Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 7 ซื้อบริษัท

บทที่ 7 ซื้อบริษัท

“มึงขำอะไร?”

หัวคิ้วของเจ้าหลี่ขมวดเข้าหากันแน่น พูดขึ้นอย่างโอหัง “ตอนแรกเรื่องนี้ต้องเป็นมึงที่เข้าไป กูช่วยเหลือมึง เกิดเรื่องขึ้น อย่าบอกนะว่ามึงอยากให้กูมาเป็นแพะให้กับมึง?”

ในคำพูดนั้น บอกชัดถึงจุดสูงต่ำดำขาวแล้ว

เฉินตงยักไหล่ ไฟโกรธปะทุ หัวเราะเย้ยหยันแล้วพูดขึ้น “ขอโทษด้วยครับ ความผิดครั้งนี้ ผมขอไม่แบก”

อะไร?!

ทันใดนั้นเจ้าหลี่ก็เบิกตากว้าง ไอ้หนุ่มคนนี้มันบ้าไปแล้วเหรอ?

แต่ก่อนวิธีการแบบนี้ เขาล้วนแต่รับปากในคำเดียวนี่!

เห็นว่าทัศนคติของเฉินตงเปลี่ยนไป เจ้าหลี่ก็วิตกเล็กน้อย การเซ็นต์สัญญาในรอบนี้มีราคาสูงกว่าราคาที่คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าตั้งสามสิบล้าน ราคาแบบนี้ มาทำการสร้างและปรับเปลี่ยนย่านสลัม ไม่ต้องพูดถึงทำเงินได้เลย จะต้องเสียเงินเยอะจนทำให้บริษัทล้มละลายได้ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ตอนบ่ายพี่เขยของเขาก็จะมาที่นี่เพื่อตรวจสอบ ถ้าเกิดว่าโดนรู้เข้าล่ะก็ มากพอที่จะทำให้พี่เขยเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไล่เขาออกจากบริษัทได้

สองสามปีมานี้เขาเคยชินกับการช่วยกินรอวันตายบนตำแหน่งของรองผู้จัดการ ถ้าเกิดว่าไม่หาแพะรับบาปตัวแทนล่วงหน้า ต่อไปหลังจากนี้เขาจะไปหางานที่ไม่ต้องทำอะไรเลยและยังสามารถมีความสัมพันธ์ลับกันผู้จัดการทั่วไปได้ที่ไหน?

แน่ชัดอยู่แล้ว เฉินตงที่เป็นรองผู้ช่วย เป็นตัวเลือกแพะรับบาปที่ดีที่สุด

สองสามปีมานี้ มีเรื่องเฉินตงเป็นคงแบกเอาไว้ มีความสำเร็จตัวเองก็เป็นคนรับ ก็ทำให้เจ้าหลี่เคยชินกับความคิดแบบนี้

แต่ว่าตอนนี้ ปฏิกิริยาของเฉินตง ทำให้เขานั้นนึกไม่ถึง

“เฉินตง มึงทำตัวแบบนี้คือยังไง? มึงแม่งยังอยากจะทำงานอยู่ไหม?”

เจ้าหลี่โมโหแล้ว ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ชี้ที่จมูกเฉินตงแล้วด่าขึ้น “สองสามปีมานี้กูดูแลมึง มีบุญคุณต่อมึง มึงได้มาอยู่ในตำแหน่งนี้ ล้วนแต่พึ่งพากูให้กูสรรหาคำพูดดีๆไปพูดต่อหน้าพี่เขยกู ไม่อย่างนั้นจากความสามารถของมึงตอนนี้ก็เป็นได้แค่ผู้จัดการในงานเล็กโปรเจกต์เล็กๆเท่านั้นแหละ!”

“เป็นคนก็ต้องมีจิตใจเมตตา ต้องรู้จัดทดแทนบุญคุณ มึงกลับมาเป็นคนเนรคุณตรงหน้ากูเหรอ?”

เฉินตงหัวเราะเสียงเย็นแล้วว่าขึ้น “คือการสรรหาคำพูดดีๆให้ตัวคุณเองหรือเปล่า? สองสามปีมานี้ คุณสนใจแค่เรื่องประจบสอพลอพี่เขยของคุณ เอาความดีเข้าตัว ครั้งไหนที่เกิดเรื่องขึ้น ไม่ใช่ผมหรือไงที่ช่วยเช็ดก้นตามหลังให้คุณด้วยความใจดี? ถ้าเกิดว่าต้องรู้จักทดแทนบุญคุณ อย่างนั้นคุณก็มาทดแทนบุญคุณให้ผมสักครั้งสิ!”

ปึง!

เจ้าหลี่ตบมือลงบนโต๊ะ เสียงของเขาดุดัน “วันนี้เรื่องๆนี้ยังไงมึงก็ต้องแบก ไม่แบกมึงก็ต้องแบก! แค่ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลของแม่ที่กำลังใกล้ตายของมึง มึงเองก็คิดดูเอาเองแล้วกัน ถ้าเกิดว่าไม่มีงานตำแหน่งรองผู้จัดการนี่ขึ้นมา มึงยังจะรั้งชีวิตของแม่มึงไว้ได้อีกไหม?”

คิ้วหนาของเฉินตงขมวดแน่น ความโกรธพุ่งทะยาน

ถ้าเกิดว่าเปลี่ยนไปเป็นเมื่อก่อน คำพูดนี้ของเจ้าหลี่ก็เหมือนกับปลายมีดคม ที่แทงเข้าไปในหัวใจของเขา

เพื่อที่จะรักษาแม่ของเขา ที่จริงแล้วก็ยอมอดทนอดกลั้นแล้วเป็นแพะรับบาป

แต่ เวลาต่างกัน เรื่องก็ไม่เหมือนเดิม

เห็นว่าเฉินตงเงียบไป เจ้าหลี่นึกว่าเฉินตงใจฝ่อ ก็ดีใจขึ้นมาในทันที

เขาเปลี่ยนสีหน้าไป ราวกับว่าตัวเองเป็นพี่ใหญ่อย่างไรอย่างนั้น คําพูดที่จริงใจและมีน้ำหนักมีความรู้สึกรักใคร่ลึกซึ้ง “เฉินตง กูรู้ว่ามึงเป็นคนกตัญญู เรื่องนี้กูไม่ได้ให้มึงแบกฟรีๆ แสนนึง! ขอแค่มึงยินดี กูให้มึงแสนนึง เงินพวกนี้ มากพอที่จะรั้งชีวิตแม่มึงไว้ในโรงพยาบาลได้ต่ออีกช่วงหนึ่ง”

บุญคุณและอำนาจ เจ้าหลี่รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

เพียงแค่เฉินตงต้องการที่ช่วยชีวิตมารดา เขาก็บังคับเฉินตงเอาไว้ได้

สำหรับเรื่องของเฉินตง เขานั้นตรวจสอบจนชัดเจนมาตั้งแต่ตอนต้นแล้ว มิฉะนั้นสองปีมานี้เขาก็ไม่มีทางที่จะชนะเฉินตงครั้งแล้วครั้งเล่าหรอก

“คุณมานี่”

เฉินตงหรี่ตาและหัวเราะขึ้น “คุณช่วยผมขนาดนี้ ผมควรจะขอบคุณคุณ”

เจ้าหลี่ในใจมั่นใจมาก ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

แสนหนึ่ง กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะไม่เชื่อฟัง?

เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินไปตรงหน้าเฉินตงจิตใจสงบนิ่ง ยกมือขึ้นมาตบไหล่ของเฉินตง “ก็เป็นพี่ๆน้องๆกันทั้งนั้น กูเป็นถึงพี่ชาย ขอบคุณอะไรกันล่ะ ขอแค่มึง……..”

พลั่ก!

ไม่ได้รอให้พูดจบ เฉินตงก็ปล่อยหมัดออกไปบนหน้าของเจ้าหลี่

เสียงร้อง “อ๊าก” ของเจ้าหลี่ กุมใบหน้าเอาไว้แล้วเซถอยไปทางด้านหลัง เลือดกำเดาไหลออกมาจากซอกนิ้ว

เขาคำรามออกมาด้วยความตื่นตระหนก “เฉินตง มึงแม่งเป็นบ้าอะไร?”

“กูแม่งเป็นบ้าไปแล้ว! มึงว่ากูได้ พูดจาแช่งแม่กูให้ตายอยู่คำต่อคำ อย่างนั้นมึงก็อย่ามาโทษว่ากูหาเรื่องมึงก็แล้วกัน!”

สีหน้าของเฉินตงเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง วิ่งขึ้นไปถีบให้เจ้าหลี่ล้มคว่ำอีกครั้ง เสียงโกรธพูดขึ้น “กูขอบคุณทั้งครอบครัวของมึง!”

“แม่มึงสิ มึงไอ้หมาบ้า มึงไม่อยากทำงานแล้วใช่ไหม ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!”

เจ้าหลี่ร้องลั่น แต่ว่าร่างกายที่เสพแต่สุรา ข้างในร่างกายก็กลวงโบ๋ไปตั้งนานแล้ว ไม่กล้าแม้แต่ที่จะลงมือกับเฉินตงเลยสักนิด “มึงโดนไล่ออกแล้ว! เก็บข้าวเก็บของแล้วออกไปเดี๋ยวนี้! กูขอแช่งให้แม่มึงตาย! มึงไอ้หมาบ้าไม่มีงานทำ ไปรอวันตายกับแม่มึงที่โรงพยาบาลโน่น!”

ปั่กๆๆ……

เฉินตงเดินไปด้านหน้า แล้วยกเท้าขึ้นเตะบนตัวของเจ้าหลี่อย่างแรง

เรียนจบมาสามปี เขาทุ่มเททำงาน ถึงขนาดที่ว่าไม่ลังเลที่จะเป็นแพะรับบาปให้เจ้าหลี่กี่หนต่อกี่หน ก็เพื่อที่จะหาเงินเอาไปรักษาแม่ เพื่อที่จะทำให้แม่สุขสบาย

เหยียดหยามเขาได้ แต่แม่อย่าได้มาดูถูก!

ภายในห้องทำงาน มีเสียงร้องทรมานราวกับหมูโดนเชือดของเจ้าหลี่ดังออกมา

แป๊บเดียวการกระทำนั้นก็ดึงดูดความสนใจของพนักงานภายในบริษัทได้

พนักงานกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ด้านนอกห้องทำงาน มองทุกสิ่งในห้องทำงานผ่านกระจกเข้าไป ล้วนแต่งุนงงไปหมด

พระเจ้า!

วันนี้แพะรับบาปกินยาผิดมาหรือยังไง?

แต่ ไม่มีใครเข้าห้องทำงานไปห้าม ในเวลาทั่วๆไปพนักงานก็มีความคับแค้นใจเล็กๆต่อเจ้าหลี่อยู่แล้ว ในตอนนี้พนักงานมองเฉินตงลงไม้ลงมือกับเจ้าหลี่อย่างรุนแรง ล้วนแต่มีความรู้สึกที่สะใจที่ได้ปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมา

เฉินตงต่อยไปเรื่อยๆจนเหนื่อย ตอนนี้ถึงได้หยุดลง

เจ้าหลี่ที่อยู่บนพื้นใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าปูดบวมช้ำเลือด แต่ว่ายังคงเขม็งตามองเฉินตงอย่างดุดัน “มึงจบแล้ว! เป็นตัวมึงเองที่ส่งแม่ใกล้ตายของมึงเข้าไปในวิหารของเทพฮาเดส วันนี้ต่อให้เป็นจักรพรรดิ์มา ก็ไม่มีทางที่จะปกป้องงานนี้ของมึงเอาไว้ได้!”

เฉินตงหัวเราะเยาะเย้ย ประกายเย็นชาในดวงตาวาววับออกมา “ตอนแรกวันนี้กูก็มาเพื่อที่จะลาออกอยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้ กูเปลี่ยนความคิดแล้ว”

เจ้าหลี่ตกใจ

จากนั้น เขาก็มองเห็นเฉินตงหยิบโทรศัพท์ออกมา มองเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วก็โทรออก

ผ่านไปไม่กี่วินาที โทรศัพท์ก็โดนรับสาย

“ท่านหลง ผมต้องการที่จะซื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง!” น้ำเสียงของเฉินตงยิ่งกว่าเฉียบขาด

เจ้าหลี่ที่ยังคงตกใจอยู่ในตอนแรก ก็หัวเราะออกมาในทันที

“ฮ่าๆๆ…….กูตกใจแทบแย่ กูตกใจแทบแย่ กูแม่งก็นึกว่ามึงมันเปลี่ยนความคิดทิ้งไปแล้วเสียอีก ซื้อบริษัท? ไอ้คนจนอย่างมึง เงินก็ทิ้งไปกับโรงพยาบาลหมดแล้ว มึงมาซื้อบริษัท!”

คนที่อยู่ด้านนอกห้องทำงาน ทุกๆคนเหมือนกับโดนฟ้าผ่า เผยสีหน้าตกใจกันออกมา

กลุ่มคนที่เงียบเหมือนกับตายในตอนแรก ในพริบตาเดียวก็เสียงดังกันขึ้นมา

“ฉัน ฉันไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม? รองผู้จัดการเฉินจะซื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งของพวกเรา?”

“พูดเล่นอะไร! แพะรับบาปจะต้องโดนบีบจนร้อนรนไปหมดแล้ว ตั้งใจที่จะทำให้เจ้าหลี่โมโห เขาจะมีเงินซื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งได้ยังไง? ถึงแม้ว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งของพวกเราจะไม่ใหญ่ แต่ถ้าเกิดซื้อจริงๆล่ะก็ หนีไม่พ้นหนึ่งร้อยล้านหรอก!”

“พี่ตงเป็นรองผู้ช่วยผู้จัดการที่จริงก็ทำเงินได้จำนวนไม่น้อยนะ แต่ว่าฉันน่ะได้ยินมาว่า เงินที่เขาหามาได้ในสามปีนี้ ถ้าไม่ใช่เอาไปจ่ายค่ารักษาให้แม่ที่อยู่ในโรงพยาบาล ไม่ก็โดนเมียเอาเงินไปให้แม่ยาย เขาจะมีเงินร้อยล้านที่ไหนมาซื้อบริษัทน่ะ”

………

ฟังคำพูดต่างๆของพนักงาน เฉินตงยังคงมีสีหน้าเหมือนปกติ กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างใจเย็น รออยู่อย่างเงียบๆ

กลายเป็นเจ้าหลี่ ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เหมือนกับลืมเรื่องเมื่อกี้ที่โดนเฉินตงชกเข้าไปจังๆ ถ่มน้ำลายปนเลือดลงบนพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มดูถูก พูดขึ้น “ดูสิ เป็นเรื่องที่แม้แต่พวกพนักงานก็รู้ มึงมาทำเป็นแสร้งต่อหน้ากู? แถมยังจะซื้อบริษัท เงินน้อยๆนั่นของมึงเอาไปซื้อกล่องเก็บอัฐิให้แม่ยังเหมาะกว่า!”

เฉินตงมองเจ้าหลี่ด้วยแววตาดุดันครั้งหนึ่ง เจ้าหลี่ตกใจเสียจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วหุบปากลง

ตามมาหลังจากนั้น เจ้าหลี่ก็เดินเซกลับไปยังเก้าอี้นั่งของเจ้าของ กำลังเตรียมที่จะนั่งลง

โทรศัพท์ อยู่ๆก็ดังขึ้น

เจ้าหลี่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นพี่เขยโทรมา

ตอนแรกช่วงบ่ายพี่เขยจะมาตรวจบริษัท จะโทรศัพท์มาหาให้รู้ก่อนก็เป็นเรื่องปกติ

พ่นน้ำลายปนเลือดออกมาอีกครั้ง เจ้าหลี่โยกโทรศัพท์ไปมาต่อหน้าเฉินตงด้วยท่าทางดุร้าย “พี่เขยกูโทรมาแล้ว มึงแม่งอยากจะซื้อบริษัทใช่ไหม? จะให้เอาโทรศัพท์ให้มึงหรือเปล่า มึงลองมาปรึกษากับพี่เขยกูดู”

พูดจบ เขาก็รับสาย

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset