The Man from Hell – ตอนที่ 97 : แกคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วสินะ

ด้วยเสียงที่ดังลั่นของอะไรบางอย่างที่แตกร้าว มารเหมันต์ตัวแข็งทื่อ เขาเผยสีหน้าหวาดกลัวและไม่น่าเชื่อออกมาในเวลาเดียวกัน

หัวของเขาโดนเย่เฟิงบีบจนแตกละเอียดออกเป็นชิ้น ๆ

‘นั่น…มันเป็นไปไม่ได้!’

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเย่เฟิงก็ทำลายศีรษะของมารเหมันต์ได้!

สีหน้าของมารเหมันต์ดูราวกับว่าเขานั้นเพิ่งจะเห็นผีตัวเป็น ๆ ปรากฏตัวตรงหน้า

เหมือนว่าเขานั้นจะไม่เชื่อว่าเย่เฟิงจะสามารถฆ่าเขาด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว!

มีเพียงเสียงพูดอู้อี้เบา ๆ ร่างกายของมารเหมันต์ล้มลงกองกับพื้นเหมือนถุงขยะ นั่นทำให้หัวใจของทุกคนเหมือนถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่

‘ตายแล้ว… นี่เขาตายแล้วเหรอ ?’

ซือกงทัวเบิกตากว้าง “นั่นมัน…นั่นมันเป็นไปไม่ได้!”

‘มารเหมันต์นั้นแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับเฒ่าแยกร่างแปดชิ้น ซึ่งเฒ่าแยกร่างแปดชิ้นยังสามารถบังคับให้เย่เฟิงล่าถอยไปได้อย่างรวดเร็วในตอนแรก แต่พอถึงทีของเขา เย่เฟิงกลับสังหารเขาได้ด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว ซือกงทัวแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของเขาเอง!’

‘แม่งเอ๊ย!’

เฒ่ามารอสูรจ้องมองไปที่เย่เฟิงด้วยความตื่นตระหนกอย่างมาก ขณะที่เขาพูดขึ้นว่า “ชายคนนี้นั้นมีพลังในการต่อสู้แอบซ่อนอยู่! เร็วเข้า! รีบถอยออกมาก่อน!”

เฒ่ามารอสูรนั้นไม่ใช่คนโง่!

ในเมื่อมารเหมันต์ถูกฆ่าตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของเย่เฟิง ดังนั้นอีก 3 คนคงจะไม่สามารถเอาชนะเย่เฟิงได้อย่างแน่นอน แม้ว่าพวกเขาจะลงมือโจมตีพร้อมกัน

เฒ่ามารอสูรจึงถอยหลังกลับด้วยความเร็วสูงสุดของเขา ตามด้วยเฒ่ามือมารและเฒ่ามารคมมีด!

ผู้อาวุโสทั้ง 3 ถอยกลับอย่างรวดเร็วกว่าตอนที่เขาพุ่งเข้าไปหาเย่เฟิงด้วยซ้ำ

เพียงเสี้ยววินาที พวกเขาก็อยู่ห่างออกไปถึง 10 เมตร!

อย่างไรก็ตามขณะที่พวกเขากำลังล่าถอย สายลมเย็น ๆ ก็พัดมาสัมผัสกับร่างกายพวกเขา!

เฒ่ามือมารตัวสั่นสะท้านพลางส่งเสียงร้องที่ฟังไม่เป็นภาษาออกมา!

เมื่อเขาก้มหน้าลง เขาก็เห็นฝ่ามือข้างหนึ่งที่แทงทะลุผ่านหัวใจของเขาจากด้านหลัง

ฝามือนั้นเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดและกำลังถือหัวใจอยู่ในกำมือ!

หัวใจนั้นยังเต้นอยู่ ขณะที่เลือดกำลังค่อย ๆ ไหลลงสู่พื้น

ฉากที่น่าหวาดกลัวนี้ทำให้ทุกคนขนลุกไปหมดทั้งตัว!

“หัวใจ…หัวใจของฉัน…”

เฒ่ามือมารตัวแข็งค้าง ขณะที่เขาจ้องมองไปที่หัวใจของเขาที่อยู่ในฝ่ามือด้วยสีหน้าซีดเผือด

เขานั้นชอบที่จะควักหัวใจของคนอื่น ๆ เมื่อเขาต่อสู้ แต่ตอนนี้หัวใจของเขากลับถูกคนอื่นควักออกมา!

ด้วยเสียงอู้อี้ ร่างของมือมารล้มลงไปกระแทกกับพื้นอย่างแรง

ในขณะนั้น ทั้งลานเงียบราวกับป่าช้า

‘เขาตายแล้ว!’

‘มีคนโดนฆ่าไปอีกแล้ว!’

‘นั่น…มันน่ากลัวเกินไป!’

สายตาของทุกคนในลานเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เมื่อพวกเขามองไปที่ศพของมารเหมันต์และมือมารที่กองอยู่บนพื้น

พวกเขาไม่นึกเลยว่า มารทั้งสองจะถูกสังหาร ภายในการโจมตีแค่ 2 ครั้งในระยะเวลาเพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้น!

‘นี่มัน…ไม่น่าเชื่อ!’

“ปีศาจ! มันต้องเป็นปีศาจอย่างแน่นอน!”

เฒ่ามารคมมีดกลัวมากจนเขาปัสสาวะราดกางเกงของเขา ขณะจ้องมองเย่เฟิงด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว

เขารู้ว่ามารเหมันต์และมือมารนั้นอ่อนแอกว่าเขา

แต่พวกเขาทั้งสองนั้นถูกฆ่าตายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

ดังนั้นเฒ่ามารคมมีดจึงรีบวิ่งหนีไป แต่เขาไม่ได้วิ่งไปทางที่ตระกูลซือกงอยู่ แต่เขาต้องการวิ่งหนีให้ห่างออกไปจากตระกูลเย่แทน

เขาแค่อยากจะหนีให้ไกลที่สุด! เขาต้องการที่จะอยู่ให้ไกลจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นปีศาจคนนี้!

ทว่าเมื่อเขาไปถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ตระกูลเย่ ประกายแสงสะท้อนของมีดก็พุ่งเข้าใส่เขา จากนั้นขาของเฒ่ามารคมมีดข้างหนึ่งก็ขาดกระเด็นไป!

“อ๊าก!” เฒ่ามารคมมีดกรีดร้องขณะที่เขาล้มลงไปกับพื้น เขาพบว่าที่ต้นขาของเขานั้นเลือดกำลังพวยพุ่งออกมาอย่างมากราวกับน้ำพุ

“ขาของฉัน! ขาของฉัน!”

เฒ่ามารคมมีดคร่ำครวญขณะที่หน้าผากของเขาเหงื่อออกจนเปียกชื้น

เขามองเย่เฟิงด้วยความตื่นตระหนกอย่างมาก

“เย่…เย่เฟิง! กรุณายกโทษให้ผมด้วย ผมจะชดใช้ความผิดของตัวเอง ผมจะยอมเป็นทาสของตระกูลเย่ไปตลอดชีวิต! กรุณายกโทษให้ผมด้วย! ผมยอมเป็นแค่สุนัขของตระกูลเย่ก็ได้!”

เฒ่ามารคมมีดไม่ต้องการที่จะตาย!

เขาเป็นผู้มีพลังอำนาจ เป็นผู้มีฉายาว่ามารในภาคเหนือของจีน

เขาแค่อยากจะมีชีวิตต่อไป แม้ว่าจะต้องมีชีวิตเหมือนกับสุนัขก็ตาม

“แกอยากจะเป็นสุนัขงั้นเหรอ ?”

เย่เฟิงเผยรอยยิ้มชั่วร้าย ขณะที่ดวงตาของเขาเปล่งประกายเย็นชา “เอาล่ะ ถ้างั้นก็จงเป็นสุนัขที่ตายไปแล้วละกัน!”

หลังจากพูดแล้วเย่เฟิงก็ตวัดมีดสปาร์ตาในมือของเขา!

ฉึบ!

ขาอีกข้างถูกส่งลอยกระเด็นไป!

 

ด้วยแสงของมีดที่เป็นประกายวิบวับในมือของเย่เฟิง แขนของเฒ่ามารคมมีดถูกตัดออกทีละข้าง!

“อ๊าก!”

เสียงร้องโหยหวนของเขาก้องกังวานไปทั่วทั้งลาน

เฒ่ามารคมมีดรู้สึกเจ็บปวดมากจนเขาอยากตายไปให้พ้น ๆ เลือดไหลออกจากร่องรอยของบาดแผลที่มีดสปาร์ตาทำไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะตายในไม่ช้า

แต่เย่เฟิงไม่ได้หันกลับไปมองเขาอีกเลย เขาเพียงค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเฒ่ามารอสูร

ด้วยเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เฒ่ามารอสูรรู้สึกว่าหัวใจของเขาเหมือนถูกเหยียบย่ำตามเสียงที่ลอยเข้าหูมา ใบหน้าของเขาตอนนี้ซีดลงอย่างมาก

“ไอ้สารเลว!”

หน้าผากของเฒ่ามารอสูรมีเม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่ว เปลือกตาของเขากระตุกถี่

เขาไม่เคยเห็นใครที่แข็งแกร่งและดุร้ายแบบนี้มาก่อน ราวกับว่าคู่ต่อสู้ของเขาปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นเพียงมดแมลงตัวเล็ก ๆ ที่อาจถูกฆ่าตายอย่างไม่ได้ตั้งใจ

‘เอายังไงดี ? ฉันควรทำยังไง ?’

เฒ่ามารอสูรราวกับรู้ว่าเขานั้นถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว และจะต้องเสียชีวิตในไม่ช้า แม้ว่าเขาจะคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนเย่เฟิงก็ตาม ดังนั้นเขาจึงจับจ้องไปที่เย่ฟ่างเฉิง

‘หืมม ?’

เฒ่ามารอสูรยิ้มกว้างขณะพุ่งเข้าไปคว้าคอของเย่ฟ่างเฉิงทันที!

“ไอ้สารเลว หยุดเลยนะ!”

เฒ่ามารอสูรแสยะยิ้ม ขณะที่เขาต้องการให้เย่เฟิงมองดูปู่ของเขาถูกทำให้ตายไปต่อหน้า “ถ้าแกคุกเข่าต่อหน้าฉัน ฉันจะไว้ชีวิตปู่ของแกซะ! ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะหักคอของเขา!”

ด้วยตัวประกันที่อยู่ในกำมือ เขาพูดออกไปอย่างอวดดีและมั่นใจมาก

ซือกงทัว เย่หลง และคนอื่น ๆ ในตระกูลซือกง ค่อย ๆ พยายามที่จะหลบหนีอย่างเงียบ ๆ แต่เมื่อเห็นฉากนี้พวกเขาทั้งหมดหยุดและถอนหายใจยาว ๆ ออกมา

พวกเขานั้นรู้ว่าเย่เฟิงจะต้องตายอย่างแน่นอนถ้าเขาทำตามคำสั่งของเฒ่ามารอสูร!

รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนในหน้าของพวกเขา

แต่ในขณะนั้นใบหน้าของเย่ฟ่างเฉิงกลับซีดลงอย่างมาก

เขาสบตาเข้ากับเย่เฟิง แล้วพูดออกมาอย่างไม่มีท่าทีเกรงกลัวว่า “เย่เฟิงไม่ต้องเชื่อมัน! ฆ่ามันซะ! เร็วเข้า! แล้วล้างแค้นให้กับคนที่เสียสละเพื่อตระกูลของเรา”

สมาชิกคนอื่น ๆ ทั้งหมดของตระกูลเย่ ตกอยู่ในความเครียด พวกเขาไม่ต้องการให้เย่เฟิงปล่อยให้หัวหน้าตระกูลต้องตายแบบนี้

ในขณะที่เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หน้าของเฒ่ามารอสูรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เขาตะโกนอีกครั้งว่า “ไอ้เด็กเหลือขอสารเลว แกหยุดเดินแล้วคุกเข่าลงกับพื้นซะ! ไม่อย่างนั้นฉันฆ่าปู่ของแกแน่!”

เขาไม่คิดว่าเย่เฟิงจะยังคงกล้าที่จะเดินเข้ามาเรื่อย ๆ

“คุกเข่าลง ?” เย่เฟิงแสยะยิ้มขณะเขาพูดต่อ “ฉันไม่เคยคุกเข่าให้กับใคร! ฉันนับถือตัวเองเท่านั้น! แกคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”

เมื่อเขาพูดวงตาของเขาก็ทอประกายสีม่วงอ่อน ๆ

นัยน์ตาสีม่วง!

กลืนกินวิญญาณ!

เมื่อเขาเห็นนัยน์ตาสีม่วงของเย่เฟิง เฒ่ามารอสูรก็ตกตะลึงในทันที ขณะที่ใบหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นว่างเปล่า จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงความตั้งใจของเย่เฟิง

“เวรเอ้ย! มันต้องการ…สะกดจิตฉัน!”

เฒ่ามารอสูรแทบไม่อยากเชื่อว่าเย่เฟิงพยายามสะกดจิตเขา หากไม่ใช่เพราะว่าเขามีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เขาอาจถูกควบคุมโดยเย่เฟิงทั้งทางร่างกายและจิตใจ

แต่นี่มันก็เพียงพอแล้วที่เย่เฟิงจะจัดการกับเขาและช่วยเหลือเย่ฟ่างเฉิง!

เย่เฟิงพุ่งไปข้างหน้าขณะที่เขาต่อยไปที่ไหล่ของเฒ่ามารอสูรด้วยกำปั้นของเขา!

เฒ่ามารอสูรถูกส่งลอยขึ้นไปในอากาศ!

ทว่าก่อนที่เขาจะร่วงลงสู่พื้น เย่เฟิงก็คว้าเขาไว้ได้ แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ชอบทำลายกระดูกเหรอ ? ฉันก็ชอบเหมือนกัน!”

เย่เฟิงเริ่มโจมตีเฒ่ามารอสูรโดยการต่อยอย่างรวดเร็ว

แครก!

แครก!

เสียงนั้นคล้ายกับเสียงป๊อปคอร์น ดังก้องไปทั่วทั้งลาน

สุดท้ายร่างของเฒ่ามารอสูรก็ถูกส่งให้ลอยไปหลายเมตรในสภาพเหมือนกระสอบทราย เสียงกรีดร้องคร่ำครวญของเขานั้นดังสะท้อนไปทั่วลานคฤหาสน์ตระกูลเย่

The Man from Hell

The Man from Hell

จักรวรรดิปีศาจได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งในจักรวาลแห่งนี้ เหล่าศัตรูต้องคุกเข่าต่อหน้าเขา แลเหล่าหญิงงามควรสยบแทบเท้าของเขา “ข้าคือปีศาจ ผู้ที่เหล่าทวยเทพเทวาทั้งหลายต่างยอมศิโรราบ หากเจ้าไม่ยอมก้มหัวให้ข้า ข้าจักบังคับเจ้าด้วยกำลัง” — เย่เฟิง! The Demon Empire in the universe was reborn and came back! Enemies should kneel down in front of him! Beauties should lie down in front of him! “I am a demon. I ens*ave gods and immortals! If you don’t succumb to me, I will convince you by force!”–Ye Feng!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset