Lady to Queen บัลลังก์แค้นจักรพรรดินี – ภาคแยก | บทที่ 24 ความจริงเปิดเผย

ถ้วยชายังคงสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง แพทริเซียหอบหายใจแรงพลางพึมพำในใจ

อา ขืนเป็นแบบนี้ชาได้หกหมดแน่

แพทริเซียค่อยๆ ขยับมือขณะที่ยังคงหลับตาและประกบปากกับลูซิโอ ถ้วยชาถ้วยนี้ทำให้นางไม่สามารถจดจ่ออยู่กับจูบของลูซิโอได้ แพทริเซียขยับมือสองสามที ในที่สุดนางก็วางถ้วยชาลงบนโต๊ะได้โดยสวัสดิภาพ เมื่อสองมือเป็นอิสระ หญิงสาวจึงใช้มันประคองใบหน้าของลูซิโอไว้ จากนั้นจูบของลูซิโอก็รุนแรงขึ้นราวกับถูกการกระทำนั้นของแพทริเซียกระตุ้น

“อะอือ ฝ่า…”

“ฝ่าบาทเพคะ”

เสียงของมีร์ยาดังมาจากด้านนอก ลูซิโอไม่สนใจเสียงนั้นและยังคงจูบแพทริเซียต่อไป แต่แพทริเซียที่แม้จะหายใจหอบถี่ก็ยังคงตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติมากที่สุด

“มะ มีเรื่องอะไร”

“หม่อมฉันพาชายชราที่รับสั่งถึงเมื่อครู่มาแล้วเพคะ”

แย่จริง ทำเสียบรรยากาศเสียแล้ว

แพทริเซียขมวดคิ้วพลางผละใบหน้าออกจากลูซิโอ สีหน้าของลูซิโอตอนนี้เต็มไปด้วยความเสียดาย

“ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามาร์เชอเนสพรินสกีจะไม่รู้เวล่ำเวลาขนาดนี้” ลูซิโอบ่นกระปอดกระแปด

“หม่อมฉันก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกันเพคะ ฝ่าบาท”

แพทริเซียว่าพลางหอบหายใจ จังหวะการหายใจของนางถี่กว่าตอนแรกมาก หากเปิดประตูออกไปทั้งอย่างนี้คงไม่ต่างอะไรกับการป่าวประกาศให้ภายนอกรู้ว่าภายในห้องเกิดอะไรขึ้น แพทริเซียสูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามทีเพื่อปรับลมหายใจให้เป็นปกติก่อนจะจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากของลูซิโอด้วยความเสียดาย

“พาเขาไปที่ห้องรับรอง มีร์ยา” แพทริเซียกล่าวพลางจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ให้เข้าที่

พูดจบ แพทริเซียก็จูบที่ปลายจมูกของลูซิโอแล้วเอ่ยเสียงกระซิบ

“อีกเดี๋ยวค่อยเสด็จมาใหม่นะเพคะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

ลูซิโอยิ้มพรายแล้วจุมพิตที่หน้าผากของแพทริเซีย หญิงสาวจึงเผยยิ้มอย่างอารมณ์ดี

***

ชายชราอยู่ในสภาพสะอาดสะอ้านจนไม่น่าเชื่อว่าตอนพบกันครั้งแรกเขาจะอยู่ในสภาพนั้น แต่บางทีอาจเป็นพวกข้ารับใช้ที่สั่งให้เขาอาบน้ำล้างตัวเพื่อเข้าวัง แพทริเซียเดินเข้าไปในห้องรับรองพร้อมด้วยรอยยิ้มงดงามบนใบหน้า ชายชราเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่ง แพทริเซียโบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรโดยที่ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม แพทริเซียนั่งลงตรงข้ามชายชราก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เราเป็นฝ่ายบอกว่าจะส่งคนไปหาแท้ๆ แต่กลับติดต่อไปช้าถึงเพียงนี้ ต้องขออภัยจริงๆ”

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท พระองค์มีราชกิจรัดตัว กระหม่อมจึงคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าคงมิอาจเรียกหากระหม่อมได้ในเร็ววัน”

“เช่นนั้นเราขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน” แพทริเซียถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านเป็นใคร รู้จักเราได้อย่างไร”

“ฝ่าบาท…” ชายชราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็เปิดปากด้วยสีหน้าแน่วแน่ “พระองค์จำกระหม่อมได้หรือไม่”

แพทริเซียส่ายศีรษะช้าๆ “ขอโทษจริงๆ หากเราจำได้เราคงนึกออกทันทีที่เห็น อีกทั้งเราก็จำหน้าคนไม่เก่งเท่าใดนัก”

“มิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจ” ชายชราพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “เป็นไปได้ที่ฝ่าบาทจะจำกระหม่อมไม่ได้ เพราะตอนที่เจอกัน…เวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ตึงเครียด”

“หมายความว่าอย่างไร”

“ตอนคัดเลือกควิเนส กระหม่อมเป็นผู้ตรวจพระวรกายให้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ”

ตอนนั้นเองแพทริเซียจึงรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบอีกฝ่ายมาก่อนจริงๆ หญิงสาวถามกลับทันที

“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่เหตุใดผู้ที่เคยเป็นถึงหมอหลวงอย่างท่านถึงไปอยู่ในสลัมได้เล่า”

สิ้นคำถามของแพทริเซีย ชายชราก็ค่อยๆ หลับตาลง สีหน้าของเขาดูกระวนกระวายใจอย่างประหลาด ทำให้แพทริเซียรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมา เหตุใดเขาจึงมีสีหน้าเช่นนั้น?

“เพราะกระหม่อมทำความผิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ความผิดหรือ”

“ก่อนจะเข้ามาเป็นหมอหลวง กระหม่อมเคยเป็นหมอประจำตระกูลดยุกวาเซียร์พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้ว?”

แพทริเซียจ้องมองชายชราด้วยสีหน้างุนงง ชายชราเห็นสายตานั้นก็รู้สึกทนไม่ได้จึงสารภาพออกมาด้วยความทรมานใจ

“กระหม่อมสังเวยชีวิตของฝ่าบาทเพื่อช่วยคุณหนูทริชาพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร”

“ฝ่าบาท…” คำพูดต่อมาของชายชราช่างน่าตกตะลึง “ไม่ได้เป็นหมันพ่ะย่ะค่ะ”

เขาเคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน และได้ดยุกวาเซียร์รุ่นก่อนช่วยไว้จนกระทั่งได้กลายเป็นหมอประจำตระกูล วันหนึ่งเมื่อตำแหน่งหมอหลวงว่างลง ดยุกวาเซียร์คนปัจจุบันจึงแนะนำให้เขาเข้ามารับตำแหน่งนี้ เขาจึงกลายเป็นหมอหลวงในที่สุด สำหรับคนที่เคยมีชีวิตน่าสมเพชอย่างเขา ดยุกวาเซียร์เป็นผู้มีพระคุณที่เขาจะไม่มีวันทรยศเป็นอันขาด

ทว่า หลังจากนั้นไม่นานจักรพรรดิองค์ก่อนก็เสด็จสวรรคตและลูซิโอก็ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ และต่อมาไม่นานโรสมอนด์ก็เข้ามาเป็นอนุภรรยาของลูซิโอ นางเป็นคนละโมบโลภมาก และกระหายอยากจะเป็นจักรพรรดินี แต่ตอนนั้นนางยังมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ ดังนั้น นางจึงต้องการหุ่นเชิดที่จะมารักษาตำแหน่งจักรพรรดินีไว้จนกว่านางจะได้ตำแหน่งนั้นมาครอบครอง

หุ่นเชิดจะเป็นภัยต่อเจ้านายมิได้ และสำหรับโรสมอนด์ จักรพรรดินีที่เป็นภัยต่อนางคือสตรีที่ ‘สามารถให้กำเนิดทายาทได้ทุกเมื่อ’ เพราะหากจักรพรรดินีเกิดมีโอรสขึ้นมา แผนการที่จะกำจัดอีกฝ่ายเมื่อตนมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นจักรพรรดินีก็จะล้มเหลวไม่เป็นท่า ท้ายที่สุด ในการคัดเลือกควิเนสรอบสุดท้ายโรสมอนด์จึงสุ่มเลือกหมอหลวงมาห้าคนและออกคำสั่ง

“เรื่องอื่นไม่สำคัญ ตรวจแค่ความสามารถในการมีลูกก็พอ”

ตอนแรกหมอหลวงทั้งห้าคนไม่ได้เอะใจกับคำสั่งนั้น เพราะหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของจักรพรรดินีย่อมเป็น ‘การให้กำเนิดทายาทของจักรพรรดิ’

ผู้ที่เขาได้รับมอบหมายให้ตรวจร่างกายคือเลดี้แพทริเซีย เขาตรวจความสามารถในการมีบุตรของนางอย่างละเอียดตามคำสั่ง และผลที่ได้ก็คือปกติดีทุกอย่าง ขณะที่เขากำลังจะไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิเพื่อรายงานผล เขาก็บังเอิญได้ยินโรสมอนด์คุยกับใครบางคนเข้า

“หากทุกคนมีลูกได้จะทำอย่างไรดีคะ ท่านโรสมอนด์”

“หากเป็นเช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ คงต้องให้เลดี้วาเซียร์เป็นจักรพรรดินี”

“ทำไมล่ะคะ ยิ่งครอบครัวของนางมีอำนาจมากเท่าไรก็ยิ่งปลดออกจากตำแหน่งได้ยากขึ้นมิใช่หรือคะ”

“ถึงกระนั้นเลดี้วาเซียร์ก็ต้องได้เป็นจักรพรรดินี ตอนนี้มีข่าวลือว่าข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการคัดเลือกจักรพรรดินีแพร่สะพัดทั้งในและนอกเมืองหลวง มีแต่ต้องให้นางเป็นจักรพรรดินีเพื่อสยบข่าวลือพวกนั้น”

จากนั้นครู่หนึ่งโรสมอนด์ก็พูดกลั้วหัวเราะ “อย่าห่วงไปเลย คลารา ต่อให้เลดี้วาเซียร์ได้เป็นจักรพรรดินี แต่ถ้าฝ่าบาทไม่ไปหานาง การตั้งครรภ์ก็เป็นเรื่องที่ไกลตัว อีกอย่างข้าก็มั่นใจ”

“มั่นใจอะไรหรือคะ”

“มั่นใจว่าจะโค่นนางลงจากบัลลังก์ได้”

ฟังมาถึงตรงนี้เขาก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด สิ่งสำคัญไม่ใช่ ‘ผู้ที่ให้กำเนิดได้’ แต่เป็น ‘ผู้ที่ให้กำเนิดไม่ได้’ ต่างหาก และหากทุกคนเป็น ‘ผู้ที่ให้กำเนิดได้’ ท่านหญิงแห่งตระกูลวาเซียร์ที่เขารักและเทิดทูนก็จะตกเป็นเหยื่อของโรสมอนด์

เขาจะปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!

ในท้ายที่สุด เขาก็รายงานโรสมอนด์ด้วยคำโกหก

“เลดี้แพทริเซีย…เป็นหมันขอรับ”

เขายังจำรอยยิ้มของโรสมอนด์ในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี และแล้วแพทริเซียก็กลายเป็นจักรพรรดินี แม้โรสมอนด์ที่คอยตามรังควานนางจะตายไปแล้ว แต่แพทริเซียก็ยังคงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นจักรพรรดินีที่ไม่สามารถมีลูกได้และต้องเอ่ยปากขอให้สามีที่นางรักรับภรรยาคนที่สอง

“ได้อย่างไร…”

ครั้นได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ร่างกายของแพทริเซียก็เริ่มสั่นเทา ท้ายที่สุดแล้วล้วนเป็นเพราะคำโกหกของเขา นางจึงได้ครอบครองมงกุฎจักรพรรดินีในตอนนี้ ชายชราลุกจากที่นั่งแล้วมาคุกเข่าหมอบกราบต่อหน้าแพทริเซีย

“กระหม่อมกลัวว่าความจะแตกจึงหนีไปซ่อนตัวที่โซเบโทพ่ะย่ะค่ะ อย่างน้อยก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตหมอหลวงอย่างกระหม่อมจะไปอยู่ที่นั่น”

“ท่านสังเวยชีวิตเราผู้ไร้ซึ่งความผิดเพื่อช่วยเลดี้จากตระกูลของท่านอย่างนั้นรึ”

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” คำขอโทษของเขามาพร้อมกับหยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า “กระหม่อมมีโทษสมควรตาย ต่อให้พระองค์ประหารกระหม่อมตอนนี้ กระหม่อมก็จะยอมรับแต่โดยดีพ่ะย่ะค่ะ”

“…”

แพทริเซียมองชายชราด้วยสายตาเย็นชา สุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้หรอกหรือ เพราะเรื่องราวเบื้องหลังที่ข้าไม่เคยรู้ ข้าจึงถูกตราหน้าว่าเป็นหมัน จนกระทั่งต้องตัดสินใจให้ชายอันเป็นที่รักรับภรรยาอีกคน และแล้วก็ได้มารู้ทีหลังว่าข้าไม่ได้เป็นหมัน

เฮ้อ… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

แพทริเซียเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้ชายชราเห็นดวงตาที่แดงขึ้น นางรู้สึกเหมือนน้ำตาพร้อมจะไหลออกมาเต็มที

เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่แพทริเซียจะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างที่สุด เรื่องที่ตนมีลูกไม่ได้ทำให้แพทริเซียต้องเศร้าโศกเสียใจ เสียน้ำตา และเจ็บปวดทรมานมาเนิ่นนานเหลือเกิน เมื่อคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น สุดท้ายแพทริเซียก็ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มอย่างสุดกลั้น

หญิงสาวเค้นเสียงกล่าว “สิ่งที่ท่านทำกับเราช่างโหดร้ายเหลือเกิน เราต้องกลายมาเป็นจักรพรรดินีทั้งที่ไม่ต้องการก็เพราะเรื่องนั้น ท่านคงคิดไม่ถึงหรอกว่าเราต้องทรมานแค่ไหนเพราะหญิงชั่วคนนั้น และต้องร้องไห้คร่ำครวญเพียงใดที่ถูกตราหน้าว่าเป็นหมัน”

“…”

ชายชราไม่พูดอะไร อาจเป็นเพราะเขามิบังอาจกล่าวคำว่า ‘ขอโทษ’ แพทริเซียทอดสายตาลงไปมองชายชราและกล่าวอย่างเนิบช้า

“แต่ถึงกระนั้น…ก็ขอบคุณที่ท่านมาบอกเรา”

“…อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ”

“แม้จะสายเกินไป…แต่ก็ขอบคุณที่อย่างน้อยท่านก็มาบอกเราในตอนนี้”

“ฝ่าบาท กระหม่อม…”

“หากท่านไม่มาบอกเรา เราคงต้องทนดูสามีที่รักไปกอดผู้หญิงคนอื่น และต้องทนเห็นนางมีลูกชาย”

“…”

“ขอบคุณที่ทำให้เราไม่ต้องเห็นภาพนั้น”

พูดจบแพทริเซียก็เรียกหามีร์ยาทันที “มีร์ยา”

“เพคะ ฝ่าบาท”

“เข้ามาที”

มีร์ยาเข้ามาในห้องรับรองทันที ทันใดนั้นนางก็ต้องตกใจกับร่องรอยการร้องไห้ที่อยู่บนใบหน้าของแพทริเซีย แต่แพทริเซียไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าอย่างไรและออกคำสั่งเสียงค่อย

“ช่วยหาบ้านดีๆ ให้คนผู้นี้อยู่ที ที่ไม่ใช่ในโซเบโท เขาเป็นคนมีความสามารถ ดังนั้นไม่ต้องมอบทรัพย์สินเงินทองให้มากเกินไป”

“เพคะ ฝ่าบาท”

“แล้ว…หลังจากนี้ข้าต้องทำอะไรบ้าง”

“อีกสองชั่วโมงเคาน์เตสคราวาขอเข้าเฝ้าด้วยเรื่องการขึ้นค่าแรงของนางกำนัลเพคะ ในส่วนของตอนเย็น…”

“ยกเลิกให้หมด”

“เพคะ?”

มีร์ยาตกใจกับคำสั่งที่ไม่คาดคิด แพทริเซียเป็นคนที่ให้ความสำคัญเรื่องการนัดหมายและกำหนดการมากที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่คนอย่างนางยกเลิกทุกอย่างอย่างกะทันหันเช่นนี้

มีร์ยาเอ่ยถามอย่างสับสน “เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ”

“ข้าจะใช้เวลาที่ตำหนักกลางตั้งแต่ตอนนี้จนถึงพรุ่งนี้เช้า” แพทริเซียพูดด้วยน้ำเสียงอึดอัดใจ จากนั้นก็พูดเสริมทันที “อ้อ แล้วก็ทิ้งรายชื่อว่าที่สนมพวกนั้นด้วยนะ ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”

Lady to Queen

Lady to Queen

‘เปโตรนิยา’ และ ‘แพทริเซีย’ เป็นบุตรีฝาแฝดของ‘ตระกูลโกรเชสเตอร์’ สองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียว ตระกูลโกรเชสเตอร์จึงอยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมา ทว่า ความสงบสุขนั้นมีอันต้องสั่นคลอน เมื่อเปโตรนิยา บุตรีคนโตถูกเลือกเป็นจักรพรรดินี จนนำไปสู่จุดจบอันแสนเศร้าที่ทั้งตระกูลถูกประหารภายใต้กิโยติน เมื่อบุตรีคนเล็กของตระกูลอย่างแพทริเซียลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่า เธอได้ย้อนเวลากลับมา ณ จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม ครั้นได้เห็นรอยยิ้มสดใสของผู้เป็นพี่สาวอีกครั้ง แพทริเซียก็ปฏิญาณตนในใจอย่างแน่วแน่ ‘ข้าจะเป็นจักรพรรดินีแทนท่านพี่เอง’ แพทริเซียอาสาเข้ารับการคัดเลือกจักรพรรดินี คราวนี้เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และเพื่อการนั้น เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับทั้งความรักและความชิงชังอีกครั้ง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset