Super God Gene – ตอนที่ 2365

เมื่อหานเซิ่นปลดปล่อยหมัดช็อคกิ้งสกายออกไป กระดูกขององครักษ์ระดับครึ่งเทพก็ถูกบดขยี้ มันไม่มีกระดูกแม้แต่ชิ้นเดียวที่ยังอยู่ในสภาพดี ร่างกายของเขาร่วงลงไปกองกำพื้นราวกับกระสอบ

 

หานเซิ่นเอื้อมมือไปจับองครักษ์ระดับครึ่งเทพคนนั้นและยกเขาขึ้นมา ร่างกายของเขายับเยิน แต่เขายังคงมีลมหายใจ หานเซิ่นโยนเขากลับไปให้องค์ชายดาบดารา

 

“ตามที่เจ้าขอ เขายังมีชีวิตอยู่” หานเซิ่นพูด

 

“ไป๋อี้ ข้าจะฆ่าเจ้า” องค์ชายดาบดารารับร่างองครักษ์เอาไว้ หานเซิ่นทำลายแม้กระทั่งยีนซีโน่เจเนอิคขององครักษ์คนนั้น นั่นทำให้องค์ชายดาบดาราโกรธมากๆ

 

“นี่ข้าอุส่าดีกับเจ้า เจ้าขอให้ข้าไว้ชีวิตเขา ข้าก็ไม่ฆ่าเขาแล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่พอใจ การเป็นพี่ชายช่างเป็นอะไรที่ยากลำบากจริงๆ” หานเซิ่นพูด หลังจากนั้นเขาก็กระโดดไปหาองครักษ์อีก 3 คน

 

องครักษ์อีก 3 คนที่เหลือทั้งโกรธและกลัว พวกเขาอยากจะวิ่งหนีไป แต่หมัดช็อคกิ้งสกายนั้นลงมาหาพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

 

พวกเขาไม่สามารถหนีจากมันได้ แต่ถ้าพวกเขาพยายามจะป้องกันมัน พลังนั้นก็จะบดขยี้ร่างกายของพวกเขา พลังหมัดเข้ามาหาพวกเขาทีละคน องครักษ์ระดับราชันขั้นที่ 9 ร่วงไปก่อน หลังจากนั้นองครักษ์ระดับครึ่งเทพก็ร่วงตามไปเช่นกัน หานเซิ่นบดขยี้ร่างกายของพวกเขาในไม่กี่หมัด และโยนร่างกายของพวกเขากลับไปให้องค์ชายดาบดารา

 

คนของราชวงศ์ที่อยู่ใกล้เคียงตกตะลึงกับความโหดร้ายและความแข็งแกร่งของหานเซิ่น มันทำให้พวกเขาต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับวิธีที่จะปฏิบัติกับหานเซิ่นในอนาคต

 

องค์ชายดาบดารากัดฟัน เขาอดกลั้นความอยากที่จะโจมตีหานเซิ่นด้วยตัวเองเอาไว้ เขาจ้องมองไปที่หานเซิ่นขณะที่แบกร่างองครักษ์ทั้ง 4 เดินจากไป

 

“องค์ชายดาบดาราคนนั้นใจเสาะชะมัด นี่เขาจะยอมรับความพ่ายแพ้อย่างนั้นหรอ?” องค์ชายสิบเก้าเบะปากด้วยความเย้ยหยัน

 

“นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นคนที่น่ากลัว องค์ชายดาบดาราไม่ใช่คนที่จะถูกควบคุมโดยอารมณ์ชั่ววูบ”
ไป๋ชางลังเดินเข้ามา เขาถอนหายใจและพูด “คนของราชวงศ์ในรุ่นของพวกเราเป็นรุ่นที่มีทั้งความหวังและสิ้นหวังที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันมีคนของราชวงศ์ที่ยอดเยี่ยมอยู่มากเกินไป และตอนนี้มันก็มีคนอย่างองค์ชายสิบหก องค์ชายสิบเจ็ดหรือแม้แต่องค์ชายดาบดารา เมื่อถึงเวลาที่ใครคนหนึ่งขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากท่านพ่อ มันจะไม่สงบสุขเป็นแน่”

 

“ความโกลาหลเป็นอะไรที่สนุก ไม่อย่างนั้นชีวิตก็เป็นเหมือนน้ำในสระที่หยุดนิ่ง นั่นเป็นอะไรที่น่าเบื่อ” องค์ชายสิบเก้าพูด

 

ทุกคนมองดูหานเซิ่นปีนขึ้นไปบนมังกรกษัตริย์รากแก้ว ไม่มีใครกล้าไปยั่วโมโหเขา เพราะยังไงซะเขาก็เพิ่งจะกำราบองครักษ์ระดับครึ่งเทพไป ราชวงศ์คนอื่นจึงรู้ตัวดีว่าพวกเขาไม่สามารถต่อกรกับหานเซิ่นได้ ส่วนคนที่สามารถต่อกรกับเขาได้ก็รู้ว่าไม่ควรจะทำแบบนั้นภายในสวนกษัตริย์

 

หานเซิ่นพากิเลนโลหิตขึ้นไปนั่งบนหัวมังกรร่วมกับเขา ขณะที่ราชวงศ์คนอื่นแยกย้ายกันไปหามังกรกษัตริย์ของตัวเอง

 

หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ใบไม้สีเหลืองของต้นไม้กษัตริย์ก็เริ่มเรืองแสงขึ้นมา มังกรกษัตริย์รากแก้วคำรามและดำลงไปใต้ดิน

 

มันไม่เหมือนกับมังกรกษัตริย์ขนาดเล็กที่หานเซิ่นเคยใช้ก่อนหน้านี้ มังกรกษัตริย์รากแก้วตัวนี้มีขนาดใหญ่และมันก็ลงไปใต้ดินได้ลึกกว่า มันเข้าใกล้แหล่งพลังมากกว่า

 

ในตอนที่หานเซิ่นฝึกร่วมกับไป๋เวย แหล่งพลังนั้นดูเหมือนกับดวงอาทิตย์สีทองที่ไกลออกไป แต่ตอนนี้เขาอยู่ใกล้มากๆและมันก็ใหญ่เกินบรรยาย

 

คลื่นลมปราณกษัตริย์สีทองเริ่มหลั่งไหลออกมาหาหานเซิ่น ลมปราณกษัตริย์ที่หานเซิ่นดูดซับเข้าไปจะช่วยสกัดพลังในร่างกายของเขา

 

กิเลนโลหิตดูดซับลมปราณกษัตริย์เข้าไปอย่างละโมบ และมันก็ดูสุขภาพดีขึ้นมาก

 

หลังจากที่หานเซิ่นดูดซับลมปราณกษัตริย์เข้าไป 30 คลื่น เขาก็ได้ยินเสียงประกาศในหัว

 

“ยีนระดับดยุก+1”

 

หานเซิ่นตกใจ แต่เขาก็รู้สึกดีใจมากๆด้วยเช่นกัน “จริงๆแล้วคลื่นของลมปราณกษัตริย์พวกนี้ก็คือยีนซีโน่เจเนอิคอย่างนั้นหรอ?”

 

ในครั้งก่อนหานเซิ่นอยู่ห่างไกลไปจากต้นไม้กษัตริย์ ลมปราณกษัตริย์ที่เขาดูดซับเข้าไปจึงอ่อนแอเกินกว่าที่จะได้รับยีนระดับดยุก แต่ตอนนี้เขามีลมปราณกษัตริย์มากมาย และเขาก็สามารถดูดซับพวกมันได้อย่างเต็มที่

 

ก่อนหน้านี้หานเซิ่นไม่ได้รู้สึกสนใจในลมปราณกษัตริย์ แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมา เขาดูดซับลมปราณกษัตริย์เข้าไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อเขาดูดซับลมปราณกษัตริย์คลื่นที่ 50 เข้าไป เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

‘ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ เราก็ไม่จำเป็นต้องออกไปหาซีโน่เจเนอิคเพิ่มอีก เพียงแค่ดูดซับลมปราณกษัตริย์นี่ก็จะมอบยีนระดับดยุกให้กับเราอย่างเพียงพอ!” หานเซิ่นคิดขณะที่ดูดซับลมปราณกษัตริย์อย่างบ้าคลั่ง

 

ขณะที่มังกรกษัตริย์ยังอยู่ใต้ดิน ยีนระดับดยุกของหานเซิ่นก็เพิ่มขึ้นจนเต็มหนึ่งร้อยพ้อย เขาดูดซับลมปราณกษัตริย์เข้าไปอีก แต่ยีนระดับดยุกของเขาไม่เพิ่มขึ้นไปมากกว่านั้น

 

หานเซิ่นใช้ยีนระดับดยุกทั้งหนึ่งร้อยพ้อยเพื่อปลดล็อคยีนแรกของเรื่องราวของยีน

 

มันเป็นกระบวนการที่ราบรื่นเหมือนกับตอนที่ปลดล็อคยีนวิชากายหยก หลังจากที่เรื่องราวของยีนปลดล็อคยีนขั้นแรกแล้ว เขาก็ได้รับร่างแอสทรอลมา

 

เมื่อยีนระดับดยุกทั้ง 100 พ้อยหายไปแล้ว หานเซิ่นก็เริ่มดูดซับลมปราณกษัตริย์ต่อ ยีนระดับดยุกของเขาเริ่มถูกสะสมอีกครั้ง

 

“นี่มันของดีจริงๆ” หานเซิ่นยิ้ม เมื่อได้มังกรกษัตริย์รากแก้วนี้มาแล้ว เขาก็ไม่คิดจะจากไปไหน เขามีแผนที่จะใช้ลมปราณกษัตริย์เพื่อปลดล็อคยีนของวิชาจีโนอื่นๆอีก

 

ที่ไหนสักแห่งภายในอาณาจักรกษัตริย์ มันมีภูเขาลูกหนึ่งลอยอยู่ในความมืดมิด ภูเขานั้นดูใหญ่มหึมา และไม่ว่าใครจะใช้เวลาบินขึ้นไปสู่ยอดของมันสักแค่ไหน มันก็ไม่มีวันที่เขาจะไปถึงยอดของภูเขาได้

 

มันถูกรู้จักกันในชื่อภูเขาเอ็กซ์ตรีม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ภูเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอาณาจักรกษัตริย์ ตำนานที่น่าสะพรึงกลัวกล่าวขานถึงการมีอยู่ของมัน และยอดฝีมือมากมายต่างก็ถูกฆ่าตายขณะที่พยายามขึ้นไปให้ถึงยอดภูเขา ตำนานกล่าวไว้ว่าสิ่งมีชีวิตระดับครึ่งเทพและระดับเทพเจ้ามากมายเร่ร่อนอยู่ที่นั่น

 

ความลับของภูเขาเอ็กซ์ตรีมยังไม่ถูกค้นพบ และมันก็ยังมีสถานที่หลายแห่งบนภูเขาที่แม้แต่ราชาไป๋เองก็ยังไม่กล้าไปสำรวจ

 

บนด้านซ้ายของภูเขาเอ็กซ์ตรีม ชายที่ดูเหมือนกับผีคนหนึ่งกำลังเดินไปตามเส้นทางของภูเขา

 

ทุกก้าวที่เขาเดินออกไปนั้นเหมือนกับว่ามีพลังลึกลับบางอย่างลงมาสู่ตัวของเขา และทำให้ร่างกายของเขาเบาลงไปเรื่อยๆ เมื่อเขาเดินขึ้นไปบนทางลาดเอียงของภูเขาได้ครึ่งทาง ร่างกายของเขาก็ดูกึ่งโปร่งใส และมันดูเหมือนกับว่าเขากำลังจะจางหายไปได้ทุกเมื่อ

 

แต่ชายคนนั้นยังคงจ้องไปที่ยอดของภูเขาเอ็กซ์ตรีม และเขาก็ยังคงก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะไปให้ถึงยอดของมัน

 

“ครึ่งภูเขา ครึ่งท้องฟ้า ครึ่งเอ็กซ์ตรีม หนึ่งก้าว หนึ่งชีวิต หนึ่งโลก”
เมื่อเขาไปถึงครึ่งทาง เขาก็เห็นประโยคที่ถูกเขียนไว้บนหน้าผา ซึ่งมันเขียนเอาไว้ด้วยเลือด

 

ชายคนนั้นมองเห็นมัน แต่เขาก็ยังคงเดินไปข้างหน้าต่อไปโดยไม่สนใจคำบนหน้าผา

 

ตำนานบอกเอาไว้ว่าคำเหล่านั้นถูกทิ้งเอาไว้โดยกษัตริย์องค์ที่เจ็ดของเอ็กซ์ตรีมคิง กษัตริย์องค์ที่เจ็ดไปที่นั่นในตอนที่เขาเป็นครึ่งเทพ เขาหยุดอยู่ที่นั่นเพื่อเขียนคำเหล่านั้นเอาไว้ก่อนที่จะลงไปจากภูเขา

 

หลังจากนั้นมา ทายาททุกคนของเอ็กซ์ตรีมคิงที่มาเยือนภูเขาเอ็กซ์ตรีมและเดินผ่านคำเหล่านั้นไปล้วนแต่เสียชีวิตไป มันมีข้อยกเว้นเพียงแค่คนๆเดียวเท่านั้น

 

ข้อยกเว้นคนนั้นก็คือราชาเป่า กษัตริย์องค์ก่อนของเอ็กซ์ตรีมคิง ราชาเป่าเดินผ่านคำที่เขียนบนหน้าผาไป แต่เขารอดกลับมาได้ เขาไม่เคยพูดถึงเกี่ยวกับประสบการณ์บนภูเขาเอ็กซ์ตรีม เขาบอกเอาไว้แค่ว่าใครที่โชคดีพอจะไปถึงยอดของภูเขาเอ็กซ์ตรีมได้ คนๆนั้นจะกลายเป็นที่สุดในรุ่นตัวเองและได้รับร่างกายที่ไร้เทียมทาน

Super God Gene

Super God Gene

ในยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษย์ถูกพัฒนาจนถึงระดับสูง ในที่สุดมนุษยชาติก็ได้ค้นพบวิธีการเทเลพอร์ต แต่เมื่อพวกเขาทดลองเทเลพอร์ต กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ถูกส่งไปในอนาคต อดีตหรือสถานที่อื่นๆที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สถานที่ลึกลับนี่ถูกเรียกว่า ‘ก็อด เเซงชัวรี่’ ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมนุษย์ลองกินสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไป ร่างกายของพวกเขาพัฒนาขึ้นและยังเพิ่มอายุขัยขึ้นด้วย มันคือก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ชาติในการวิวัฒนาการเพื่อสร้างยุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ “ด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกินเนื้อของด้วงทมิฬเลือดศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 Geno Point โดยการสุ่ม” The future unfolded on a magnificent scale into the Interstellar Age. Humanity finally solved the space warp technology, but when humanity transported themselves into the other end, they discovered that place neither had a past nor future, nor was there any land under the starry skies…… The mysterious sanctuary was actually a world filled with countless tyrannical unusual organisms. Humanity faced their great leap in evolution, starting the most glorious and resplendant new era under the starry skies. “Slaughtered the God Blood organism ‘Black Beetle’. Received the God Blood Black Beetle’s Beast Soul. Used the God Blood Black Beetle’s flesh. Randomly obtaining 0 to 10 points of God Gene(s).”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset