Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา – ตอนที่ 336 สามวัน

เขาคือใคร ?

เฉินตงหันมองชายที่พันผ้าและวิ่งหนีไปด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง

คนที่สามารถต้านการโจมตีของเฉินเต้าจูนได้ ซ้ำยังทำให้เฉินเต้าจูนยิ้มและยอมปล่อยเขาหนีไปได้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

หรือว่า……

จู่ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมาในหัวของเฉินตง

เมื่อหันไปมองเฉินเต้าจูน เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรมาก แต่กลับพูดขึ้นว่า : “คุณลุง กลับบ้านกันเถอะครับ”

“ดี!”

เฉินเต้าจูนพยักหน้า จากนั้นจึงหันมองหลุมศพของหลี่หลาน : “ไปคำนับแม่ของนายสามครั้ง ในเมื่อมากราวไหว้ก็ควรทำตามประเพณี”

ระหว่างทางกลับไปยังคลับสี่ยิ่นนั้น ขบวนรถยังคงยิ่งใหญ่

แต่ที่ต่างออกไปจากตอนมาก็คือ

เฉินตงกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าจะเกิดความรู้สึกอะไรขึ้นอีกหรือไม่

ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่ภาพของชายที่พันผ้าเมื่อครู่

คนที่สามารถหนีเอาชีวิตรอดต่อหน้าคุณลุงไปได้ ในบรรดานักฆ่า คงจะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ?

ยิวหมิน !

หลังจากคิดเรื่องนี้ออกแล้ว เฉินตงก็รู้สึกกลัวจนขนลุกขึ้นมาทันที

นักฆ่าอันดับที่ 10 ในอันดับยมราชคนนี้ มาเร็วขนาดนี้เลยหรือ !

หากไม่มีการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของเฉินเต้าจูน เกรงว่าต่อให้เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในคลับสี่ยิ่น ก็คงต้องเผชิญหน้ากับยิงหมินอย่างรวดเร็ว !

ถึงตอนนั้น คงจะเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริง

“คุณเฉิน คนเมื่อครู่น่าจะเป็นยิวหมิน”

จู่ๆ ฟ่านลู่ก็เอ่ยขึ้นมา ทำลายบรรยากาศที่เงียบสงัดภายในรถ

เฉินตงพยักหน้า จากนั้นจึงหันมองเฉินเต้าจูน : “คุณลุง หากคุณลุงต้องต่อสู้กับชายคนเมื่อครู่จริงๆ ใครแข็งแกร่งใครอ่อนแอ ?”

การปะทะเมื่อครู่เพียงเล็กน้อย

ตัดสินได้ยากว่าใครแข็งแกร่งกว่าใคร

“นายลองทายดูสิ?”

เฉินเต้าจูนหัวเราะร่าออกมา

เฉินตงเงียบไป

ลังเลอยู่สักพัก ก็ขยับริมฝีปาก

ในที่สุด คำก็เก็บคำพูดที่คิดอยู่ในใจเอาไว้

เมื่อกลับไปถึงคลับสี่ยิ่น

เฉินตงให้ฉินเย่และจูเก่อชิงกลับออกไป เรื่องที่เกิดขึ้นรอบๆ สุสานของแม่ ยังท้องให้พวกเขาตามเก็บกวาด

จากนั้น เขาก็พาเฉินเต้าจูนเดินไปที่ลานป่าไผ่

ภายในลานขนาดเล็กที่เงียบสงบและสง่างาม

กู้ชิงหยิ่งกำลังเดินกลับไปกลับมาอยู่ภายในลาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจและเป็นกังวล

คุนหลุนนั่งอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ แววตามืดมน เขามองกู้ชิงหยิ่งที่กำลังเดินไปเดินมาด้วยความรู้สึกผิด

หากตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้คงจะสามารถคุ้มกันคุณชายได้

เอี๊ยด……

จู่ๆ ประตูลานก็ถูกผลักออก

กู้ชิงหยิ่งและคุนหลุนหันมองไปพร้อมกัน

เมื่อเห็นเฉินตง กู้ชิงหยิ่งก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที : “ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว ฉันตกใจแทบแย่ !”

เฉินตงยิ้มอย่างอ่อนโยน : “ผมจะแนะนำให้คุณรู้จัก นี่คือลุงเต้าจูน”

“สวัสดีค่ะคุณลุง” กู้ชิงหยิ่งผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มออกมาพร้อมกล่าวทักทาย

“คุณลุง นี่คือภรรยาของผม กู้ชิงหยิ่ง” เฉินตงหันไปพูดกับเฉินเต้าจูน

เฉินเต้าจูนเลิกคิ้วแล้วยิ้ม : “นี่คือเหตุผลที่ตอนนั้นนายสู้ตาย เพื่อที่จะออกจากคุกมืดให้ได้อย่างนั้นเหรอ?”

เฉินตงผงะไป แล้วยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร

แสดงออกว่ายอมรับ

เฉินเต้าจูนเหลือบมองกู้ชิงหยิ่ง แต่กลับทำให้กู้ชิงหยิ่งรู้สึกตกใจจนเอียงตัวไปแอบอยู่ข้างๆ เฉินตง

ไม่ต้องพูดถึงเวลาที่เฉินเต้าจูนยกแขนยกขา แม้กระทั่งเพียงส่งสายตา ก็ทำให้คนทั่วไปรู้สึกหวาดกลัวได้

“ดี สาวน้อย ไม่เลวเลย! ต่อไปจะต้องมีลูกชายได้แน่นอน !”

เฉินเต้าจูนหัวเราะเสียงดังออกมา จากนั้นจึงหยิบทับทิมขนาดเท่าลูกวอลนัทลูกเล็กๆ ออกมาจากหน้าอก : “เสี่ยวหยิ่ง ลุงมีโอกาสเจอหน้าเธอเป็นครั้งแรก ไม่มีอะไรจะให้ ถือว่าอัญมณีชิ้นนี้ เป็นของขวัญในการพบหน้ากันครั้งแรกก็แล้วกัน”

เมื่อทุกคนเห็นทับทิมที่ขนาดเท่าลูกวอลนัทลูกเล็ก ๆ ต่างก็ตกตะลึง

เดิมทีทับทิมเป็นอัญมณีที่หายากอยู่แล้ว โดยเฉพาะทับทิมที่ขนาดใหญ่เช่นนี้ !

แม้แต่ตระกูลของกู้ชิงหยิ่งเอง ก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“คุณลุงคะ นี่ นี่มันมีค่ามากเกินไป หนูรับเอาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” กู้ชิงหยิ่งรีบปฏิเสธ

ทับทิมเม็ดนี้ ถือเป็นอัญมณีที่ประเมินค่าไม่ได้ !

เฉินตงเองก็รีบพูดขึ้นว่า : “คุณลุงครับ นี่มันมีค่ามากเกินไปจริงๆ”

“มีค่าอะไรกัน? คนตระกูลเฉินของฉัน แม้กระทั่งให้ของขวัญในการพบหน้า ก็ยังทำให้เสี่ยวหยิ่งต้องลำบากใจอย่างนั้นเหรอ?”

เฉินเต้าจูนนำทับทิมสีแดงใส่ไว้ในมือของกู้ชิงหยิ่ง : “ทับทิมเม็ดนี้ ตอนนั้นฉันแกะออกมาจากมงกุฎของฟาโรห์อียิปต์”

คำพูดที่น่าตกใจนี้

ทำให้พวกของเฉินตงต่างทำตัวไม่ถูก

แกะมาจากมงกุฎของฟาโรห์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตอนนี้ถึงหาไม่ได้ในท้องตลาด

เดี๋ยวก่อนนะ !

เฉินตงและกู้ชิงหยิ่งตกตะลึงไปพร้อมกัน

พวกเขาหันมองหน้ากัน ใบหน้าของกู้ชิงหยิ่งซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสับสน

แกะมาจากมงกุฎของฟาโรห์ นั่นหมายความว่านำออกมาจากพีระมิดอย่างนั้นเหรอ?

ทันใดนั้น กูชิงหยิ่งรู้ว่าตนเองควรจะตื่นเต้นหรือควรจะกลัวดี ?

เฉินเต้าจูนไม่ได้ใส่ใจ ก็เดินเข้าไปหาคุนหลุนซึ่งกำลังนั่งอยู่บนรถเข็น

ตอนที่คุนหลุนเห็นเฉินเต้าจูน เขาก็ได้สติขึ้นมาทันที

รอจนกระทั่งเฉินเต้าจูนเดินเข้ามาถึงตรงหน้า ในที่สุดเขาก็ตั้งสติกลับมาได

“ผู้อาวุโส”

เฉินเต้าจูนมองดูคุนหลุนด้วยท่าทีเรียบเฉย หลังจากนั้นไม่กี่วินาที จู่ๆ เขาก็ก่นด่าออกมาอย่างเย้ยหยัน : “สิบปีแล้ว ไม่มีอะไรพัฒนาเลยแม้แต่น้อย นายมันไร้ประโยชน์”

คุนหลุนหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง และรู้สึกเขินเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้โต้แย้ง

หากคนอื่นว่าเขาไร้ประโยชน์ เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด

นี่เป็นความภาคภูมิใจในตัวเองของเขา ในฐานะที่เป็นราชาแห่งทหารรับจ้างในสนามรบ

แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของเฉินเต้าจูน เขาไม่มีมีสิทธิ์ที่จะโต้แย้ง

ครุ่นคิดอยู่สักครู่ คุนหลุนก็พูดขึ้นว่า : “ทำไมจู่ๆ ผู้อาวุโสถึงออกมาจากคุกมืดล่ะครับ ?”

เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฉินเต้าจูนถึงออกมาจากคุกมืดได้

เพราะคุนหลุนรู้ดีว่า ในคุกมืดไม่มีใครสามารถรั้งเฉินเต้าจูนเอาไว้ได้

“ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ออกมาดูโลกภายนอกสักหน่อย”

เฉินเต้าจูนยิ้มออกมาอย่างร่าเริง

“โลกภายนอก?” คุนหลุนขมวดคิ้วแล้วใช้ความคิด

เฉินเต้าจูนยิ้มออกมาอย่างร่าเริง : “โลกภายนอก……เปลี่ยนไปแล้ว”

ทั้งสองพูดคุยกัน และจบบทสนทนาลงด้วยคำพูดประโยคนี้

เฉินตงฟังบทสนทนาสั้นๆ นี้ ก็รู้สึกว่าคำพูดของเฉินเต้าจูนนั้นมีนัย

ยิ่งไปกว่านั้น การที่เฉินเต้าจูนรีบออกมาจากคุกมืดในเวลานี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ

เฉินตงสูดหายใจเข้าเต็มปอดหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาเฉินเต้าจูน ในที่สุดก็พูดคำพูดที่เก็บซ่อนเอาไว้ในใจเมื่อครู่ออกมา

“คุณลุงครับ การออกมาครั้งนี้ จะพออยู่เป็นเพื่อนหลานที่นี่สักระยะได้ไหมครับ? “

ความสามารถของเฉินเต้าจูน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อครู่แล้ว

หากมีเขาอยู่ เฉินตงก็จะสามารถนอนหลับได้สนิทเสียที

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยิวหมินเดินทางมาถึงเมืองนี้แล้ว ถ้าหากเฉินเต้าจูนไปจากที่นี่ตอนนี้ สำหรับเฉินตงแล้ว ยิวหมินก็เป็นเหมือนดาบอันแหลมคมที่เขาไม่อาจหนีพ้นได้

“สามวัน!”

เฉินเต้าจูนชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว : “จะอยู่แค่สามวัน หลังจากพ้นสามวันไปแล้ว ฉันก็จะไป ไม่ง่ายที่จะได้ออกมาสักครั้ง จะให้หมกตัวอยู่แต่ที่นี่ก็คงไม่ได้”

พูดจบ เขาก็ไม่สนใจเฉินตงอีก แต่หันกลับไปพูดกับท่านหลงว่า

“เจ้าแก่หลง ส่งข้อความไปให้ คนไร้ประโยชน์ เฉินเต้าหลินคนนั้นหน่อยว่า ให้เขารีบจัดการให้เรียบร้อย เป็นถึงเจ้าบ้านตระกูลเฉิน เรื่องแค่นี้ก็ยังจัดการไม่ได้ นี่ไม่เท่ากับว่ากินเปลืองข้าวสุกหรอกเหรอ?”

ทั้งหยิ่งทะนง และเด็ดขาด มาอาจหาใครเทียบได้

คำพูดแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ให้ความเคารพเฉินเต้าหลินเลยแม้แต่น้อย

หากคำพูดนี้แพร่งพรายออกไป คงจะทำให้เจ้าบ้านของตระกูลมั่งคั่งทุกตระกูล ต้องตกใจจนอ้าปากค้างอย่างแน่นอน

ท่านหลงหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน : “กระผมทราบแล้วครับ”

……

หลังจากที่เฉินตงและเฉินเต้าจูนกลับถึงคลับสี่ยิ่น

ข่าวก็แพร่ออกไปถึงหูบรรดาตระกูลมั่งคั่ง ที่กำลังให้ความสนใจกับเรื่องนี้อยู่อย่างรวดเร็ว

หลังจากที่รู้ว่าคนที่เฉินตงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะไปเจอคือเฉินเต้าจูน

มีทั้งคนที่รู้สึกหวาดกลัว มีทั้งคนที่รู้สึกตกตะลึง และมีคนที่ไม่รู้จักเฉินเต้าจูนรู้สึกงุนงง……

หนึ่งในคนที่รู้สึกงุนงงอยู่ก็คือหลี่เต๋อซาน

หลี่เต๋อซานนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความสงสัย

“เฉินเต้าจูน……คือใครกัน?”

หากคุณท่านใหญ่ตระกูลหลี่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดนี้คงจะต้องตีเขาจนขาหักอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้ตระกูลหลี่อยู่ในการดูแลของหลี่เต๋อซาน

เหมือนกับที่เฉินเต้าจูนพูดเอาไว้จริงๆ บนโลกนี้ไม่มีตำนานของเขาเล่าขานมากว่ายี่สิบปีแล้ว

หลี่เต๋อซานไม่รู้จักเขา ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

Winner is king ผู้ชนะเลิศคือราชา

บทนำ เฉินตงกับหวางหนันหนันแต่งงานกัน3ปี ถูกภรรยาที่ยกน้องชายเป็นหัวแก้วหัวแหวนบีบคั้น แล้วยังถูกดูถูกเหยียดหยาม วันหนึ่งได้กลับตระกูลมหาเศรษฐี เขาสาบานว่าต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา ต้องทำให้คนที่ดูถูกเขาเสียใจกับสิ่งที่ทำ ให้คนที่เหยียดหยามเขาต้องชดใช้อย่างสาสม เรื่องย่อ “ขอโทษครับคุณเฉิน ระยะมะเร็งตับของแม่ของคุณ…..” มองคุณหมอที่อยู่ตรงหน้าส่ายหน้า เฉินตงมึนงงไปชั่วขณะ ในพริบตาดวงตาก็กลายเป็นสีแดง ตั้งแต่เล็กจนโต เขากับแม่พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อที่จะส่งให้เขาเรียนหนังสือ แม่ทำงานจนป่วย ไม่ทันที่จะได้สะดวกสบาย ก็ตกลงมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้ว “คุณหมอ ขอร้องล่ะครับ ช่วยแม่ผมด้วย แค่หนทางสักนิดก็ไม่มีแล้วเหรอครับ?” เสียงของเฉินตงแหบแห้งยังมีเสียงสะอื้นปนอยู่ คุณหมอลังเลอยู่ชั่วครู่ กล่าวขึ้น “ยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ ก็คือทำการเปลี่ยนถ่ายตับ ตอนนี้ทางแพทย์มีของอยู่พอดี…..” ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็มองเฉินตงตั้งแต่หัวจรดเท้า การรักษาที่ยาวนาน ทำให้เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ของเฉินตงดี แต่ เขาก็ยังพูดออกมา “แต่ว่า…..ค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยนะครับ อย่างน้อยๆในช่วงแรกก็ประมาณสองแสน” สองแสน? ดวงตาของเฉินตงวาววับ รีบจับมือของคุณหมอเอาไว้ “รักษา จะต้องรักษานะครับ ผมยังมีอีกสองแสน!” เงินไม่มีแล้วยังหาได้ แต่ว่าไม่มีแม่แล้ว ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว “อย่างนั้นคุณก็รีบๆรวบรวมเงิน ถ้าเกิดว่ายังประวิงเวลาออกไปอีก วิธีปลูกถ่ายตับก็หมดหนทางแล้ว” นายแพทย์พยักหน้า ถอนหายใจครั้งหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไป เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท้องฟ้ามีฝนเม็ดเล็กๆโปรยลงมา เฉินตงรีบร้อนกลับบ้าน ภรรยา หวางหนันหนันกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา แถมในปากยังกินขนมมันฝรั่งทอดอยู่อีกด้วย เธอเหลือบมองเฉินตง หวางหนันหนันว่าขึ้น “แม่ดีขึ้นบ้างไหม?” “หมอบอกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายตับได้ ก็ยังมีทางรักษา” เฉินตงพูดขึ้นอย่างดีใจราวกับคว้าเอาหญ้ากอสุดท้ายที่ใช้รักษาชีวิตเอาไว้ได้ “ต้องใช้สองแสน ยังดีที่บ้านของเรายังพอมีอยู่ แม่ยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง” พูดไป เขาก็หมุนตัวเข้าไปหยิบเอาบัตรธนาคารในห้อง ในพริบตาสีหน้าของหวานหนันหนันก็เปลี่ยนไป รีบร้องขึ้น “เฉินตง คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เฉินตงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ราวกับว่านึกอะไรขึ้นได้ หมุนตัวหันกลับมามองหวางหนันหนัน “เงินล่ะ?” หวางหนันหนันวิตกกังวล อึกๆอักๆไม่พูดออกมา “เอาไปให้ที่บ้านคุณอีกแล้วเหรอ?” เฉินตงเลิกคิ้ว รอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นช่างดูขมขื่นจนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้ ฝีเท้าของเขาก้าวลงไปนั่งบนโซฟาอย่างไร้เรี่ยวแรง หยิบซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมา “แช๊ะ” จุดบุหรี่มวนนึงขึ้น ดูดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ทิ้งร่างนอนพาดอยู่บนโซฟา แต่งงานมาสามปี เรื่องซ้ำ ๆเดิม ๆ และมันไม่ใช่ครั้งแรก “หนันหนัน นี่เป็นเงินที่เอาไว้ใช้รักษาแม่ผม” เฉินตงพูดขึ้นอย่างอ่อนล้า “ขอคืนมาได้ไหม?” “ขอคืนมา?” คิ้วของหวางหนันหนันกระตุกขึ้น ตวาดออกมาเสียงแหลม “เฉินตง คุณหมายความว่ายังไง? ฉันเอาเงินเล็กๆน้อยๆไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ฉัน จะมีหน้าที่ไหนไปขอกลับมาห้ะ?” เฉินตงข่มสีหน้าและอารมณ์ให้เย็นลง แล้วว่าขึ้น “โรงพยาบาลบอกว่าตอนนี้มีตับที่เข้ากันได้อยู่พอดี ถ้าสามารถเอาเงินไปให้โรงพยาบาลได้ในทันที โรงพยาบาลก็สามารถที่จะเริ่มทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับให้แม่ผมได้เลย จากสถานการณ์ของแม่ผมในตอนนี้ คงจะทนได้อีกไม่นาน” “ฉันไม่สนใจ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณเอง คุณก็ไปหาทางเอาเอง” ในทันใดหวางหนันหนันก็ร้องเริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาไหลนอง “ภายในเวลาสั้นๆผมจะไปหาเงินสองแสนมาจากไหน?” เฉินตงรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว กึ่งหนึ่งคือการขอร้อง “หนันหนัน ช่วยผมครั้งหนึ่ง ขอคืนมาเถอะนะ แม่ของผมยังรอเงินสองแสนนั่นมาช่วยชีวิตอยู่นะ!” “เฉินตง! เงินนั่นให้แม่ฉันไปแล้ว ฉันไม่มีทางที่จะไปขอกลับมา” หวางหนันหนันร้องไห้ไปแล้วทรุดนั่งลงบนพื้น ทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตาไหลออกมา “แม่ของคุณก็กำลังจะตายอยู่แล้ว คุณยังจะเอาเงินไปผลาญทิ้งที่โรงพยาบาลอีก ตกลงคุณเคยคิดถึงครอบครัวพวกเราบ้างหรือเปล่า?” ร่างกายของเฉินตงสั่น ความโกรธมากระจุกรวมกันอยู่ที่ลำคอของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ของหวางหนันหนันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “คุณไม่โทร ผมโทร!” ไม่รอให้หวางหนันหนันขัดขวาง สายโทรออกก็โดนรับสาย “แม่ครับ หนันหนันเพิ่งจะให้เงินแม่ไปสองแสนใช่ไหมครับ?” เฉินตงขอร้อง “ขอร้องล่ะครับช่วยคืนเงินสองแสนให้ผมได้ไหม นั่นเป็นเงินที่จะใช้รักษาแม่ผม แม่ผมท่านยังรอรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่นะครับ” อีกฝั่งของสาย อยู่แม่ยายก็ตวาดขึ้น “เฉินตงแกพูดจาบ้าบออะไรออกมา? เงินนั่นเป็นเงินที่หนันหนันแสดงความกตัญญูต่อพวกเรา แกยังมีหน้าจะมาขอเงินกลับไปอีก? ในตอนนั้นหนันหนันอยากจะแต่งงานกับแก พวกเราก็ไม่เห็นด้วย จากสภาพของแก ก็เป็นเพราะหนันหนันหน้ามืดตามัวถึงได้ยอมแต่งงานกับแก” “ในตอนนี้หนักกว่านั้นอีก หนันหนันมีใจอยากจะกตัญญูต่อพ่อแม่ เอาเงินมาให้พวกเราสองคนใช้ ชายหงส์(ผู้ชายที่เกิดในบ้านยากจนและเข้ามหาวิทยาลัยโดยความพยายาม จบเรียนแล้วก็ดำเนินชีวิตที่เมือง)อย่างแกยังกล้าที่จะบากหน้ามาขอเงินกลับไป ฉันจะบอกแกให้นะ หวางเห้ากำลังจะแต่งงานแล้ว เงินนั่นพวกเราเตรียมจะเอาไปวางดาวน์ค่าบ้านงวดแรกให้หวางเห้า อยากได้เงิน? แค่แดงเดียวก็ไม่มี!” ปัง! สายตัดไปแล้ว เฉินตงแน่นิ่งไป แม่ยายนี่ฟังในสิ่งที่ฉันพูดไม่เข้าใจหรือยังไง? “เฉินตง คุณเป็นบ้าเหรอ?” หวางหนันหนันกระชากคอเสื้อของเฉินตงราวกับคนบ้า “คุณทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ฉันเอาเงินไปให้พ่อแม่ฉัน ทำไมคุณต้องทำเหมือนมันฟ้ามันจะผ่าลงมาให้ได้?” เฉินตงมองหวางหนันหนันอย่างหดหู่ ดวงตาแดงก่ำ “ในสายตาของพวกคุณ ชีวิตของแม่ผม ยังไม่มีค่าเท่ากับเงินดาวน์บ้านงวดแรกของน้องชายคุณอย่างนั้นเหรอ?” “ไร้สาระ!” หวางหนันหนันปล่อยมือจากเฉินตง หยิบของในห้องขึ้นมาแล้วก็เขวี้ยงปาข้าวของจนเละเทะ ในพริบตา ห้องรับแขกก็รกและยุ่งเหยิงไปหมด หวางหนันหนันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “เฉินตงคุณมันคนใจดำ ตอนนั้นทำไมฉันถึงได้แต่งงานกับคุณนะ เพื่อแม่ของคุณ คุณทุ่มเททิ้งเงินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว? ฉันยอมอดทนลำบากมากับคุณ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ต้องเช่า คุณเคยสงสารฉันบ้างไหม? เสี่ยวเห้าเป็นน้องชายของฉัน แล้วก็เป็นน้องของคุณด้วย เขากำลังจะแต่งงานแล้ว ฉันเป็นถึงพี่สาว จะช่วยฉันบ้าง ไม่ได้เลยเหรอ?” “ช่วยคุณสักครั้ง?” เฉินตงโมโหสุดขีด “พวกเราแต่งงานกันมาสามปี คุณช่วยหวางเห้าไอ้สวะนั่นไปตั้งเท่ากี่ครั้งแล้ว? ไอ้สวะหวางเห้ามัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบจนชีวิตไม่ก้าวหน้า ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านเกาะพ่อแม่กิน ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกคุณ!” “อย่ามาพูดถึงน้องชายฉันแบบนั้นนะ!” หวางหนันหนันใบหน้าบิดเบี้ยว ยืนชี้หน้าเฉินตงด้วยท่าทางป่าเถื่อนพร้อมพูดข่มขู่ เฉินตงพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ทำไมถึงจะพูดไม่ได้? เรียนมหาลัยก็ไปทำคนอื่นท้อง เงินที่ชดใช้ก็เป็นเงินของผม เขาอยากจะซื้อรถก็เป็นผมที่จ่ายเงินซื้อให้เขา ในสามปีนี้ทั้งในที่ลับและที่แจ้งผมจ่ายเงินให้เขาไปตั้งเท่าไหร่? คุณมันปีศาจฝูตี้(ผู้หญิงที่มีน้องชายและต้องช่วยน้องชายในทุกด้านเพราะพ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว) คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดถึงครอบครัวของเรา!” “กรี๊ด! แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ” หวางหนันหนันหวีดร้องออกมาเสียงแหลม “แกหมายความว่ายังไง? แกไม่อยากจะอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม?” “พวกคุณเอาเงินที่จะใช้รักษาแม่ผมไปซื้อบ้านให้ไอ้สวะ ไม่สนใจไยดีแม่ผม คนที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันต่อมันเป็นคุณต่างหาก!” เฉินตงยักไหล่ พูดออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “หย่ากันเถอะ!” หวางหนันหนันนิ่งไปในทันที “มึง มึงพูดว่าอะไรนะ?” แต่งงานมาสามปี ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเฉินตงไม่เคยพูดจาอะไรแบบนี้ออกมา “หย่ากันเถอะ” เฉินตงบอก “แต่งงานกับผมมันทำให้คุณลำบากมาก ผมเองก็ไม่เหมาะกับคุณ ครอบครัวนี้ของคุณ ผมแบกไม่ไหว” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่ใช่คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง สามปีที่ผ่านมา แต่ละครั้งที่อดทน ก็เป็นเพราะคิดว่าในตอนนั้นหวางหนันหนันแต่งกับเขา ความจริงแล้วก็นับว่าเธอยอมลดตัวลงมาแต่งกับเขา อีกอย่างหวางหนันหนันก็ยังมีความรู้สึกดีๆต่อเขาบ้าง แต่ว่าครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รอจนเฉินตงออกไปจากบ้านแล้ว ในที่สุดหวางหนันหนันก็ได้สติ เธอรีบพุ่งตัวไปหยิบโทรศัพท์มาโทรหามารดาด้วยความวิตกและไร้สติ ร้องไห้ฟูมฟายแล้วว่าขึ้น “แม่…..เฉินตงอยากจะหย่ากับหนู” “ไอ้ชั่วนั่นอยากจะขอหย่ากับแก?” อีกฝั่งของสาย เสียงตวาดของมารดาดังขึ้น “หย่าก็หย่า! มันก็แค่ไอ้คนจน ยังจะกล้ายกหางตัวเองอวดเบ่ง คิดว่าตัวเองแน่นักนะ! เงินสองแสนสุดท้ายนั่นยังไงก็อยู่ที่พวกเราแล้ว มันจะหย่ากับแก อย่างนั้นก็สงเคราะห์มันไป ให้มันไปนั่งร้องไห้กับแม่แก่ใกล้ตายของมันไปเสีย” ณ ขณะนี้ เวลานี้ เฉินตงออกเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ท้องฟ้าในตอนกลางคืน มีฝนเม็ดเล็กๆโปรยปรายลงมา ทำให้ตัวของเขาเปียกไปทั้งตัว เขาส่ายหัวอย่างกลัดกลุ้ม เอาเท้าเตะน้ำที่ขังนองอยู่ข้างทาง เงิน เงิน เงิน แม่งทะเลาะกันก็เพราะเงิน! ตอนนี้มีเรื่องกับตระกูลหวางจนต่อกันไม่ติดแล้ว กูแม่งจะไปหาเงินสองแสนนั่นมาจากไหนกันวะ? ฝืด……. ในเวลานี้ รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อมคันหนึ่งก็หยุดลงตรงข้างตัวของเฉินตง กระจกของรถถูกเลื่อนลง ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดราชวงศ์ถังมีมองมาที่เฉินตงด้วยใบหน้าที่แต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม “เป็นคุณชายเฉินตงใช่ไหมครับ? เชิญขึ้นรถครับ ไปโรงพยาบาลลี่จิงกับผม” คุณชาย ?! เฉินตงมองชายชราตรงหน้าด้วยสีหน้างุนงง นานนับชั่วขณะหนึ่งที่ชะงักไป ชายชรายิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่ของคุณกำลังเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”

Options

not work with dark mode
Reset