Super God Gene – ตอนที่ 2228

หานเซิ่นยิ้มออกมา เขาไม่ได้ใส่ใจภัยอันตรายนั่นเลยสักนิด วิญญาณอสูรใบเสมาราชาแมลงปีศาจป้องกันการโจมตีของสิ่งมีชีวิตระดับระชันได้ ดังนั้นเขาไม่คิดว่าต้องไปกังวลอะไรเกี่ยวกับแมลงลาวาตัวน้อยๆ

 

“อันดายอิ้งเบิร์ดอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้จริงๆอย่างนั้นหรอ?” จีชิงถามด้วยความสงสัย

 

เป่าเอ๋อกำลังนอนอยู่บนไหล่ของหานเซิ่น เธอมองไปรอบๆเกาะด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

เกาะนั้นไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่บนเกาะมีพืชอยู่เป็นจำนวนมาก มันแทบจะเป็นป่าฝนเลยก็ว่าได้ แมลงและสัตว์ป่านั้นมีอยู่ทั่วเกาะ

 

เมื่อพวกเขามายืนอยู่บนเกาะ พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนของลาวาเลย

 

ไป๋เวยไม่ได้พูดอะไร เธอแค่เดินไปทางป่าไม้ หานเซิ่นคิดว่าอาจจะเจอกับอันตราย แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกตัวว่าสิ่งมีชีวิตรอบๆเป็นแค่สัตว์ป่าธรรมดาๆ พวกมันไม่ได้เป็นแม้แต่ซีโน่เจเนอิค

 

ที่ศูนย์กลางของเกาะคือภูเขาสีขาว มันสูงเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น แต่มันดูเหมือนกับซาลาเปาลูกใหญ่ บนยอดเขามีบางอย่างที่ดูเหมือนกับหอคอยตั้งอยู่ มันดูเก่าแก่และผุผังจากการเวลา

 

พวกเขาเดินไปอยู่ตรงตีนเขา หลังจากนั้นก็มองไปในทิศทางของหอคอยที่อยู่บนยอดเขาและตะโกน

“ทายาทของราชาไป๋เสด็จมาที่นี่ อันดายอิ้งเบิร์ดอยู่หรือไม่?”

 

เสียงของไป๋เวยดังก้องไปทั่วทั้งเกาะ แต่มันไม่ได้มีเสียงอะไรตอบกลับมา ดังนั้นเธอจึงตะโกนอีกครั้ง

 

ซึ่งหลังจากที่เธอตะโกนไป 3 ครั้ง ประตูของหอคอยที่ตั้งอยู่บนยอดเขาก็เปิดออก มันเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงแหลม

 

ดวงตาของหานเซิ่นและเป่าเอ๋อจ้องไปที่ประตูของหอคอย พวกเขาอยากจะเห็นรูปลักษณ์ของอันดายอิ้งเบิร์ดระดับเทพเจ้า หอคอยไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก ดังนั้นอันดายอิ้งเบิร์ดก็คงจะไม่มีขนาดตัวใหญ่จนเกินไป

 

ทุกคนมองไปที่หอคอยด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังออกมา ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็เห็นเงาของคนๆหนึ่งเดินออกมาจากหอคอย

 

“เธอคืออันดายอิ้งเบิร์ดที่ว่าอย่างนั้นหรอ?” ดวงตาของหานเซิ่นเบิกกว้างขณะที่จ้องมองคนที่เดินออกมาจากประตู เขาคิดว่ามันเป็นอะไรที่แปลก

 

ที่ออกมาจากหอคอยไม่ใช่นกจริงๆ แต่เป็นหญิงชราหลังค่อมที่ถือไม้เท้า ผิวของเธอเหี่ยวแห้งและเต็มไปด้วยรอยย่นราวกับเปลือกของต้นไม้ เนื่องจากความจริงที่ว่าเธอแก่และหลังค่อม เธอจึงสูงเพียงแค่ระดับเอวของหานเซิ่นเท่านั้น เธอสวมใส่แว่นตาทรงกลมและชุดสีแดง เธอดูค่อนข้างแปลก

 

“ใครกันที่มาส่งเสียงเอะอะโวยวายข้างล่าง?”

หญิงชราเดินออกมายืนตรงหน้าหอคอยและมองลงไปที่ตีนเขา เธอสายตาไม่ค่อยดี ดังนั้นเธอจึงต้องขยับแว่นตาขึ้น สุดท้ายดวงตาที่ดูอิดโรยของเธอก็มาหยุดอยู่ที่ไป๋เวยและคนอื่นๆ

 

ไป๋เวยไม่ได้คาดคิดเอาไว้ว่าคนแบบนี้จะเป็นคนที่ออกมา เธอคือองค์หญิง ดังนั้นถึงแม้เธอจะประหลาดใจ เธอก็ยังพูดออกมา

“ข้าคือไป๋เวย และข้าเป็นลูกสาวของราชาไป๋ ข้ามาที่นี่ตามคำขอของท่านพ่อ ท่านใช่อันดายอิ้งเบิร์ดหรือไม่?”

 

หญิงชราดันแว่นของเธอ เธอจ้องไปที่ไป๋เวยและพูดอย่างช้าๆ

“เจ้าคือทายาทของราชาไป๋? ข้าไม่ใช่อันดายอิ้งเบิร์ด ข้าเป็นเพียงแค่หญิงชราที่รับหน้าที่ทำความสะอาดหอคอย”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปแจ้งอันดายอิ้งเบิร์ดได้ไหมว่าทายาทของราชาไป๋มาเยือนที่นี่?” ไป๋เวยพูด

 

“ข้ากลัวว่าเจ้ามาสายเกินไป อันดายอิ้งเบิร์ดได้ตายไปแล้ว” หญิงชราพูดอย่างช้าๆ

 

“อันดายอิ้งเบิร์ดตายไปแล้ว?” ดวงตาของหานเซิ่นเบิกกว้าง ลูกตาของเขาเกือบจะหลุดออกมาจากเบ้า

 

ไป๋เวยอึ้งไป เธอไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถ้าอันดายอิ้งเบิร์ดระดับเทพเจ้าไม่อยู่แล้ว แบบนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์ที่เธอมาที่นี่

 

หญิงชราถอนหายใจและพูดต่อ “แต่ท่านอันดายอิ้งเบิร์ดได้บอกข้าเอาไว้ว่าถ้าทายาทของราชาไป๋มาเยือน คนๆนั้นจะนำอะไรไปก็ได้ แต่คนๆนั้นก็ต้องผ่านการทดสอบให้ได้ซะก่อน”

 

ใบหน้าของไป๋เวยดูดีขึ้นมาหน่อย “ข้าอยากจะลองมันดู การทดสอบแบบไหนกันที่ท่านกำลังพูดถึง?”

 

หญิงชราไม่ตอบ สายตาของเธอจับจ้องไปที่พวกหานเซิ่น

“คนพวกนี้เป็นใครกัน? พวกเขาดูไม่เหมือนกับคนของเอ็กซ์ตรีมคิง ถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นคนของเอ็กซ์ตรีมคิง อย่างนั้นก็ฆ่าพวกเขาซะ ที่นี่คือที่อยู่อาศัยของอันดายอิ้งเบิร์ด มันไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาก็ได้”

 

หานเซิ่นรู้สึกหนาวขึ้นมา หญิงชราคนนั้นดูแก่มากๆก็จริง แต่เมื่อเธอมองมาที่พวกเขา หานเซิ่นก็รู้สึกหนาวมาก เขารู้ว่าจริงๆแล้วเธอเป็นคนที่อันตรายอย่างมาก

 

ไป๋เวยมองไปที่หานเซิ่นและตอบหญิงชรา “พวกเขาเป็นอัศวินของเอ็กซ์ตรีมคิงจริงๆ พวกเขาช่วยคุ้มกันข้ามาที่นี่”

 

“อย่างนี้นี่เอง” หญิงชราพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก เธอถือไม้เท้าอยู่ในมือและค่อยๆเดินไปที่ยอดเขาอย่างช้าๆ เธอดูสั่นคลอนขณะที่เดินขึ้นไป มันทำให้คนอื่นที่มองเห็นรู้สึกกังวลว่าเธอจะก้าวพลาดและร่วงลงมาจากยอดเขา

 

ขณะที่ยืนอยู่บนยอดเขาและขั้นบันไดหินของมัน หญิงชราก็ดูเหมือนจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เธอพูดขึ้นมา

“เมื่อก่อนอันดายอิ้งเบิร์ดเคยปะทะกันกับราชาไป๋พ่อของเจ้า ผู้คนมากมายได้ตายไป แต่มันไม่มีฝ่ายไหนชนะ หนึ่งพันปีให้หลังพวกเขาตกลงกันว่าจะทายาทระดับมาร์ควิสมาต่อสู้กัน การต่อสู้ของพวกเขาจะเป็นตัวตัดสินผู้ชนะ แต่อันดายอิ้งเบิร์ดไม่ได้ให้กำเนิดทายาทของนาง นางตายขณะที่กำลังตั้งครรภ์ ดังนั้นการต่อสู้จึงดำเนินต่อไปไม่ได้”

 

หลังจากที่หญิงชราพูดแบบนี้ เธอก็ดูเศร้าอย่างมาก เธอชี้ไปที่ขั้นบันไดหินและพูด

“แต่อันดายอิ้งเบิร์ดได้สร้างบันไดนี้ขึ้นมาก่อนที่นางจะตายไป ถ้าเจ้าผ่านขั้นบันไดนี้และขึ้นไปถึงยอดได้ เจ้าจะเป็นฝ่ายชนะ และเจ้าจะได้รับสิ่งของที่อันดายอิ้งเบิร์ดและราชาไป๋ต่อสู้เพื่อแย่งกัน แต่ถ้าเจ้าทำไม่สำเร็จ เจ้าก็ต้องกลับออกไป”

 

“มันไม่มีเงื่อนไขอะไรอย่างอื่นใช่ไหม?” ไป๋เวยมองหญิงชราที่อยู่บนยอด

 

“ไม่ ไม่สำคัญว่าเจ้าจะทำมันยังไง ตราบใดที่เจ้าข้ามบันไดขึ้นไปถึงยอดเขาได้ เจ้าก็จะเป็นฝ่ายชนะ ถึงแม้เจ้าจะคลานขึ้นไปก็ตาม” หญิงชราไอออกมาหลังจากที่พูดจบ

 

“ถ้ามันไม่มีเงื่อนไขอื่น ข้าก็เริ่มละนะ” ไป๋เวยพูดและเริ่มก้าวขึ้นไปบนบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ภูเขาที่เหมือนกับซาลาเปา

 

หานเซิ่นมองไปที่บันไดและสังเกตเห็นว่ามันยาวเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น และจากด้านล่างจนถึงยอดสุดมันก็มีเพียงแค่ไม่กี่พันขั้นเท่านั้น หานเซิ่นไม่ได้พบว่าอะไรที่แปลกประหลาด ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่านี่มันเป็นการทดสอบแบบไหนกันแน่ แต่ที่หานเซิ่นสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือสิ่งของที่อันดายอิ้งเบิร์ดและราชาไป๋ต่อสู้เพื่อแย่งกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีว่าหญิงชราคนนั้นอันตรายอย่างมากและไม่ควรไปยั่วให้เธอโกรธ ด้วยเหตุนั้นเขาจึงแค่มองดูไป๋เวยรับการทดสอบ

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset