flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 693 ฉันไม่หนีไปไหน

บทที่ 693 ฉันไม่หนีไปไหน

เป็นการอำลาที่กะทันหัน ท่าทีอีกฝ่ายยิ่งวางเฉยสบายๆ เธอยิ่งจี๊ดในดวงตา “จิ่งห้วน คุณอย่าพูดแบบนี้ รอให้ฉันกลับไปที่ลอนดอนก่อน รอให้แม่อาการดีขึ้น ฉันกับแม่จะไปเยี่ยมคุณกับนายหยูด้วยกัน”

หยูจิ่งห้วนที่กำลังฟังเสียงของเวินจิ้งอยู่ ใจนั้นรู้สึกอ่อนลง ขณะที่จะอ้าปากพูดขึ้น ทันใดนั้นหางตาก็เหลือบเห็นชายหลายคนใส่ชุดสูทสีดำวิ่งกรูเข้ามา ดวงตาเขาเย็นชาลงทันที

เวินจิ้งไม่ได้ยินเสียงเขาเป็นเวลาสักพัก และไม่เห็นว่าเขาวางสายลง จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “หมอหยู เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

สิ่งที่เธอได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของหยูจิ่งห้วน แต่เป็นเสียงผู้ชายที่เสียงทุ้มหนาและเยือกเย็น “คตุณชาย ท่านปู่ให้พวกเราพาท่านกลับ เชิญครับ”

จากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายลง

เวินจิ้งตกใจ ดูเหมือนเป็นคนบ้านตระกูลหยู

เธอจำได้ว่าหยูจิ่งห้วนกับนายหยูได้ตัดขาดจากตระกูลหยูแล้ว แล้วตอนนี้คือเกิดอะไรขึ้น

เวินจิ้งนั่งนิ่งอยู่สักครู่ แล้วก็ลงมาจากเตียงอย่างรีบเร่ง เปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างฉับพลันทันด่วน เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เปิดประตูห้องนอนแล้วออกไปในทันที

เดินลงไปตามทางบันได แต่กลับต้องชะงักหยุดขึ้น

ห้องรับรองแขกที่สว่างไสว แสงอรุณที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เป็นแสงอ่อนๆอย่างมีมิติ

ชายที่หล่อเหลาสง่างามนั่งอยู่บนโซฟา ก้มหน้าจ้องแท็บเล็ตที่อยู่ในมือย่างจดจ่อ หญิงสาวที่อยู่ข้างๆกำลังถือนิตยสารได้เอียงศีรษะที่เกือบจะพิงใกล้ทรวงอกของฝ่ายชาย ด้วยรอยยิ้มเป็นประกายอยู่บนใบหน้าที่สวยสดงดงาม

พวกเขาทั้งสองเหมือนกำลังสนทนาบางอย่างอยู่ ลักษณะท่าทางดูคึกคัก เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าฝ่ายชายจะดูเย็นชาตลอด แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจแต่อย่างใด ดูแล้วกลับเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ

เท้าของเวินจิ้งที่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศได้ถูกปล่อยลงมาแบบไร้ความรู้สึก แล้วค่อยๆก้าวเหยียบบันไดลงมา

เสียงของเธอที่ค่อนข้างดัง ดังนั้นเขาทั้งสองคนจึงได้ยินเสียงเก้าฝีเท้าของเธอ

มู่วี่สิงจึงรีบลุกขึ้นอย่างฉับพลัน จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเขากับมู่ซีขึ้น

เวินจิ้งมุ่งเดินตรงไปที่ประตู แม้ว่าสีหน้าจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อมองดูก็จะรู้ได้ว่าอารมณ์เธอนั้นไม่ค่อยจะดี

มู่วี่สิงรู้สึกผิดปกติ เมื่อคืนเขาก็ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ก็แค่จูบสองสามทีแค่นั้นเอง ตอนเช้าก็ไม่ได้ปลุกหรือกวนเธอ ใครกันที่ทำให้เธออารมณ์เสีย

เขาที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ได้รีบเข้าไปขัดขวางตัวเธอทันที แล้วจับข้อมือของเธอไว้ ถามด้วยเสียงโทนต่ำ “เป็นอะไรไป อาหารเช้าก็ไม่ทาน แล้วนี่จะไปไหน”

มู่ซีก็วิ่งตามมาอย่างฉันพลันทันด่วน ใบหน้าที่สวยงามเต็มไปด้วยความละอายใจและร้อนรน “พี่สะใภ้อย่าได้เข้าใจผิดนะคะ ฉันกับพี่วี่สิงเมื่อกี้เราแค่คุยปรึกษาเรื่องความรู้ทางการแพทย์เท่านั้น ดังนั้นจึงลืมรักษาระยะห่างไปชั่วขณะแค่นั้นเอง

เมื่อเห็นใบหน้าเวินจิ้งที่ยังนิ่งขรึม เธอก็ยิ่งกังวล “ที่พวกเรานั่งด้วยกันก็เพราะนั่งรอพี่ทานอาหารเช้า ปกติแล้วพี่วี่สิงไม่เคยสุงสิงกับฉันเลย

แววตาของหญิงสาวดูจริงใจ ถ้าเวินจิ้งไม่ให้อภัยเธอ วินาทีถัดไปดูเหมือนเธออาจจะสามารถร้องไห้ออกมาได้

เวินจิ้งรู้สึกน่าขำ สิ่งที่เห็นมันช่างดูไร้เดียงสาในสายตาเธอจริงๆ

“คุณปล่อยฉันนะ ที่ฉันออกไปเพราะมีธุระ” เวินจิ้งพูดเสียงเบา

เช้าขนาดนี้เธอมีธุระอะไรกัน หรือเป็นเพราะเธอไม่อยากอยู่ใกล้เขา ดังนั้นจึงอยากที่จะไปหาหลินยี่จนใจจะขาด

มู่วี่สิงหน้าถอดสีขึ้นในทันที พูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ทานข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยออกไป”

น้ำตามู่ซีที่กำลังจะหลั่งออกมา “พี่สะใภ้ พี่อย่าเป็นแบบนี้สิ ฉันกับพี่วี่สิงไม่ได้มีอะไรกันเลยจริงๆ พี่อย่าโกรธได้ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ทานข้าวเช้าก็ได้ พี่ทานกับพี่วี่สิงสองต่อสองนะ”

เวินจิ้งได้ยินคำพูดเหล่านี้ ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ ทันใดนั้นเธอรู้สึกว่าเหตุผลบางอย่างนั้นมันถูกต้อง ที่ว่าฝ่ายชายมองดูฝ่ายหญิงที่ท่าทางอ่อนแอ อาจเกิดความรู้สึกเวทนาสงสาร แต่เมื่อฝ่ายหญิงมองดูฝ่ายหญิงด้วยกันนั้นกลับรู้สึกน่าขยะแขยง

มู่วี่สิงดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด ถามด้วยโทนเสียงต่ำขึ้น “หึงหรอ”

เขารู้ดีว่าเวลาที่เวินจิ้งขี้หึงนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร อย่างไรเสียก็ไม่ใช่แบบนี้อย่างแน่นอน

เวินจิ้งเหลือบมองเขา “มู่วี่สิง ฉันบอกว่าฉันมีธุระต้องออกไป คุณฟังไม่รู้เรื่องหรือไง”

เธอที่ยังพึมพำอย่างต่อเนื่อง “หรือว่าฉันจะออกไปไหนไม่ได้”

เธอไม่มีทางที่จะไปหึงเขาได้ ถ้าเธอหึงเขาขึ้นมาจริงๆ สิ่งที่เธอทำคือให้เขากับมู่ซีตัดขาดการติดต่อกัน ไม่ให้พวกเขามีโอกาสเทียวไปเทียวมาและมารั้งเธอไว้อย่างนี้ได้

มู่วี่สิงสีหน้าขรึมขึ้น พูดด้วยเสียงแข็งว่า “ไม่ว่าจะเป็นธุระอะไร ทานข้าวเช้าก่อน”

มู่ซีก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้น “พี่สะใภ้ ถ้าพี่มีธุระจริงๆ อย่างนั้นให้พี่วี่สิงไปเป็นเพื่อนสิ ถ้ามีพี่เขาอยู่ บางทีอาจจะช่วยอะไรได้บ้างนะ”

เวินจิ้งนิ่วหน้า คำว่า “พี่สะใภ้” ฟังแล้วรู้สึกขนลุกขนพอง

“ก็ดี” มู่วี่สิงที่ตอบรับอย่างทันควัน แม้ว่าสีหน้าจะยังคงเย็นชาก็ตาม “ทานข้าวเช้าก่อน ส่วนเรื่องของคุณผมจะจัดการให้”

เวินจิ้งขมวดคิ้วขึ้น แล้วกะพริบตาปริบๆ บนใบหน้ามีรอยยิ้มแดกดัน “เกิดเรื่องขึ้นกับหมอหยู คุณจะช่วยฉันหรอ”

วินาทีถัดมาสีหน้าของมู่วี่สิงเยือกเย็นขึ้นจริงๆในฉับพลัน ใบหน้าดูเย็นชามาก

เวินจิ้งมองดูชายที่อยู่ข้างๆ จากนั้นบุ้ยปากแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร ฉันหาทางเอง”

จ้องเขม็งเมื่อเขาจับข้อมือเธอไว้ เวินจิ้งพูดขึ้น “รอให้แน่ใจว่าหมอหยูปลอดภัยแล้วฉันก็จะกลับมา คุณไม่ต้องเฝ้าฉันทุกวันแบบนี้ก็ได้ ในเมื่อฉันเต็มใจกลับมากับคุณ ฉันคงไม่หนีไปไหนหรอก”

“แค่คุณคนเดียวจะมีวิธีอะไร” มู่วี่สิงดึงมือเธอแล้วเดินกลับ จากนั้นเดินไปหยิบกุญแจรถขึ้น “เดี๋ยวคุณทานข้าวเช้ากับผมก็แล้วกัน ผมจะออกไปกับคุณ”

ไม่รอคำตอบของเวินจิ้งแต่อย่างใด จับข้อมือเธอไว้แล้วจากไป

ทันใดนั้นเสียงมู่ซีได้ดังขึ้น “แต่พวกคุณจะไม่ทานข้าวเช้ากันก่อนเหรอ ฉันตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมาทำโจ๊ก…..”

เวินจิ้งถูกเขาโยนเข้าไปในรถ จากนั้นเขาก็โยนโทรศัพท์ลงไปบนตัวเธอ “โทรหาเกาเชียน แล้วเล่าละเอียดให้ชัดเจน”

เวินจิ้งที่ตอบอืมขึ้นแล้วทำตามอย่างเชื่อฟัง

เกาเชียนที่ทำงานอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นานก็โทรกลับมา “คุณเว……นายเวินคุณหยูถูกคนของบ้านตระกูลหยูจับตัวกลับไป ความจริงเขาอยากจะแอบจากไปอย่างเงียบๆ นายหยูถูกเขาส่งไปต่างประเทศแล้ว ก่อนหน้านี้เขาได้ทะเลาะกับท่านหยู”

เวินจิ้งเลิกคิ้ว “ทำไมถึงทะเลาะกันล่ะ”

เกาเชียนพูดอย่างลำบากใจ “คุณนายครับ ตอนนี้ยังไม่ได้สืบรายละเอียดได้ถึงขั้นนั้น…..”

เวินจิ้งตอบรับแล้วก็กดวางสายลง

เธอชะงักแล้วพูดขึ้น “ฉันอยากจะไปบ้านตระกูลหยู”

มู่วี่สิงที่สีหน้าขรึมมากกว่าเดิม พูดด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ว่า “วางใจเถอะ คนบ้านตระกูลหยูไม่มีทางทำอะไรเขาหรอก”

เวินจิ้งกลับยืนกราน “ฉันอยากจะไปดู มู่วี่สิง หมอหยูได้ช่วยเหลือฉันไว้มากมาย ฉันแค่ต้องการแน่ใจความปลอดภัยของเขาเท่านั้นเอง”

“เมื่อถึงเวลานั้นคุณแค่รออยู่ที่ประตูก็พอ ฉันจะเข้าไปเอง”

“สิบนาที” เขาเปล่งคำสามคำเบาๆ” ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะกลับกันเดี๋ยวนี้”

“ก็ได้” เวินจิ้งตอบไปเพียงผิวเผิน

มู่วี่สิงเป็นคนที่ไม่มีเหตุผล เธอก็ไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดกับเขา

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

Options

not work with dark mode
Reset