flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน – ตอนที่ 903 แค่อยากหย่ากับฉัน

บทที่ 903 แค่อยากหย่ากับฉัน

ฉินซีลังเลอยู่พักหนึ่ง

สิ่งที่แม่ของฉันพูดเมื่อกี้มันน่าตกใจมาก จนแม้แต่เธอเองก็ยังรับไม่ได้ในเวลาสั้นๆ

แต่เธอมีลางสังหรณ์ว่า แม่ของเธอจะไม่โกหกเธอ

เธอพยักหน้าช้าๆ

เหยาหมิ่นหายใจเข้าลึกๆ “งั้นสิ่งที่แม่จะพูดต่อ หนูห้ามโกรธนะ”

ฉินซีขมวดคิ้ว “คุณแม่ แม่จะพูดอะไรเหรอ”

เหยาหมิ่นค่อยๆยิ้มอย่างเศร้าใจว่า “พ่อของหนู … มีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างนอกแล้ว”

ดวงตาของฉินซีเบิกกว้างทันที “อะไรนะ”

เหยาหมิ่นก้มหน้าลงและไม่ได้มองเธอต่อ “เขา … บอกแม่เรื่องนี้นานมากแล้ว ผู้หญิงคนนั้น… ท้องเร็วกว่าแม่ด้วยซ้ำ …”

ฉินซียืนขึ้นทันทีและพูดอย่างโกรธว่า “เป็นไปไม่ได้”

เหยาหมิ่นเห็นเธอท่าโกรธเกรี้ยวของเธอ และมีรอยยิ้มที่เศร้าใจบนหน้า “เสี่ยวซี ลองคิดดูดีๆสิ หลังจากที่เราย้ายไปอยู่บ้านใหม่ของตระกูลฉิน คุณพ่อเขา … เวลาที่อยู่บ้านเยอะมั้ย”

ฉินซีพูดอย่างโกรธว่า “เขายุ่งไม่ใช่เหรอ นั่นเป็นเพราะเขายุ่งกับงาน”

เหยาหมิ่นส่ายหัวและค่อยๆก้มตาลง “จริงๆแล้วลูกเชื่อแม่แล้ว ไม่ใช่เหรอ”

ฉินซีตกนั่งลงเตียงทันที

นั่นคือพ่อของเธอ

เรื่องกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง

เหยาหมิ่นพูดเบาๆว่า “ที่เขาทำแบบนี้ ก็แค่อยากหย่ากับแม่เฉยๆ”

ฉินซีก้มหัวลง ปิดหน้าไม่ได้อยากฟังอะไร

เป็นไปได้ยังไง……

เหยาหมิ่นดูเหมือนจะเข้ามาในโลกของตัวเองและพูดกับตัวเองว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างเราไม่ได้ดีมาตลอด หนูก็รู้ จริงๆแล้วแม่รับไม่ได้ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ … “

ฉินซีค่อยๆเงยหน้าขึ้นและมองเธอว่า “เมื่อไหร่”

เหยาหมิ่นไม่เข้าใจที่เธอพูด และเอียงหัว “อะไรนะ”

ฉินซีค่อยๆพูดอย่างโกรธว่า “รู้เรื่องตั้งเมื่อไหร่”

เหยาหมิ่นยิ้มอย่างเศร้าและตอบช้าๆ “หลายปีแล้ว … “

ฉินซีค่อนข้างโกรธ แต่ไม่รู้ระบายอารมณ์ยังไง ได้แต่เก็บความโกรธที่ระบายออกมาไม่ได้ และน้ำเสียงก็กลายเป็นเย็นชา “ทำไมคุณแม่ไม่พูดสักคำเลย”

เหยาหมิ่นนั่งอยู่ข้างๆเธอ แล้วจับมือเธอเบาๆ “แม่จะบอกว่ายังไงล่ะ บอกว่าคุณพ่อของหนูมีผู้หญิงอยู่ข้างนอกมาโดยตลอดเหรอ”

ฉินซีสำลัก แต่ก็ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว “แต่อย่างน้อยคุณแม่ก็ไปจากเขาได้”

สายตาของเหยาหมิ่นหลบเลี่ยงและน้ำเสียงของเธอก็เบาๆ “เสี่ยวซี ดูสถานการณ์ปัจจุบันของเราสิ แม่ไปจากพ่อหนูแล้ว จะไปไหนได้ล่ะ “

ฉินซีเงยหน้าขึ้นมองกำแพงที่ขึ้นรา เธอไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร คิดไปสักพักถึงนึกออกว่า “คุณแม่ไม่มีเงินปันผลจากบริษัทเหรอคะ หนูเคยได้ยินคุณพ่อบอกว่า คุณแม่มีหุ้นของบริษัทฉินซื่อกรุ๊ปอยู่ในมือเนี่ย… “

เหยาหมิ่นส่ายหัว “อยู่ในมือพ่อหนูหมด”

ฉินซีมองเหยาหมิ่นอย่างประหลาดใจ

เธอก้มหัวลง สีหน้าที่ดูเศร้าจางๆ และผิวของมือที่จับเธออยู่นั้นบอบบาง ดูก็รู้แล้วว่าไม่เคยลำบากไม่เคยเหนื่อยเลย

เมื่อก่อนตอนที่ตระกูลเหยายังร่ำรวยและมีอำนาจอยู่ เหยาหมิ่นเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอ แม้ว่ามีตระกูลเหยาอยู่ข้างหลังเธอคอยให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีการพึ่งพาอะไร โดยเฉพาะหลังจากแต่งงานกับ ฉินซึ่งเทียน เธอก็ไม่ได้ติดต่อกับตระกูลเหยาอีกเลย

และตระกูลเหยาไม่ได้มีอำนาจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เธอยิ่งรู้สึกว่าเธอไม่มีการพึ่งพาอะไรเลย แค่ยึดติดกับฉินซึ่งเทียนอย่างเดียว

เธอก็เป็นผู้หญิงที่ยึดติดกับครอบครัวและสามีของตัวเองเหมือนผู้หญิงอื่นๆ

ถ้าไม่มีสามี ก็เท่ากับว่าคนหลักของชีวิตหายไป

ฉินซีรู้สึกในใจมีความโกรธมากขึ้น

เธอรู้ว่าแม่ของเธออ่อนโยนมาตลอด แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่า จริงๆแล้วเธออ่อนแอจนใครทำอะไรก็ได้

เหยาหมิ่นเห็นว่าเธอไม่ได้พูดอะไรสักคำ โดยคิดว่าเธอได้รับการกระตุ้นจากเรื่องที่ฉินซึ่งเทียนนอกใจ เลยอธิบายว่า “จริงๆแล้วเรื่องที่นอกใจ เขาเคยสารภาพกับแม่แล้ว ถ้าไม่ใช่เขาบอก แม่อาจจะยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ…”

ฉินซีอดไม่ได้ที่จะพูดเสียงดัง “เป็นเพราะเขาสารภาพกับคุณแม่ คุณแม่ต้องขอบคุณเขามากๆงั้นเหรอ”

เหยาหมิ่นอึ้งไป “แต่ … อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้โกหกแม่ … “

ฉินซีก้มหัวลงอย่างไม่รู้ทำไงดี

เธอรู้สึกว่ามีอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างตัวเธอกับแม่มากเกินไป ทั้งสองคนแทบจะไม่สามารถพูดในประเด็นเดียวกันเลย

วันนี้เหยาหมิ่นได้รับเรื่องน่าตกใจมากแล้ว ต้องการพักผ่อน เธอไม่อยากอารมณ์เสียกับเหยาหมิ่นอีก

เธอได้รับข้อมูลมากมาย สมองยุ่งเหยิงไปหมด เธอก็ต้องการเวลาสงบสติอารมณ์เหมือนกัน

ที่จะให้เหยาหมิ่นกลับบ้านในตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เธอจึงลุกขึ้นยืนและพูดว่า “คุณแม่ งั้นคุณแม่พักผ่อนเถอะ หนู…หนูกลับไปก่อนนะ”

เหยาหมิ่นไม่คิดจะให้เธออยู่ด้วย พยักหน้าและให้เธอกลับไป

ฉินซีกลับบ้านอย่างเศร้าหมอง และบังเอิญเจอฉินซึ่งเทียนในห้องโถง

“คุณหายไปไหนมา” น้ำเสียงของฉินซึ่งเทียนดุมาก แต่ฉินซีสังเกตดีๆ และเห็นว่าการแสดงออกของเขาผ่อนคลายมาก

ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์คุยกับฉินซึ่งเทียน ตอบมั่วๆก็กลับห้องไปแล้ว

หลังจากปิดประตู เธอมีเวลาคิดอย่างเงียบๆสักที

ไม่ใช่ว่าเหยาหมิ่นจะไม่มีเหตุผลที่จะโกหก เธออาจจะโกรธเพื่อจะแก้ตัวกับเรื่องที่ตัวเองทำก็ได้ แต่ … ฉินซีก็เชื่อคำพูดของแม่เธอตามสัญชาตญาณ

เพราะว่าหลายปีที่ผ่านมา ฉินซึ่งเทียนไม่สนใจครอบครัวมากจริงๆ

แต่แค่เรื่องนี้อย่างเดียว เธอยังไม่สามารถสรุปได้

ตามคำพูดของแม่ของเธอ ที่ฉินซึ่งเทียนทำแบบนั้น ก็แค่เพื่อหย่ากับเธอ

ฉินซีไม่ค่อยเชื่อในเรื่องนี้

ตอนนี้ตระกูลฉินกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่เหยาหมิ่นไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเหยาแล้ว และเธอก็ไม่มีความเห็นส่วนตัวใดๆทั้งนั้น ฉินซึ่งเทียนรักศักดิ์ศรีของตัวเองมาก วิธีการหย่าร้างกับคุณแม่มีมากมาย ทำไมเขาต้องเลือกวิธีที่จะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนด้วยล่ะ

เธอรู้สึกว่า ต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ

ไม่รู้ว่าเพราะคิดเยอะไป หรือโดนฝนในตอนบ่าย ฉินซีจึงไข้ขึ้นตอนกลางดึก

เธอนอนป่วยอยู่บนเตียง มีคนเดินไปเดินมาอยู่ข้างๆ และดูเหมือนว่าจะมีคนเถียงกันอยู่ที่ทางเดิน แต่เธอก็ไม่มีแรงที่จะไปดูด้วย

พ่อบ้านนั่งอยู่ข้างเตียงของเธอ เช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้เธอ

ฉินซีฟังเขาพูดเบาๆอย่างไม่ชัดว่า “กำจริงๆ… “

ในตอนเช้า ฉินซีเหงื่อออกเยอะมาก และไข้ก็ลดลงแล้วด้วย

พ่อบ้านอายุมากแล้ว ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยไม่ไหว กลับห้องไปพักผ่อนแล้ว

ฉินซีพยายามไปหยิบโทรศัพท์ของเธอ พอเปิดดูและเห็นว่าเมื่อคืนคุณแม่โทรมาหาหลายครั้ง และส่งข้อความเข้ามามากมาย

ฉินซีเปิดโทรศัพท์ และข้อความที่ได้รับก็ไม่เป็นลำดับ เธออ่านไปหลายข้อแต่ไม่เข้าใจ ก็เลยโทรกลับไปโดยตรง

คุณแม่ไม่ได้รับสาย

ฉินซีสงสัยเบาๆ และรีบโทรกลับไปทันที

เหยาหมิ่นรับสายสักที แต่มีเสียงร้องว่า “เสี่ยวซี … “

ฉินซีมีความรู้สึกที่ไม่ดี เธอพยายามลุกขึ้นนั่งและพูดว่า “คุณแม่ เป็นอะไรเหรอคะ”

เหยาหมิ่นสะอื้นอยู่พักหนึ่ง”ฉินซึ่งเทียนส่งสัญญาหย่ามาให้แม่ บอกว่าถ้าแม่ไม่เซ็น เขาจะปล่อยรูปที่แม่นอกใจออกไป… “

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

flash marriage เธอต้องแต่งงานกับฉัน

เดิมทีคิดว่ามู่วี่สิงเป็นคนธรรมดา หลังแต่งงานจึงรู้ได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้อย่างรอบคอบสามีของตัวเองไม่เพียงแต่เป็นหมอ ยังมีฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ และทายาทของตระกูลใหญ่

Options

not work with dark mode
Reset