Super God Gene – ตอนที่ 2209

หานเซิ่นกำลังผ่อนคลายตัวเองด้วยเครื่องดื่มคุณภาพและอาหารร้อนที่เพิ่งปิ้งเสร็จ แต่ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ทรงพลังกำลังตรงมาทางเขา

 

“หานเซิ่น เจ้ากล้าดียังไงที่มาหลอกลวงข้าแบบนั้น!” ราชาอัศวินไอซ์บลูพูด แขนของเขากำลังกอดอดอยู่ และข้างๆเขาคือชายในชุดสีเขียว

 

หานเซิ่นรู้สึกกังวลขึ้นมาในทันที แต่สีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“ราชาอัศวิน ทำไมท่านถึงได้พูดอะไรแบบนั้น? ข้าจะไปหลอกลวงท่านได้ยังไง?”

 

เมื่อราชาอัศวินไอซ์บลูเห็นว่าหานเซิ่นยังคงเยือกเย็นถึงแม้อยู่ต่อหน้าคนที่ทรงพลังอย่างเขา เขาก็รู้ในทันทีว่าตัดสินหานเซิ่นผิดไปอย่างมหัน ชายหนุ่มคนนี้หลอกเขาแล้วจริงๆ แม้แต่ดยุกก็จะหมอบลงไปกับพื้นเมื่ออยู่ต่อหน้าออร่าที่เป็นอันตรายแบบนั้น มันมีแค่คนที่พิเศษเท่านั้นถึงจะยังคงความเยือกเย็นภายใต้สถานการณ์แบบนี้ได้

 

“ถ้าข้าบอกว่าเจ้าหลอกลวง ก็แสดงว่าเจ้าหลอกลวง ถึงแม้เจ้าจะไม่มีเจตนาเล่นตุกติกในการทดสอบ ข้าก็จะถือว่าเจ้าหลอกลวงอยู่ดี”

ราชาอัศวินไอซ์บลูเข้าไปหาหานเซิ่นด้วยพลังชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูนำเหล่าอัศวินเดินทางไปทั่วระดับจักรวาลเคออสมาเป็นเวลากว่าศตวรรษ และเขาฆ่าสิ่งมีชีวิตภายในนั้นมามากมายนับไม่ถ้วน เขาเป็นชายที่น่ากลัวอย่างมาก นอกจากนั้นเขายังมีอำนาจจิตของสิ่งมีชีวิตระดับครึ่งเทพ แม้แต่ราชันคนหนึ่งก็ยังต้องยำเกรงต่อตัวตนของเขา

 

หานเซิ่นถอนหายใจออกมาและพูด “ถ้าอย่างนั้นท่านต้องการจะทำอะไรกับข้า?”

 

ถึงแม้มันจะฟังดูสิ้นหวัง แต่ราชาอัศวินไอซ์บลูรู้ว่าจริงๆแล้วหานเซิ่นไม่ได้หวาดกลัว ราชาอัศวินไอซ์บลูค่อนข้างประหลาดใจกับความเยือกเย็นของหานเซิ่นอย่างมาก

 

“ข้าจะฆ่าเจ้า” ราชาอัศวินไอซ์บลูชักดาบของเขาออกมาอย่างรวดเร็วถึงขนาดที่คนอื่นๆไม่แม้จะได้เห็นตอนที่มันออกมาจากฝัก ก่อนที่พวกเขาจะกระพริบตา แสงสีฟ้าก็พุ่งลงบนหัวของหานเซิ่นแล้ว

 

ดาบใหญ่สีฟ้าหยุดอยู่เหนือเส้นผมของหานเซิ่นไปเพียงแค่หนึ่งนิ้ว แต่หานเซิ่นไม่ได้แสดงความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าแม้แต่นิดเดียว ทั้งหมดที่เขาทำก็คือมองไปที่ราชาอัศวินไอซ์บลูกับมิสเตอร์ไวท์และพูด

“ถ้าพวกท่านไม่รังเกลียดที่จะร่วมวงกับข้า ข้าจะนำไวน์และเนื้อมาให้กับพวกท่าน พวกท่านจะรับพวกมันไว้ในฐานะการขออภัยได้ไหม?”

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูรู้สึกประหลาดใจ แต่เขาไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า เขาจ้องมองไปที่หานเซิ่นด้วยสายตาที่เมินเฉย

“เจ้ารู้ว่าข้าจะไม่ฆ่าเจ้าอย่างนั้นหรอ?”

 

“ไม่” หานเซิ่นตอบ

 

ถึงแม้ราชาอัศวินไอซ์บลูต้องการจะฆ่าเขาจริงๆ เขาก็ไม่สามารถทำได้ ดาบของเขาจะเจอกับใบเสมาราชาแมลงปีศาจไม่ใช่เนื้อหนังของหานเซิ่น

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูเก็บดาบใหญ่ของเขาเข้าฝักและหันไปหามิสเตอร์ไวท์ หลังจากนั้นเขาก็นั่งลงข้างๆกองไฟและถามขึ้นมา

“ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าร่วมกับหน่วยอัศวินไอซ์บลูของพวกเรา? บอกเหตุผลมาและข้าอาจจะปล่อยเจ้าไป”

 

หานเซิ่นนั่งลงและเริ่มอธิบายโดยไม่ได้ปกปิดรายละเอียดใดๆ เขาบอกราชาอัศวินไอซ์บลูเกี่ยวกับความบาดหมางระหว่างเขากับราชาไนท์ริเวอร์ หลังจากนั้นก็จบด้วยการพูดว่า “ถ้าข้าไป ราชาไนท์ริเวอร์จะนำภัยมาสู่เพื่อนๆและครอบครัวของข้าที่อยู่ที่นี่”

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูหัวเราะและพูด “นั่นมันเรื่องที่ง่ายมาก ข้าจะออกคำสั่งบังคับให้ราชาไนท์ริเวอร์เข้าร่วมกับหน่วยอัศวินไอซ์บลู”

 

“มันจะไม่ง่ายกว่าหรอที่จะปล่อยข้าไป? ทำไมถึงต้องลำบากทำอะไรแบบนั้นด้วย”

หานเซิ่นพึมพำอย่างหดหู่ การรับราชันคนหนึ่งเข้าร่วมหน่วยอัศวินไอซ์บลูถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ ดังนั้นหานเซิ่นจึงไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ทำอะไรแบบนั้นเพียงเพื่อจะรับมาร์ควิสคนหนึ่งไปด้วย

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูรับขวดไวน์ไปจากหานเซิ่นและรินให้กับตัวเอง

“หน่วยอัศวินไอซ์บลูรับผิดชอบในการเก็บกวาดดาวดวงหนึ่งในระบบจักรวาลเคออส แต่ดาวดวงนี้มีซีโน่เจเนอิคระดับเทพเจ้าอยู่หลายตัว พวกมันปรากฏตัวขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง และพวกเราก็ขาดกำลังพลที่มากพอจะต่อกรกับพวกมัน ถ้าอี๋ซาไม่สละตัวเองเพื่อซื้อเวลาให้กับพวกเราล่ะก็ อัศวินไอซ์บลูทั้งหมดก็คงจะไม่รอด พวกเราเป็นหนี้นางอย่างมาก ดังนั้นหนี้ของพวกเราจงตกมาที่เจ้า”

 

“ถ้าท่านต้องการจะจ่ายหนี้ของนางจริงๆล่ะก็ ปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่”

หานเซิ่นไม่อยากจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยอัศวินไอซ์บลู เขาเกลียดที่ต้องถูกจำกัด หน่วยอัศวินไอซ์บลูเป็นเหมือนกับกองกำลังอย่างเป็นทางการ ดังนั้นมันต้องมีกฎระเบียบเป็นจำนวนมาก

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูไม่ตอบ เขาชนแก้วกับมิสเตอร์ไวท์ และหลังจากที่ดื่มจนหมดแก้ว เขาก็พูดกับหานเซิ่น “เครื่องดื่มนี้เยี่ยมไปเลย เจ้าจะนำมันติดตัวไปได้ในตอนที่พวกเราจากไป”

 

เมื่อเห็นหานเซิ่นดูหม่นหมอง ราชาอัศวินไอซ์บลูก็หันไปยิ้มกับมิสเตอร์ไวท์ มิสเตอร์ไวท์ยิ้มตอบและพูด

“อย่าได้กังวล ถ้าราชาอัศวินไอซ์บลูต้องการจะรับตัวเจ้าไป เขาก็จะเตรียมทุกสิ่งทุกอย่าง ราชาไนท์ริเวอร์จะไปด้วยเช่นกัน และพวกเราจะคอยจับตาดูแนร์โรว์มูนเอาไว้”

 

หานเซิ่นพูดอย่างจริงจัง “ถ้าเป็นแบบนั้น ข้าก็จะไม่บ่นอะไรมาก แต่ข้ามีเงื่อนไขสำคัญอยู่ข้อหนึ่ง ถ้าพวกท่านยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ ข้าก็จะเข้าร่วม แต่ถ้าพวกท่านไม่ยอมรับ ข้ากลัวว่าพวกท่านต้องพาร่างของข้ากลับไปแทน”

 

“เงื่อนไขอะไร?” ราชาอัศวินไอซ์บลูถามด้วยความสงสัย

 

“ข้าต้องการให้พวกเขาไปกับข้าในฐานะส่วนหนึ่งของทีม พวกท่านจะแยกพวกเราออกจากกันไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม” หานเซิ่นชี้ไปที่หานเมิ่งเอ๋อและคนอื่นๆ

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูส่ายหัวของเขา “หน่วยอัศวินไอซ์บลูมีกฎอยู่ ถ้าพวกเขาไม่ผ่านการทดสอบ พวกเขาก็จะเข้าร่วมไม่ได้”

 

“ข้าเองก็ไม่ผ่านการทดสอบเหมือนกัน ดังนั้นข้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วม ได้โปรดปล่อยข้าไป” หานเซิ่นพูด

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูมองตาหานเซิ่น “เจ้ารู้ไหมว่ากำลังพยายามปล่อยโอกาสแบบไหนไป? ข้าเข้าใจในความยากลำบากของเจ้า ร่างกายและวิชาจีโนของเจ้าจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก อี๋ซาจากไปแล้วและแนร์โรว์มูนก็จะไม่มอบอะไรให้กับเจ้าอีก โอกาสเดียวที่เจ้ามีอยู่ก็คือไปที่ระบบจักรวาลเคออสกับข้า”

 

หานเซิ่นแค่มองไปที่ราชาอัศวินไอซ์บลูโดยไม่พูดอะไร เขายืนกรานต่อการตัดสินใจของเขา

 

ราชาอัศวินไอซ์บลูไม่ต้องการจะประนีประนอม เขามีกฎอยู่และคำขอหานเซิ่นก็เป็นอะไรที่มากเกินไป

 

ภาพของทั้งคู่แข็งทื่อไปโดยไม่มีฝ่ายไหนยอมถอย แต่ทันใดนั้นมิสเตอร์ไวท์ก็ยิ้มออกมา “หน่วยอัศวินไอซ์บลูมีกฎอยู่ และคำขอของหานเซิ่นก็เป็นอะไรที่มากเกินไป”

 

ก่อนที่หานเซิ่นจะพูดอะไรได้ มิสเตอร์ไวท์ก็พูดต่อ “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกับหน่วยอัศวินไอซ์บลูโดยตรง แต่ข้าใช้สิทธิเพิ่มองครักษ์อีกได้ องครักษ์ของข้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยอัศวินไอซ์บลู มันจึงไม่มีกฎอะไรมาก ดังนั้นถ้าพวกเจ้าต้องการ พวกเจ้าก็จะมาเป็นส่วนหนึ่งในทีมของข้าได้”

 

“มิสเตอร์ไวท์ เจ้าจะทำแบบนั้นได้ยังไง? องครักษ์ของเจ้าจำเป็นต้องเป็นระดับราชันขึ้นไป” ราชาอัศวินไอซ์บลูพูด

 

“พวกเขาเป็นองครักษ์ของข้า และข้ามีอิสระที่จะเลือกใครก็ได้ที่ข้าต้องการถูกไหม?” มิสเตอร์ไวท์ยิ้ม

 

หานเซิ่นมองไปที่ราชาอัศวินไอซ์บลูและมิสเตอร์ไวท์ด้วยความสับสน

 

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset