flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 247 อย่าปฏิเสธผม

บทที่ 247 อย่าปฏิเสธผม

หลังจากนั้นสามวันมู่วี่สิงก็กลับมา เวลานั้นเวินจิ้งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนกายตรงระเบียง หนังสือในมือตกลงบนพื้น เธอนอนหลับแล้ว

เสียงรองเท้าหนังเหยียบลงบนพื้น มู่วี่สิงดึงประตูออก ในสิ่งเขาเห็นคือเวินจิ้งที่กำลังหลับสนิท

ผิวของเธอค่อนข้างขาว แสงอาทิตย์ส่องลงมาบนผิวขาวสว่างของเธอ

ผมยาวเหมือนน้ำตกที่ไหลกระจายออกมา ยิ่งสำหรับใบหน้าอันเรียวเล็กของเธอช่างงดงามน่าดึงดูด

สายตาของเขาอ่อนโยนลง

ก้มตัวลงมา หน้าหล่อเหลาของเขาเข้ามาใกล้ขึ้น ปลายนิ้วยกขึ้น

เมื่อสัมผัสโดนเวินจิ้ง เธอก็รีบลืมตาขึ้นทันที

ตอนที่มู่วี่สิงกลับมา เธอก็รู้ตัวแล้ว

เพียงแต่ ไม่อยากเผชิญหน้ากับเขา

แต่พอเขาเข้าใกล้ เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก

“คุณ……”

อยากจะพูดออกไป แต่ปลายนิ้วอันเรียวยาวของชายหนุ่มก็ได้แนบลงที่ริมฝีปากของเธอ เป็นการหยุดการเคลื่อนไหวของเธอ

“คุณนายมู่ ผมกลับมาแล้ว”

ริมฝีปากของเขาจรดบนหน้าผากของเธอ เป็นการจูบที่อ่อนละมุนมาก

ใจของเวินจิ้งรู้สึกชาไปสักพัก เธอหลับตาลง

มือของเขาขยับออก ริมฝีปากของเขากลับมาแทนที่ ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ

เวลาที่หมุนผ่านไปแต่ละนาที แต่ละวินาที สักพัก มู่วี่สิงถึงจะปล่อยห่างออกมา

แก้มของเวินจิ้งแดงระเรื่อจนแทบจะหยดออกมา

เธอดันไปที่หน้าอกของเขา “คืนนี้แม่บ้านไม่มานะ”

ช่วงนี้เธอต้องไปซื้อกับข้าวและทำอาหารเอง เป็นช่วงเวลาอันเงียบสงบ

“อืม ไปซุปเปอร์มาร์เกตเป็นเพื่อนผม?” มู่วี่สิงยังสวมชุดสูท เห็นขอบตาดำคล้ำดูลึกของเขา

เวินจิ้งยกมือขึ้น กลับต้องเก็บกลับมา

“ค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ สีหน้าไม่มีการแสดงอารมณ์ใดใด

ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ คนในซุปเปอร์มาร์เกตไม่มากนัก

เวินจิ้งรู้ว่าใบหน้าของเขาเป็นที่ดึงดูดคนจำนวนมาก และตัวเธอเองก็กลายเป็นจุดโฟกัสของผู้คนไปด้วย

ทั้งสองคนเดินไปยังเขตอาหารสด มู่วี่สิงถามเธอ “อยากทานอะไรหรอ?”

“ฉันได้หมด คุณตัดสินใจแล้วกัน”

เวินจิ้งพูดเช่นนี้ แต่ว่ามู่วี่สิงนั้นรู้รสปากของเธอดี กับข้าวที่เขาซื้อก็ล้วนเป็นสิ่งที่เธอชอบ

เวินจิ้งห้ามเขา “คุณเลือกในสิ่งที่คุณชอบเถอะ”

“คุณจะทำอาหารให้ผมหรอ?” มู่วี่สิงถาม

เวินจิ้งขมวดคิ้ว สักพักถึงจะพยักหน้า “ค่ะ”

วันนี้เขาน่าจะเหนื่อยมาก พอลงจากเครื่องบินก็กลับมาที่การ์เด้นมู่เจียวาน หลังจากนั้นก็ยังออกมากับเธออีก

เมื่อกลับถึงการ์เด้นมู่เจียวาน เงาคนที่ปากประตูลิฟต์นั้นดูคุ้นตา

พอเห็นฉีเซิน เวินจิ้งนิ่งงันไปสักพัก

“เวินจิ้ง เมื่อไหร่คุณจะกลับบ้านกับผม?” ฉีเซินมองไปที่เธอ งุ้มริมฝีปากขึ้นถาม

สายตาอันเย็นชาของมู่วี่สิงมองผ่านไป

“ฉันจะหาเวลาไปเยี่ยมคุณนายฉีนะ” เวินจิ้งตอบเสียงเรียบ

สำหรับการต้อนรับของหลินเวย เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับเช่นใดดี

“ถ้าคุณจะกลับไปให้บอกผมนะ ผมจะมารับคุณเอง”

ลิฟต์มาถึงแล้ว ฉีเซินขึ้นไปก่อน

หน้าของเวินจิ้งถูกมู่วี่สิงดึงกลับมา ความโกรธบนหน้าเขาเห็นได้อย่างชัดเจน

“เป็นอะไรไป?” เวินจิ้งถามเสียงเรียบ

“ผมไม่อยากให้คุณใกล้ชิดกับตระกูลฉี” มู่วี่สิงพูดไปตรงๆ

“คุณนายฉีเป็นแม่บังเกิดเกล้าของฉัน สิ่งที่คุณขอ ฉันทำไม่ได้หรอก”

“ทำไมเขาถึงทอดทิ้งคุณ คุณรู้ไหม?” น้ำเสียงของมู่วี่สิงเริ่มเย็น

เวินจิ้งขมวดคิ้ว “คุณอยากจะพูดอะไร?”

“ตอนนั้นหลินเวยต้องการจะสืบทอดทรัพย์สมบัติบางส่วนของตระกูลหลิน จำเป็นต้องให้กำเนิดลูกชาย แต่คุณกลับไม่ใช่”

“ดังนั้น ที่คุณพูดนั้น เพราะเขาต้องการทำเพื่อเงิน จึงได้ทอดทิ้งฉันใช่ไหม?”

“นี่เป็นสิ่งที่ผมสืบข้อมูลมาได้” มู่วี่สิงไม่ได้ปฏิเสธ “และความจริง ก็เป็นเช่นนั้น”

“ฉันเข้าใจแล้ว แต่ว่าระหว่างฉันกับเขาจะใกล้ชิดกันหรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“คุณนายมู่ ผมก็แค่เป็นห่วงคุณนะ”

เวินจิ้งมองดูที่มู่วี่สิง แล้วกัดลงที่ริมฝีปาก

“ไม่จำเป็น”

……

ตกเย็น เวินจิ้งกำลังยุ่งอยู่ในครัว

มู่วี่สิงต้องจัดการธุระเรื่องงาน พอกลับมาถึงบ้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นไม่หยุด

เวลาที่เขาทำงานมักจะเคร่งขรึมจริงจัง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด

อาหารส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่มู่วี่สิงเลือกมา แต่ส่วนใหญ่นั้นเธอกลับปรุงไม่เป็น

วุ่นอยู่สักพัก สุดท้ายล้มเหลวหมด

เวินจิ้งรู้สึกหงุดหงิด มองดูเมนูการทำอาหารในAPP แต่พอลงมือทำเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

เมื่อมู่วี่สิงเดินเข้ามาดู เวินจิ้งก็กำลังเก็บของ

พวกเขาคาดดูแล้วคืนนี้คงต้องสั่งอาหารมาทานแทน

“ปรุงไม่เป็นทำไมไม่บอกผมหล่ะ?” เขาโอบที่ตัวเธอ น้ำเสียงเอาใจแต่กลับรู้สึกทำอะไรไม่ถูก

เวินจิ้งเก้อเขิน เธอไม่กล้าบอกกับมู่วี่สิง

“โอเค พวกเราออกไปหาอะไรทานกัน” มู่วี่สิงกล่าว

เวินจิ้งกดหาโปรแกรมการสั่งอาหารมาทาน และดึงรั้งเขาไว้

“สั่งให้เขามาส่งเถอะ อย่าเสียเวลาทำงานเลย”

เพิ่งจะเริ่มทานไม่นาน ซูยีน ก็โทรเข้ามา

“เวินจิ้งที่แท้ก็เป็นผู้หญิงเลวคนนั้น!” เสียงอันโมโหของซูยีนดังเข้ามา

เวินจิ้งยังรู้สึกงง

“อะไรหรือ?”

“ฉินเฟยหน่ะ! หล่อนเป็นคนโทรไปแจ้งคุณปู่ของฉัน เขากับฉันได้งัดกันแน่ ในเมื่ออยากเข้ามายุ่งเรื่องของฉันนัก?”

“เพราะฉันทำให้คุณลำบากไปด้วยเลย” เวินจิ้งรู้สึกผิด

เดิมทีฉินเฟยเกลียดแค่เธอแค่นั้น ตอนนี้กลับมาทำให้ซูยีนเดือดร้อนไปด้วย

“ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก คนเลวยังไงก็เป็นคนเลว! เวินจิ้ง รอให้ฉันออกจากตระกูลลี่ได้ก่อน ฉันจะจัดการเขาก่อนคนแรกเลย!” ซูยีนพูดด้วยความแค้น

เดิมทีเธอเป็นคนที่ถ้าใครไม่รุกรานเธอก่อน เธอก็จะไม่รุกรานคนนั้น แต่ตอนนี้ฉินเฟยจงใจทำร้ายเธอ เธอจะจดบัญชีนี้ไว้เป็นแน่!

“ซูยีน เธอใจเย็นก่อนนะ ทำไม ท่านนายลี่ต้องกักตัวเธอไว้ด้วย?” เวินจิ้งถาม

ซูยีนเงียบไป สักพักถึงจะตอบเสียงต่ำ “คืนพรุ่งนี้ตระกูลลี่มีงานเลี้ยง คุณปู่ต้องการให้ฉันดูตัว”

“ถึงอย่างไรก็ตาม ฉันก็ไม่ได้สนใจผู้ชายคนคนไหน พรุ่งนี้ฉันก็จะหาโอกาสหนีออกไป”

พรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงครอบครัวประจำปีของตระกูลลี่ ได้เรียนเชิญญาติสนิทมิตรสหายของตระกูลลี่ทั้งหมดมาร่วมงาน

และมู่วี่สิงเองก็อยู่ในรายชื่อนั้นด้วย

“พรุ่งนี้ไปเป็นเพื่อนผม? หืม?” มู่วี่สิงโอบเธอ

บทสนทนาเมื่อสักครู่ที่เธอคุยกับซูยีนเขาก็ได้ยินหมดแล้ว เดิมทีก็วางแผนจะไปกับเวินจิ้งอยู่แล้ว

เวินจิ้งลังเล เพราะไม่อยากไปกับมู่วี่สิง

แต่ในใจเธอก็เป็นห่วงซูยีน

“คุณนายมู่ อย่าปฏิเสธผม” น้ำเสียงของมู่วี่สิงแข็งขึ้น

เวินจิ้งลดสายตาลง สีหน้ายังคงเรียบเฉย

ถึงแม้ว่าเธอจะนิ่งลง แต่ก็ยังคงมีท่าทีห่างเหินกับมู่วี่สิง

สายตาของเขาที่ยากจะคาดเดาแผ่กระจายออกไป

……

วันถัดมา เมื่อเวินจิ้งตื่นขึ้นมา ก็ถูกมู่วี่สิงโอบกอดอยู่ในอ้อมอก

เธอตกตะลึง มองเห็นหน้าชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ชิดมาก เขาหล่อเหลาไม่มีที่ติ

เธอรีบหันไปทางอื่น ดันตัวเขาออกไป

กลับถูกมู่วี่สิงกุมมือเธอไว้ ริมฝีปากของเขาขยับเข้ามาใกล้ใบหูของเธอ

“คุณนายมู่ เวลาที่ไม่มีคุณอยู่ที่ข้างกาย คุณไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกแย่ขนาดไหน”

การออกไปทำงานนอกสถานที่เป็นเวลาครึ่งเดือนนี้ ไม่มีช่วงไหนเลยที่เขาจะไม่คิดถึงเธอ

อยากกอดเธอ อยากจูบเธอ อยากจะทำทุกสิ่งกับเธอ

ตาของเขาเริ่มรู้สึกร้อนระอุขึ้น

เวินจิ้งรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของมู่วี่สิงดี จึงรีบผลักเขาออกไป

แต่มู่วี่สิงก็ได้ดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมกอด จนเธอยากจะหลบหนี

เขาจับที่อุ้งมือเธอไว้ เขาหมุนตัวกดทับตัวเธอไว้ด้านล่าง ดวงตาสีเข้มขึ้น

“มู่วี่สิง คุณปล่อยฉันนะ!” เวินจิ้งจ้องเขาด้วยความโกรธ

“ไม่ปล่อย ให้ผมกอดคุณหน่อย นะ?” อารมณ์คุกรุ่นถูกเขาควบคุมไว้ สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำอะไร

ไม่ได้ขืนใจ เพียงแต่แสดงความอ่อนโยนจนสุดใจออกมา

เวินจิ้งขยับไปไหนไม่ได้ สัมผัสสายตาอันลึกซึ้งของชายหนุ่ม เธอแทบจะสำลักออกมา

หันศีรษะไป ลมหายใจที่ติดจมูกไม่จางหายไป เธอหลับตาลง

ค่อยๆได้รับความรู้สึกอันคุ้นเคย ริมฝีปากของมู่วี่สิงสัมผัสลงบนริมฝีปากเชอร์รี่ของเธอ รสจูบของเขาเริ่มรุนแรงขึ้น

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

Options

not work with dark mode
Reset