flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1095 เขาจะไม่ลองแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้จากหนึ่งในหมื่น

บทที่ 1095 เขาจะไม่ลองแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้จากหนึ่งในหมื่น

ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบโทรศัพท์มือถือของลู่เซิ่นไม่มีใครรับสาย

โอนสายไปยังโทรศัพท์ของหลินหยังก็ยังไม่มีใครรับเช่นกัน

ฉินซีรู้ว่า คำนวณจากเวลาดูแล้ว พวกเขาน่าจะยังอยู่บนเครื่องบิน คราวนี้ไม่แน่ว่าอาจจะพักผ่อนอยู่

โทรศัพท์ไม่ติดก็เป็นเรื่องปกติ

เธอพูดกับตัวเอง

แต่วิธีการพูดแบบนี้ไม่สามารถปลอบประโลมเธอได้

เธอวางโทรศัพท์มือถือลง จ้องมองอีเมลฉบับนั้นในหน้าจอแสดงผลอยู่ชั่วครู่ จู่ๆก็เปิดคลิปเสียงนั้นขึ้นมาฟังอีกครั้งอย่างเด็ดเดี่ยว

เสียงของลู่เซิ่นลอยออกมาจากในคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

“ได้ ฉันรับปากนาย ฉันจะถามเธอว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะแต่งให้กับฉัน”

“นายถามดีๆล่ะ อย่างไรก็เป็นถึงการขอแต่งงาน ยังคงต้องเป็นทางการสักหน่อย”

“หลังจากนั้นล่ะ ต้องจัดการแต่งงานหรือเปล่า”

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว น้องสาวของฉันจะแต่งงาน จะไม่มีพิธีการได้หรือ อย่าคิดว่าแค่ไปจดทะเบียนสมรสแล้วจะจบ”

“รอนายกลับไปรับเธอมาแล้วค่อยคุยกัน”

ลู่เซิ่นพูดทั้งหมดสามประโยค เหมือนกับตะปูที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจของฉินซี

ถ้าหากว่าพวกนี้……เป็นสิ่งที่ลู่เซิ่นพูดจริงๆ

อย่างนั้นก็เสียดสีกันมากเกินไปแล้ว

เธอกับลู่เซิ่น ไม่ใช่แค่จดทะเบียนสมรสกันก็ถือว่าแต่งงานแล้วหรอกหรือ

ไม่มีงานแต่งงาน ไม่มีการไปฮันนีมูน ไม่มีสิ่งใดๆที่เป็นของสามีภรรยา

เพียงแต่ว่าตอนนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาก็กระอักกระอ่วน ไม่มีสิ่งเหล่านี้ สมองของฉินซีสามารถยอมรับได้ แต่ในใจกลับไม่

แต่ว่าเธอกลับใจเย็นลงภายใต้ความสะเทือนใจนี้

นอกจากติดต่อลู่เซิ่นแล้ว เธอยังมีเรื่องอีกมากมายที่สามารถทำได้

ใครคือคนที่ส่งอีเมลมากัน

อีเมลของเธอติดตั้งระบบสกัดกั้นเอาไว้ อีเมลทั่วไปนั้นส่งเข้ามาได้ยากมาก ใครกันที่สามารถรอดพ้นการสกัดกั้นแบบนี้ได้ และใช้วิธีการส่งอีเมลโดยไม่ระบุชื่อเข้ามากัน

จะว่าไปแล้ว ตอนที่เธอกับลู่เซิ่นแต่งงานกันก็ไม่ได้บอกกับทุกคน แม้ว่าจะมีคนรับรู้ แต่ก็เป็นตอนที่พวกเขาหย่ากัน ท่าทางของสูหยิงนั้นแทบจะอดรนทนไม่ได้อยากให้ทั้งโลกได้รับรู้ว่าลู่เซิ่นโสดแล้ว ควรจะรู้ว่าระหว่างพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์สมรสกันแล้ว

ถ้าหากว่าเป็นแบบนี้ การส่งอีเมลนี้มาให้เธอมีวัตถุประสงค์อะไร

ไม่สมเหตุสมผล

แต่ถ้าหากรู้ความสัมพันธ์ของเธอกับลู่เซิ่น…….

ตอนนี้พวกเขารักษาความสัมพันธ์เบาบางที่ใกล้เคียงกับคนรักเอาไว้ คนที่รู้มีน้อยมาก ฉินซีสามารถใช้มือมือหนึ่งนับได้

อานหยัน จ้าวจิ้ง และยังมี……. ถังย่า

ฉินซีหรี่ตาลงเล็กน้อย และก็คิดถึงจ้านเซินที่มีอากัปกิริยาแปลกๆที่ได้พบเจอในวันนี้

หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับถังย่า

แต่พยายามที่จะส่งอีเมลให้กับเธอมากขนาดนี้ เพื่อที่จะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่เซิ่นหรือ

เรื่องแบบนี้ฉินซีคิดไปคิดมาแล้ว ก็มีเพียงแค่สูหยิงที่จะทำออกมาได้

หรือว่าถังย่าเกี่ยวข้องกับสูหยิง

ฉินซีสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าที่จะตัดสินโทษให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้า ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก็โทรศัพท์หาอานหยันดีกว่า

“ฉินซีหรือ” อานหยันรับสายโทรศัพท์ ค่อนแคะเสียงดังโวยวาย “ฉันว่าเธอลืมฉันที่เป็นเพื่อนคนนี้ไปแล้วมั้ง นานขนาดนี้ไม่ติดต่อฉันเลย!”

ฉินซีหัวเราะ “ไม่ใช่ว่าฉันกลัวคนอื่นจะไปรบกวนเธอหรือ”

แน่นอนว่าอานหยันก็เข้าใจความระมัดระวังตัวของฉินซี นี่เป็นเพียงแค่การพูดล้อเล่นไปอย่างนั้นเอง หยอกล้อเสร็จแล้ว ถึงได้เอ่ยถามขึ้นมาว่า “ดึกขนาดนี้แล้ว โทรศัพท์หาฉันมีธุระหรือ”

ฉินซีพยักหน้า “มีคนส่งอีเมลโดยไม่ระบุชื่อให้ฉัน ฉันสามารถตรวจหาสถานะของฝ่ายตรงข้ามได้ไหม”

เสียงของอานหยันจริงจังขึ้นมาในทันที “ส่งอีเมล อีเมลอะไร มีคนข่มขู่เธอหรือ”

ฉินซีรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่ ก็แค่…….”

เธอพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ไม่รู้ว่าทำไม สัญชาตญาณของเธอไม่หวังให้อานหยันรู้เรื่องนี้

บางทีเป็นเพราะว่าเดิมอานหยันก็เป็นกังวลในเรื่องที่เธอกับลู่เซิ่นอยู่ด้วยกัน ตัวเธอเองยังมีความเชื่อในตัวลู่เซิ่นอยู่หลายส่วน ดังนั้นจึงสามารถรักษาสติเอาไว้โดยไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง และสามารถใจเย็นรอการอธิบายจากลู่เซิ่นที่เป็นเจ้าตัวได้ แต่ถ้าอานหยันได้ยินคลิปเสียงนี้…….เธอจะต้องไม่สอบถามผิดถูกแล้วด่าลู่เซิ่นเลยอย่างแน่นอน

ฉินซีรู้ว่าตอนนี้ความใจเย็นที่ตัวเองรักษาเอาไว้นั้น เดิมก็ฝืนรักษาเอาไว้เท่านั้น ถ้าหากว่าฟังอานหยันวิเคราะห์ดุด่าล่ะก็ คาดว่า……ตัวเองก็ไม่มีทางที่จะใจเย็นได้เช่นกัน

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินซีก็กระแอมไอครั้งหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้พูดออกมา เพียงแต่ตอบอย่างคลุมเครือว่า “เป็นอีเมลรบกวนเท่านั้นเอง ไม่มีประสิทธิภาพในการข่มขู่อะไรหรอก”

“อย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงของอานหยันสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามปัญหานี้ต่อไป แต่เปลี่ยนเป็น “เธอส่งอีเมลของเธอมาให้ฉัน ฉันลองดูหน่อย”

ฉินซีรับคำ เพียงแต่อีเมลที่ส่งออกไปนั้นได้ลบคลิปเสียงไปแล้ว

หลังจากนั้นสิบกว่านาที อานหยันก็โทรศัพท์กลับมา

“ขอโทษด้วย” น้ำเสียงของอานหยันหม่นหมองเล็กน้อย “ฉันลองไปหลายวิธีแล้ว แต่ไม่มีวิธีใดเลยที่จะสามารถติดตาม IP ของคนที่ส่งอีเมลมาได้”

ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ถือว่าอยู่นอกเหนือการคาดเดาของฉินซี ปลอบเสียงเบาว่า “ไม่เป็นไร ฉันจะคิดหาวิธีอื่นดู”

ทั้งสองพูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยค ฉินซีก็วางสายโทรศัพท์ ครุ่นคิดอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ชั่วครู่

ตอนนี้ดูท่า จะหาทางออกจากคนส่งอีเมลนั้นไม่ได้ง่ายขนาดนั้นแล้ว

เธอก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือของตัวเองครั้งหนึ่ง

วิธีการที่ง่ายดายที่สุดก็คือ โทรศัพท์หาลู่เซิ่น ให้เขาอธิบายให้ชัดเจนด้วยตัวเอง

……..

ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร น่านฟ้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ภายในเครื่องบินส่วนตัวของลู่เซิ่น

หลินหยังมองโทรศัพท์ตัวเองที่ฉินซีโทรเข้ามา ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก็ยังไม่รับสาย แต่เดินไปอยู่เบื้องหน้าลู่เซิ่น “ประธานลู่ คุณนาย…..โทรศัพท์มาครับ”

เขามองไปที่โทรศัพท์มือถือของลู่เซิ่นตามจิตใต้สำนึกครั้งหนึ่ง

หน้าจอโทรศัพท์ของลู่เซิ่นไม่ได้ปิด ดังนั้นจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีโทรศัพท์สายหนึ่งที่ไม่ได้รับ

เป็นฉินซีเช่นกัน

หลินหยังแสดงความยินดีกับตัวเองที่ไม่ได้รับสายไป พลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวังไป “หลังจากนี้โทรศัพท์ของคุณนาย……ล้วนไม่รับสายหรือครับ”

ลู่เซิ่นยกมือขึ้นมานวดสันจมูก ตอบเสียงทุ้มว่า “ทางนายไม่ต้องรับ”

ประโยคหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นคุณล่ะครับ” ของหลินหยังนั้นไม่กล้าเอ่ยถามออกมา

ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องในครอบครัวของลู่เซิ่นกับฉินซี เขาสอดมือเข้าไปลำบาก

ดังนั้นจึงทำเพียงแค่พยักหน้า กลับไปยังที่นั่งของตัวเอง

ลู่เซิ่นนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดับอัตโนมัติของตัวเอง แล้วหลุบตาลง สีหน้านั้นทำให้คนที่มองเห็นไม่เข้าใจ

สำหรับที่ว่าทำไมเขาถึงไม่รับโทรศัพท์ฉินซี……ก็จำเป็นต้องย้อนกลับไปในช่วงเช้าแล้ว

……

ตอนเช้าที่ลู่เซิ่นออกจากรีสอร์ทชิงหยวน อารมณ์ก็ไม่ดีเท่าไร

เขาเห็นความไม่เข้าใจในนัยน์ตาแวววาวของฉินซี แต่ตอนนั้นเขาไม่มีวิธีที่จะอธิบาย ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่หลุบตาลง

เขารู้ว่า ถ้าหากว่าตัวเองพูดจริงๆ ฉินซีก็ไม่แน่ว่าจะไม่เข้าใจ ไม่แน่ว่าจะเหมือนกับเขาที่รับไม่ได้แล้วต้องจากไปทั้งแบบนั้น

แต่สำหรับฉินซี เขาไม่สามารถเสี่ยงได้

แม้ว่าจะมีความเป็นไปเพียงแค่หนึ่งในหมื่น เขาก็จะไม่ลอง

รออีกสักพัก

เขาพูดในใจ

รอผมอีกสักนิด ผมจัดการเรื่องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ผมจะต้องไม่ให้คุณได้รับความไม่เป็นธรรมแบบนี้แน่นอน

ความรู้สึกบนใบหน้าของฉินซีนั้นเหมือนกับมีดเล่มหนึ่งปักเขามาในใจของเขา ทำให้ใบหน้าของเขาล้วนอึมครึมลง

คนขับรถและหลินหยังล้วนเข้าใจและรับรู้ได้ จึงไม่เอ่ยพูดอะไรมากมาย ตลอดทางที่มุ่งหน้าไปยังบริษัทลู่ซื่อนั้นเงียบกริบ

เพียงแต่ว่ารถยังไม่ทันจะไปถึงบริษัทลู่ซื่อ ลู่เซิ่นก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

Options

not work with dark mode
Reset