Emperor of Steel-กำเนิดใหม่จักรพรรดิเหล็กไหล – ตอนที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)

บทที่ 19 การปรากฏตัวของอัศวินทมิฬ (2)
เมื่อลุคจัดการกับความสนใจจากผู้คนเสร็จ เขาก็เอื้อมมือไปหาวิคเตอร์ที่อยู่ด้านข้าง
“ขอข้ายืมดาบของท่านซักครู่ได้ไหม?”
“ดาบ? ข้าไม่เข้าใจ ท่านจะใช้มันทำอะไรกัน”
วิคเตอร์กล่าวอย่างสงสัยขณะดึงดาบออก
ลุคหยิบดาบและคว้าใบมีดด้วยมือซ้ายแล้วดึงมัน
เฉือด!
เลือดไหลออกจากมือของลุค และทำให้ใบดาบเปลี่ยนไปเป็นสีแดง
“นายน้อย?”
“ไม่ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น!”
จากนั้นเขาก็บีบเลือดออกจากมือของตัวเองราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เลือดสีแดงเริ่มหยดลงบนศิลาเวทมนตร์ที่วางอยู่บนพื้น
‘ศิลาเวทมนต์มันต้องเปียกแบบนี้…’
หลังจากศิลาเวทมนต์จมอยู่ภายใต้เลือดของลุค เขาก็ได้เริ่มวาดวงเวทย์รอบๆหิน
จอมเวทเหล็กไหลทุกคนต่างอ้าปากค้างเมื่อเห็นลุควาดวงเวทย์และอักขระเวทย์มนตร์บนพื้นอย่างไร้ซึ่งความลังเล
ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าลุคคงจะเป็นขุนนางหนุ่มธรรมดาๆอีกคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามรูปร่างและรูปแบบของวงเวทย์นั้นเหมือนกับรูปแบบคลื่นมานาที่แกนกลางของศิลาเวทมนตร์ปล่อยออกมา
‘ไม่ เป็นไม่ได้!’
‘เขาไม่ใช่พ่อมดด้วยซ้ำ เขาจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไรกัน?
ลุคยังคงทำงานต่อไปในขณะที่เหล่าจอมเวทเหล็กไหลต่างก็กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เขาทำ
หลังจากนั้นไม่นานวงเวทย์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตรก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากคืนดาบให้วิคเตอร์ ลุคก็หายใจเข้าและเริ่มร่ายมนตร์ด้วยเสียงอันดังก้อง
“ราห์ คานทาร์ เอลี เรย์ เพราโต …”
‘ไม่มีทาง! นั่นคือคาถาเวทมนต์! ’
 
จอมเวทเหล็กไหลเริ่มอ้าปากค้าง เมื่อพวกเขานึกถึงคำสัญญาที่พวกเขาได้ใหไว้กับลุค
คาถาเวทมนตร์นั้นเป็นเหมือนเวทมนตร์รอง การจดจำคำร่ายในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของมานาและช่วยในการสร้างเวทมนตร์
มันมีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่ต้องการวงเวทย์ แต่ในทางกลับกันคำร่ายของคาถาก็ยาวมากและระยะเวลาในการร่ายกับจังหวะของการร่ายจะต้องเท่ากันทุกประการ
หากทำได้ไม่ดี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะไม่ได้ดีตาม
คาถาเวทมนตร์นั้นสามารถสร้างวงเวทย์พื้นฐานได้เพียงหนึ่งหรือสองวง เท่านั้น หากต้องการวงเวทย์วงที่ 3 เขาก็จำเป็นจะต้องวาดวงเวทย์นั้นเอง นี่คือสาเหตุที่เหล่าพ่อมดไม่ค่อยพุ่งความสนใจไปที่เวทมนตร์ประเภทนี้และทำให้ผู้ที่ไม่ใช่พ่อมด,นักวิชาการและขุนนางต่างก็สนใจและพยายามที่จะเรียนรู้มัน
แต่เด็กชายคนนี้กลับรู้วิธีการใช้เวทมนตร์แล้ว!
“ก็แค่การพูดเลียนแบบคำร่าย…’
ในระหว่างพิธีร่ายมนต์ของลุค วงเวทย์ที่วาดด้วยเลือดของเขาก็เริ่มเปล่งประกายออกมาพร้อมกันนั้นมานาที่ถูกรวบรวมโดยวงเวทย์ก็เริ่มแทรกตัวเข้าไปในหินเวทมนตร์
วงเวทย์เริ่มเปล่งประกายและมีเสียงสะท้อนดังออกมาจากศิลาเวทมนตร์
“อะไรกัน? นีเจ้ากำลังทำบ้าอะไร?”
“มันเกิดอะไรขึ้นกับมานาเหล่านั้นกัน”
จอมเวทเหล็กไหลจากแคลนอื่นๆเริ่มสงสัยในปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น
พวกเขายังต้องการเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
แกนกลางของศิลาเวทมนต์ที่กำลังอยู่ในช่วงท้ายของชีวิตเริ่มเรืองแสงออกมาและสีของมันก็เริ่มเปลี่ยนไป
ในขณะนี้ดวงตาของผู้คนรอบตัวลุคเริ่มเบิกกว้าง
“นั่น…นั่นมัน!”
“ตะกอนมานาที่ถูกสะสมไว้กำลังหายไป!”
ท่ามกลางความสับสนชุลมุน ลุคทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อจะร่ายคาถาต่อให้เสร็จ
 
หลังจากพิธีกรรมเวทมนตร์ประมาณ 30 นาทีวงเวทย์เลือดรอบๆลุคก็เริ่มระเหยหายไป
ในที่สุดแกนกลางของศิลาเวทมนต์ก็กลับมามีสีโปร่งใส  เหมือนกับระยะแรกๆที่มันดริ่มถูกใช้
“ตอนนี้มันจบแล้ว ท่านสามารถไปตรวจสอบมันได้เลย”
ลุควางศิลาเวทมนตร์กลับเข้าไปในแกนเครื่องยนต์ และทำให้ประสิทธิภาพของเมียร์เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ มันดูเหมือนเป็นกิกันท์ตัวใหม่ที่เพิ่งลงมาจากเวิร์กชอป
เหล่าจอมเวทเหล็กไหลโดยเฉพาะผู้ที่ท้าทายลุคเป็นการเดิมพันนั้นถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์
“ไร้สาระ!”
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร…”
ลุคแทบไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์คาถาใด ๆ
แต่ด้วยวงเวทย์และการสะสมมานาของศิลาเวทย์มนตร์ มันจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้
“เรื่องไร้สาระ? หึ เป็นธรรมดาสำหรับพวกเจ้าที่ไม่ได้ศึกษามาอย่างถูกต้องที่จะไม่เข้าใจเรื่องนี้”
ในตอนที่ลุคยังเป็นพ่อมดซย์มอนและยังไม่มีศิลาเวทมนตร์เทียมมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะตามหาศิลาเวทมนตร์มาสักก้อน
และแม้แต่ลุคที่เป็นผู้นำในการสร้างกองทัพโกเลมเอง ก็ไม่สามารถทนกับความจริงที่ว่า โกเลมที่เขาสร้างขึ้นมานั้นไม่สามารถจะอยู่ในจุดที่ดีที่สุดได้เนื่องจากไม่มีศิลาเวทมนตร์
“คงจะดีไม่น้อย หากข้าสามารถรีไซเคิลเศษศิลาเวทมนตร์ที่ถูกทิ้งในตอนท้ายของชีวิต…’
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลุคเริ่มศึกษาค้นคว้าในเรื่องของตะกอนมานา
และในตอนนั้นเองที่เขาคิดได้
“ทำไมร่างกายมนุษย์เราถึงไม่มีการตกตะกอนของมานาเหมือนกับศิลาเวทมนตร์กันนะ”
มานาที่สะสมอยู่ในร่างกายนั้นไม่เคยหยุดไหลและเขาก็ไม่เคยได้ยินแนวคิดเช่นนี้มาก่อน
ด้วยเหตุนั้นลุคจึงเริ่มคิดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ จากนั้นเขาก็ถึงตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขากำลังมองหาก็คือเลือด ความมีชีวิตชีวาชองมันเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการไหลของมานา
นอกจากนี้เขายังค้นคว้าวิธีการชุบชีวิตหินเวทมนตร์โดยอาศัยเลือดและวงเวทย์ได้สำเร็จ
“ข้าคงกำลังเหนื่อยและจ้องมองเห็นภาพหลอนแน่ๆเลย”
“ใช่แล้ว เขาพยายามทำให้เราหลอนโดยใช้เวทย์มนตร์มืด!”
ลุคจ้องไปที่เหล่าจอมเวทเหล็กไหลขณะที่พวกเขากำลังพ่นเรื่องไร้สาระออกมา
ในความเป็นจริงคำพูดของพวกเขาเกี่ยวกับเวทมนตร์แห่งความมืดนั้นเป็นเรื่องจริง แม้ว่าเวทมนตร์นี้จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของคาเวทมนตร์ แต่คาถาเวทมนตร์นั้นก็ตั้งอยู่บนความรู้จากเวทมนตร์มืดเช่นกัน
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถหาหลักฐานใดๆมาพิสูจน์ได้ ลุคจึงไม่ได้สนใจอะไรมาก
“มนต์ดำ? เห็นข้าอัญเชิญปีศาจออกมารึไง? หรือว่าเห็นฉันสังเวยมนุษย์ไปกัน”
“เห็นได้ชัดว่าวงเวทย์นั่นสร้างจากเลือด…!”
“หุบปากซะ ไอ้โง่นี่! เจ้ากล้าดียังไง ที่มาทำเหมือนกับว่าความลับของจระกูลข้าเป็นเรื่องตลก!”
เมื่อลุคขึ้นเสียงราวกับว่าเขากำลังโกรธ เรย์น่าก็เข้ามายืนข้างๆเขา
“ลุคเป็นลูกหลานของอัศวินผู้ยิ่งใหญ่รากันต์ เขาจะใช้เวทมนตร์แห่งความมืดได้อย่างไร”
รากันต์นั้นมีชื่อเสียงในด้านการเป็นจักรพรรดิแห่งดาบ แต่ผู้คนมักจดจำเขาในฐานะอัศวินศักดิ์สิทธิ์
ด้วยเหตุนั้นลูกหลานของเขาจะกล้าใช้เวทมนตร์มืดได้อย่างไรกัน แม้ว่าเวทมนต์ที่ใช้เลือดเป็นสื่อกลางนั้นจะไม่ค่อยมีให้พบเห็นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย
ฝูงชนที่ได้ยินคำถามของเรย์น่าก็เริ่มส่ายหัว
“มันดูแปลกๆ แต่มันก็ไม่น่าจะใช่เวทมนตร์แห่งความมืด”
“นั่นสิ ใครจะกล้าใช้เวทมนตร์แห่งความมืดในเวลากลางวันกัน”
“ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าตระกูลรากันต์จะมีความลับแบบนี้ซ่อนอยู่”
โดยไม่คำนึงถึงการเดิมพัน พ่อมดคนอื่นๆก็เริ่มเข้าข้างลุค
“สำหรับเรื่องนี้…”
“พวกเจ้าทั้งสามคงไม่คิดที่จะแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติของพ่อมดหรอกใช่ไหม? เจ้ารู้หรือไม่ว่าการขาดความน่าเชื่อถืออาจจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่การเดิมพันโดยแล้วไม่ทำตามนั้นล้วนแต่ไม่น่าให้อภัย”
เมื่อลุคถามเสร็จ ขอมเวทเหล็กไหลทั้งสามก็รู้สึกอายจนแทบจะยกหัวไม่ขึ้น
ในทางกลับกันเจ้าหญิงย์น่าก็กำลังมองไปที่ลุคด้วยความชื่นชม
“นายน้อยท่านช่างน่าทึ่งจริงๆ แต่เมื่อไหร่กันที่ท่านเริ่มเรียนรู้เวทมนตร์พวกนี้?”
ฟิลิปที่ยืนอ้าปากค้างกล่าวขึ้นหลังจากฟื้นคืนสติ
ลุคให้การตอบกลับอย่างชาญฉลาด
“มันไม่มีอะไรพิเศษหรอก สิ่งนี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในความเชี่ยวชาญของตระกูลเราที่จะต้องได้รับการฟื้นฟู”
“แต่ท่านเรียนรู้เรื่องนี้มาจากใครกัน? จอมเวทเหล็กไหลที่ดินแดนเราก็มีเพียว มิวท์ เท่านั้น”
“ข้าเรียนรู้มันด้วยตัวเอง หลังจากอ่านหนังสือบางเล่ม”
“ข้าเข้าใจแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าตระกูลของท่านนั้นเป็นตระกูลอัศวินหรอกหรือ? การแสดงวงเวทย์นั้นก็เหมือนกับการมีความฝันที่ไม่มีอยู่จริง…”
ขณะที่ฟิลิปตั้งคำถามอยู่เรื่อยๆ การพูดโกหกก็เริ่มกลายเป็นเรื่องยากขึ้นไปเรื่อยๆ และทำให้ลุคเริ่มรู้สึกรำคาญอย่างช้าๆ
“เซอร์ฟิลิป!”
“ขอรับ นายน้อย!”
“ข้าได้แก้ไขกิกันท์แล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้าจำเป็นจะต้องลองทดสอบมันดูก่อนหรอ?”
“อ๊ะใช่! นี่เป็นครั้งแรกของข้า แต่ฉันจะพยายามควบคุมให้ดีที่สุด”
ฟิลิปปีนขึ้นไปบนบันไดเพื่อเปิดฝาบนหน้าอกเมียร์เพื่อเข้าไปในห้องควบคุม เขาเริ่มต้นด้วยการขยับนิ้วและข้อเท้า แล้วจึงเริ่มเคลื่อนไหวเพลงดาบขั้นพื้นฐานและพยายามปรับตัวให้เข้ากับกิกันท์ตัวใหม่นี้ให้มากที่สุดโดยมีลุคเฝ้าดูเขาจากด้านหลัง
ขณะที่ลุคกำลังทำเช่นนั้นเจ้าหญิงเรย์น่าก็มองมาที่เขา
“เขาเป็นคนที่น่าทึ่งต่างจากรูปลักษณ์ของเขาจริงๆ เขาดูค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่เมื่อเทียบกับอายุของเขา”
ตามอายุแล้ว ฟิลิปเป็นคนที่ให้บรรยากาศเหมือนกับพี่ชายซึ่งมันทำให้ลุคดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ลุคกำลังมองไปที่เมียร์ซึ่งทำให้เขาคิดขึ้นมาทันที
“ข้าสามารถเดิมพันในเกมนี้ได้ด้วยนี่นา และดูเหมือนเงินปันผลจะสูงขึ้นเนื่องจากอำนาจต่อรองในฝั่งของเจ้าหญิงนั้นต่ำกว่าของตระกูลเคาท์ลิปปี้อย่างเห็นได้ชัด… “
เรย์น่าเมื่อเห็นลุคก้าวขึ้นมาพร้อมกับถุงเงินจึงถามว่า
“ลุค นี่ท่านกำลังจะไปไหนกัน?”
“โอ้ ข้าก็จะไปดูว่ากิกันท์ของท่านเคานต์เป็นอย่างไรบ้าง”
ไม่มีทางที่ลุคจะพูดออกไปว่า ‘โอ้! ข้าจะซื้อตั๋วเงินปันผล!
เจ้าหญิงจะมองเขาอย่างไรถ้าเธอรู้ว่าเขาเดิมพันในเกมที่หมายถึงชีวิตของเธอ?
แน่นอนว่าหลังจากซื้อตั๋วเงินปันผลเสร็จ เขาก็ได้วางแผนที่จะไปสอดแนมกลุ่มของเคานต์อยู่เหมือนกัน
เรย์น่าเหลือบมองลุคที่เดินออกไปอย่างทุลักทุเล
“ทำไมเขาถึงเอาเงินไปสอดแนมด้วยกันนะ?”
เธอคิดหาวิธีต่างๆมากมายในการพยายามทำความเข้าใจความคิดของลุค แต่เธอก็ยังคิดไม่ออก…
 

Emperor of Steel

Emperor of Steel

กำเนิดใหม่จักรพรรดิเหล็กไหล เซย์ม่อน เขาคือชายผู้ซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของของศาสตร์มนต์ดำ เขาคือชายผู้ถูกขนานนามว่าปราชญ์แห่งความมืด เขาคือชายผู้ถูกตีตราว่าเป็นราชาปีศาจ สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้ผู้คนต่างพากันหวาดกลัวเขา และทำให้เขาถูกสังหารลงโดยจักรพรรดิดาบในที่สุด “ไม่ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้มันจบลงแบบนี้!” ในที่สุดแล้ว ด้วยความปรารถณาอันแรงกล้าที่อยากจะมีชีวิตต่อของเขา มันได้ทำให้เขากลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แต่โชคชะตาและความจริงนั้นโหดร้าย เขากลับมาเกิดใหม่หลังจากเวลาได้ล่วงเลยไปแล้วกว่า 500 ปี.. ชีวิตในครั้งนี้ของเขาจักถือกำเนิดใหม่ในฐานะผู้สืบทอดของศัตรูคู่แค้นของเขา จักรพรรดิดาบ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset