Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~ – ตอนที่ 17.8

เช้าวันถัดมาหลังจากโชกิโชกิซันโคกลับดาวด้วง ริสดูเหมือนจะมีงานด่วนเข้ามาเลยออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่

ส่วนผมก็เล่นเกมส์ออนไลน์เรื่อยเปื่อยตามปกติ รอจนตก2ทุ่ม ริสจะเข้ามาที่ห้องผมโดยไม่ได้บอกผมล่วงหน้า

ดูเหมือนว่าหลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆไม่ว่าจะเป็น ความคลั่งไคล้ในตัวรินกะ การเล่นเกมออนไลน์ และเหตุการณ์โชกิโชกิซังโค ผมคิดว่าสายสัมพันธ์ผมกับน้องพัฒนาดีขึ้นมาก

เล่นเกมได้ถึงเวลาพักหนึ่ง ผมก็ล้อคเอาท์ ริสกลับห้องตัวเองแล้ว ส่วนผมก็เตรียมจะปิดไฟนอน ทว่ามีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

ผมเปิดประตูออกไปพบว่าคนที่เคาะประตูคือริส เครื่องแต่งกายเธอยังคงสวมฮู้ดคลุมไม่เปลี่ยน

“เพ่ชาย…เพ่ชาย…”

“หือ? มีอะไรรึเปล่า?”

ริสอ้าปากพะงาบๆเหมือนปลาทอง เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะพูดคำบางคำออกมา

“..เพ่…เพ่ชาย…โอนี่จั…..เพ่ชาย”..”

“เอ๊ะ เป็นอะไรนิ เกิดอะไรขึ้น”

“..เจ้า.ปีศาจเอ๊ย”

“อ้าว ด่าผมซะงั้น นี่ผมไปทำอะไรผิดรึเปล่านิ”

ผมถามไปทั้งที่ยังสงสัย ส่วนริสกระแอมก่อนจะกล่าว

“…เฮ้ เพ่ชาย”

“เห็นเรียกซ้ำไปซ้ำมาอยู่นี่แหละ มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“…ปวดฉี่”

ฉี่? หมายถึงให้ไปด้วยกัน?

“ให้ผมพาไปห้องน้ำเหรอ”

“….”

“หมายถึงให้พาไปห้องน้ำใช่มั้ย”

“…ครอบครัวไง”

“เป็นครอบครัวก็ไม่ได้หมายความว่าให้พาไปห้องน้ำทั้งที่รู้ทางนะเฟ้ย”

“…ตัวเองเป็นคนบอกว่า ครอบครัวต้องทำกิจกรรมร่วมกันไง”

“บอกแบบนั้นจริงแต่ให้พาไปเข้าห้องน้ำก็เวอร์ไปปะ”

“…งั้นปล่อยราดตรงนี้ก็ไม่ว่าใช่มั้ย”

“อั้นไว้เด้”

“..5..4-..3”

“เออๆๆ ไปก็ไปครับ พาไปเข้าห้องน้ำก็ได้ฟะ”

“….หึหึ”

ริสฟังคำตอบผม หัวเราะอย่างพึงพอใจ ดูจะมีความสุขมากที่ได้แกล้งพี่ชายแบบผม

ผมถอนหายใจก่อนพาเธอไปห้องน้ำ ระหว่างเธอทำธุระส่วนตัว ผมก็รอเธอที่หน้าประตู ขณะที่คิดว่าจะหยิบมือถือมากดเล่นฆ่าเวลา ริสก็โผล่จากห้องน้ำ พร้อมฮุ้ดคลุมหน้าเหมือนเดิม

“เอ่อ มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“….”

“ริส?”

ริสมองหน้าผม ดูแล้วเหมือนเธอมีเรื่องที่อยากจะบอก ท่าทางเธอดูมุ่งมั่นกว่าเดิมราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

และแล้วเธอก็พูดออกมาว่า

“….อยากนอนด้วยกัน..”

“…เอ๋?เรื่องนั่นมัน…”

“…ทำไมล่ะ”

“พวกเราเป็นนักเรียนมัธยปลายนะครับ นอนด้วยกันมันดูไม่ดีนะ”

“….เป็นเพ่ชายที่คิดลึกกับน้องสาวตัวเองเหรอ”

“ใครคิดลึกฟะ ขอเรื่องอะไรที่มันเป็นปกติตามสามัญสำนึกได้มั้ยครับ”

“…บอกเองนี่นาว่าครอบครัวต้องทำกิจกรรมร่วมกัน”

“ก็ไม่เถียงนะว่าพูดจริง….อืม….”

ผมเริ่มปวดกบาลกับคำพูดของริสละ หน้ารินกะลอยเข้ามาในหัวเลย

“กะแล้วเชียว ที่แท้ก็เป็นพี่ชายสายหื่นที่แอบคิดลึกกับน้องสาวตัวเอง”

“บอกแล้วไงว่าไม่ได้คิดโว้ย ชั้นเพิ่งเคยเจอเธอครั้งแรกนะ แถมผมเองก็..”

“นี่แน่ะ”

“โอ๊ยเจ็บ”

สงสัยเธอจะเห็นว่าผมพูดจาไม่เข้าหูสักทีเลยเหยียบเท้าผมซะเต็มเหนี่ยว เล่นเอาเจ็บจี๊ดขึ้นสมองเลย

“ทำอะไรของเธอเนี่ยริส”

“หมั่นไส้ คนเรื่องเยอะ”

“เอ้า ผิดเฉยเลยกุ”

ริสเดินปึงๆกลับไปห้องตัวเอง ปิดประตูเสียงดังสนั่น

“อูย..อะไรของเธอฟะ”

ผมยังไม่เข้าใจกับคำพูดเธอ สงสัยจะเพี้ยนเพราะโชกิโชกิซังโคตายล่ะมั้ง นิสัยเลยเปลี่ยน

ฉะนั้น สิ่งที่ผมควรทำ ผมควรจะอ่อนโยนกับเธอให้มากกว่านี้คงดีกว่า คนมันเศร้าก็ต้องเข้าใจเธอ

ผมเดินไปที่ห้องริสด้วยความรู้สึกผิด เคาะประตูสองสามที ก่อนบอกเธอ

“ผมขอโทษนะครับริส ที่ปฏิเสธคำขอเธอ ไม่ได้หมายความว่าผมรังเกียจเธอนะครับ”

“….”

ไม่มีเสียงตอบกลับ เงียบกริ้บราวกับว่าห้องไม่มีใครอยู่

ผมมาคิดอีกที ที่ริสทำเหมือนเธองอนผม แสร้งทำเป็นว่าไม่มีใครอยู่ห้อง ก็ไม่แปลกใจนะ

ลองคิดในมุมมองของริสสิ เธอต้องใช้ความกล้าขนาดไหนจะขอร้องเรื่องนี้ทั้งที่ดูจากนิสัยก่อนหน้า ไม่มีทางที่เธอจะพูดแน่

ผมรู้สึกผิด เดินกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง กระโดดขึ้นเตียง ห่มผ้าก่อนจะรำพึง

“ผมทำในสิ่งที่แย่จริงๆ ขอโทษนะริส”

 

“..ไม่เป็นไร”

“เฮ้ย”

ผมทะลึ่งพรวดจากเตียง หันมองซ้ายขวาไม่เจอใคร มีแค่ผมคนเดียวในห้องนี่หว่า

“…อะแฮ่ม”

ผมมองลงไปใต้เตียง พบว่ามีเงาสีดำกำลังจ้องหน้าผมอยู่

“ว้ากกกกกก มาทำบ้าอะไรตรงนี้เนี่ย”

“…เพ่ชาย เสียงดังเป็นบ้า ดึกป่านนี้แล้วเงียบๆหน่อยค่ะ”

“อย่าพูดเหมือนตูเป็นคนผิดคนเดียวสิฟะ รีบออกไปจากห้องเลยเธอ”

ริสที่แอบอยู่ใต้เตียงกล่าวก่อนจะลุกขึ้นมา

“เพ่ชายเป็นคนพูดเองว่า ครอบครัวต้องทำกิจกรรมร่วมกัน”

“ยังไม่เลิกย้ำคิดย้ำทำเรื่องนี้อีกรึ”

“คนโกหก ต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตนะคะ”

“เดี๋ยวดิเฮ้ย โทษหนักเกินไปปะ”

“…..อยากนอนด้วยกัน”

“อยู่คนเดียวในห้องแล้วนอนไม่หลับเหรอครับ”

“มันหนาว นอนคนเดียวมันหนาวเหลือเกิน”

คำพูดของริสที่กล่าวตะกี้ดูไร้พลังมาก เล่นเอาผมพูดอะไรไม่ออก ริสเธอเป็นเด็กขี้เหงาสุดๆเลยสินะ

ท่าทางและคำพูดของเธอเมื่อครู่เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าเธอจะแสดงออกมา บางที ท่าทางหยาบกระด้างที่เธอมักแสดงออกมาใส่ผม แท้ที่จริงคงมีไว้เพื่อปกปิดความว้าเหว่ของตัวเอง

…เอาไงดีวะ นอนกับน้องสาวนี่คงไม่นับว่ากุมีชู้หรอกนะ

เอาจริงๆ คำพูดนี้ควรจะเป็นคำพูดของผมที่ไว้บอกกับรินกะมากกว่าแท้ๆ

ม่า ช่างแม่งละโว้ย

“เข้าใจละ มานอนด้วยกันก็ได้”

“…อืม”

ไว้พรุ่งนี้ค่อยอธิบายให้รินกะเข้าใจละกัน

ริสเขยิบขึ้นมานอนเตียงเดียวกับผม ยกผ้าห่มขึ้น ซุกตัว และหันข้างมามองผม

“ฮุ้ดก็สวม ผ้าก็ห่ม ไม่ร้อนเหรอครับ เห็นแล้วยังรู้สึกอึดอัดแทนเลยครับ”

“ไม่นะ”

ใช่เหรอฟะ บอกตรงๆว่าถ้าผมอยู่ในสภาพเดียวกับริส บอกเลยเป็นลมเพราะความร้อนของชุดและผ้าห่มไปแล้ว

“คิดอีกที ถอดออกอาจจะดีกว่าก็ได้”

“เอ๋?”

“เพราะตอนนี้..มันไม่หนาวแล้ว รู้สึก อบอุ่นดีจัง”

ผมรู้สึกได้ว่าคำพูดที่ริสกล่าวเมื่อครู่ เป็นคำพูดที่มาจากใจจริงเธอ ไม่ได้กล่าวล้อเล่น

ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่นิสัยแปลกไปบ้าง แต่อย่างน้อยตอนนี้ผมคิดว่า ริสไว้วางใจผมในระดับหนึ่งแล้วล่ะ เพราะไม่งั้นเธอคงไม่เอ่ยปากเองว่าอยากนอนด้วยกันกับผม

“เน่ เพ่ชาย”

“หือ?”

“ชั้นมี..เรื่องสำคัญจะบอก”

“เรื่องสำคัญ?”

“อืม…เป็นเรื่องที่ชั้น..ปกปิดมาตลอด”

“ปกปิดเรื่องอะไรไว้เหรอครับ”

ผมลองถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ดูเหมือนว่าริสจะอายอยู่ เลยไม่พูดอะไรออกมา

“ถ้าพูดออกไปแล้ว เพ่ชายอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่เปลี่ยนไปหรอกครับ”

“งือออ อายอะ”

ริสยกมือสองข้างขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง สั่นดุ้กดิ้กไปมา ดูน่ารักดี

ความรู้สึกที่ผมมองริสตอนนี้ ให้ความรู้สึกเดียวกับเวลาที่ผมมองโนโนอะจังเลย

“…เพ่ชาย…ไว้คราวหน้าค่อยเล่าละกันนะ”

“ได้สิ แล้วแต่ริสเลย อยากจะบอกตอนไหนผมก็ไม่ว่าครับ”

หลังจากนั้นผมกับริสก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงลมหายใจเป็นจังหวะหลับสนิทไร้กังวลของริสลอยเข้าหู

“……”

ริสเป็นเด็กขี้เหงาและดูจะต้องการความรักเอาเรื่อง ความรู้สึกที่ผมมีต่อริสตอนนี้คือความปราถนาดี อยากให้น้องใช้ชีวิตย่างมีความสุข โดยที่ผมไม่ได้ไม่มีความรู้สึกเสน่หาเชิงชู้สาวเลยแม้แต่น้อย

ถ้าแนะนำตัวน้องให้รินกะรู้จัก เธอจะดีใจรึเปล่านะ

ริสเองเป็นแฟนตัวยงของรินกะ มีของสะสมเยอะแยะด้วย รินกะเห็นริสที่เป็นแฟนตัวยงขนาดนี้ เจ้าตัวเองก็น่าจะถูกใจและสนับสนุนมอบความรักให้น้องนะ เผลอๆ ตอนหลังผมอาจจะกลายเป็นหมาหัวเน่าเพราะสองสาวสนิทกันดีก็ได้

เอาล่ะ ตัดสินใจละ ผมจะพารินกะมาเปิดตัว แล้วเราสามคนจะได้เล่นเกมออนไลอย่างสนุกสนานด้วยกันสามคน….

“แอ๊ก”

ฝ่ามือของริสมาฟาดหน้าผมเต็มๆ

ผมกำลังมึนกับความเจ็บ สักพักคราวนี้เป็นริสเตะเข้าท้องผมอีก

ไม่ใช่ละ แกล้งกูรึเปล่าวะ ผมหันไปมองด้านข้างของริส น้องก็หลับสนิทดี จะบอกว่า ละเมออาละวาดเหรอฟะ

สักพักหนึ่งคราวนี้ริสอาการออกทั้งมือเท้า ทั้งตบและเตะไปมาตุบตับๆๆ

“ชิบหายละ นอนดิ้นขนาดนี้ เล่นเอากุอยากนอนพื้นน่าจะดีกว่านอนเตียงเดียวกัน”

 

****

จบ Netoge no Yome ga Ninki Idol datta เล่ม 3 ch17-8 ใช้ชีวิตร่วมกับน้องสาวบุญธรรม

Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~

Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~

Status: Ongoing
อ่านเรื่อง Netoge no Yome ga Ninki Idol datta ネトゲの嫁が人気アイドルだった ~クール系の彼女は現実でも嫁のつもりでいる~“คาสึโตะคุง เรื่องนี้มันหมายความว่าอะไร” ณ.กลางวัน วันอาทิตย์ ห้องๆหนึ่งของแมนชั่นที่มีไอดอลสาวมัธยมปลายอาศัยอยุ่ ในห้องมีผม กำลังนั่งคุกเข่ามือสองข้างวางบนต้นขาตัวเอง ภายในห้องจัดวางของเป็นระเบียบบ่งบอกถึงความคูลของนิสัยเจ้าของห้อง “เน่ ฟังที่ชั้นพูดอยู่มั้ย นี่เป็นเรื่องสำคัญในอนาคตของเราสองคนนะ” “ฟ..ฟังอยู่ครับ…” ในขณะที่ผมคาสึโตะกำลังนั่งคุกเข่า ส่วนคู่สนทนาผมคือเด็กสาวกำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม เธอเป็นเด็กสาวผมยาวสงลย มีชื่อว่า มิสึกิ รินกะ บรรยากาศเงียบสงัดแฝงความโกรธแผ่ออกมาจากร่างเล็กของเธอ สายตาที่มองลงมาที่ผมเต็มไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง “คาสึโตะคุง ชั้นถามอีกรอบนะ คนพวกนี้เป็นใคร” รินกะหันหน้าจอสมาร์ทโฟนให้ผมดู หน้าจอแสดงรายชื่อfirend list ในเกมMMO RPG ที่ผมเล่นอยู่ประจำเรียงเป็นแถว (มีแค่5คนเท่านั้น) “คนพวกนั้นมัน…เป็นผู้เล่นปกตินะ..นานๆทีก็ลงดันเจี้ยนด้วยกันแล้วรู้สึกดีเลยaddไว้เฉยๆ”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset