flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 1364 ถอยให้

“ต้องเพิ่มระบบการรักษาให้เธอ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของฉินซี เธออาจจะสามารถพาตัวเองเข้าไปสู่ทางตัน แล้วขังตายตัวเองอยู่ในนั้น”

เหยาจ้าวตั้งใจพูดให้เรื่องดูรุนแรง เพื่อให้จ้านเซินรู้สึกเห็นใจฉินซี

อันที่จริงเหยาจ้าวนั้นดูออก

การปฏิบัติต่อฉินซีของจ้านเซินตอนนี้มีความแตกต่าง เห็นได้จากอาการปฏิกิริยาซึ่งได้เปลี่ยนไปมาก

เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มใส่ใจความรู้สึกของฉินซี เพื่อเธอแล้ว ยอมลดศักดิ์ศรีลงไปไม่น้อย

แต่ว่าเหยาจ้าวก็ไม่ได้พูดโกหกทั้งหมด

สถานการณ์ของฉินซีอยู่ในขั้นรุนแรงจริงๆ เพียงแต่ว่าเธอมีความสุขุมมากกว่าคนปกติ เธอรู้วิธีที่จะยับยั้งอารมณ์ของตัวเอง ซึ่งนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ร้ายเช่นกัน

เมื่อคนคนหนึ่งยับยั้งตัวเองอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว และไม่ได้รับการระบาย ผลที่ได้อาจจะตรงกันข้าม

ก็เหมือนกับเด็กที่ดื้อรั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่และคุณครูจะแสร้งทำเป็นน่ารักน่าเอ็นดู แต่พอลับหลังกลับมืดมนจนทำให้คนรู้สึกกลัว

นิสัยของฉินซีเป็นอย่างไร จ้านเซินย่อมรู้ดีกว่าเหยาจ้าว

ความจริงก็เหมือนอย่างที่เหยาจ้าวพูดไม่มีผิด ในช่วงนี้ฉินซีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มากจนทำให้จ้านเซินรู้สึกผิดปกติ

ตอนนี้ดูแล้วสาเหตุที่ทำให้ฉินซีมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ ก็คืออาการป่วยของเธอที่แย่ลง

จ้านเซินที่เดิมทีต้องการอยากจะพาตัวฉินซีกลับองค์กร แต่หลังจากที่ฟังคำวินิจฉัยของเหยาจ้าวแล้ว เขาก็เกิดความลังเลขึ้นในทันใด ไม่รู้ว่าควรจะพาฉินซีออกไปตอนนี้ดีหรือไม่

หนึ่งปีที่ฉินซีที่อยู่ข้างนอก เห็นได้อย่างชัดเจนว่าฉินซีมีความสุขมากกว่าตอนอยู่ในองค์กร

นี่ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงคำพูดของถังย่าในตอนนั้น ถ้าต้องการให้ฉินซีดีขึ้น และฟื้นตัวเร็ว ก็อย่าพันธนาการเธอ จงปล่อยเธอออกไปเดินเล่น

จ้านเซินจึงได้ปล่อยให้เธออิสระ แต่ว่าตอนนี้เขาต้องทนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างฉินซีกับลู่เซิ่นนับวันยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น จนเขาเริ่มรู้สึกทุกข์ใจ

เขากังวลว่าฉินซีจะออกไปจากองค์กร และไม่มีวันหวนกลับมาอีก

เพราะฉะนั้น จ้านเซินจึงได้เรียกเหยาจ้าวมาอย่างเร่งด่วน เพื่อต้องการให้เขาช่วยส่งฉินซีกลับไปที่องค์กร

เขามั่นใจในฝีมือของเหยาจ้าว ขอเพียงมีเขาอยู่ ฉินซีจะต้องปลอดภัย

แต่เหยาจ้าวกลับบอกว่าอาการของฉินซีนั้นค่อนข้างรุนแรง จะต้องได้รับการรักษาให้โดยเร็วที่สุด

ฉินซีเกลียดองค์กรอย่างกับอะไรดี จ้านเซินเห็นกับตา

ถ้าหากผลีผลาม ขืนพาเธอกลับไป เกรงว่าอาการของเธอก็จะยิ่งเลวร้ายลง

จ้านเซินไม่อยากเห็นฉินซีเหมือนเมื่อหนึ่งปีก่อน ที่มีชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน

แต่นี่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะยอมให้ฉินซีอยู่กับลู่เซิ่น

ฉินซีสามารถอยู่ที่นี่ต่อได้ชั่วคราว แต่ว่าเธอจะต้องอยู่ภายใต้สายตาของเขา จะไม่สามารถพบเจอกับคนที่ทำให้จิตใจของเธอหวั่นไหวได้

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จิตใจของจ้านเซินถึงได้สงบลง

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางเหยาจ้าวอย่างตึงเครียด : “ผมเข้าใจแล้ว หมอเหยา อย่างนั้นคุณก็ดำเนินการรักษาฉินซีให้ดีๆ ผมหวังว่าภายในหนึ่งอาทิตย์จะเห็นประสิทธิผล”

จ้านเซินออกคำสั่งกับเขาอย่างเคยชิน

เหยาจ้าวพยักหน้า : “ได้ ผมจะพยายามให้ถึงที่สุด”

เขารู้ดีว่าที่จ้านเซินพูดเช่นนี้ ถือเป็นการถอยให้แล้ว

ไม่อย่างนั้น ตอนนี้จ้านเซินก็คงให้เขาเก็บข้าวของ แล้วพาฉินซีกลับไปที่องค์กรภายใต้การคุ้มครองของบอดี้การ์ดแล้ว

“อืม แล้วฉินซีจะตื่นขึ้นมาตอนไหน”

จ้านเซินมองเธอที่นอนหลับใหลอยู่ข้างในผ่านกระจก น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน

ในจุดนี้ แม้แต่จ้านเซินเองก็ไม่ได้สังเกตเห็น

การเปลี่ยนแปลงของจ้านเซินนี้เหยาจ้าวไม่รู้จะบรรยายได้อย่างไร

หรือบางทีอาจชอบฉินซีขึ้นแล้วจริงๆ เพียงแต่ใช้ผิดวิธี

ถ้าหากเป็นฉินซีคนก่อน บางทีอาจจะหวั่นไหวกับการเปลี่ยนแปลงของจ้านเซิน

แต่ว่าฉินซีตอนนี้ มีลู่เซิ่นอยู่เคียงข้าง

เธอรักลู่เซิ่น เธอตัดสินใจที่จะถอนตัวออกจากองค์กรตั้งแต่แรกแล้ว และจะหนีไปให้ไกลๆ ไม่มีวันที่จะหวนกลับมาอีก

เมื่อสมัยเป็นเด็กฉินซีกับลู่เซิ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ฉินซีชอบออดอ้อนออเซาะเขา และก็ชื่นชมเขามาก

แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องอดีต และอดีตก็มักจะผ่านไปแล้วก็ผ่านไป

ฉินซีกำลังเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ มุ่งไปสู่ชีวิตใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน

มีเพียงจ้านเซินที่ยังหยุดอยู่ที่เดิม แล้วขังตัวเองไว้ในสถานที่ของตัวเอง แล้วคอยเฝ้าอยู่อย่างนั้น คอยปกป้องกฎขององค์กร จนพันธนาการจิตวิญญาณของตัวเอง

เขาเริ่มหวนกลับไปคิดถึงฉินซีคนนั้น คนที่คอยออดอ้อนออเซาะ

เหยาจ้าวรู้สึกว่า จ้านเซินคือคนที่ควรได้รับการรักษาสุขภาพจิตมากที่สุด

เขาคือคนที่มีความผิดปกติทางจิตมากที่สุดในองค์กร แต่เพราะร่างกายที่กำยำ จึงได้กดปัญหาทางจิตนี้ไว้ ดังนั้นสิ่งที่เห็นจากภายนอก จึงไม่มีความแตกต่างจากคนปกติทั่วไป

อีกทั้งยังได้รับการชื่นชม มีความสามารถที่โดดเด่น และเป็นผู้นำที่ดีมากคนหนึ่ง

“การสะกดจิตครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือทำให้ร่างกายของเธอได้รับบาดเจ็บขั้นรุนแรง เพียงแต่แค่สูญเสียพลังทางจิตเล็กน้อยเท่านั้น อีกไม่นานก็คงจะฟื้นตื่นขึ้นมา คุณไม่ต้องเป็นห่วง”

เหยาจ้าวรู้ว่าเขากำลังเป็นห่วง จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ จ้านเซินก็พยักหน้า

เขาไม่มีการพูดใดๆขึ้นอีก เพียงแค่หมุนตัวผลักประตูห้องผู้ป่วย

จ้านเซินเดินไปที่ข้างเตียงของฉินซี แล้วย้ายเก้าอี้วางลงบนพื้นเบาๆ

เขานั่งอยู่ตรงหน้าของฉินซี แล้วเอื้อมมือไปกุมเธอไว้

จ้านเซินไม่พูดไม่จา แต่ว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสาร

ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เหยาจ้าวรู้สึกทุกข์ใจ

เขาไม่รู้ว่าจะประเมินความรู้สึกที่จ้านเซินมีต่อฉินซีอย่างไร พูดได้แค่เพียงว่าพวกเขาทั้งคู่นั้นโดดเด่นมาก เหมาะสมกันมาก เพียงแต่ไม่มีวาสนาต่อกัน

….

อีกฝั่ง

โจวซิงกำลังเดินโกรธฟึดฟัดอยู่ในโรงพยาบาล

เมื่อสักครู่เขาได้คุยสนทนาทางโทรศัพท์กับลู่เซิ่น ลู่เซิ่นให้เขาตรวจเช็คอย่างละเอียด ว่าจ้านเซินได้วางบอดี้การ์ดรอบๆตัวฉินซีที่โรงพยาบาลไว้กี่คน

โจวซิงตอนนี้จึงแกล้งทะเลาะกับจ้านเซิน แล้วก็ออกกลอุบายเพื่อที่จะออกไป ด้วยการโขกกับกำแพงไปทั่ว

เขาดูจากภายนอกเหมือนว่าอยากจะออกไปมาก แต่ความจริงแล้วแค่อยากจะออกไปดูว่ามีการวางบอดี้การ์ดไว้กี่คน และวางไว้ตรงไหนบ้าง

“คุณแน่ใจนะว่าไม่ให้ผมออกไป”

โจวซิง โขกกำแพงอีกครั้ง และพูดด้วยความโมโห

เขาโกรธจนกำหมัดแน่น แววตาประกายด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน

จ้านเซินที่กำลังอยู่ในห้องผู้ป่วยของฉินซี

“ปังๆๆ!”

จู่ๆก็มีเสียงดังลอยมาจากนอกประตู

จ้านเซินคิ้วเข้มขมวดขึ้น ปล่อยมือแล้วเดินตรงไปที่ประตู

เขาค่อยๆปิดประตู เกรงจะส่งเสียงรบกวนจนฉินซีตื่น

จ้านเซินไม่ได้สังเกตเห็นว่าตอนที่เขากำลังปิดประตูอย่างสนิทนั้น ฉินซีที่นอนปิดตาอยู่บนเตียง มีการแอบลืมตาขึ้น

นัยน์ตาทอประกายด้วยแสงสีเหลือง ดวงตาไม่มีอาการง่วงนอนแม้แต่น้อย

เธอมองไปที่ประตูอยู่สักพัก โดยไม่ไหวติง

จากนั้น สายตาของฉินซีก็มองลงที่มือของตัวเอง ที่ยังเหลือไว้ซึ่งกลิ่นอายและอุณหภูมิของจ้านเซิน

นึกถึงท่าทางของจ้านเซินที่นั่งอยู่เงียบๆข้างกายตัวเอง ฉินซีเกิดความสับสนในใจ เกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้

ทันใดนั้น เธอก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากบอกจ้านเซินอย่างไรถึงเรื่องที่ต้องการจะจากไป

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

Options

not work with dark mode
Reset