Super God Gene – ตอนที่ 2335

ระดับราชันแบ่งออกเป็น 9 ขั้นด้วยกัน คนที่จะกลายเป็นครึ่งเทพจำเป็นต้องสำเร็จทั้ง 9 ขั้น หลังจากนั้นพวกเขาก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ระดับเทพเจ้าได้อย่างเต็มตัว

 

แต่แทนที่จะถูกแบ่งแยกออกจากกัน ทั้ง 9 ขั้นกลับถูกจัดอยู่ภายใต้ระดับราชันเหมือนๆกัน พลังของแสงแห่งเทพระดับราชันจะสูงขึ้นเรื่อยๆเมื่อสำเร็จแต่ละขั้น

 

กิเลนโลหิตสำเร็จทั้ง 9 ขั้นเรียบร้อยแล้ว เพราะยังไงซะมันก็เป็นระดับครึ่งเทพ องครักษ์ขององค์ชายดาบดาราเองก็เป็นระดับครึ่งเทพเจ้ากัน

 

“กล้าดียังไงมาปฏิบัติตัวแย่ๆต่อหน้าองค์ชายของข้า!”
องครักษ์ระดับครึ่งเทพส่งเสียงออกมา หลังจากนั้นเขาก็ปลดปล่อยแสงแห่งเทพสีเหลืองออกมาทับซ้อนกับแสงสีเลือดของกิเลนโลหิต องครักษ์ยกขวานในมือขึ้นและวิ่งออกไปข้างหน้าเพื่อปะทะกับกิเลนโลหิต

 

แสงแห่งเทพสีเลือดรวมกับแสงแห่งเทพสีเหลือง องครักษ์ทั้ง 2 ได้รับผลจากแสงแห่งเทพของอีกฝ่าย ร่างกายของกิเลนโลหิตจู่ๆก็หนักอึ้งขึ้นมาราวกับว่ามันแบกน้ำหนักของภูเขาทั้งลูกเอาไว้

 

แสงแห่งเทพสีเหลืองนั้นเป็นธาตุดิน และมันสามารถสร้างแรงกดดันธาตุดินต่อสิ่งมีชีวิตภายในบริเวณของมันได้

 

ขณะที่กิเลนโลหิตถูกกดลงด้านล่างด้วยพลังธาตุดิน ขวานขององครักษ์ก็ฟันลงมาใส่ราวกับขุนเขา มันเล็งไปที่หัวของกิเลนโลหิต องครักษ์ปลดปล่อยพลังที่มากพอจะตัดดวงดาวทั้งดวงให้ขาดครึ่งได้

กิเลนโลหิตคำราม แต่แทนที่จะหลบหลีกการโจมตี มันกลับใช้เขาเพื่อป้องกันขวานที่ฟันลงมา

 

ตูม!

พลังสีเลือดและสีเหลืองปะทะกัน เขาของกิเลนโลหิตสามารถป้องกันขวานใหญ่เอาไว้ได้สำเร็จ

 

องครักษ์ครึ่งเทพคำราม เขาพยายามจะกดขวานใหญ่ลงไป ขณะที่พลังของทั้ง 2 ปะทะกัน

 

หานเซิ่นและองค์ชายดาบดารามองดูการต่อสู้จากระยะไกล ทันใดนั้นก็มีแรงระเบิดสีแดงและเหลืองเกิดขึ้น กิเลนโลหิตสามารถเคลื่อนผ่านองครักษ์ระดับครึ่งเทพไปได้

 

เมื่อแสงจากแรงระเบิดจางลงไป ผู้ชมก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง พวกเขาสังเกตเห็นว่าเกล็ดบริเวณคอของกิเลนโลหิตฉีกขาดและเกิดเป็นรอยแหว่งขนาดใหญ่ เลือดของกิเลนโลหิตเริ่มไหลลงมาที่อกของมัน

 

ชุดเกราะขององครักษ์ระดับครึ่งเทพก็ถูกทำลายเช่นกัน บนตัวของเขามีถูกรอยตัดที่กำลังมีเลือดไหลออกมา

 

“เป็นร่างกายที่แข็งแกร่งมากๆ! แต่ถึงอย่างนั้นวันนี้เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี”
องครักษ์ระดับครึ่งเทพตะโกนอย่างดุดัน ขวานเบิกนภาของเขาสร้างแสงที่น่ากลัวขึ้นและมันก็ฟันเข้าใส่กิเลนโลหิตอีกครั้ง

 

กิเลนโลหิตลดหัวลง ดวงตาสีแดงของมันดูมืดขึ้น พวกมันมืดขึ้นจนกระทั่งดูดำสนิทไป

 

หานเซิ่นเข้าใจกิเลนโลหิตดี เขารู้ว่าตอนนี้มันโกรธขึ้นมาจริงๆ ลมปราณโลหิตของมันกำลังพลุ่งพล่านออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้มันเป็นเหมือนกับระเบิดนิวเคลียร์ที่กำลังจะปะทุ

 

ขณะที่องครักษ์ครึ่งเทพฟันเข้ามา กิเลนโลหิตไม่ได้หลบ มันเงยหัวขึ้นมาและจ้องไปที่องครักษ์ ลมปราณโลหิตในดวงตาของมันกำลังปะทุราวกับภูเขาไฟ

 

พลังจากดวงตาของกิเลนโลหิตไม่ได้ระเบิดออกมาอย่างที่หานเซิ่นคาดเอาไว้ แต่จู่ๆอกขององครักษ์ระดับครึ่งเทพก็เริ่มจะมีเลือดไหลทะลักออกมา

 

ขวานเบิกนภาของเขาไม่ได้ฟันลงมา เลือดทะลักออกมาจากบาดแผลของเขาราวกับน้ำพุ ทุกคนที่มองดูการต่อสู้ตกตะลึง องครักษ์ระดับครึ่งเทพพยายามใช้พลังเพื่อหยุดการเสียเลือดของเขา

 

แต่มันเป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์ เลือดยังคงไหลออกมาจากอกของเขาเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นหมอกควันที่ลอยเข้าไปหากิเลนโลหิต ขณะเดียวกันกิเลนโลหิตก็ดูดซับพวกมันเข้าไป

 

บาดแผลบริเวณคอของกิเลนโลหิตสมานตัวอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

กิเลนโลหิตคำรามราวกับสิงโต มันกลายเป็นเงาสีเลือดและบินตรงเข้าไปองครักษ์ระดับครึ่งทพ

 

สีหน้าขององครักษ์ระดับครึ่งเทพดูตกใจกับสถานการณ์ที่พลิกผัน เขาคำรามและแกว่งขวานเบิกนภาเข้าใส่กิเลนโลหิตอีกครั้ง

 

กิเลนโลหิตไม่ได้หลบ และมันก็ไม่ได้พยายามใช้กรงเล็บเพื่อป้องกันเช่นกัน กิเลนโลหิตปล่อยให้ขวานฟันถูกตัวของมัน แต่ในขณะเดียวกันกรงเล็บของกิเลนโลหะตก็สัมผัสร่างของคู่ต่อสู้

 

องครักษ์กรีดร้องออกมาและเลือดของเขาก็พุ่งราวกับไกเซอร์

 

กิเลนโลหิตที่อาฆาตเมินเฉยต่อขวานของศัตรูและใช้เกล็ดของมันเพื่อรับแรงจากการโจมตี ขณะที่มันใช้กรงเล็บข่วนใส่ชุดเกราะขององครักษ์และฉีกเนื้อหนังของเขา

 

กรงเล็บของกิเลนโลหิตทิ้งรอยข่วนไว้ทั่วร่างกายขององครักษ์และเลือดก็ไหลออกมาจากร่างกายของเขาไม่หยุด เลือดของเขาเป็นเหมือนกับลาวาที่ไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟ และมันไม่มีอะไรที่เขาจะทำเพื่อหยุกการปะทุนั้นได้

 

หานเซิ่นยิ้มแย้มขณะที่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้น แสงแห่งเทพของกิเลนโลหิตมีความสามารถที่น่ากลัวมากๆ โชคดีที่กิเลนโลหิตตัวนี้ไม่ใช่ศัตรูของเขา

 

ในตอนนี้ถึงองครักษ์ระดับราชันจะใช้ขวานใหญ่ฟันถูกตัวกิเลนโลหิต แต่มันก็สามารถรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

 

องครักษ์ระดับครึ่งเทพกรีดร้องอย่างต่อเนื่องขณะที่พยายามวิ่งหนี แต่ภายใต้แสงแห่งเทพของกิเลนโลหิต เขาสูญเสียเลือดมากเกินไป ตอนนี้เขาอ่อนแรงและไม่มีกำลังจะหนีจากกิเลนโลหิต

 

กิเลนโลหิตเป็นเหมือนกับหมาป่าที่หิวกระหาย มันกระโดดเข้าหาชายคนนั้นและฉีกแขนของเขาจนขาดก่อนที่จะกลืนลงไป เสียงขบเคี้ยวดังขึ้นมาจากกิเลนโลหิตราวกับว่ามันกำลังกินขนม

 

“องค์ชาย! ช่วย…ช่วยด้วย!” องครักษ์ครึ่งเทพกรีดร้อง

 

องค์ชายดาบดารารู้สึกหนาวขึ้นมาหลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ความโหดร้ายของกิเลนโลหิตทำให้เขาและองครักษ์คนอื่นรู้สึกตกใจ

 

ก่อนที่องค์ชายดาบดาราจะพูดอะไรได้ กิเลนโลหิตก็ยกองครักษ์คนนั้นใส่ปากและกินเขาเข้าไปทั้งตัว

 

กิเลนโลหิตกลืนกินยอดฝีมือระดับครึ่งเทพลงไป ขณะที่เสียงกรีดร้องสุดท้ายยังคงดังก้องในหูของผู้ชมที่

 

“ไป๋อี้… เจ้าฆ่าองครักษ์ของข้า…” สีหน้าขององค์ชายดาบดาราดูย้ำแย่

 

“มันก็แค่องครักษ์ที่ตายไป มันเป็นเรื่องใหญ่อะไร? ถ้าเจ้าไม่พอใจกับมัน กิเลนโลหิตก็ยินดีจะฟังความข้องใจของเจ้า ไปฆ่ามันถ้าเจ้ากล้าล่ะก็นะ” หานเซิ่นพูด

 

“เจ้า…” ใบหน้าขององค์ชายดาบดาราถมึงทึง เขาไม่ใช่ครึ่งเทพ และเขาก็มีองครักษ์ระดับครึ่งเทพใต้บังคับบัญชาแค่ 2 คนเท่านั้น ตอนนี้หนึ่งในองครักษ์ระดับเทพเจ้าเพิ่งจะถูกกินเข้าไปโดยกิเลนโลหิต การจะส่งอีกคนไปสู้จึงไม่ช่วยอะไร

 

องค์ชายและองค์หญิงคนอื่นที่กำลังดูการต่อสู้จากระยะไกลมองไปที่กิเลนโลหิตด้วยความอิจฉา

 

“ไม่คิดว่าซีโน่เจเนอิคตัวนั้นของหานเซิ่นจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ มันเหมือนกับว่ามันเป็นระดับเทพเจ้าเรียบร้อยแล้ว! ไม่อยากเชื่อเลยว่าไป๋อี้จะได้รับมันไปครอบครอง” ไป๋หลิงซวงรู้สึกโกรธเมื่อเห็นความสามารถของกิเลนโลหิต

 

“ถ้าน้องสี่สิบเจ็ดไม่มีอะไรแล้ว ข้าก็ขอตัวก่อน”
หานเซิ่นขึ้นขี่กิเลนโลหิตอีกครั้งและมองไปที่องค์ชายดาบดาราด้วยความดูถูก หลังจากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปทางต้นไม้กษัตริย์

 

องค์ชายดาบดาราไม่จะแข่งขันไปมากกว่านั้น แต่ไป๋หลิงซวงและราชวงศ์คนอื่นยังคงตามหานเซิ่นไป พวกเขาเห็นว่าหานเซิ่นกำลังมุ่งหน้าไปใกล้ต้นไม้กษัตริย์

 

“นี่เขาคิดจะฝึกตรงหน้าต้นไม้กษัตริย์เลยอย่างนั้นหรอ?” ไป๋หลิงซวงขมวดคิ้ว

 

หานเซิ่นคิดว่าจะหามังกรกษัตริย์รากแก้วได้ง่ายขึ้นเมื่อเข้าไปใกล้ต้นไม้กษัตริย์ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นแบบนั้น บริเวณใกล้ๆกับต้นไม้กษัตริย์นั้นต่างออกไป ทำให้คนของราชวงศ์คนอื่นๆไม่กล้าเข้าไปใกล้มัน

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset