Ark The Legend – ตอนที่ 277

เล่ม 9 ตอนที่ 8 : อาร์คที่ทิ่มแทงจนตาย (2)

“อาร์คนิม!”

กูรันกรีดร้องขณะบินเข้าหา ทว่าดราเค็นตัวนี้ร่างใกล้ถึงพื้นเตรียมปะทะแล้ว!

“ฉันไม่คิดตายร่วมกับไอ้ตัวประหลาดอย่างแกหรอก!”

อาร์คคว้าเข้าที่หัวของดราเค็นขณะหันมันกลับ ด้วยสัญชาตญาณ ดราเค็นอ้าปากออกขณะกัดเข้าใส่มือของอาร์คโดยทันที ไม่สิ มันกัดดาบของอาร์คต่างหาก

“ไอ้กิ้งก่าบัดซบ สวนกลับฉับพลัน!”

เขาใช้การโจมตีสวนกลับเข้าใส่เขี้ยวของมัน! ทักษะต่อเนื่องอย่างสวนกลับฉับพลันทำงาน มันสามารถทำให้ผลักศัตรูให้ลอยลิ่วไปอีกทิศทางได้กว่าสิบเมตร ครั้งนี้อาร์คไม่ได้สร้างบาดแผลให้กับร่างของมัน แต่เขาเลือกผลักตัวเองขึ้นสู่กลางอากาศ ขณะที่อีกทางหนึ่ง ดราเค็นโดนเร่งความเร็วมากขึ้นขณะโหม่งพื้นด้วยความเร็วสูงยิ่ง

ควี๊ก!

หินที่แหลมคมพลันเสียดแทงเข้าใส่ร่างของดราเค็น

“อาร์คนิม ทางนี้!”

กูรันพอเข้าถึงตัวเขาที่กลางอากาศจึงตะโกนออกขณะยื่นมือออกมาให้ อาร์คคว้ามือของกูรันเอาไว้ขณะมองอีกฝ่ายด้วยความนับถือจากใจ

อาร์คถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะปีนกลับขึ้นร่างของปลากระเบน พาหนะบินได้ตัวนี้ปีกขาดวิ่นเพราะโดนดราเค็นโจมตีเข้าไป จึงเป็นเรื่องยากที่จะคงสภาพการบินเอาไว้ทั้งที่แบกน้ำหนักคนถึงสอง ไม่สิ กระทั่งไม่มีอาร์ค กูรันและหมูน้อยทั้งสองบนปลากระเบนก็มากพอที่จะทำให้เพดานบินลดต่ำลงแล้ว

“อดทนไว้ พอพวกเราออกจากหุบเขานี้ได้ พวกเราก็จะถึงเผ่านาคูจักแล้ว!”

อาร์คเริ่มใช้ทักษะเยียวยาช่วยเหลือให้ปลากระเบนฟื้นคืนพละกำลัง มันเริ่มกางปีกที่ขาดวิ่นออกทีละน้อย… ท้ายที่สุดพวกเขาจึงสามารถหลบหนีจากหุบเขาที่มีหินแหลมคมได้ ไม่ช้าเขาเริ่มเห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่พร้อมรูปปั้นที่ดูผิดมนุษย์มนา

“พวกเราทำได้! นี่แหละชนเผ่านาคูจัก!”

สถานที่ที่กูรันชี้ไปนั้นคือสิ่งปลูกสร้างที่มีสถาปัตยกรรมอันแปลกพิลึกพิลั่น มันดูเหมือนหอคอยที่สร้างลึกลงใต้ดิน…  รูขนาดใหญ่ถูกขุดเอาไว้ตรงเนินเขารัศมีกว้างใหญ่ สิ่งปลูกสร้างนั้นปกคลุมด้วยเกลียวที่คล้ายเจาะลึกเข้าไปในดิน หากมองจากบนฟ้า เขาสามารถเห็นแท่นบูชาที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินได้

‘ถึงแล้ว?’

นั่นคือสิ่งที่อาร์คคิด ปลากระเบนเริ่มลดเพดานบินลงต่ำเรื่อยขณะตกกระทบกับพื้น โชคยังดีที่ปลากระเบนได้แรงเฮือกสุดท้ายเพราะการเยียวยาของอาร์คจึงทำให้พวกเขาสามารถร่อนลงได้โดยไม่ได้รับความเสียหายใด เมื่ออาร์คลงจากหลังปลากระเบน หน้าต่างข้อความจึงปรากฏขึ้นตรงหน้า

=====

หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง

เมื่อผ่านพ้นหุบเขาที่มีแต่ความแหลมคมมาได้ ท่านจึงมาถึงบ้านของชาวนาคูจัก สถานที่แห่งนี้นามว่าหุบเหวแห่งความสิ้นหวัง มันคือเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่ชาวนาคูจักจะมาเยือน ทว่าชาวนาคูจักได้เรียกทะเลเลือดเข้าหา ประวัติศาสตร์อันน่าสังเวชของเมืองอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้คือกลิ่นคาวเลือดซึ่งฟุ้งอยู่ทุกหนแห่ง กระทั่งมีดาบและโล่ยังไม่อาจรอดพ้นจากแดนแห่งความตายนี้ไปได้ เพื่อเข้ามายังสถานะที่แห่งนี้ แรงใจคือสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าความกล้าหาญ

=====

“อืม… นี่เหมือนจะถึงปลายทางแล้ว”

อาร์คเมินเฉยต่อการคุกคามทางใจจากรูปปั้นปีศาจตรงหน้า เขาเริ่มนำเอาหม้อออกมา หลังปลดการแปลงร่างของดีมอสแล้ว อาร์คจึงเริ่มทำอาหารสารพัดอย่างเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาของทั้งตัวเองและสมุนปีศาจ รวมทั้งการเพิ่มค่าสถานะเพื่อเตรียมพร้อมศึกครั้งหน้าด้วย เมื่อเวลามีไม่มากนัก เขาจึงไม่คิดลังเลและชักช้า

“ไปกัน ของจริงจะเริ่มหลังจากนี้”

วูบ…

เป็นอีกครั้งที่กล้องวิเศษยังคงตามติดถ่ายทำอาร์ค

* * *

“จรัสแสง!”

ลำแสงพลันส่องสว่างวูบเข้าหากลุ่มนักรบชาวนาคูจัก ชาวนาคูจักถึงสิบคนสูญเสียพลังชีวิตไปโดยทันที ไม่เพียงแค่พลังชีวิตเท่านั้นที่สูญเสีย แต่พวกเขายังโดนอาการผิดปกติ ‘แช่แข็ง’ จนทำให้การเคลื่อนไหวแข็งทื่อไปอีกด้วย มันเป็นการโจมตีคอมโบของทั้ง ‘จรัสแสง’ และ ‘ดาบแห่งธาตุ’

“ตอนนี้แหละ เดดริค ดีมอส ไปล่อพวกมันมารวมตัวกัน!”

“ขอรับ! ทางนี้โว้ยไอ้พวกหน้าโง่!”

กรั่ก กรั่ก กรั่ก กรั่ก!

เดดริคและดีมอสเริ่มล่อให้ชาวนาคูจักเข้ามุมหนึ่ง ดีมอสใช้โล่ของตนเพื่อทำการบีบบังคับให้อีกฝ่ายต้องเข้าจนมุม

ตึง ตึง!

พอดีมอสปะทะด้วยโล่แล้ว ชาวนาคูจักจะเริ่มถอย ที่จริง ตามปกติแล้วดีมอสต้องเพ่งสมาธิกับการป้องกันมากกว่าการโจมตีระหว่างต่อสู้ เป็นเพราะพลังโจมตีไม่สูงจึงต้องคอยเป็นโล่ป้องกันการโจมตีให้อาร์คเมื่อเข้าปะทะแบบกลุ่ม ระหว่างคุ้มกันแนวหลังของอาร์คไว้ ดีมอสมักจะคอยป้องกันไม่ให้ศัตรูหลบหนีไปได้ด้วย ทว่าการใช้โล่เพื่อป้องกันนั้นก็ต้องมีเทคนิคเฉพาะของตน ดีมอสถึงกับใช้งานโล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสกัดกั้นเส้นทางหลบหนีของศัตรู หลังทำการศึกเช่นเดิมซ้ำไปมาหลายครั้ง ท้ายที่สุดดีมอสจึงได้ตระหนักถึงเทคนิคการใช้โล่ที่มี

=====

สมุนปีศาจของท่าน ‘ดีมอส’ ได้สร้างความสามารถของอัศวินโครงกระดูกขึ้นมา

โล่ปะทะ (ขั้นต้น, มีผลต่อเนื่อง) : ดีมอสได้กลายเป็นผู้สืบทอดความสามารถของวอร์วิคซึ่งเป็นอัศวินแห่งโครงกระดูก หลังรวบรวมประสบการณ์มากมาย ท้ายที่สุดจึงมีโอกาสได้เรียนทักษะเฉพาะตัวของวอร์วิค มันคือหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานซึ่งสามารถใช้โล่ปะทะกับศัตรูได้

=====

ขณะที่เดดริคทำให้ความสามารถแวมไพร์ตื่นขึ้นหลังต่อสู้กับดันพิล ดีมอสก็ตื่นรู้พลังของอัศวินโครงกระดูก บางทีถ้าหากดีมอสตื่นรู้ทักษะความสามารถเพิ่มขึ้นกว่านี้ อาร์คสมควรใช้งานให้เกิดประโยชน์ระหว่างต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วดีมอสจึงยิ่งมายิ่งดุร้ายในการต่อสู้หลังมีพัฒนาการ ในเมื่ออาร์คมักจะคอยให้เอาแต่ตั้งป้อมป้องกัน ‘โล่ปะทะ’ จึงกลายเป็นทักษะโจมตีอย่างแรกที่ดีมอสได้เรียนรู้

อย่างไรแล้วอาร์คก็ไม่ได้สนใจมากนักแม้ว่าจะเห็นทักษะนี้ก็ตาม กล่าวตามตรง อาร์ครู้สึกว่าทักษะที่ดีมอสกว่าจะได้เรียนรู้มาอย่างยากลำบากกลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย อาร์คไม่ได้อยากให้ผลักดันศัตรูโดยใช้ทักษะโล่แบบนี้เลยด้วยซ้ำ เมื่อดีมอสใช้งานทักษะ ความเสียหายก็เพียงแค่น้อยนิดอีกทั้งยังมีโอกาส 10% ที่จะทำให้ศัตรูหยุดชะงัก ซึ่งมันไม่ต่างอะไรจากทักษะพื้นฐานที่อาชีพนักรบทุกคนล้วนมีกัน

‘พอมาคิดดูแล้ว สถานการณ์ตอนนี้มีทักษะโจมตีก็ช่วยได้พอสมควรอยู่’

ดีมอสคอยอยู่ที่วงนอกจัดการชาวนาคูจักด้วยโล่ ตามปกติแล้วความเร็วของชาวนาคูจักจะรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แต่พอโดนอาการ ‘แช่แข็ง’ เข้าไปหลายครั้ง ความเร็วการเคลื่อนที่ก็ลดลงจนแทบไม่เหลือ

“ต้องแบบนั้น ราดันเอาดาบมา! คมดาบวายุ!”

ดาบในมือของอาร์คระเบิดออก เศษดาบคมกล้าเริ่มโหมพัดเข้าปกคลุมชาวนาคูจักจนเกิดเป็นพายุหมุน ชาวนาคูจักที่รวมตัวกันอยู่พลันล้มลงไปทีละคนสองคน มีเพียงชาวนาคูจักแค่สี่ชีวิตเท่านั้นซึ่งเหลือรอด

“เรียกปีศาจ!”

ควี๊ก!

เสียงกรีดร้องอันแหลมคมดังขึ้นเมื่อเรียกปีศาจถูกใช้งาน ด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ชาวนาคูจักเริ่มอดทนไม่ไหวอีกต่อไปและตายตก นับว่าเป็นขบวนทักษะต่อเนื่องที่น่าทึ่ง! ภาพฉากเช่นนี้เกิดขึ้นวนซ้ำหลายต่อหลายครั้ง หุบเหวแห่งความสิ้นหวังคือบ้านเกิดของชาวนาคูจักที่อยู่กันเยอะที่สุด ตลอดทางมานี้เขาผ่านทั้งกลุ่มสิบคนไปจนถึงสามสิบคนเลยทีเดียว นอกจากนี้ ระยะห่างระหว่างกองทหารแต่ละกองก็นับว่าน้อยนิด เขาจึงโดนกองทหารอื่นพบตัวบ่อยครั้งระหว่างการต่อสู้

‘ต้องล่อจำนวนที่รับไหวแล้วจัดการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้’

การเคลื่อนไหวของเขาเป็นไปอย่างเร่งร้อน ยามที่นึกถึงลาริเอ็ตเต้ อาร์คจะยิ่งมายิ่งว้าวุ่นใจรีบร้อนบุกฝ่าเข้าไปโดยเร็วยิ่งกว่าเดิม

‘ถ้าศัตรูจำนวนเยอะไปต้องหลบเลี่ยง’

ดังนั้นแล้ว อาร์คจึงใช้งาน ‘ลอบเร้น’ เพื่อตระเวนดูก่อน โครงสร้างของดันเจี้ยนแห่งนี้ค่อนข้างโค้งไปมาราวผูกโบว์เอาไว้และยังมีแต่จะดิ่งลึกลงไป โครงสร้างนี้ดูไปแล้วก็ง่าย ทว่าพอเข้ามากลับซับซ้อนราววงกต ในเมื่อเขาไม่อาจมองเห็นสิ่งที่อยู่อีกมุมหนึ่งของทางเดินได้ บางครั้งเขาก็ถึงกับต้องประจันหน้ากับนักรบชาวนาคูจักที่รอคอยอยู่

เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนบุกเข้าไป เขาจึงต้องซ่อนตัวโดยการใช้ ‘ลอบเร้น’ เพื่อไปตรวจสอบทุกหัวมุมข้างหน้าว่าจะมีศัตรูดักรออยู่หรือไม่ อีกทั้งเขายังใช้เดดริคที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลากพวกมันออกมาด้วยทักษะ ‘ยั่วยุ’! ถ้าหากมีสองกลุ่มที่อยู่ใกล้กันค่อนข้างมาก จะเป็นหน้าที่ของเดดริคซึ่งต้องทำการลากพวกมันออกมาให้พ้นระยะ จากนั้นจึงเป็นหน้าที่อาร์คและดีมอสเข้าสกัดทางถอยหลบหนีของพวกมัน

“กูรัน บุคซิล แซบจิล รักษาตำแหน่งไว้!”

“โอ้!”

ทั้งสามตอบสนองโดยการเข้าไปหลบที่มุมหนึ่งโดยทันที จากนั้นจรัสแสงจึงถูกใช้งานออก อาร์คใช้งานจรัสแสงออกไปสามหรือสี่ครั้ง แต่มันก็ไม่ใช่เพียงแค่จรัสแสง มันคือคอมโบของดาบแห่งธาตุน้ำแข็งและจรัสแสง! ด้วยการใช้คอมโบนี้ ทั้งกลุ่มศัตรูจึงถูกลดทอนพลังชีวิตไปกว่า 40~50%

จากนั้นอาร์คจึงค่อยใช้ทักษะอย่างคมดาบวายุสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลหรือไม่ก็เรียกปีศาจ นี่คือพลังอำนาจแห่งการผสมผสานการใช้งานทักษะ! แน่นอนว่าการใช้ทักษะหลายอย่างเช่นนี้จะทำให้พลังมานาของเขาหมดสิ้นลงหลังจบการศึก ทว่าเขาก็มีอาหารคอยสนับสนุนจึงไม่นับเป็นปัญหาอะไรนัก นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าเขายังมียางไม้อุมม่าที่เอาไว้ใช้ฟื้นฟูพลังชีวิตในยามฉุกเฉินอีกหรือไร? เพราะเหตุนี้เองอาร์คจึงมุ่งหน้าไปได้โดยไร้ซึ่งสิ่งใดกีดขวาง ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเขาก็บุกฝ่าจนถึงชั้นใต้ดินที่ยี่สิบแล้ว

‘เหลืออีกแค่สามชั้นเท่านั้น’

อาร์คยืนยันข้อมูลนี้มาได้ก็เพราะระเบียงที่ยื่นออกไปท่ามกลางชั้นทั้งหมด ตอนบินด้วยปลากระเบน เขาจึงทราบว่ามีแท่นบูชาอยู่ตรงชั้นล่างสุด อีกทั้งยังมีประตูโลหะอยู่อีกด้านหนึ่งของจัตุรัส โบนาและลาริเอ็ตเต้สมควรโดนขังเอาไว้ที่ไหนสักแห่งหลังประตูบานนั้น และเป็นเพราะระดับความยากของภารกิจ มันจะต้องมีบอสรอคอยอยู่อย่างแน่นอน

‘กระโดดลงไปไม่ใช่ปัญหาก็จริง แต่ยังมีชาวนาคูจักที่ต้องระวัง อีกทั้งยังอาจเป็นช่องว่างให้พวกมันโจมตีจากทางด้านหลัง’

“อืม ศพพวกนี้ปล่อยไว้ได้เลย”

กูรันและหมูน้อยทั้งสองทำหน้าที่เก็บกวาด ในเมื่อศัตรูค่อนข้างแข็งแกร่ง บางครั้งอาร์คถึงกับบังเอิญพบเจอพวกที่ออกมาลาดตระเวนเข้า ถ้าหากพวกนั้นเห็นร่างศพ แบบนั้นแล้วกองกำลังของศัตรูย่อมต้องมีตามมาสนับสนุนจากทางด้านหลังแน่ เพราะงั้นแล้วเขาจึงจำเป็นต้องซ่อนศพในสถานที่ลับตา ในขณะเดียวกัน อาร์คเริ่มตรวจสอบอุปกรณ์สวมใส่และซ่อมแซมสิ่งที่ค่าความทนทานลดต่ำลง

‘ได้ค่าประสบการณ์มาพอสมควรเลย แถมยังมีไอเทมจากพวกกองทหารอีก’

ในเมื่อส่วนใหญ่แล้วเขาต้องรับมือคนกว่ายี่สิบในคราวเดียว ค่าประสบการณ์จึงพุ่งเข้าใส่ราวบ้าคลั่ง เขาใช้งานดาบผ่าร่างสำเร็จราว 50% ได้จึงได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีก 1.4 เท่าตัว เพราะเหตุนั้นเขาจึงสามารถเพิ่มเลเวลได้จำนวนหนึ่งในช่วงไม่กี่ชั่วโมงมานี้

=====

ชื่อตัวละคร : อาร์ค

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

แนวโน้ม : ความดี +350

ชื่อเสียง : 9,075 (+500)

เลเวล : 242

อาชีพ : ผู้เดินทางแห่งความมืด

ฉายา : อัศวินแห่งแมว, ผู้เยียวยาแห่งสมรภูมิ, วีรบุรุษแห่งแจ๊คสัน, สุดยอดนักผจญภัย

พลังชีวิต : 3,795 (+150)

พลังมานา : 3,985

พลังจิตวิญญาณ : 200

พละกำลัง : 460 (+28)

ความคล่องตัว : 620 (+55)

ความอดทน : 710 (+20)

สติปัญญา : 85 (+10)

ความฉลาด : 768

โชค : 100 (+30)

ความยืดหยุ่น : 92

ศาสตร์แห่งการสื่อสาร : 46

เสน่หา : 131 (+10)

ยืดหด : 276

ค่าสถานะพิเศษ ภูมิความรู้โบราณวัตถุ : 138

ผลจากอุปกรณ์สวมใส่

– ชุดเกราะผู้พิทักษ์แห่งชาวเงือก : ภูมิต้านทานธาตุน้ำ +100%, ขีดจำกัดของน้ำไร้ผล

– อุ้งตีนแมว (ถุงมือ) : ความเร็วโจมตี +10%, ความคล่องตัว +15, อัตราการโจมตีคริติคอล +10%

– หมวกแรคคูน (หมวก) : ความคล่องตัว +10, สติปัญญา +10

*ผลลัพธ์จากเซ็ตไอเทม [ราชัน] : พละกำลัง +10, ความคล่องตัว +10, ความอดทน +10, พลังป้องกัน +20

– บันทึกแห่งนักรบ (เกราะไหล่) : พละกำลัง +3

– รองเท้าจิตวิญญาณวายุ (รองเท้า) : ความคล่องตัว +30, ความเร็วเคลื่อนที่ +30%, ความเร็วโจมตี +10%, สามารถใช้ทักษะ ‘ไถลตัว’

– ชุดขนแกลกาชิ (ผ้าคลุม) : ภูมิต้านทานความหนาว +100%, ความคล่องตัว +20, เมื่อพลังชีวิตน้อยกว่า 50% ‘เวทมนตร์คุ้มกัน’ จะทำงานโดยอัตโนมัติ

– สร้อยคอของอเดเลียน (สร้อยคอ) : พลังป้องกัน +40, เสน่หา +10

– ปลุกวิญญาณ (แหวน) : พละกำลัง +5, ฟื้นฟูพลังมานา +5%

– เนตรแห่งจิต (แหวน) : สามารถใช้ทักษะ ‘เนตรแห่งจิต’

– เครื่องรางแห่งพลัง (กำไล) : พลังชีวิต +50, ฟื้นฟูพลังชีวิต 5 หน่วยทุกระยะเวลา 20 วินาที

– เกียรติยศแห่งนักสู้ (กำไล) : พละกำลัง +10, ความคล่องตัว +10, ความอดทน +10, ชื่อเสียง +500, อัตราเติบโตทักษะทางดาบ +5%

*ทุกความสามารถเพิ่มขึ้น 40% ในความมืด

*ท่านได้รับความสามารถหลบซ่อนตัวตนในความมืด ระยะเวลาส่งผล 20 นาที ยกเลิกเมื่อเข้าสภาวะต่อสู้

*ภูมิต้านทานความกลัว ความมืด ตาบอด และคาถาเสน่ห์เพิ่มขึ้น 50%

*ท่านสามารถนำเอาความสามารถแท้จริงออกมาได้จากอุปกรณ์ทุกชนิด

*ดูดซับแรงกระแทกเพิ่มขึ้น 20%

*ภูมิต้านทานพิษเพิ่มขึ้น 50%

*แต้มทักษะคงเหลือ : 10

=====

Ark The Legend

Ark The Legend

Ark The Legend
Status: Ongoing
บทนำ คิมฮยอนอู เด็กหนุ่มที่ชีวิตเกิดความผลิกผันตั้งแต่ยังวัยรุ่น ชีวิตของเขาประสบความยากลำบากต้องหาเงินเพื่อจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลสุดแพงของแม่ ขณะที่เขากำลังกัดฟันสู้ชีวิตอยู่ เขาได้รับข้อเสนองานหนึ่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่แล้วเมื่อไปสัมภาษณ์ เขากลับพบว่ามันคือการทดสอบคัดเลือกพนักงานโดยการเล่นเกม แม้จะแปลกไปบ้างแต่เงินก็ดีไม่น้อยเขาจึงตกลงรับมา เมื่อเข้าเกม อาร์คคือตัวละครที่เขาเลือกสร้าง แรกเริ่มผจญภัยก็ต้องประสบพบเจอความยากลำบากไม่น้อย ผู้เล่นอื่นก็แทบไม่อาจเชื่อใจได้ เขาต้องยืนหยัดด้วยตัวเอง ยิ่งเล่นเกมไปเขาจึงได้พบว่า เกมแห่งนี้หาได้มีอะไรที่เหมือนเกมไม่ ทั้งเอ็นพีซีในเกมที่แทบจะเหมือนมนุษย์จริง ภารกิจที่มีเนื้อเรื่องน่าติดตามอีกทั้งยังยากลำบาก รวมถึงเนื้อเรื่องหลักภายในเกมที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเกมก็คล้ายมีความลับอยู่ไม่น้อย และด้วยความที่แทบไม่เชื่อใจผู้อื่นในเกม เขาต้องพยายามฟันฝ่ามันให้ได้ด้วยสองมือของตัวเอง!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset