัง  เขาเช็ดมือด้วยผ้าแล้วเดินออกมาจากครัวและมองดูโมไบที่ยืนลังเลอยู่ที่ประตู ตอนที่เห็นหนังวัวที่รองเท้าแม็กซ์ก็รู้ว่าจะต้องทำยังไง เขาไม่ได้เดินไปต้อนรับอีกฝ่ายโดยตรง แต่เขากลับยืนอยู่ที่เคาเตอร์แล้วลูบหัวเอมี่และส่งสัญญาบอกให้เธอเงียบก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับ คุณอยากกินอะไรมั้ย ?”

 

 

โมไบมองไปที่แม็กซ์และรู้สึกแปลกใจขึ้นมา ชายที่เคยหลังค่อมและใส่ชุดโทรมๆตอนนี้กลับใส่ชุดที่ดูเรียบร้อย เขายังตัวผอมบางอยู่แต่เมื่อยืนตรงๆแล้วมันกลับทำให้รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มนุษย์ผู้ชายนั้นเหมือนกับผู้หญิงในสายตาของเขา เขาไม่ชอบพวกนี้โดยเฉพาะพวกที่ตัวผอมบาง แต่ชายตรงเคาเตอร์นั้นกลับเหมือนกับดาบที่คมกริบซึ่งดึงออกมาจากฝัก แม้ว่าเขาจะยังตัวผอมบางแต่เขาไม่ได้ดูเหมือนผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่ผู้ชายทั่วไป

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น รอยยิ้มบนใบหน้านั้นยังแสดงถึงความอบอุ่นแต่ซ่อนเอาไว้ซึ่งความเฉียบคม ความแตกต่างในเรื่องนี้ได้สร้างระยะห่างขึ้นมาซึ่งทำให้โมไบที่เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกนั้นรู้สึกสบายใจขึ้นมา

 

 

สาวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็ไม่ได้สวมหมวก เธอใส่ชุดสีดำและใบหน้าก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง เธอดูน่ารักยิ่งกว่าที่เคย

 

 

โมไบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายคนนี้เมื่อคืน มันเหมือนกับว่าชายคนนี้ได้เกิดใหม่อีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าแม็กซ์นั้นขายอะไรและอาหารที่นี่จะเหมาะกับการตกแต่งของที่นี่หรือไม่

 

 

โมไบหยุดลังเลและพยักหน้าก่อนที่จะเดินเข้ามาพร้อมกับค้อนของเขา เขาดึงเก้าอี้ออกมานั่งและวางค้อนเอาไว้ที่พื้นก่อนที่จะมองไปที่แม็กซ์และพูดขึ้น “ใช่ ฉันอยากได้ของกิน มีอะไรให้กินบ้าง ?”

 

 

“เมนูอยู่บนโต๊ะ คุณเลือกได้เลย” แม็กซ์ตอบพร้อมกับชี้ไปที่เมนูบนโต๊ะ

 

 

“เมนู ?” โมไบหยิบเมนูขึ้นมา เมื่อเขาแตะไปที่ปกด้วยมือสากๆของเขาเขาก็ต้องแปลกใจ ความลื่นและเรียบของปกนี้แน่นอนว่ามันทำมาจากหนังกระทิงที่ดีที่สุด หนังกระทิงแผ่นหนึ่งมีค่ามากถึง 1 เหรียญมังกร มันดูเกินไปหน่อยกับการเอาหนังกระทิงมาทำเมนูแบบนี้ แม้แต่โรงเตี๊ยมไฟเออร์ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดีที่สุดในลานเอเด็นก็ยังใช้แค่หนังวัวธรรมดา

 

 

นี่ทำให้โมไบรู้สึกคาดหวังขึ้นมา ด้วยร้านอาหารที่ตกแต่งหรูหราและเมนูที่ดูเกินไปหน่อย เขาจึงคิดภาพออกว่าอาหารที่นี่ต้องดีอย่างแน่นอน เขาชอบกินอาหารมากที่สุด…รองลงมาจากเรื่องดื่ม ต้องยอมรับว่ามนุษย์นั้นอ่อนแอแต่ในด้านวัฒนธรรมแล้ว เผ่าอื่นนั้นเทียบไม่ติด

 

 

โมไบเปิดเมนูออกและมองเข้าไปด้วยความคาดหวัง แต่สุดท้ายเขาก็นิ่งไป

 

เมนูเล่มใหญ่แบบนี้กลับว่างเปล่า !

 

 

ไม่ ไม่ได้ว่างเปล่า ที่มุมซ้ายบน โมไบเห็นตัวหนังสือเล็กๆเขียนเอาไว้อยู่ เขาหรี่ตาลงมองและอ่านมันออกมาเบาๆ “ข้าวผัดหยางโจว 600 เหรียญทองแดงต่อจาน”

 

 

“600 เหรียญทองแดง !?” โมไบนิ่งไปสักพัก เขากระพริบตาและคิดว่าเขาคงตาฝาดเพราะแสงจากเตาไฟกับการที่เขายืนอยู่ข้างเตามาตลอดทั้งเช้า เขาเอาเมนูมาดูใกล้ๆแต่มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม

 

 

โมไบวางเมนูลงและมองไปที่แม็กซ์ด้วยความสงสัย “เจ้าของร้าน เมนูของคุณต้องผิดแน่ๆ”

A Stay-at-home Dad’s Restaurant In An Alternate World

A Stay-at-home Dad’s Restaurant In An Alternate World

Score 7.9
Status: Ongoing Released: N/A
อ่านนิยายเรื่อง A Stay-at-home Dad’s Restaurant In An Alternate Worldที่เมืองเคออส ณ ทวีปนอร์แลนมีร้านอาหารแปลกๆอยู่ร้านหนึ่ง ที่นี่พวกเอลฟ์กำลังกินเคบับอย่างตะกละตะกลามโดยไม่คำนึงถึงมารยาทที่ควรมี มังกรยักษ์กำลังนั่งอยู่หน้าหม้อไฟอย่างใจจดใจจ่อ ปีศาจกำลังนั่งกินแดงโก้ที่ดูน่าอร่อย… อยู่ที่นี่พวกเขาต้องทำตามกฎที่แปลกประหลาดและเข้มงวด แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาเลิกมาต่อแถวเพื่อกินอาหารที่ร้านอาหารนี้เลย พวกเขาพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของอาหารที่นี่และความสามารถของพ่อครัวที่แสนวิเศษ ที่นี่ไม่มีใครกล้ากินแล้วหนี “จ่ายเงินมาเดี๋ยวนี้ !” เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแสนน่ารักของเธอ มังกรตัวสูงห้าเมตรถึงกับต้องตัวสั่นเมื่อถูกเธอจ้องมอง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset