Monster Paradise – ตอนที่ 1399

หลังเขาเฝ้าดูหลินฮวงจากไป ความคิดของฉีหงยังสับสน
ไม่กี่นาทีก่อน ฝ่าบาทยังคุยเล่นกับเขาถึงทุกสิ่ง ไม่สนใจภัยคุกคามของมอนสเตอร์เทพแท้จริงตรงหน้าเลย
แต่ทว่า วินาทีที่อันเดทระดับเทพแท้จริงโผล่ออกจากมิติโดยสมบูรณ์ จุดสีแดงก็ปรากฏระหว่างคิ้วัน ร่างใหญ่โตมันล้มลง ยกฝุ่นบนพื้นขึ้น
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฝ่าบาทดูเหมือนจะไม่ได้ขยับตัวเลย เขาไม่ได้ขยับจากจุดที่ยืนด้วยซ้ำ
หลังจากนั้น หลินฮวงก็เดินไปเก็บศพ จากนั้นก็เดินไปหน้าผาเพื่อทำท่าทางมือซับซ้อนและปิดผนึกรอยแยกมิติใหม่ กระบวนการทั้งหมดกินเวลาไม่ถึงนาที
แม้กระทั่งตอนหลินฮวงกล่าวลาฉีหง ฉีหงก็ยังไม่ได้สติ
เมื่อเขาได้สติ หลินฮวงก็หายไปแล้ว
“โลกนี้มีตัวตนที่ทรงพลังขนาดนี้ด้วย?เขาสามารถฆ่าเทพแท้จริงได้ภายในเสี้ยวพริตา..”
ฉีหงติดต่อกับหัวหน้าหน่วยพิเศษอีกครั้ง
“ฉีหง มันเป็นยังไงบ้าง?”เมื่อเห็นลูกน้องเขาโทรหาเขาอีกครั้ง กวนจงก็รู้ว่าเรื่องราวอาจได้รับการแก้ไขแล้ว
“ฝ่าบาทฆ่อันเดทและซ่อนแซมรอยแยกมิติเรียบร้อยแล้วครับ?”ฉีหงตอบ
กวนจงเงียบไปก่อนถาม”มีบันทึกการต่อสู้ไหม?” “ไม่ครับ”ฉีหงส่ายหัว
ในภาพฉาย กวนจงขมวดคิ้วและกำลังจะถามว่าทำไมฉีหงถึงไม่บันทึกแต่ฉีหงก็ชิงพูดก่อน”มันเป็นการสังหารชั่วพริบตา ผมยังไม่เห็นเขาขยับตัวหรือทำอะไรด้วยซ้ำตอนอันเดทตาย..”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ริมฝีปากของกวนจงก็สั่น เขาสูดหายใจลึกและกล่าวกับฉีหง”งั้นหยุดการเข้าร่วมขอบเหวนรกของเจ้าชั่วคราว กลับมาและเขียนรายงานทั้งหมด หลินฮวงทำอะไร?เขาพูดอะไรบ้าง?ทุกอย่างต้องได้รับการบันทึก รายงานจะต้องถูกส่งให้ข้าก่อนบ่าย4โมงครึ่ง!”
หลังเขาวางสายกับลูกน้อง กวนจงที่นั่งบนโต๊ะก็นวดขมับ ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและกระวนกระวาย
“ชักไม่มั่นใจแล้วสิว่าการกลับมาของหลินฮวงครั้งนี้เป็นเรื่องดีหรือร้าย..”
แม้เขาจะพยายามประเมินความสามารถของหลินฮวง ความสามารถจริงของหลินฮวงก็ยังทำให้เขาตกใจ
แม้กระทั่งอันเดทระดับเทพแท้จริงขั้น1ก็นับเป็นตัวตนที่ทรงพลังไร้เทียมทานในโลกกรวดแล้ว เพื่อขับไล่มอนสเตอร์ตัวนี้ มันอาจต้องทุ่มเทพเสมือนทั้งหมดในโลกกรวดเพื่อจัดการ
แต่ทว่า หลินฮวงกลับสังหารมันได้ในเสี้ยวพริบตา ซึ่งหมายความว่าความสามารถจริงของหลินฮวงต้องไม่น้อยไปกว่าเทพแท้จริงขั้น3หรือสูงกว่านั้น
ในโลกกรวด ความสามารถแบบนี้หมายความว่าหลินฮวงนั้นไร้คู่ต่อกร!
เขานั่งบนเก้าอี้และสงบลงเล็กน้อย จากนั้นกวนจงก็กดหน้าสื่อสารและตรวจดูรายชื่อติดต่อทีละชื่อ ในที่สุดก็หยุดที่’ประธานเจียงฉาน’
….
เมื่อพวกเขาได้รับการแจ้งเตือนจากรัฐบาลกลาง เหล่าเทพเสมือนของสมาคมนักล่า ขัตติยะ(ราชวงศ์ ตอนก่อนแปลผิดเดี๋ยวไปแก้น้า)และองค์กรอื่นก็เข้าสู่สภาวะพร้อมรบและรวบยอดฝีมือระดับเทพเสมือนทั้งหมด
ในห้องประชุมของขัตติยะ เทพเสมือนทั้งหมดมารวมตัวกัน พวกเขาเตรียมหารือเรื่องของขอบเหวนรก แต่ก็ได้รับข่าวจากรัฐบาลกลางซะก่อน
“ผู้บุกรุกถูกฆ่าแล้ว รอยแยกมิติในขอบเหวนรกยังได้รับการซ่อมแซมด้วย…. “สถานการณ์มันยังไงกันแน่?รัฐบาลกลางเล่นอะไร?”หวงตู้ฟู่แสดงความไม่พอใจ”สิบนาทีก่อน เขาบอกว่าความสามารถของผู้บุกรุกน่ากลัวมากและขอให้เรารวมตัวเทพเสมือน เขาสั่งให้เราเตรียมพร้อมจัดตั้งกองทัพร่วมเพื่อพิชิตผู้บุกรุกของขอบเหวนรก แต่ตอนนี้ที่เรารวมตัว เขากลับบอกว่าผู้บุกรุกถูกฆ่าแล้ว เขากำลังปั่นเราเล่นหรือไง?!” “ภายใต้สถานการณ์ปกติ รัฐบาลกลางจะไม่พูดสุ่มๆ ข้อมูลพวกเขาจะได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยพิเศษ นอกจากนี้ คนแรกที่ปิดผนึกรอยแยกคือข้า ข้ายังสัมผัสได้ว่าม่านพลังแตก การปรากฏตัวของผู้บุกรุกไม่ควรผิดพลาด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นควรมีแค่รัฐบาลกลางถึงรู้”คุณฟู่ไม่คิดว่าวิกฤตจะคลี่คลายง่ายๆแบบนี้
“สิ่งที่แปลกไปกว่านั้นคือรัฐบาลกลางไม่มีคำอธิบายถึงวิกฤตที่คลี่คลาย แค่ส่งการแจ้งเตือนเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจงใจซ่อนบางอย่างเอาไว้’สัญชาตญาณของหวงเทียนฟู่แม่นยำมาก
กองกำลังอื่นมีความรู้สึกคล้ายกันเมื่อได้รับการแจ้งเตือนครั้งสอง พวกเขาทั้งหมดงุนงงกับการแจ้งเตือนที่ไร้คำอธิบายของรัฐบาลกลาง
รัฐบาลกลางไม่ยอมอธิบายว่ามันคือหลินฮวงที่จัดการกับเทพแท้จริง นั่นมีแต่จะเพิ่มชื่อเสียงให้ขัตติยะและหลินฮวง
ดังนั้น พวกเขาจึงส่งการแจ้งเตือนให้คนอื่นโดยไม่อธิบายใดๆ
เมื่อหลินฮวงออกขอบเหวนรก เขาก็กำลังจะอัญเชิญประตูมิติเพื่อกลับไปเมืองจักรพรรดิโดยตรง แต่ก็พบว่าประตูมิติไม่อาจอัญเชิญได้
จากนั้นเขาก็จำได้ว่าประตูมิติที่มีพิกัดของเมืองจักรพรรดิถูกทำลายไปโดยบุตรแห่งมารพุทธ
ก่อนเขาจะออกโลกกรวด เขาเก็บประตูมิตินี้ไว้อันเดียวเท่านั้น
เขายืนตรงทางเข้าขอบเหวนรกอย่างหมดหนทาง”มันดูเหมือนว่าข้าต้องโทรหาเทียนฟู่และคนอื่นให้มารับ หากข้าเดินทางเอง มันอาจต้องใช้เวลาเกือบครึ่งเดือน”
เหนือสิ่งอื่นใด เมืองจักรพรรดิเคยเป็นองค์กรมืด ไม่ค่อยมีประตูมิติทางไกลภายนอกที่เชื่อมต่อกับมันนัก หากเขากลับไปเมืองจักรพรรดิจากขอบเหวนรกผ่านประตูมิติเหล่านั้น เขาคงต้องใช้ประตูมิติมากมายเพื่อไปให้ถึง
หลังเขาคิดสักพัก หลินฮวงก็เปลี่ยนเป็นแหวนหัวใจจักรพรรดิของโลกกรวด กดหน้าสื่อสาร ค้นหาชื่อของ’หวงเทียนฟุ่’
หลังจากนั้นไม่นาน ภาพฉายก็ปรากก
ไม่เพียงแต่หวงเทียนฟู่ แต่คุณฟู่และคนอื่นทั้งหมดก็อยู่ที่นั่นในห้องประชุม
“ฝ่าบาท?!”
“อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ”หลินฮวงยิ้มและโบกมือให้ทุกคน”อาจารย์ก็อยู่ด้วยงั้นหรอ?” “ศิษย์ข้า เจ้ากลับมาโลกกรวดแล้ว?”คุณฟู่รู้สึกแปลกๆ”ทำไมเจ้าไม่กลับมาเมืองจักรพรรดิโดยตรงละ?” “เอ่อ..”สีหน้าของหลินฮวงดูเขินอายเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมีคนมากขนาดนี้”ประตูมิติข้าถูกทำลาย ข้าโทรหาเทียนฟู่เพื่อขอให้เขามารับ ไม่คิดเลยว่าทุกคนจะอยู่กันพร้อมหน้า” “ข้าจะไปรับเจ้าเอง เจ้าอยู่ไหน?”คุณฟู่กล่าว
“ตอนนี้ข้าอยู่ด้านนอกขอบเหวนรกแล้ว”หลินฮวงพูดและย้ายมุมกล้อง เผยให้เห็นทางเข้าขอบเหวนรกด้านหลังเขา
“ในขอบเหวนรก?”สีหน้าของคุณฟู่และคนอื่นเปลี่ยนไป
“ใช่ ข้าเพิ่งออกจากชั้นสาม”หลินฮวงพยักหน้า
“ม่านพลังที่ข้าตั้งไว้ เจ้าคือคนที่ทำลายมันหรือเปล่า?”หลังได้ยินหลินฮวงพูดถึงชั้นสามของขอบเหวนรก คุณฟู่ก็พลันตระหนักว่าผู้บุกรุกที่ว่าอาจเป็นหลินฮวง
“มันเป็นข้าเอง แต่ข้าได้ผนึกมันใหม่แล้ว”หลินฮวงพูดไม่ออก เขารู้ว่ารัฐบาลกลางต้องรายงานข่าว
“มีมอนสเตอร์ตัวอื่นผ่านมากับเจ้าไหม?”คุณฟู่ถาม
“มีอันเดท แต่ข้าจัดการมันไปแล้ว”
หลังได้ยินคำอธิบายของหลินฮวง ทุกคนในขัตติยะก็เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลกลางถึงไม่อธิบายอะไร
“ข้าจะไปรับตัวเจ้า เราจะคุยกันเมื่อเจ้ากลับมา”ก่อนเขาจะวางสาย คุณฟู่ก็ได้อัญเชิญประตูมิติและก้าวเข้าไปแล้ว

Monster Paradise

Monster Paradise

Type: Author:
800ปีก่อน มีประตูมิติกว่า3000ที่เปิดกว้างทั่วโลก ในขณะที่ดวงตาที่แตกต่างกัน3000ดวงเปิดกว้างขึ้น ฝูงสัตว์ประหลาดนับล้านก็ได้พรั่งพรูออกมาจากมัน บางตัวสามารถที่จะทำลายกำแพงเมืองด้วยการกระแทกเพียงครั้งเดียว : พวกมันมีร่างกายที่ใหญ่โตเท่ายักษ์และกินมนุษย์ บางตัวจะยึดติดกับมนุษย์ พวกมันจะดูดซับสารอาหารในร่างกายและทำให้มนุษย์เป็นทาส บางตัวจะแทรกซึมเข้าไปในเมืองมนุษย์ ปลอมตัวเป็นมนุษย์ธรรมดาขณะที่ดูดเลือดเพื่อความเป็นอยู่ของมัน ในเวลากลางคืน มนุษย์จะกลายเป็นด้านล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร โลกได้กลายเป็นสรวงสวรรค์สำหรับเหล่าสัตว์ประหลาด 800 years ago, 3000 dimensional gates opened across the entire world. In that moment, it was as if 3000 different colored eyes opened across the world as hordes of monsters swarmed out of these gates like tears. Some could destroy city walls with one strike; They had bodies the size of a giant and fed on humans Some latched onto humans, absorbing their bodies’ nutrients and enslaving humans Some infiltrated the humans’ cities, disguising themselves as normal human beings while feeding upon human blood to sustain themselves. In a night, the Human race fell to the bottom of the food chain. The world had turned into a paradise for monsters…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset